เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ชีวิตคุณครูฝ่ายปกครองรุ่น Baby Boomer กับการดูแลนักเรียน Gen Zฟ้า นภา
ความยิ่งใหญ่อยู่ใกล้แค่คำว่า “ครอบครัว”

  • คุณเคยได้ยินประโยคที่ว่า “การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ล้วนมาจากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ” หรือไม่ เพราะพื้นฐานของสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากมายบนโลกใบนี้ ล้วนมีรากฐานมากจากการรวมกันของสิ่งเล็กๆ มากมาย จนสามารถก่อตัวและขยายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ได้ แล้วถ้าเราอยากเปลี่ยนโลกล่ะ ดาวเคราะห์ดวงใหญ่อันดับที่ 3 นับจากดวงอาทิตย์ ภายใต้ระบบสุริยะจักรวาล ดาวเคราะห์ดวงนี้ ดวงที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้ ดาวเคราะห์ดวงนี้ ดวงที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ถึง 1.7 ล้านชนิด ดวงที่มีประชากรมนุษย์กำเนิดอยู่มาถึง 8 พันล้านคนในปัจจุบัน ถ้าเราอยากเปลี่ยนแปลงโลกใบใหญ่ใบนี้ล่ะ เราจะต้องเริ่มจากสิ่งที่เล็กขนาดไหน แล้วสิ่งเล็กๆ นั้นคืออะไร เราลองมองไปที่จุดกำเนิดของเราทุกคนกันดีไหม จุดที่ทำให้เราได้เกิดมาเจอกับโลกใบใหญ่ใบนี้ 


  • “ครอบครัว” คำที่คุ้นเคยของทุกคนและยังเป็นจุดเริ่มต้นของเราทุกคน นี่รึเปล่าที่จะเป็นจุดเล็ก ๆ ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสุดยิ่งใหญ่ได้ เพราะเมื่อเราทบทวนความคิดกันดีแล้ว นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของหมู่มวลมนุษย์ทุกคน หาใช่อดัมและอีฟในความเชื่อกรีกโรมัน ตัวฉัน หญิงสาวในวัย 21 ปี ขอยืนยันด้วยความเชื่อของตนเองจากประสบการณ์ตามช่วงวัย ที่กำลังจะเริ่มก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ว่า ครอบครัวคือสิ่งเล็กๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงคนคนหนึ่ง ให้กลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ได้แน่นอน

  • มนุษย์เราทุกคนเกิดมาล้วนต้องเรียนรู้เพื่อมีชีวิตรอด ตามการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต และการเรียนรู้ย่อมมาจากทั้งตัวเราเองและตัวช่วยฝึกสอน ในยามแรกเกิดทารกตัวน้อยนิดทำสิ่งใดไม่เป็น เว้นแต่การร้องไห้เสียงดังสนั่น พ่อและแม่คือครูคนแรกของเราในการสอนสิ่งต่างๆ ในเราอยู่รอดได้อย่างคนปกติ พ่อและแม่นั้นเป็นผู้ฝึกสอนให้เราดื่มนมจากเต้าเป็น ผู้ฝึกสอนให้เราขับถ่ายได้ ผู้ฝึกสอนให้เราหัดตั้งไข่เดิน และอีกมากมายหลายอย่าง จนเมื่อเราเริ่มเติบโตมาโดยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แบบไม่ต้องพึ่งพาพวกเขาในหลายสิ่ง ทางเดินชีวิตต่างๆ เราสามารถเลือกและตัดสินใจเองได้ จากที่เมื่อก่อนพ่อและแม่ต้องคอยช่วยคิด ช่วยกำหนดให้ อยากจะลองเลือกซื้อขนมเองที่โรงอาหารในตอนพักเที่ยง อยากจะลองปั่นจักรยานด้วยตัวของตัวเอง อยากจะหยิบจับอะไรด้วยตัวเอง พวกเราทั้งหมดในช่วงวัยอนุบาล ล้วนได้ลองทำสิ่งต่างๆ พวกนี้เองโดยไม่ต้องพึ่งพ่อแม่หรือครอบครัวแล้ว ช่างน่าทึ่งและน่าตื่นเต้นจริงๆ การได้ลองทำอะไรด้วยตัวเอง ภูมิใจแปลกๆ เลยแหละ แม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เราในวัยอนุบาลนั้น รู้สึกตัวโตกว่าวัยไปเยอะเลย เมื่อได้ทำอะไรด้วยตัวเองแบบนี้

  • ถึงกระนั้น เด็กน้อยก็ยังไม่สามารถตัดสินอะไรเองได้หมดทุกอย่าง ในขณะที่ความสามารถพิเศษก็ค่อยๆ เริ่มผุดขึ้นมา บ้างคิดเลขเร็ว ตอบไวทันใจคุณครู บ้างรู้ศัพท์ภาษาต่างประเทศเยอะ ตอบอะไรก็ใช่ถูกไปหมด บ้างร้องเพลงเก่ง อัขคระชัดเจน หรือบ้างมีความติสท์ ศิลปะเป็นเลิศ โอ้โห เจ้าเด็กน้อยตัวเล็กแต่มากไปด้วยความสามารถ ถ้าเจ้าทั้งหลายมีโอกาสได้พัฒนาตนเอง คงจะเก่งระดับโลกเลยสินะ

  • “พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูอยากเรียนวาดรูป” น้ำเสียงสุดออดอ้อนแต่แฝงไปด้วยคามมั่นใจ นี่แหละคือสิ่งที่ฉันเก่งและทำได้ดี แต่ความเงียบกลับเข้าครอบงำ สีหน้าและแววตาของพ่อและแม่ที่ดูวิตกกังวล ไม่เป็นสีหน้าที่สู้ดีนัก เด็กหญิงยืนนิ่งพร้อมเลิกคิ้วขึ้นอย่างงุนงง ได้แต่คิดในใจว่าทำไมพ่อและแม่ถึงมีการตอบรับที่แน่นิ่งเช่นนี้ 

  • “ทำไมถึงอยากเรียนวาดรูปล่ะลูก พ่อกับแม่ว่ามันไม่เหมาะกับลูกหรอก พ่อกับแม่คุยกันว่าจะส่งหนูไปเรียนเสริมด้านคณิตศาสตร์นะ” ปิดจบความฝันและจินตนาการอันกว้างไกลของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เกิดมาก็รู้ตัวเพียงว่าการวาดรูปคือสิ่งที่ตนถนัดที่สุด แม้ว่าการเรียนเสริมด้านคณิตศาสตร์ก็เป็นสิ่งที่ดี ตนคงจะคิดเลขเร็วสุดๆ ไปเลย หากได้เรียนพิเศษเพิ่ม แต่แล้วทำไมล่ะ ทำไมกันฉันถึงไม่ได้เรียนเสริมด้านการวาดรูปที่ฉันชอบบ้าง มันต่างจากเรียนคณิตศาสตร์ตรงไหนนะ ทำไมครอบครัวถึงบอกว่ามันไม่เข้ากับเรา 

  • “พ่อคะ แม่คะ เข้าม.1 แล้วที่โรงเรียนมีวิชาชมรม คุณครูเขาให้เราเลือกเข้าชมรมที่สนใจ มีชมรมเยอะแยะไปหมด แต่หนูคิดไว้แล้วว่า หนูจะเลือกชมรมดนตรีค่ะ หนูอยากร้องเพลง! ” นิ่งอีกแล้ว สีหน้าของคนที่บ้านนิ่งอีกแล้ว 


    ใช้ได้ที่ไหน แล้วเข้าชมรมนี้มันจะช่วยส่งเสริมการเรียนแกยังไง ไม่มีพวกชมรมวิทยาศาสตร์หรอ ชีวะวิทยาอะไรพวกนั้น หมอเขาต้องเรียนกันนี่วิชาพวกนี้” ห้ะ! วิชาพวกนั้นฉันไม่ถนัดเอาซะเลย ทำไมแม่ถึงพูดขึ้นมาแบบนั้น แล้วชมรมดนตรีฉันล่ะ ฉันอยากเข้าสุดๆ ไปเลยนะ มันทั้งดูเท่ห์ มีเสน่ห์ คนคงกรี้ดเยอะน่าดูตอนเราได้ขึ้นโชว์ที่งานโรงเรียน แต่สำคัญที่สุดคือฉันชอบร้องเพลงต่างหากละ ถ้าไม่เข้าชมรมนี้แล้วจะให้ไปเข้าชมรมไหน การเลือกชมรมมันต้องขึ้นอยู่กับความชอบและสิ่งที่ถนัดไม่ใช่หรอกหรอ

  • “พ่อคะ แม่คะ เดือนหน้าจะแอดมิชชั่นแล้ว หนูรู้ว่าหนูเตรียมตัวอ่านหนังสืออย่างหนักเพื่อที่จะสอบเข้าคณะแพทย์ตามความต้องการของทุกคน แต่หนูก็อยากจะขอลองยื่นคณะนิเทศศาสตร์ คณะที่หนูสนใจด้วย พ่อกับแม่จะอนุญาตไหมคะ…” น้ำเสียงอืดยืดที่ฟังดูสั่นเครือนี้ กำลังร้องขอโอกาสสุดท้ายของตน ก่อนที่ตนจะไม่ได้ทำตามความฝันอีกต่อไป เพราะสายอาชีพที่กำลังจะเลือกเดิน ด่านสุดท้ายก่อนจะกลายเข้าวัยผู้ใหญ่เต็มตัว เพราะการเข้ามหาวิทยาลัยก็เหมือนด่านการเรียนรู้สำคัญหลักที่จะเป็นตัวกำหนดอนาคตเด็กคนหนึ่งไปตลอดการ แม้ว่าฉันจะพยายามอย่างหนักในการติวหนังสือเตรียมสอบหมอ และคิดว่าตนคงมีสิทธิ์ที่จะสอบติด เพราะเราพยายามอย่างหนักมากๆ เนื่องจากครอบครัวใฝ่ฝันให้ฉันเป็นหมอ ใฝ่ฝันให้ฉันสอบติด นี่แหละสิ่งที่จะเป็นหน้าเป็นให้กับครอบครัวเรา แต่แล้วถ้าฉันร้องขอโอกาสทำตามความฝันฉันครั้งสุดท้ายล่ะ มันจะเป็นเหมือนครั้งก่อน ๆ ตั้งแต่วัยอนุบาล มัธยมต้น และมัธยมปลายอีกไหม สีหน้านิ่งเฉย ไร้อารมณ์นี้ มันจะกลับมาเหมือนโดนเดจาวูอีกไหม เพียงครั้งสุดท้าย ครั้งสุดท้ายจริงๆ ฉันเพียงอยากจะลอง ลองทำในสิ่งที่ฉันรักสักครั้ง ก่อนที่ฉันอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต ครอบครัวของฉันจะตอบว่าอย่างไรนะ



  • เลือกเลยผู้ปกครองทั้งหลาย เชิญเลือกคำตอบที่ท่านต้องการ พออ่านมาถึงจุดนี้แล้ว ท่านอยากจะตอบสิ่งใดกันเล่า


    “ไม่” 

    “ได้”



  • จุดเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ กำลังจะเริ่มขึ้น ผ่านการยอมรับ แนะนำ และรับฟังจาก “ครอบครัว” หัวใจหลักของทุกสิ่ง หัวใจหลักของการผลิตเด็กชาย เด็กหญิง หรือเพศทางเลือกทั้งหลาย ออกสู่โลกใบใหญ่อย่างมีคุณภาพและความสุข สุขจากการได้ลองทำในสิ่งที่เขาเกิดมาแล้วอยากทำ ทำโดยไม่เดือดร้อนใคร ทำแล้วส่งเสริมเขา หาใช่ฝืนทำในสิ่งที่คุณอยากจะให้ทำ ฝืนจนใจเริ่มไม่ไหว เพราะหัวใจของเรายังไม่ได้แข็งแรงพอที่จะโดนทำร้ายจากคนในครอบครัว คนผู้สร้างและให้กำเนิดเรา 


  • ฉันหญิงสาววัย 21 เพียงอยากให้ผู้ปกครองทุกท่าน รับฟังและเข้าใจถึงความหลากหลายที่จะเกิดขึ้นต่อลูก ๆ ของท่านแต่ละบุคคล ผู้ที่ถูกเลือกโดยพระเจ้าแล้วว่า เด็กหญิงคนนี้ เกิดมาเพื่อมาเป็นหมอรักษาคน เด็กชายคนนี้ เกิดมาเพื่อเปล่งเสียงร้องที่ไพเราะให้แก่ค่ายเพลงดังค่ายเพลงหนึ่ง เด็กคนนี้เก่งนักด้านเย็บปักถักร้อย จงเกิดมาเป็นดีไซเนอร์ซะเถิด เพราะเราทุกคนล้วนมีความสามารถเฉพาะตัว ท่านผู้ปกครองทั้งหลายได้โปรดเข้าใจในจุดนี้ มองเข้าไปในตัวท่านว่าท่าน ท่านคงจะมีความสามารถอะไรซักอย่างติดตัวแน่ๆ ที่ท่านนั้นทำได้ดี เช่นกัน ท่านลองมองเข้าไปในตัวลูกๆ ท่านเห็นความสามารถอะไรในลูกของท่าน ท่านจะยังอยากฝืนให้เขาทำในสิ่งที่เขาไม่ได้ชอบหรือไม่ หรือจะเลือกส่งเสริมให้สิ่งที่เขาทำได้ดีแล้ว ดียิ่งขึ้นกว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับท่านทุกคน ทุกอย่างเริ่มต้นได้จากจุดเล็กๆ ที่เรียกว่า “ครอบครัว”

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in