วันที่ 1
กิ๊งก่อง..
เสียงออดดังขึ้นภายในห้องห้องกว้างซึ่งเจ้าของห้องนั้นยังคงซุกตัวอยู่ในก้อนผ้าห่มผืนหนาบนเตียงนุ่มอยู่ไม่ไหวติง ซึ่งทำเพียงขยับตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงก่อกวนดังเข้าโสตประสาท
"อือ..." มือขาวยกขึ้นขยี้เปลือกตาบอบบางเบาๆ ก่อนจะปรือตามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง กี่โมงแล้ว..
9.30 AM
กิ๊งก่อง...
"..." คิ้วเรียวเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่พอใจเล็กน้อยเนื่องจากโดนกวนเวลานอนในเช้าที่เขาเพิ่งจะได้นอนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมง แถมตัวการที่ทำให้ไม่ได้นอนก็ดันไม่อยู่เสียด้วย ไม่ว่าใครก็ตามที่มากวนใจในเวลานี้เขาก็ไม่อยากจะไว้หน้าทั้งนั้น
มือเรียวยกขึ้นขยี้หัวตัวเองที่ยุ่งไม่เป็นทรงให้ฟูชี้ไปมายิ่งกว่าเดิมอย่างระบายความหงุดหงิดเล็กๆ
กิ๊งก่อง...
"รู้แล้วน่า.. กดอยู่ได้" บ่นพึมพำกับตัวเองพลางลากสลิปเปอร์เดินออกไปนอกห้องนอน
ระหว่างทางก็เดินผ่านกระจกบานใหญ่ที่มีไว้สำหรับเช็กตัวเองรอบสุดท้ายก่อนจะออกไปข้างนอก เขาถึงได้พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย เจ้าตัวสบถเบาๆ เล็กน้อยแล้วเดินย้อนกลับไปทางห้องน้ำก่อนจะคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับไว้ลวกๆ
กิ๊งก่อง...
"ที่บ้านไม่มีกริ่งให้กดหรือไงวะ" พึมพำอีกครั้งด้วยความรำคาญใจ
แกร่ก!
มือขาวเอื้อมไปกระชากประตูเปิดด้วยอารมณ์คุกรุ่น ใครกันที่มากดกริ่งซ้ำๆ แต่เช้า!
"คุณสวี่เว่ยโจวหรือเปล่าครับ" น้ำเสียงสุภาพเจือความเกรงใจดังขึ้นทันทีที่ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับเผยให้เห็นชายหนุ่มแปลกหน้าร่างเล็กในยูนิฟอร์มแปลกตา
"...ครับ?" เจ้าของชื่ออย่างเว่ยโจวขานรับงงๆ แม้อารมณ์หงุดหงิดจะยังไม่จางหายไป แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่จะเหวี่งหรือวีนคนแปลกหน้าอยู่แล้ว จึงทำได้เพียงข่มอารมณ์เอาไว้แล้วบอกตัวเองว่าเรื่องแค่นี้นายไม่ควรจะไปหงุดหงิดให้เสียสุขภาพจิตนานนัก
ชายแปลกหน้าร่างเล็กยืนด้วยท่าทางแปลกๆ มือทั้งสองข้างไขว้ไว้ด้านหลังด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย เสื้อคลุมสีโอลด์โรสมีสัญลักษณ์อาร์ตๆ คล้ายดอกไม้และคำว่า Florista ปักไว้เหนืออกด้านซ้าย
ฟึ่บ
ช่อดอกคาร์เนชั่นขนาดพอเหมาะ ไม่เล็กจนน่าเกลีียดแล้วก็ไม่ได้ใหญ่จนน่าอายเกินไปหากผู้ชายตัวใหญ่ๆ ต้องเป็นผู้รับมันซึ่งตอนแรกถูกซ่อนไว้ด้านหลังชายแปลกหน้าร่างเล็กคนนี้ถูกส่งมาตรงหน้าเว่ยโจว พร้อมกับเสียงของอีกฝ่ายที่เอ่ยตามทันที "มีดอกไม้มาส่งถึงคุณครับ"
"หืม?" เว่ยโจวส่งเสียงด้วยความงุนงงอีกรอบก่อนจะรับดอกไม้ที่อีกฝ่ายส่งให้มาถือไว้ในมือ
มือขาวพลิกช่อดอกไม้ที่ถูกห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาลในมือเพื่อมองหาการ์ดหรือโน๊ตที่อาจจะมีแนบส่งมาด้วย แต่เขากลับไม่พบอะไรเลย นอกจากช่อดอกไม้ช่อนี้เท่านั้น
"เรียบร้อยนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน" คนส่งดอกไม้โค้งให้เล็กน้อยก่อนจะเตรียมหมุนตัวเดินกลับไป
"เดี๋ยวครับ" เว่ยโจวเอ่ยเรียกอีกฝ่ายไว้ก่อนจะถามต่อทันทีที่คนถูกเรียกหันมาตามเสียง "ไม่มีการ์ดหรือโน๊ตแนบมาด้วยเหรอครับ"
"ไม่มีครับ" ตอบคำถามด้วยรอยยิ้มก่อนจะส่งสายตาเป็นเชิงถามว่ามีอะไรอีกไหม เว่ยโจวเห็นก็ได้แต่ส่งยิ้มกลับแล้วก้มหัวให้เป็นเชิงขอบคุณ
ปัง
ร่างสูงเดินถือช่อดอกไม้เข้ามาในห้องพร้อมกับประตูที่ปิดลง พร้อมกับวางช่อดอกไม้ปริศนาลงบนโต๊ะหน้าโซฟา
"..." เว่ยโจวนั่งมองช่อดอกไม้ตรงหน้าอย่างครุ่นคิดเงียบๆ อยู่สักพักใหญ่ว่าใครเป็นคนส่งมาให้กันแน่
แต่เขาก็ไม่ได้ใช้เวลาหาคำตอบกับมันมากนัก เพราะหลังจากนั้นไม่นานฮ่าวเกอก็เข้ามาที่ห้องเพื่อรับเขาไปทำงานต่อเลยทันที เนื่องจากต้องไปทำงานหลายที่ และใช้เวลาแต่ละที่นานหลายชั่วโมง ทำให้เว่ยโจวเหนื่อยจนลืมนึกถึงดอกไม้ช่อนั้นอีกไปเลยทั้งวัน
กว่าจะกลับถึงห้องได้ก็เป็นเวลาของวันใหม่เข้าไปแล้ว เว่ยโจวทั้งง่วงและเหนื่อยจนแม้แต่น้ำยังไม่อยากจะอาบด้วยซ้ำ สุดท้ายช่อดอกไม้ปริศนาก็ถูกลืมไปอย่างไม่ต้องสงสัย
ในที่สุดค่ำคืนนี้ก็ผ่านไปอย่างเงียบสงบ จนกระทั่งเช้าของอีกวันมาถึง...
วันที่ 2
RRRRRRRRRRrrrrrrrrrr
"..." เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงร้องพร้อมกับแรงสั่นที่กระทบกับพื้นผิวของโต๊ะทำให้เสียงดังยิ่งกว่าปกติ
หมับ
มือเรียวคว้าโทรศัพท์มือถือที่ส่งเสียงน่ารำคาญมาดูหน้าจอก่อนจะเห็นชื่อคนโทรฯ เข้ามา
>หวงจิ่งอวี๋<
"โทรฯ มาทำไม" รับสายด้วยประโยคที่บ่งบอกความรำคาญเต็มที่
(ฮ่าๆๆ ยังไม่ตื่นอีกหรือไงไอ้ตัวแสบ) ปลายสายถามกลับด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดียิ่งทำให้เว่ยโจวรู้สึกเหมือนเส้นเลือดตรงขมับปูดโปนขึ้นมาด้วยความยั๊วะทันที กวนประสาทกันหรือไงวะ
"ยุ่งว่ะ" ใบหน้าหล่อเหลาที่ติดจะหวานเล็กน้อยแต่แสนจะดูดีแม้ทรงผมจะชี้ฟูจนดูไม่ได้ก็ตามพึมพำไปพลางหลับตาไปด้วยขณะที่ฟุบแก้มนุ่มลงบนหมอนอย่างคนไม่อยากตื่น
(ตื่นได้แล้ว ถึงฉันจะไม่อยู่นายก็ควรลุกมากินข้าวเช้าด้วยนะ) จิ่งอวี๋ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยผ่านเครื่องมือสื่อสารราคาแพง
"...อือ" ครางในลำคอตอบรับเบาๆ พลางพยายามจะลืมตาตื่นให้ได้ไปด้วย
(ว่าไง ลุกมาคุยกับฉันหน่อยสิโจวโจว) น้ำเสียงของปลายสายติดจะอ้อนเล็กน้อย
"รู้แล้วน่า.. อื้อออ" เว่ยโจวตอบขณะที่ยืดแขนบิดขี้เกียจจนเผลอส่งเสียงแห่งความสบายไปตามสายด้วย
(อย่ามาทำเสียงอีโรติคได้ไหม ฉันอยู่กองถ่ายนะตอนนี้) จิ่งอวี๋ทำเสียงขรึมตอบกลับ
"แล้วโทรฯ มาได้ไง ไม่มีถ่ายเหรอ" เว่ยโจวพูดบ้างพลางลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม
(ยังไม่มีซีนฉันอะ ...กุกกัก) จิ่งอวี๋ตอบพร้อมเสียงแปลกๆ บางอย่างที่ดังลอดมาด้วย
"งั้นก็ไปท่องบทสิ" เว่ยโจวขมวดคิ้วงงนิดหน่อยพลางคิดว่าอีกฝ่ายคงกำลังยุ่งอยู่ด้วยเพราะมันก็ยังเป็นเวลาทำงานนี่นะ
(จำได้หมดแล้ว... เปิดกล้องหน่อยอยากเห็น) จิ่งอวี๋พูดขึ้นขณะเดียวกันก็มีเสียงสัญญาณให้ได้ยินและแสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ทันทีว่าอีกฝ่ายกดส่งคำขอให้สนทนาแบบวิดิโอ
ติ๊ด
"อยู่ไหนทำไมเปิดกล้องได้อะ" เว่ยโจวกดตอบรับพลางส่องหน้าตัวเองกับจอโทรศัพท์ต่างกระจก
(เมื่อกี้ขึ้นมานั่งบนรถ.. โห นั่นหัวคนหรือรังนก) ทันทีที่เปิดกล้องก็เห็นอีกฝ่ายในชุดสูทลำลองนั่งอยู่บนรถประจำตำแหน่งของเจ้าตัวจริงๆ เว่ยโจวเบะปากเล็กน้อยเมื่อโดนแซวแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแค่เอียงหน้าไปมาคล้ายส่องกระจกอยู่แบบนั้น
(วันนี้ต้องออกไปทำงานกี่โมง) จิ่งอวี๋ถามขึ้นอีกรอบขณะที่ขยับตัวจนนั่งได้มุมที่ถนัดของตัวเองแล้ว
"มืดเลย" เว่ยโจวนั่งพิงกับหัวเตียงมองคนรักผ่านหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะตอบเงียบๆ
(เป็นอะไรไปล่ะ ฉันไม่อยู่หลายวันนี่อย่าแอบไปมีกิ๊กนะเข้าใจไหม) จิ่งอวี๋หรี่ตามองคล้ายกับจับผิด
"หึ.. ก็ไม่แน่ล่ะนะ" เว่ยโจวยักไหล่แล้วแลบลิ้นทำหน้ากวนกลับไป
(กลับไปโดนแน่) จิ่งอวี๋ทำท่าชี้หน้าคาดโทษอย่างเคร่งขรึม ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาจนเห็นเขี้ยว
กิ๊งก่อง...
เว่ยโจวเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยก่อนจะหันไปมองยังทิศทางของประตูบานใหญ่ที่อยู่นอกห้องนอนอีกที
(อะไร.. ใครมา ไหนบอกว่ามีงานตอนมืด) จิ่งอวี๋ถามขึ้นแทบจะในทันทีที่เสียงกริ่งดังอย่างสงสัยไม่ต่างกัน
"ไม่รู้ งั้นแค่นี้นะ รีบๆ ไปทำงานแล้ว... แล้วก็รีบกลับมาด้วย" เว่ยโจวตอบรัวเร็วก่อนจะรีบตัดสายทันที และเดินไปเช็กสภาพความเรียบร้อยของตัวเองในห้องน้ำเล็กน้อยแล้วเดินออกไปเพื่อเปิดประตูรับแขก
"หืม?" เขาส่งเสียงด้วยความงุนงงอีกรอบเมื่อเปิดประตูออกมาก็เจอกับช่อดอกกุหลาบสีแดงโผล่มาตรงหน้าแทนที่จะเป็นคน เขาจึงรับมันมาถือไว้ในมือและพบว่าคนนำมาให้ก็คือคนคนเดิมกับเมื่อวานนั่นเอง
"มีดอกไม้มาส่งถึงคุณสวี่เว่ยโจวครับ" ชายแปลกหน้าคนเดียวกับเมื่อวานเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
"ขอบคุณครับ" เว่ยโจวตอบกลับแล้วพลิกดูช่อดอกกุหลาบในมือเพื่อเช็กหาการ์ดหรือโน๊ตเช่นเดิม
"งั้นผมขอตัวนะครับ" คนส่งดอกไม้เอ่ยลาพลางโค้งให้ไปด้วย
"วันนี้ก็ไม่มีการ์ดเหรอครับ" เขาจึงถามขึ้นอีกรอบ
"ไม่มีครับ"
"..." เว่ยโจวพยักหน้ารับก่อนจะปิดประตูห้องลงแล้วเดินนำช่อดอกกุหลาบมาวางไว้ยังโต๊ะหน้าโซฟาเช่นเดิม
ซึ่งบนโต๊ะยังคงมีดอกคาร์เนชั่นช่อเมื่อวานวางอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ใครส่งมา...
"จิ่งอวี๋เหรอ.." เว่ยโจวพึมพำเบาๆ
วันที่ 3
10.11 AM
เว่ยโจวยืนดื่มนมอยู่ในห้องครัวพลางเหลือบมองเวลาบนนาฬิกาติดผนังไปด้วย
วันนี้จะเป็นดอกอะไรนะ..
กิ๊งก่อง...
"หึ.. มาแล้ว" เว่ยโจววางแก้วลงบนโต๊ะกินข้าวก่อนจะเดินไปเปิดประตูโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องรอนานเหมือนอย่างวันแรก
"คุณสวี่เว่ยโจว มีดอกไม้มาส่งถึงคุณครับ" คนส่งดอกไม้คนเดิมเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นดอกไม้มาตรงหน้า
ช่อดอกลิลลี่สีขาวแสนบริสุทธิ์... และเช่นเดิมไม่มีการ์ดหรือโน๊ตใดใดอีกตามเคย
"ขอบคุณครับ" เว่ยโจวตอบกลับพร้อมรอยยิ้มก่อนจะปิดประตูลงโดยไม่ถามถึงสิ่งที่มองหาเหมือนสองวันที่ผ่านมาแล้ว
ขายาวพาตัวเองมายังส่วนของห้องนั่งเล่นและวางมันลงข้างๆ ดอกไม้อีกสองช่อที่มาถึงก่อนแล้วบนโต๊ะหน้าโซฟา ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงด้วยท่าทางครุ่นคิด
เว่ยโจวค่อนข้างแน่ใจว่าเจ้าของดอกไม้ตรงหน้าเหล่านี้ต้องเป็นหวงจิ่งอวี๋แน่นอน เพียงแต่ว่าเขาก็ไม่อยากจะทำท่าดีใจหรืออะไรให้อีกฝ่ายรับรู้มากนัก เดี๋ยวจะได้ใจและหลงตัวเองไปกันใหญ่ อีกอย่างก็คือถ้าหากไม่ใช่จิ่งอวี๋เป็นคนให้แล้วถ้าเขาไปแสดงออกว่าดีใจที่ได้รับล่ะก็.. บ้านแตกแน่ๆ
ตุบ
แผ่นหลังบางทว่าเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเอนพิงพนักโซฟา แขนสองข้างถูกยกขึ้นมาเกาะเกี่ยวกันไว้ระดับอก ใบหน้าที่ดูดีเงยแหงนไปด้านหลังก่อนจะคิดทบทวนให้ดีอีกทีว่าเขาได้ไปเจอใคร หรือทำอะไรมาบ้างในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้
ก็ไม่มีอะไรผิดปกติสักหน่อย
วันที่ 4
วันนี้เว่ยโจวออกจากห้องเพื่อไปทำงานตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า ทำให้ไม่ได้รับดอกไม้ประจำวันด้วยตัวเอง
แต่เป็นการรับผ่านรีเซฟชั่นที่ล็อบบี้นั่นเอง
"ขอบคุณนะครับ" เขาเอ่ยบอกพนักงานที่ยื่นช่อดอกไม้ให้ผ่านเคาท์เตอร์ต้อนรับ
"ดอกไม้มาฝากส่งตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วค่ะ อาจจะไม่ค่อยสดเท่าไรนะคะ" พนักงานประจำเอ่ยขึ้น
"ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก" เว่ยโจวตอบก่อนจะเดินเลี่ยงมาทางลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้อง 2662 ของตัวเอง
หลังจากกดเลขชั้นในลิฟต์แล้วก็ได้แต่ก้มมองช่อดอกไม้ในมืออีกครั้งแล้วพลิกไปมาอย่างตรวจเช็กอย่างเช่นทุกครั้ง
ดอกลิลลี่สีชมพูงั้นเหรอ... หวานชะมัด การ์ดก็ไม่มีอีกแล้ว
เขาโยกช่อดอกไม้ในมือไปมาเบาๆ อย่างใช้ความคิดอีกรอบว่าเจ้าของช่อดอกไม้รายวันเหล่านี้ควรจะเป็นใครกัน ไม่ว่าคิดยังไงก็คิดไม่ออกนอกจากหวงจิ่งอวี๋เท่านั้น เพียงแต่ว่าหมอนั่นจะทำลับๆ ล่อๆ เก็บเป็นความลับไปทำไม
เว่ยโจวเม้มปากโดยไม่รู้ตัวยามใช้ความคิด
ติ๊ง
หน้าจอดิจิทัลภายในลิฟต์แสดงเลขว่าถึงชั้นที่เขาต้องลงแล้วจึงเดินออกมาทั้งยังครุ่นคิดเรื่องเดิมไปด้วย
แล้วดอกไม้ที่ได้รับวันนี้ก็เป็นช่อที่สี่บนโต๊ะหน้าโซฟาจนได้
วันที่ 5
กึก กึก กึก
ขายาวของเว่ยโจวก้าวเร็วๆ ไปยังลิฟต์ก่อนจะยืนรอสักพักพลางมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาที่สวมข้อมืออยู่ด้วย
9.54 AM
ฮ่าวเกอบ่นหุชาแน่ๆ...
ติ๊ง
เสียงสัญญาณดังขึ้นบ่งบอกว่าลิฟต์ได้เลื่อนขึ้นมาถึงชั้น 26 นี่แล้ว ไม่นานนักบานประตูก็เลื่อนออกจากกัน ซึ่งยังไม่ทันเลื่อนเปิดได้กว้างมากนักเว่ยโจวก็พุ่งตัวเข้าไปในลิฟต์ด้วยความเร่งรีบทันที
"อ้าว คุณสวี่เว่ยโจว" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นภายในลิฟต์ เจ้าของชื่อจึงหันไปมองก่อนจะแสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อยกลับไป
"กำลังจะออกไปข้างนอกเหรอครับ ผมเอาดอกไม้มาส่งพอดี" คนส่งดอกไม้แปลกหน้าที่เจอกันเข้าวันที่ห้าแล้วนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ให้ผู้รับทันที
"เอ่อ.. ใช่ครับ" เว่ยโจวรับดอกไม้มาถือในมือระหว่างที่อยู่ในลิฟต์ก็ก้มมองสำรวจอีกครั้งอย่างเคยชิน
"..." สิ้นเสียงเว่ยโจวที่รับดอกไม้ไปแล้ว ภายในลิฟต์ก็กลับมาเงียบสงบอีกคร้ง
"เขาฝากส่งอีกนานแค่ไหนครับคุณ" เว่ยโจวหันไปถามทำลายความเงียบในลิฟต์
"บอกไม่ได้ครับ เขาโทรฯ เข้ามาสั่งเป็นรายวันเลย" อีกฝ่ายก็ตอบอย่างมีมารยาท
ติ๊ง
"อืม ขอบคุณครับ" เว่ยโจวตอบกลับพร้อมกับเสียงลิฟต์ที่ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าลิฟต์ลงมาถึงชั้นที่เขาต้องการพอดี และทันทีที่เอ่ยจบ ขายาวก็ก้าวพาตัวเองเดินออกมาจากลิฟต์แล้วตรงดิ่งไปยังรถตู้คันใหญ่ที่จอดรออยู่อย่างรวดเร็ว
"ดอกไม้อะไรน่ะ" ฮ่าวเกอหรือหลี่ฮ่าวที่นั่งรออยู่บนรถเอ่ยถามขึ้นเมื่อเว่ยโจวเข้ามานั่งในรถเรียบร้อยแล้ว
"..." เว่ยโจวก้มมองดอกไม้ในมืออย่างพิจารณาอีกที ก่อนจะขมวดคิ้วงุนงง
"ดอกอะไรไม่รู้อะ"
"เฮ้อ... ไหนดู" หลี่ฮ่าวคว้าช่อดอกไม้ในมือเว่ยโจวไปช่วยดูอีกทีก่อนจะเอ่ยตอบ "เหมือนดอกเยอบีร่าเลยนะ"
"งั้นเหรอ..." เว่ยโจวกลอกตาคิดก่อนจะยักไหล่ด้วยท่าทางไม่รู้เรื่อง ดอกอะไร..ไม่รู้จัก
หลี่ฮ่าวเห็นท่าทางของเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ แล้วหยิบไปส่งให้ผู้ช่วยที่นั่งอยู่ทางด้านหลังช่วยหาที่วางเก็บไว้ให้
วันที่ 6
กิ๊งก่อง...
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้งเหมือนดั่งเช่นทุกวัน เว่ยโจวที่กำลังติดกระดุมกางเกงจึงได้แต่คว้าผ้าขนหนูแถวนั้นมาคลุมท่อนบนที่เปลือยเปล่าพลางเดินไปเปิดประตูอย่างลืมตัว
"ทำไมไม่แต่งตัวให้มันดีๆ" เสียงคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับแรงดันที่หน้าท้องก่อนที่อีกฝ่ายจะแทรกตัวเข้ามาในห้องทันที
"ฮ่าวเกอ? ไมมาเช้าขนาดนี้" เว่ยโจวหันมองตามคนที่ตัวเล็กกว่าตนเองก่อนจะปิดประตูแล้วเดินติดกระดุมกางเกงตามมายังห้องนั่งเล่น
"โจวโจว นี่มันดอกไม้อะไรเยอะแยะเต็มโต๊ะ" หลี่ฮ่าวตอบคำด้วยประโยคคำถาม
"เอ่อ..."
"แล้วยังนี่อีก" หลี่ฮ่าวชูช่อดอกไม้ของเมื่อวานที่เว่ยโจวได้รับระหว่างลงลิฟต์ขึ้นก่อนจะพูดต่อ "แล้วก็ยังจะมีนี่อีก" พร้อมกับชูช่อดอกไม้แปลกตาที่ดูสดใหม่กว่าอีกช่อขึ้นมาด้วย
"ดอกทานตะวันนั่นมาจากไหนน่ะฮ่าวเกอ" เว่ยโจวเอ่ยถามพลางเดินไปรับมาดูอย่างเช่นทุกครั้งที่ได้รับดอกไม้ช่อใหม่ ซึ่งถึงแม้จะไม่มีการ์ดหรือโน๊ดใดใด แต่เขาก็เหมือนจะมั่นใจขึ้นมากว่ามันเป็นของใคร
"เจออยู่หน้าห้องนายเมื่อกี้ ฉันเลยรับไว้แทน" หลี่ฮ่าวทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟามองด้วยสายตาจับผิด
"มองผมแบบนี้ทำไม" เว่ยโจวพูดพลางวางช่อดอกไม้ทั้งสองช่อลงบนโต๊ะหน้าโซฟาเรียงกันไว้
อีกช่อเดียวก็ครบสัปดาห์แล้วสินะ...
"ไปแต่งตัวได้แล้วปะ จะได้ไม่ต้องเร่งรีบตอนจะออกไป" หลี่ฮ่าวเอ่ยตัดบทพร้อมกับใช้สายตาบ่งบอกว่าให้เว่ยโจวไปแต่งตัวและจัดการตัวเองให้เรียบร้อยเสียที
"คร้าบๆ" รับคำพร้อมกับเดินเข้าไปจัดการตัวเองเพื่อให้พร้อมสำหรับการออกไปทำงานตามตารางของวันนี้เสียที
วันที่ 7
แกร่ก
ร่างสูงใหญ่ผู้เป็นเจ้าของห้องอีกคนหนึ่งเปิดประตูห้องเข้ามาเงียบๆ คล้ายกับต้องการเซอร์ไพรส์ แต่ทว่า..
"กลับมาแล้วเหรอ" เสียงทุ้มต่ำของคนรักอย่างเว่ยโจวที่นั่งดูการ์ตูนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นดันเอ่ยขึ้นเสียก่อน
"อ้อ.. อืม ทำไมวันนี้ตื่นเช้าล่ะ" จิ่งอวี๋เอ่ยถามกลับพลางมีท่าทางลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย มือข้างหนึ่งทำท่ายุกยิกคล้ายกับซ่อนอะไรไว้ข้างหลังอย่างมีพิรุธ และนั่นย่อมไม่รอดพ้นสายตาของเว่ยโจวไปได้เลย
"นี่มันจะเที่ยงแล้วไหม" เว่ยโจวแสร้งทำเป็นไม่เห็นก่อนจะหันไปดูการ์ตูนบนจอโทรทัศน์ต่อ
"..." จิ่งอวี๋ไม่ได้ตอบอะไรขณะเดินมาใกล้ๆ และสังเกตเห็นถึงกองช่อดอกไม้ที่วางเรียงกันถึงหกช่อบนโต๊ะหน้าโซฟา
"นี่มันอะไรน่ะโจวโจว?!" จิ่งอวี๋ถามเสียงดังพร้อมกับชี้ไปยังดอกไม้เหล่านั้น
เว่ยโจวเลื่อนสายตามองตามสิ่งที่จิ่งอวี๋พูดถึงก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปตอบคนยืนค้ำหัวอยู่ "ดอกไม้ไง"
"มาจากไหน" จิ่งอวี๋ถามเสียงเรียบ
"มีคนให้มา"
"ใคร" หรี่ตามอง
"ก็นายไง" เว่ยโจวตอบกลับสบายๆ
"เหอะ... มั่นใจเหลือเกินนะว่าเป็นฉัน ไม่ใช่ว่านายไปมีกิ๊กกั๊กคนอื่นหรือไง" จิ่งอวี๋เค่นเสียงขึ้นจมูกด้วยท่าทางไม่พอใจ
"แล้วไม่ใช่นายหรือไง" เว่ยโจวยังคงตอบด้วยท่าทางผ่อนคลายไม่ทุกข์ร้อน
"จะเป็นฉันได้ยังไง ฉันไปทำงานนะ" จิ่งอวี๋ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ บนโซฟาอย่างแรงบ่งบอกว่าไม่พอใจ แต่ก็ยังคงมีท่าทางประหลาดเช่นการทำเป็นเกาหลังไม่หยุดไปด้วยอยู่นั่นล่ะ เนียนตายล่ะ บื้อชะมัด
เว่ยโจวเงียบไม่ตอบแต่หันไปสบตาคนตัวใหญ่ที่แสร้งทำเป็นโมโหก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะเกยอยู่บนตักอีกคน
มือข้างหนึ่งวางแทรกลงบนโซฟาตรงช่องว่างระหว่างขาของอีกฝ่ายแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้จนใบหน้าแทบชิดกัน
อึก
จิ่งอวี๋ลอบกลืนน้ำลายทว่าคนที่ใกล้ชิดกันขนาดนี้มีหรือจะไม่ได้ยิน
"หึ... ไม่ใช่นายเลยมั้งจิ่งอวี๋" เว่ยโจวเลื่อนไปกระซิบข้างใบหูของคนรักพร้อมกับมือข้างที่ว่างนั้นก็เอื้อมไปหยิบช่อดอกไม้ที่อีกฝ่ายพยายามจะซ่อนไว้ด้วยท่าทางเกาหลังประหลาดๆ นั่นมาถือไว้ก่อนจะผละออกไปนั่งข้างๆ อย่างอารมณ์ดี
"โจวโจว!?" จิ่งอวี๋เอ่ยเสียงอ่อนอย่างเสียท่า หมดกัน... เซอร์ไพรส์ไหมล่ะจิ่งอวี๋เอ๊ย
"ว่าไง... งั้นนี่จะบอกว่าเจอคนส่งดอกไม้หน้าห้องก่อนเข้ามางั้นเหรอ" เว่ยโจวเอ่ยถามยิ้มๆ สายตาคู่สวยก็พิจารณาช่อดอกไม้ในมือไปด้วย แม้มันจะไม่ค่อยคุ้นเลยก็ตามว่าเป็นดอกอะไร
"เฮ้ออ... โอเค ฉันยอมนายล่ะ" จิ่งอวี๋เอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง
"ฮ่าๆๆ ยอมรับแล้วใช่ไหม" เว่ยโจวหัวเราะลั่นก่อนจะส่งนิ้วเรียวยาวไปเกาใต้คางอีกคนอย่างหยอกล้อ แล้วถามขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิมเล็กน้อย "บอกมาว่าทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร"
"..."
"เร็วๆ" เว่ยโจวพูดขึ้นอีกรอบแล้ววางช่อดอกสแตติสลงบนโต๊ะเป็นช่อสุดท้าย
"ก็..."
"..."
"นายรู้ไหมว่าดอกไม้น่ะมีความหมายนะ" จิ่งอวี๋เอ่ยขึ้นพลางขยับเข้ามาใกล้จนไหล่กว้างเลื่อนไปซ้อนอยู่ด้านหลังของเว่ยโจว
"ก็พอรู้นะ" เว่ยโจวเอ่ยตอบพร้อมกับเอนหลังพิงแผ่นอกหนาต่างพนักโซฟาตามแรงที่ท่อนแขนแข็งแกร่งเลื่อนมาโอบรอบเอว ตามด้วยใบหน้าหล่อเหลาแสนร้ายกาจของจิ่งอวี๋ที่เลื่อนยคางลงมาวางบนไหล่ของเว่ยโจวอีกที
"แล้วรู้ไหมว่าดอกไม้ที่ฉันส่งให้นายหมายความว่ายังไง" จิ่งอวี๋ถามพร้อมกับลูบไล้ข้อนิ้วสวยของเว่ยโจวซึ่งสวมแหวนเงินของเขาอยู่
"...ไม่" เว่ยโจวตอบอ้อมแอ้ม
"ดอกแรกหมายความว่านายคือที่รักของฉัน" กดจูบหัวไหล่ผ่านเนื้อผ้าเบาๆ
"..."
"...ตั้งแต่ฉันตกหลุมรักนาย" ไล้ปลายจมูกโด่งเป็นสันข้างลำคอขาว
"..."
"ฉันรู้สึกดีใจที่ได้อยู่ใกล้กับนาย..." กดจูบสันกรามช้าๆ
"..."
"นายช่วยเติมเต็มชีวิตของฉัน..." กระซิบข้างใบหูนุ่มนิ่ม
"..."
"นายคือแสงอาทิตย์แห่งชีวิตของฉัน..." ก่อนจะกดจูบเบาๆ บนติ่งหู
"..."
"ฉันรัก.. และมั่นคงกับนายเสมอ" เลื่อนใบหน้าฝังจมูกลงบนแก้มขาว
"..."
"และฉันหวังว่าความรู้สึกดีๆ เหล่านี้จะคงอยู่ตลอดไป..." และกระซิบแผ่วเบาลงบนมุมปากสวย
"อ...อือ" เว่ยโจวส่งเสียงในลำคอแผ่วเบา ใบหน้าขาวขึ้นสีระเรืออย่างปิดไม่มิด
"สุขสันต์วันครบรอบของเรานะโจวโจว" งับริมฝีปากอีกคนอย่างออดอ้อน
"...ร ...รู้แล้วน่.. อื้มม"
ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคสุดท้ายของคนน่ารัก ริมฝีปากอวบอิ่มก็ถูกปิดทันที
และแล้วเว่ยโจวก็ได้รู้จนได้ว่าจิ่งอวี๋ทำทั้งหมดไปเพื่ออะไร
FIN.
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in