เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
POPROCK ON BOOKPOPROCK
悪人 คนเลว by Shuichi Yoshida
  • repost
    06.08.2013






    ตอนนั้นราวๆ ตี 2

     

    ฉันกำลังจะเข้านอน

    ขณะที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำก็เดินไปหาหนังสือในตู้อ่าน

    ตามความเคยชินทุกครั้งเวลาเข้าห้องน้ำจะต้องอ่านหนังสือ

    จำได้ว่ามีหนังสือเล่มหนึ่งที่ซื้อมาสักพักแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านสักที

    เลยหยิบมันไปอ่านเล่นฆ่าเวลาในห้องน้ำเสียเลย

     

     

    ใช้เวลาทำธุระในห้องน้ำไม่นานพอกลับมาที่เตียงเลยอ่านบรรทัดต่อๆมาจากที่อ่านค้างไว้

    ทีแรกก็แค่จะอ่านว่าเมื่อไหร่จะไปถึงเนื้อเรื่องที่เกริ่นไว้ที่หลังปกเสียที

    คำนำ บอกว่านี่เป็นเรื่องราวที่ไม่ได้เฉลยปมสุดช็อคตอนท้ายแต่เรื่องราวถูกเฉลยอยู่ในทุกบรรทัด

    อ่านไปเรื่อยๆ ..

    จนกระทั่ง

     

    รู้ตัวอีกที

    .. ก็เช้าเสียแล้ว

     

    แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาโดยอัติโนมัติเมื่ออ่านบรรทัดสุดท้ายจบ

     

    มันไม่ใช่เรื่องรักหวานซึ้ง หรือโศกนาฏกรรมสุดรันทด

    แต่เป็นเรื่องของ

     

    "คนเลว"

     

     

    (ใช่ไหม ... ฉันหวังว่าเธอจะเป็นคนเลว ...)

     

     



     


     


     

    นานมากแล้วจริงๆที่ไม่ได้อ่านหนังสือรวดเดียวจบแบบนี้

    ตอนอ่านคำนำ เขาบอกว่า ชูอิจิ โยชิดะจะทรมานและเปิดเปลือยจิตใจมนุษย์อย่างทารุณ

    พออ่านจบฉันก็คิดว่านี่ไม่ใช่หนังสือประเภทที่ฉันอ่านบ่อยๆนัก

    เรื่องที่แฝงแง่คิด หรือเปิดเปลือยจิตใจมนุษย์อะไรทำนองนี้

     

    แต่เพราะหนังสือโกหกเราด้วยการเล่าเรื่องแบบนวนิยาย ทำให้ฉันหลงอ่านอย่างเพลิดเพลิน

    หรือ อันที่จริงฉันเองก็ถูกโฉลกกับพระเอกเลวๆอยู่แล้ว

    ตอนอ่านฉันหวังว่าพระเอกจะไม่ใช่คนเลวจริงๆ

    จะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด

    แต่สุดท้ายมันก็เป็นแบบที่เรื่องย่อว่าไว้

    พระเอกเป็นคนเลวจริงๆ

     

     

    อืม ..

    แล้วคุณนิยามความเลวไว้ว่าอย่างไรล่ะ? ..

     

     

    ตอนอ่านจบ ฉันนั่งคิดว่า ..

    เราต้องทำความผิดแบบไหนสังคมถึงตราหน้าว่าเราเป็นคนเลว

     

    เรามีพฤติกรรมทางเพศวิปริต

    เราชอบมีสัมพันธ์กับหญิงบริการ

    เราเหงาโดดเดี่ยวถึงต้องใช้โปรแกรมหาคู่เพื่อหาคนคุยด้วย

    เราชอบใช้ชีวิตแบบไร้แก่นสาร

    เราเสพย์ยา

    เราคิดร้าย อิจฉา ริษยา

    เราหน้าไหว้หลังหลอก

    เราทอดทิ้งพ่อแม่

     

    หรือ เราฆ่าใครสักคนตาย

     

     

    การฆ่าใครสักคนตายเป็นความผิด ใช่ไหม ..

    เพราะฉะนั้นคนที่ทำแบบนั้นจึงเป็นคนเลวใช่ไหม ..

     

     

    "คนเลว ใช่ไหม .. ใช่ไหม .. ใช่ไหม"

    มีเรื่องย่อหลังปกที่บอกบทสรุปของเนื้อเรื่องไว้อยู่แล้ว





     

    ยูชิอิ ชิมิสึ เป็นคนเลวเขาฆ่าผู้หญิงคนหนึ่งที่เจอกันในเว็ปไซต์หาคู่ แล้วเอาศพไปโยนทิ้งไว้ในภูเขา

    มาโกเมะ มิสึโยะ เป็นหญิงสาวธรรมดาที่เจอกับ ชิมิสุในเว็ปไซต์หาคู่ แล้วต้องหนีคดีไปพร้อมกับเขาเธอก็แค่เหยื่อที่น่าสงสารอีกคน

     

    แม้เราจะรู้เรื่องนั้นดีอยู่แล้วแต่เราก็ยังอยากให้ เรื่องราว มันเฉลยแบบหักมุมในตอนจบ

    ว่าพระเอกของเราไม่ได้ฆ่าใครตาย หรือเป็นเรื่องเข้าใจผิดไปเองตั้งแต่ทีแรก

     

    "คนเลว" เล่าเรื่องผ่านตัวละครหลายตัวแบบละเอียดยิบไปถึงเรื่องวัยเด็กของแต่ละคน หรือการเติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบใดแบบที่อ่านไปทีแรกก็ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับพลอตเรื่องหลักเท่าไรนัก แต่ทุกๆคำพูดของทุกตัวละครกลับกลายเป็นเบาะแสที่ค่อยๆเฉลยเรื่องราวในที่สุด

     

    แม้ใจความหลักของเรื่องจะเป็นเรื่องการหนีคดีของฆาตกรคนหนึ่งก็ตามเราไม่ได้รู้จักกับ ชิมิสึขณะที่เขาหนี แต่เรารู้จักตัวตนจริงๆของเขามาตั้งแต่แรกเริ่มนี่ไม่ใช่นิยายแบบที่ว่า เรื่องราวจะเริ่มลึกซึ้งเมื่อพระเอกนางเอกออกตะลอนไปด้วยกัน แต่มันเป็นแค่เรื่องเศร้าของคนเลวๆหนึ่งคนที่ทำความผิด แล้วพยายามจะหนีง่ายๆธรรมดาๆแบบนั้นแหละ

     

     

    เบื้องหน้าการสารภาพหรือการจับกุมตัวฆาตกรหรือผู้ทำความผิด

    เราเชื่อสิ่งที่เขาพูดมากแค่ไหน หรือเชื่อเรื่องที่เขาเล่ามากแค่ไหน

    คนบางคนอาจทำดีมาทั้งชีวิต

    แต่ทำผิดพลาดเพียงครั้งหนึ่งกลับถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนเลวไปตลอดชีวิต

    ไม่มีความสงสารให้กับฆาตกร

    ไม่ว่า เขาจะทำไปเพราะอะไร

     

    หรือแม้แต่คนทำเลวที่ไม่เคยถูกจับได้แบบนั้น

    เรายังจะเรียกเขาว่าเป็นคนเลวอยู่หรือเปล่า

    ในเมื่อสังคมไม่เคยรู้ว่าเขาเป็นคนเลว

    แล้วคนเลวที่ถูกจับได้แต่ไม่มีโอกาสแก้ต่างให้ตัวเอง เพราะเขาตายไปแล้วล่ะ

    เราต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนเลวไปตลอดกาลใช่หรือไม่

     

     

    มีประโยคหนึ่งของชิมิสุที่มันช่างกระทบจิตใจเหลือเกิน คือ

     

    "เพราะเราเป็นเหยื่อทั้งคู่ไม่ได้"

     

    ชิมิสุมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่านะ..

    หรือเขามองโลกได้อย่างทะลุปรุโปร่งกันแน่...

     

     

     

     

     

     

    สร้างเป็นภาพยนตร์ไปเมื่อปี 2010 ฉบับหนังทำได้ดีพอๆกับฉบับหนังสือ

    รวบรวมดาราฝีมือดีไว้มากมาย ยิ่งดูยิ่งรู้สึกท้อแท้ใจ แต่ฉบับหนังเองก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่ไม่สามารถ

    ทำให้เรานั่งทบทวน หรืออึ้งงัน ได้เท่ากับที่ฉบับหนังสือเป็น

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in