เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
จาดู - ซีรีส์fangjrw
10+1 เหตุผลที่คุณต้องดู Tomorrow (내일) 2022 [จาดูรีวิว]
  • ซีรีส์ที่คอยตะโกนบอกคุณอยู่ใกล้ ๆ ว่า
    ' สู้ต่อไปนะ! แม้จะมีมรสุมมากมายถาโถมเข้ามา ก็จงอย่ายอมแพ้ '

    อย่าเพิ่งหมดหวัง...เพราะชีวิตยังมี ' วันพรุ่งนี้ ' เสมอ

    Tomorrow (내일) เป็นซีรีส์แนวแฟนตาซี - ดราม่า ที่เลือกหยิบยกประเด็น 'การฆ่าตัวตาย (Suicide)' มาเล่าเป็นธีมหลักของเรื่อง ผ่านการร้อยเรียงเรื่องราวและประเด็นมากมายที่พบเห็นได้ในสังคมปัจจุบันของเกาหลีเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว มีตัวละครหลักเป็นเหล่ายมทูตแห่งจูมาดึง สถานที่ที่เสมือนเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่คอยดูแลสมดุลระหว่างโลกมนุษย์และโลกวิญญาณ โดยมี ทีมจัดการวิกฤต ที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่คิดฆ่าตัวตาย

    จะเกิดอะไรขึ้น!
    หากยมทูตไม่ได้มีหน้าที่แค่นำทางคนตายไปยังปรโลกเพียงอย่างเดียว
    ...แต่กลับมีหน้าที่คอยช่วยชีวิตผู้คนที่คิดจบชีวิตตัวเอง...


    เรื่องราวการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีมจัดการวิกฤตของ ชเวจุนอุง (รับบทโดย โรอุน SF9) ชายหนุ่มที่พยายามหางานทำ เพราะอยากเป็นเสาหลักดูแลครอบครัวแทนพ่อที่เสียไป แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าเขากลับพบเจอกับความผิดหวัง จนวันหนึ่งเขาได้เข้าไปช่วยเหลือคนที่จะกระโดดสะพานจนตัวเองตกน้ำและอยู่ในอาการโคม่า โดยระหว่างนั้นจุนอุงได้รับข้อเสนอให้มาทำงานเป็นยมทูตชั่วคราว (ครึ่งคนครึ่งยมทูต) ในระยะเวลา 6 เดือน โดยมี คูรยอน (รับบทโดย คิมฮีซอน) เป็นหัวหน้าทีม และ อิมรยุงกู (รับบทโดย ยุนจีอน) เป็นผู้ช่วย ทั้ง 3 คนต้องร่วมมือกันทำภารกิจเพื่อยุติเหตุการณ์น่าเศร้าที่จะเกิดขึ้นนี้ให้ได้

    อีกทั้งยังมี พัคจุงกิล (รับบทโดย อีซูฮยอก) หัวหน้าทีมนำทาง ที่ภายนอกเย็นชาแต่ลึกๆ นั้นก็ใส่ใจคนอื่น ผู้ที่ดูเหมือนจะมีอดีตร่วมกับคูรยอน และท่านอ๊กฮวัง (รับบทโดย คิมแฮซุก) ท่านประธานแห่งจูมาดึง เป็นคนมีคุณธรรมและผู้ที่กุมความลับของทุกคนไว้ ... ชเวจุนอุงจะสามารถช่วยทีมทำภารกิจได้สำเร็จไหม และทำไมทุกคนถึงได้เข้ามาเกี่ยวพันกัน มันมีที่มาที่ไปยังไงกันแน่!

    ติดตามรับชมซับไทยแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ทาง Netflix มีทั้งหมด 16 ตอน

    " ตามหาเหตุผลในการมีชีวิตอยู่นั้น...คือหน้าที่ของพวกเรา "
    (Main Poster)

    ตัวอย่างซีรีส์



    แม้ซีรีส์เรื่องนี้จะอัดแน่นไปด้วยคำว่า ' คุณภาพเน้น ๆ ' แต่กระแสและเรตติ้งที่ได้กลับมานั้นดูสวนทางเกินไป ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะตัวซีรีส์ไม่ใช่แนวแฟนตาซีจ๋า ๆ ที่ดูแล้วลุ้น มันส์ ตื่นเต้น ชวนให้หัวใจสูบฉีด อีกทั้งยังมีเนื้อหาที่ค่อนข้างหนักและอ่อนไหว แถมไม่เน้นเลิฟไลน์ จึงทำให้คนดูบางกลุ่มรู้สึกรับไม่ไหวกับเรื่องราวที่นำเสนอ บวกกับรสนิยมส่วนตัวของแต่ละคนด้วย แต่นั่นก็น่าเสียดายนะที่ซีรีส์ดี ๆ แบบนี้ต้องถูกมองข้ามไปเพียงเพราะไม่ใช่แนวที่คนส่วนใหญ่ชอบดู ...

    เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกับ Tomorrow กันให้มากขึ้นอีกหน่อยดีกว่ากับ ...

    10+1 เหตุผลที่คุณต้องดู
    ซีรีส์ Tomorrow / พรุ่งนี้

    1. Trigger but Healing

    การฆ่าตัวตาย นับว่าเป็นปัญหาที่มีมากขึ้นในสังคมเกาหลี (รวมทั้งประเทศไทยเองด้วย) การที่ซีรีส์เลือกหยิบประเด็นนี้มาเล่านั้นถือว่ากล้ามากและแน่นอนว่า เนื้อหาจะค่อนข้างหนักและกระทบจิตใจของผู้ชมแน่ ๆ แต่หากเราไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง เราจะก้าวผ่านมันไปได้อย่างไร ดังนั้นซีรีส์จึงใส่ถ้อยคำปลอบโยน คำพูดดี ๆ คอยเรียกสติเรา และความตลกขบขันเข้ามาผสมเพื่อช่วยให้เรื่องราวไม่หนักเกินไป บ่อยครั้งที่ดูซีรีส์เรื่องนี้เราจะรู้สึกตระหนักถึงความจริงที่เกิดขึ้นและเริ่มให้คุณค่ากับชีวิตตัวเองมากขึ้น เหมือนได้เพื่อนที่หัวอกเดียวกันคอยมานั่งตบบ่าเบา ๆ


    ไดอะล็อคดี ๆ บางส่วนจากซีรีส์

    " มนุษย์ทุกคนต่างถูกกำหนดให้พบกับทางเลือก ... และทุกทางเลือกย่อมมาพร้อมความรับผิดชอบ "

    ---------------------------
    "  สิ่งที่สามารถช่วยผู้คนได้ไม่ใช่พลังวิเศษ ... แต่เป็นน้ำหนักของคำพูด "

    ---------------------------
    " เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นมันไม่ใช่ความผิดเธอ ... เธอคือเหยื่อ ไม่ใช่คนทำผิด
    ใครหน้าไหนก็ไม่สามารถโทษเธอได้และไม่ควรจะโทษเธอด้วย ... แม้ว่าจะเป็นตัวเธอก็ตาม "

    ---------------------------
    "  ฉันต้องต่อสู้และดิ้นรนมาตั้งเท่าไหร่ ... ฉันเองก็อยากมีชีวิต
    ถ้าเธอไม่ช่วยเหลือตัวเองก็คงไม่มีใครช่อยเธอได้หรอก
    คิดว่าหนีเรื่องแย่ ๆ แล้วจะทำให้เธอมีความสุขขึ้นเหรอ "

    ---------------------------
    " ความล้มเหลวมีความหมายว่า ... ให้ลองใหม่นะ "

    ---------------------------
    "  ไหน ๆ ชีวิตก็มีแค่หนเดียว
    ต่อให้ใครจะพูดยังไงก็ช่าง
    ฉันตัดสินใจจะกินอาหารที่อยากกินและใช้ชีวิตอย่างสนุก
    แน่นอนว่าดูแลสุขภาพไปพร้อมกันด้วยค่ะ "

    ---------------------------
    " คนทั่วไปส่วนใหญ่
    เมื่อเลือกผิดก็จะเสียใจเป็นเวลานานแต่สุดท้ายก็จะลืมมันไป
    แต่บางครั้งคนเหล่านี้
    ก็ยังจมปลักอยู่กับความเสียใจนั้นอย่างเหนียวแน่น
    และลืมไม่ลงแม้แต่ในความฝัน

    แต่ถึงอย่างนั้น
    ก็ไม่สามารถหวนกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว "


    2. ซีรีส์ยมทูตที่ไม่เหมือนใคร ดูแล้วอบอุ่นหัวใจมากกว่าเรื่องไหน ๆ

    ถ้าคุณคิดว่า Tomorrow คือแฟนตาซีสุดมันส์ที่เราจะได้เห็นความเท่ห์ของยมทูตที่ล้างแค้นสั่งสอนคนเลวล่ะก็ ... ได้เห็นค่ะแต่นิดนึง เพราะมันไม่ใช่พ้อยต์หลัก !!!!

    หากเป็นเรื่องอื่นการทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงคงเป็นเป้าหมายหลักของยมทูต แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้น เพราะนอกจากภารกิจต้องสำเร็จแล้ว การปลอบประโลมจิตใจเหยื่อที่ถูกกระทำก็สำคัญเช่นกัน และการมีตัวละครชเวจุนอุง ผู้ซึ่งยังเป็นมนุษย์อยู่ในทีมก็ทำให้เราได้เห็นความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์มากขึ้น ความเห็นอกเห็นใจ สงสาร โกรธ รู้สึกแย่ไปกับเคสแต่ละเคส ได้เห็นการเรียนรู้ เห็นพัฒนาการของตัวละคร การปรับตัวเข้าหากันระหว่างมนุษย์วัย 27 และยมทูตที่อยู่มานานกว่าหลายร้อยปี ซึ่งจุดนี้ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ เข้าถึงจิตใจคนดูได้ง่ายขึ้นและมีความเป็นมนุษย์สูงมาก ๆ และกล้าพูดได้เลยว่าคุณจะต้องเสียน้ำตาให้กับซีรีส์เรื่องนี้มากกว่า 1 ตอนแน่นอน


    3. สร้างจากเว็บตูนชื่อดังในชื่อเดียวกัน

    Tomorrow เป็นผลงานของคุณนักเขียน Llama ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้อ่านในเกาหลี เพราะเนื้อเรื่องดี อ่านสนุก และช่วยปลอบประโลมจิตใจได้ แถมลายเส้นก็สวยมาก ๆ ไม่แปลกที่จะถูกหยิบมาทำเป็นเวอร์ซีรีส์

    * ตอนนี้มีแปลไทยให้อ่านกันด้วยนะที่ Line Webtoon
    👉 webtoons.com/th/fantasy/tomorrow/list?title_no=4027&page=2

    * แถมมีกิจกรรมดี ๆ ให้เราเล่นกันด้วยกับ #MessagefromTomorrow #TomorrowLINEWEBTOON ช่วยฮีลจิตฮีลใจในวันเหนื่อย ๆ ได้ดีเลย น่ารักมาก ๆ
    👉 msgfromtomorrow.com


    4. เมสเสจจริงใจ เห็นถึงความตั้งใจของทีมผู้สร้าง

    Tomorrow เป็นซีรีส์ที่ ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งเกาหลีใต้ มีการขึ้นคำเตือนและแนะนำช่องทางติดต่อหากเราต้องการความช่วยเหลือ เพราะมีเนื้อหาที่หนักเอาเรื่องจึงเหมาะแก่ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จุดที่ชอบมากคือ ทีมผู้สร้างและนักแสดงมักจะบอกว่าซีรีส์สร้างมาเพื่อจุดประสงค์อะไร เพื่อปลอบประโลมจิตใจและเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ท้อแท้ในชีวิตให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง และตลอดการดูซีรีส์เรารับรู้ได้ถึงเจตนารมณ์อันดีนี้ ความใส่ใจของพวกเขาที่ส่งมาถึงคนดู

    (ข้อความที่แสดงให้เห็นว่าซีรีส์มีเนื้อหาอย่างไรและช่องทางขอความช่วยเหลือจาก Netflix / ขอบคุณภาพจากบ้าน ROWOON Thailand)

    5. ดูง่าย ผูกเรื่องดี อัดแน่นไปด้วยประเด็นสังคมมากมาย

    แม้ว่าประเด็นหลักของเรื่องจะเป็นการฆ่าตัวตาย แต่ตัวซีรีส์กลับสอดแทรกรายละเอียดและประเด็นทางสังคมที่เกิดขึ้นจริงไว้ในแต่ละตอนเยอะมาก เช่น การบุลลี่, Victim Blaming, การล่วงละเมิดทางเพศ, ภาวะ PTSD, วิกฤต IMF, ทหารผ่านศึก หรือประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งสุดหดหู่ของเกาหลีอย่างเรื่องราวของหญิงบำเรอในช่วงถูกญี่ปุ่นปกครอง เป็นต้น แต่เรากลับไม่ได้รู้สึกถูกยัดเยียดเลยสักนิด การเล่าเรื่องสมูทมาก

    เคสบายเคสของ Tomorrow ถือว่าทำได้ดีมาก ๆ เพราะตัวละครหลักในแต่ละตอนไม่ใช่เหล่ายมทูตแต่เป็นเหยื่อที่ตกอยู่ในสภาวะนั้น ๆ ซะมากกว่า ส่วนตัวชอบความรู้สึกตอนได้ดูแต่ละตอนมาก เพราะเราไม่เคยรู้สึกอยากจะให้คูรยอน จุนอุง ผู้ช่วยอิม หรือหัวหน้าพัครีบออกมาไว ๆ เลย แต่เราอยากดูเรื่องราวของผู้คนในเคสนั้นไปเรื่อย ๆ อยากรู้ว่าสาเหตุที่พวกเขาตัดสินใจแบบนี้มันเพราะอะไร และจะก้าวผ่านไปได้ยังไง  พูดไปก็อาจจะไม่เข้าใจ! คุณต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ 


    อีกทั้งยังผูกปมตัวละครหลักกับการทำภารกิจแต่ละอันได้ดีอีกด้วย เช่น คูรยอนที่พูดเตือนสติหญิงสาวที่กำลังจะกรีดข้อมือตัวเองเพื่อจบชีวิตให้คิดได้ เพราะตัวเองเคยมีประสบการณ์มาก่อน หรือหัวหน้าพัคที่เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้มีทีมจัดการวิกฤตนี้ขึ้น !! เรียกว่าเป็นซีรีส์ที่แสดงถึงความเห็นอกเห็นใจอย่างแท้จริง

    เราจะสนุกไปกับการตามดูเรื่องราวที่ถูกหย่อนไว้และค่อย ๆ คลี่คลายทีละน้อย ที่มาที่ไปของตัวละครแต่ละตัว และความรู้สึกร่วมที่มีไปพร้อมกับตัวละคร ทุกอย่างมันครบรส เพอร์เฟค และกินใจสุด ๆ


    6. เห็นแบบนี้ก็มี EASTER EGG นะจ๊ะ

    จริง ๆ ข้อนี้ถ้าไม่สังเกตหรือไม่มีความรู้ในจุดนั้นจะไม่รู้เลยอ่ะ! แต่เพราะซีรีส์มันมีคอมมูนิตี้คนดูไงเราจึงได้เกร็ดเล็ก ๆ ตรงนี้มา นอกจาก Tomorrow จะใส่ใจตัวบทที่เขียนแล้วนั้น งานดีเทลต่าง ๆ ของเขาก็ดีมากเช่นกัน ตัวอย่างเช่น มุขเสื้อ AGUCCIM ที่ใส่มาในอีพีแรก


    โอเค! เราอาจจะรู้แหล่ะว่าล้อเลียนชื่อแบรนด์ Gucci แต่ใครจะรู้ว่าจริง ๆ มันออกเสียงคล้ายอาหารเกาหลีพื้นถิ่นที่ชื่อ "อากุชชิม / 아구찜" ชเวจุนอุงก็เหมือนปลามังค์ฟิชที่เป็นส่วนประกอบของเมนู ที่แรกเริ่มไม่รู้จะนำมาทำอะไรจนเอามาปรุงอาหารและได้เป็นเมนูอากุชชิม ซึ่งหมายถึงการได้มาเป็นยมทูตแบบงง ๆ ของจุนอุงแต่กลับช่วยให้ทีมทำภารกิจสำเร็จนั่นเอง

    ** ขอบคุณความรู้ดี ๆ จากคุณ worwhalepony ที่คอยเขียนเธรดดี ๆ เกี่ยวกับ Tomorrow ออกมาให้เราอ่านนะคะ ตามอ่านต่อที่เธรดค่ะ
    👉 Easter egg 'เสื้อ Aguccim'

    หรือจะเป็นคอสตูมของชเวจุนอุงที่เหมือนกับเจ้าคง และความคล้ายกันของเรื่องราวในตอน หรือดีเทลบนเก้าอี้ที่สื่อถึงความเป็น Spring ที่เหมือนกับชื่อตอน มันน่าคิดอยู่นะคะ 🤔

    (เรื่องราวของเจ้าคง, อีพี9)
    (Spring, อีพี13)

    7. เคมีนักแสดงดูดี สุดแสนจะคูล

    ใครไม่คูลแต่ทีมนี้คูลค่ะ! นำแสดงโดยคิมฮีซอน, โรอุน SF9, อีซูฮยอก, ยุนจีอน และคิมแฮซุก ไม่ต้องมีพระนางแต่ทุกคนก็เป็นตัวเอกของเรื่องได้ ทีมแคสตาถึงมาก เพราะนอกจากจะแคสออกมาได้เหมือนกับถอดมาจากเว็บตูนแล้วยังมีเคมีที่เข้ากันอีกต่างหาก


    ส่วนเรื่องฝีไม้ลายมือการแสดงไม่ต้องพูดถึง! ทุกคนทำหน้าที่เป็นตัวละครนั้น ๆ ได้ดีมากไม่ติดขัดอะไรเลยเพราะคุณภาพกันทุกคน อย่างโรอุนเรื่องนี้ก็เก่งขึ้นมาอีกเลเวลหนึ่ง ได้เห็นการแสดงที่หลากหลายขึ้น แถมความเท่ห์ของตัวละครมันก็มาจากแอคติ้งอ่ะโดยเฉพาะบทคูรยอนและหัวหน้าพัค ลองไปดูเองเถอะแล้วจะกรี๊ดเหมือนเรา!!!

    (Main Poster)

    8. โปรดักชั่นสุดปัง

    เคยได้ยินประโยคนี้ไหมคะ!  ค่ดูงานภาพ Tomorrow ก็คุ้มค่าแล้ว  งานโปรดักชั่นของเรื่องนี้ต้องยอมจริง ๆ ดูรู้เลยว่าเงินหนา เรียกกันขำ ๆ ว่า ซีรีส์งานรวย ทั้งมุมกล้องเอย การเกรดสีภาพเอย การคัทติ้ง และการบิ้วอัพต่าง ๆ ทำออกมาได้ดีมาก ๆ เพราะมีผู้กำกับถึง 2 คน คนหนึ่งดูแลเรื่องการถ่ายทอดอารมณ์ อีกคนดูแลเรื่องงานด้านเทคนิคพิเศษ* และตัว Opening title เปิดเรื่องก็ดีไซน์ออกมาได้แสนจะเท่ห์ อยากให้ชมกัน

    Opening title ' Tomorrow ' Designed by MBC motion team



    เบื้องหลังการบินโดรนในฉากเปิดเรื่องสุดตื่นตา


    * อ่านต่อที่ลิ้งค์เธรดจากบ้าน ROWOON THAILAND ด้านล่างสุดของบทความ

    9. เพลงประกอบสุดไพเราะ

    ซีรีส์ดีก็ต้องมีเพลงประกอบเพราะ ๆ ตามระเบียบ แถมความหมายแต่ละเพลงก็ดีมากซะด้วยนะ ตามไปฟังกันค่ะ

     พลลิสต์พลงประกอบซีรีส์ (ซับไทยเปิด CC) 


    10. ซีรีส์ที่ต้องดูสักครั้งก่อนตาย

    ใช่แล้ว! Tomorrow ควรค่าแก่การใส่ไว้ในลิสต์ซีรีส์หมวดเกิดมาต้องได้ดูสักครั้งในชีวิต เป็นซีรีส์เกรด A+++ ที่ผลิตออกมาให้เราดูไม่บ่อยนักหรอก ตัวพล็อตและเนื้อเรื่องก็ดี การดำเนินเรื่องลึกซึ้งกินใจ ครบรส แถมดูไม่ยากด้วย ได้ลองดูสักครั้งก็ไม่เสียหายอะไรนะว่าไหม 😄

    ถ้าคุณไม่อยู่ในสภาวะที่อ่อนไหวทางอารมณ์ เราก็อยากแนะนำให้คุณลองเปิดซีรีส์เรื่องนี้ดู
    ไม่แน่นะมันอาจเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเยียวยาจิตใจคุณก็ได้


    11. ความน่ารักของโรอุน

    ข้อนี้ขอแถม! หากใครที่เคยดูผลงานการแสดงของโรอุนมาบ้างแล้ว จะบอกว่าเรื่องนี้ก็ไม่ผิดหวังค่ะ ความน่ารักตะมุตะมิเต็มสิบไม่หักเลย เป็นศูนย์รวมความสดใสของซีรีส์เรื่องนี้ เพราะแบบนี้จึงได้มีตัวละครชเวจุนอุงเพื่อทำให้โทนเรื่องซอฟท์ลงนั่นเอง ใครดูโรอุนเรื่องนี้ก็คงอดเอ็นดูไม่ได้ อยากเห็นโรอุนทำตัวตะเร้กตะน้อยก็เปิด Netflix จิ้มดู Tomorrow เลยค่ะ

    (GIF credit by wise_sw0807)

    ขอบคุณทุกคนที่อ่านกันมาถึงตรงนี้นะคะ ที่เขียนมายาวเหยียดก็แค่อยากบอกว่า ดูเถอะ! Tomorrow มีดีกว่าที่คุณคิด เป็นซีรีส์น้ำดีอีก 1 เรื่องของปี 2022 ที่อยากแนะนำให้ลองดูกันจริง ๆ ค่ะ

     ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก 
    บ้าน ROWOON THAILAND
    คุณ worwhalepony

    ปล. หากข้อมูลผิดพลาดยังไงขออภัยด้วยนะคะ สามารถคอมเม้นต์บอกกันได้น้า แลกเปลี่ยนกัน ^^

    #ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ
    #ขอให้ทุกท่านสุขภาพร่างกายแข็งแรง สู้ ๆนะคะ ✌
    จาดูรีวิว

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in