เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ชีวิตคุณครูฝ่ายปกครองรุ่น Baby Boomer กับการดูแลนักเรียน Gen Z ฟ้า นภา

คุณครูสายพิณ สิทธิผล (คุณครูอ้อย แห่งกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน) “ครู” บุคคลผู้เดินทางในสายงานที่ถูกเรียกว่า “เรือจ้าง” ผู้มีหน้าที่ประสานความรู้ และคอยส่งทางนักเรียนทุกคนให้ถึงฝังฝันที่ตั้งใจ อาชีพที่ถูกมองว่ามีความน่าเคารพและนับถือ เพราะเป็นอาชีพที่มีแต่ให้ ให้ความรู้ ให้ประสบการณ์ ให้มารยาท ไปจนถึงการให้ระเบียบวินัย แต่การให้ทั้งหมดนี้ นักเรียนแต่ละคนไม่สามารถถูกรับเอาไว้อย่างเต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ็น แม้คุณครูจะให้ไปเกินร้อยก็ตาม การที่นักเรียนแต่ละคนต่างพ่อ ต่างแม่ ต่างพื้นที่มาอยู่ร่วมกันในสถานที่ที่ถูกเรียกว่า “บ้านหลังที่สอง” หรือ “โรงเรียน” นั่นเอง จึงทำให้จำเป็นที่จะต้องมีกฎกติกาต่างๆเกิดขึ้น เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับสิ่งที่คุณครูต้องการที่จะส่งให้ และเพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในโรงเรียน และการที่สังคมเรานั้นมีกฎกติกา ก็ย่อมต้องมีคนดูแลและควบคุมสิ่งนั้น โรงเรียนจึงจำเป็นต้องมี “คุณครูฝ่ายปกครอง” ขึ้นมาดูแลในส่วนนี้ “คุณครูฝ่ายปกครอง” สรรพนามยอดฮิตที่สื่อถึงความโหด ดุ และน่ากลัวสำหรับเด็กนักเรียนทุกคน เมื่อเอ่ยถึงสรรพนามนี้ นักเรียนหลายคนก็ต้องเกิดอาการหนาวสั่นแบบบอกไม่ถูก หากกำลังทำสิ่งที่ผิดกฎของโรงเรียนอยู่ ไม่ว่าใครที่เดินเล่นเอ้อระเหย ลอยชายอยู่ตามสถานที่ต่างๆของโรงเรียน หากได้ยินเสียงของคุณครูฝ่ายปกครอง ก็เป็นอันต้องรีบวิ่งขึ้นห้องเรียนเป็นแน่แท้ “คุณครู สายพิณ สิทธิผล” หรือชื่อเล่น “คุณครูอ้อย” คุณครูปกครองหญิงใกล้เกษียณ Baby Boomer Generation ผู้ที่สุดเนี๊ยบและสุดโหดของนักเรียนโรงเรียนสารคามพิทยาคม ก็เป็นหนึ่งในคุณครูที่แค่เด็กๆได้ยินเสียงก็ต้องกลัวหัวหดแล้ว ด้วยความที่ภาพลักษณ์ภายนอกของคุณครูสายพิณที่ดูโหด เสียงดัง และเด็ดขาดจึงทำให้คุณครูสายพิณติดอยู่ในอันดับแทบจะสูงสุดที่เด็กนักเรียนกลัวกันเลยทีเดียว ชีวิตก่อนการเข้ามาเป็นคุณครู (ฝ่ายปกครอง) คุณครูสายพิณเริ่มต้นการทำงานที่โรงเรียนไตรคามวิทยา จังหวัดขอนแก่น โดยเริ่มจากการเป็นคุณครูดูแลฝ่ายการเงิน เนื่องจากจบเศรษฐศาสตร์การเงินมา จึงเลือกลงตำแหน่งนี้ จากนั้นก็ได้ย้ายมาลงที่โรงเรียนท่าขอนยางพิทยาคม จังหวัดมหาสารคาม และยังคงทำงานตำแหน่งการเงินเช่นเดิม แต่ทำไปได้ซักพักก็ได้เปลี่ยนจากงานฝ่ายการเงินไปทำงานฝ่ายวิชาการ ด้านงานวัดผลโรงเรียน และได้รับตำแหน่งหัวหน้างานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คุณครูสายพิณทำงานในตำแหน่งนี้มาครบ 2 ปี ก็ได้ค้นพบว่างานนี้ไม่ใช่ตัวเอง เนื่องด้วยงานวิชาการคืองานที่ถูกวางระบบไว้อย่างเป็นระเบียบแบบแผน ทุกอย่างถูกฟิกซ์ไว้หมดแล้ว ค่อนข้างจะมีความน่าเบื่อในเนื้องาน คุณครูสายพิณจึงตัดสินใจผันตัวลงมาเป็นคุณครูฝ่ายปกครอง และได้ดำรงตำแหน่งนั้นมา 4 ปี จนกระทั่งถึงคราวเปลี่ยนถ่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะสำนักงานผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ คุณครูมีสิทธิที่จะได้เลือกไปทำในตำแหน่งนี้ แต่คุณครูเลือกที่จะมาลงเป็นคุณครูที่โรงเรียนสารคามพิทยาคม ตำแหน่งการเป็นคุณครูฝ่ายปกครองสุดเนี๊ยบที่เด็กๆต้องยอมก็ได้เริ่มขึ้น คุณครูสายพิณเริ่มเป็นคุณครูฝ่ายปกครองที่นี่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบันก็เป็นตัวเลขกว่า 15 ปีแล้ว หากนับรวมถึงที่โรงเรียนเก่าก็ถือว่าดำรงตำแหน่งคุณครูฝ่ายปกครองมาเกือบ 20 ปี งานที่หนักขึ้นจากการที่นักเรียนถูกสื่อครอบงำ ปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้เลยว่า คนเราติดโซเชียลกันหนักมากจริงๆ และเด็กๆมัธยมในปัจจุบันแทบจะมีโทรศัพท์กันเกือบ 100 เปอร์เซ็น ความสนใจในสื่อโซเชียลจึงมีมากขึ้น ทำให้ความใส่ใจในการเรียนลดลง นักเรียนไม่โฟกัสหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ จึงเป็นโจทย์ยากของคุณครู และยิ่งด้วยการที่เด็กนักเรียนถูกสตาฟให้เรียนอยู่ที่บ้านนานกว่า 2 ปี เพราะโรคระบาดไวรัสโควิดนั้น ยิ่งเป็นสิ่งที่ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการที่นักเรียน Pass ชั้นเรียน ก้าวกระโดดขึ้นมาเรียนจากมัธยมปีที่ 4 เป็นมัธยมปีที่ 6 เด็กขาดการอบรมจากโรงเรียน และคุณครู ผู้ปกครองในบางครอบครัวก็ไม่สะดวกสอน จึงทำให้เด็กมีนิสัยก้าวร้าว สมาธิสั้นขึ้น ไม่โฟกัสการเรียน สนใจเล่นโทรศัพท์ ไม่คำนึงถึงการมาเรียนหนังสือ คุณครูจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อที่จะดึงเด็กกลับเข้ามาในระบบที่ควรจะเป็นให้ได้ นั้นคืองานของคุณครู คุณครูสายพิณบอก โต๊ะทำงานที่ไม่ค่อยได้นั่งติดโต๊ะ เพราะต้องคอยเดินตรวจตราโรงเรียนตลอด ยุคสมัยเปลี่ยน Gen เปลี่ยน การดูแลเปลี่ยน ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปมากจากแต่ก่อน ความสำคัญในเรื่องของสิทธิเสรีภาพในการพูด การแสดงความคิดเห็นที่มากขึ้น ทำให้นักเรียนกล้าแสดงความคิดเห็นหลายๆเรื่องในโรงเรียนมากขึ้น คุณครูสายพิณยอมรับในสิทธิของเด็กแต่ละคน แต่อยากให้นักเรียนยอมรับในสิทธิของคุณครูด้วย คุณครูสายพิณกล่าวถึงปัญหายอดฮิตที่เด็กๆยุคใหม่ๆ ที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลง นั้นก็คือ เรื่องทรงผม คุณครูสายพิณเติบโตมาในยุคที่การตัดผมสั้นขณะเรียน คือเรื่องปกติ เพราะโรงเรียนต้องการให้เด็กสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นตัว หากไปเล่นสกปรกมาก็จะไม่เลอะมาก และคุณครูยังคงยืนยันในความหวังดีของกฎระเบียบโรงเรียนว่า การตัดผมให้มีความยาวตามระเบียบที่โรงเรียนกำหนดก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรจะเป็น ด้วยความที่คุณครูสายพิณเป็นคุณครูรุ่น Baby Bloomerm จึงทำให้ยังติดความโบราณในระบบอยู่ คุณครูสายพิณมองว่าการก้าวเข้ามาสู่รั้วโรงเรียน สถานที่ที่มีคนอยู่มากมาย การเคารพกฎเป็นสิ่งจำเป็น และกฎของโรงเรียนก็คือกฎของโรงเรียน นักเรียนควรปฏิบัติตามเพื่อฝึกตนเอง การมาโรงเรียนก็เหมือนมาฝกวินัย ไม่ใช่แค่มาเรียน ดังนั้นถือว่าเป็นการปรับกันคนละครึ่งทาง ระหว่างนักเรียนและคุณครู หากนักเรียนยังต้องการเปลี่ยนกฎหมายใดๆตามความคิดและสิทธิของนักเรียนเอง คุณครูก็ไม่ใช่ไม่ยอมรับในสิทธิของนักเรียน แต่จะเป็นการปรับเปลี่ยนกฎเท่าที่ทำได้ หยวนเท่าที่หยวนได้ แต่ไม่หยวนจนทุกอย่างหย่อนเกินไป ไม่อย่างนั้นระเบียบของสถานที่ฝึกอบรมแห่งนี้จะต้องล้มไป สุขที่ได้ทำ สุขที่ไม่หวังผลตอบแทน สุขที่เห็นเธอเปลี่ยนแปลง “คุณครูทุกคนคือคุณครูปกครอง ไม่ใช่แค่คุณครูในห้องปกครอง คุณครูทุกคนต้องทำหน้าที่เป็นคุณครูปกครองดูแลเด็กทุกคน ” คุณครูสายพิณกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น และสีหน้าที่จริงจัง การเป็นครูไม่ว่าจะทำหน้าที่ตำแหน่งอะไร หรือสอนวิชาอะไรก็จะต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นครู ต้องคอยดูแลและปกครองเด็กๆให้อยู่ในระเบียบวินัย งานปกครองคืองานที่ทำวันต่อวันแล้วจบไป คุณครูสายพิณเจอเด็กหลากหลายประเภทในห้องปกครอง ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่โดดเรียน แอบสูบบุหรี่ในโรงเรียน ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ชู้สาวภายในโรงเรียน หรือทะเลาะวิวาท การที่คุณครูสามารถทำให้นักเรียนคิดได้ สามารถดึงเด็กที่หลงทางทั้งหลายกลับมาดำเนินชีวิตและเรียนต่อได้ นั่นคือ ความสุขของคุณครูสายพิณ…