เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
My First StoryFayathi Sorap
ควันหลง ๕ ธันวา กับกลอนของข้าพเจ้า


  •      ๔ ธันวาคม ๒๕๖๔ ช่วงพลบค่ำ

         เรานั่งอยู่บนเตียง มีแท็บเล็ตอยู่บนตัก กำลังพยายามแต่งกลอนเนื่องในวันพ่อปีนี้ ให้แก่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ แล้วเราก็จดกลอนที่คิดได้ลงแท็บเลต โดยขึ้นต้นว่า

                                                                          ลืมได้...อย่างไร
                                                        กับห้าปี ที่ผ่านไป ไม่หวนกลับ
                                                        กับห้าปี ที่ในหลวง ทรงล่วงลับ
                                                        เสด็จกลับ ประทับฟ้า นภาลัย 

         แล้วเราก็แต่งไปเรื่อยๆ ตอนแรกกะว่าจะให้จบภายในสี่บท ปรากฏว่า บทที่ห้าผ่านไป เนื้อความที่ตั้งใจ ก็ยังใส่ไม่หมด  
         จนเข้าสู่บทที่หก แต่งไปได้สองบาท แล้วก็ตัน ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อดี (นี่ไม่นับว่าเขียน ลบ เขียน ลบ อยู่สองสามรอบนะ)
         แล้วเราก็ค้างกลอนไว้ตรงนั้น ให้ตายสิ ยิ่งแก่หัวยิ่งตื้อ

         พรุ่งนี้คงไม่มีกลอนลงเฟสบุ๊คแล้วล่ะ



         ๕ ธันวาคม ๒๕๖๔  ช่วงเช้า

         ไถเฟสบุ๊คดูความเป็นไปของโลก เห็นเพจของหลายท่านที่กดติดตาม ต่างนำกลอนที่แต่งให้ในหลวงรัชกาลที่ ๙ มาลงในเพจของตนเอง 
         เราก็อยากลงกลอนด้วย!!!

         แล้วเราก็คิดถึงกลอนเก่า กลอนที่เป็น "สารตั้งต้น" ของเรา ที่แต่งไว้ตั้งแต่สมัยม.๖ นั้น จึงคิดว่า เอาล่ะ ในเมื่อกลอนใหม่ไม่เสร็จ งั้นเอาของเก่ามาลงก็ได้ แล้วเราก็จัดแจงเขียนกลอนลงไป บทแรกปรับคำเล็กน้อยให้คล้ายฉบับที่ลงหนังสือ ส่วนบทที่สอง ก็แต่งเพิ่มเข้าไปให้เข้ากับยุคปัจจุบัน 
         และนี่ คือกลอนที่เราโพสต์ลงเฟสบุ๊คของตัวเอง


                                                            น้ำพระทัยรินไหลไปทั่วหล้า 
                                                     ทั่วดินฟ้าร่มเย็นเป็นสุขขี
                                                     บำบัดทุกข์บำรุงสุขทุกชีวี
                                                     พระบารมีล้นเกล้าเหล่าชาวไทย
                                                           ห้าธันวาประชาไทยใจคิดถึง
                                                     ฝากคำนึงถึงสวรรค์อันกว้างใหญ่
                                                     ว่าพระองค์ผู้ทรงฤทธิไกร
                                                     ยังสถิตย์ในจิตใจไทยนิรันดร์ 

         สวยงามมมม (ช่วยอดทนกับความหลงในงานตัวเองของเรานิดนึงนะ//ยกมือไหว้)
         แต่งเสร็จแล้วก็ เอ๊ออ นั่งเครียดอยู่ตั้งนาน เอาของเก่ามาเล่าใหม่ก็ได้นี่นา 

         บอกตามตรง เราก็ไม่ได้ชอบกลอนนี้ 100% หรอก โดยเฉพาะบาทที่สองของบทที่สองที่ว่า "ฝากคำนึงถึงสวรรค์อันกว้างใหญ่" เราว่ามันทะแม่งๆ แต่ ณ ขณะนั้น ณ ตำแหน่งนั้น ด้วยเงื่อนไขว่า ความหมายต้องได้ และต้องสัมผัสกันหมด (คือเราเป็นโรคจิต กลอนเราต้องมีสัมผัสทุกระยะ เว้นแต่แต่งยังไงก็ไม่ได้จริงๆไรงี้) คือมันก็..ได้แค่นี้ จริงๆ
         จะว่าไป กลอนเราก็ไม่ได้สัมผัสกันหมดทุกจุด เพราะมีบางช่วงที่คงของเดิม ที่แต่งไว้สมัยเด็กๆ แต่เอ บาทรองสุดท้ายนี่ ถ้าแก้เป็น "ว่าพระองค์ ผู้ทรงสิทธิ ฤทธิไกร" มันจะเพราะกว่านะ เพราะมันสัมผัสกันหมด ว่าแต่ ถ้าแก้แบบนั้น ความหมายมันมีไหม และมันจะถูกต้องตามหลักภาษามั้ยเนี่ย?? (เห็นความเยอะของเราหรือยัง) 
         แต่พอมองภาพรวม มองความหมายโดยรวม เราว่ากลอนนี้ก็โอเคนะ 

         อย่างน้อยเราก็มีกลอนลงเฟสบุ๊คละ แม้จะมีคนมากดถูกใจเพียงคนเดียวก็เถอะ :) 



         เคยคุยกับเพื่อนที่เคยอ่านกลอนของเรา เธอบอกว่า

    เธอ : ดีนะ ที่แกแต่งกลอนได้ 
    เรา : ความสามารถในการทำขนมของแกก็ดีนะ กินได้ ขายได้
    เธอ : ขนมกินเดี๋ยวเดียวก็หมดแล้ว กลอนแกดิอยู่ได้นาน 
    เรา : แต่มันไม่ได้รับความนิยมเท่าขนมแกมั้ยอ่ะ

         ดูเหมือนการเถียงกันว่า ความสามารถใครดีกว่ากัน จะยังไม่ได้ข้อสรุป

         
         แต่ในวันนี้ พอมองย้อนกลับไปในสิ่งที่คุยกัน และมองกลับมายังผลงานในมือ เราว่า การที่เราแต่งกลอนไว้สักชุดหนึ่ง แล้วเราสามารถนำกลอนเก่าๆของตัวเอง มาปรับโน่น เปลี่ยนนี่ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ในช่วงเวลาต่างๆได้ มันก็เป็นอะไรที่ดี เหมือนกับเรามีวัตถุดิบสักอย่างที่สามารถนำมาใช้ได้ตลอดชีวิต

         และมันก็ดีต่อใจ มากจริงๆ 


         สุขสันต์วันพ่อย้อนหลังนะคะทุกคน :D 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in