เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
#อ่านจบแล้วMercuvellia
เล่มที่ 11 : ขุนทอง... เจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง โดย อัศศิริ ธรรมโชติ
  • อ่านจบแล้ว

    ขุนทอง... เจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง
    โดย อัศศิริ ธรรมโชติ

    สั้น กระชับ งดงาม และน่าเศร้า



    หนังสือเล่มนี้เราได้ซื้อมาคู่กับหนังสือ ‘ทะเลสาบน้ำตา’ ของคุณ วีรพร นิติประภา กะว่าจะเป็นเซ็ทซีไรท์ ที่เวลาอยากหาอะไรลึก ๆ อ่าน จะได้หยิบมาอ่าน แล้วก็ได้ฤกษ์อ่าน ‘ขุนทอง...เจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง’ ก่อนเล่มทะเลสาบน้ำตา วันนี้พึ่งได้อ่านจบก็พอจะรู้สึกคุกรุ่นด้วยอารมณ์ของอรรถรสเนื้อหาจาหนังสือ เลยตั้งใจว่าตอนนี้แหละต้องพูดอะไรเกี่ยวกับเล่มนี้

    ‘ขุนทอง... เจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง’ เป็นงานเขียนรวามเรื่องสั้นโดยคุณ อัศศิริ ธรรมโชติ ที่ได้รวบรวมเล่มนี้และใช่ชื่อเรื่องส้นเรื่องสุดท้ายในหนังสือมาตั้งเป็นชื่อหนังสือ 

    เรื่องสั้นแต่ละเรื่องที่อยู่ภายในอาจเคยได้รับการตีพิมพ์ในสื่ออื่น ๆ มาก่อนแล้วบ้าง ซึ่งก็เป็นปกติของบรรดาหนังสือรวมเรื่องสั้น เรื่องสั้นภายในหนังสือเล่มนี้โดยส่วนใหญ่จะบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครที่เป็นชาวบ้านปถุชนธรรมดา แต่แทบทุกตัวละครจะกอดรับปัญหาสังคม การเมือง บางอย่างเอาไว้ ความน่าสนใจและน่ายกย่องของหนังสือเล่มนี้เราจะขอยกสิ่งที่เห็นชัดเจนขึ้นมาสักสองหัวข้อที่จะกล่าวชม แม้ภายในเล่มนี้จะทำให้เรารู้สึกว่ามีอะไรที่น่าสนใจอีกมากมายที่อยู่ในนั้น เรากลัวคนอานรีวิวจะเบื่อ เพราะอย่างนั้นจะให้แค่สองหัวข้อ

    ประเด็นแรกที่จะชื่นชมคือ ‘ภาษา’ ถ้าใครเคยอ่านผลงานซีไรท์ เราย่อมรับรู้ถึงความงดงามในด้านภาษาของงานเขียนรางวัลประเภทนี้ ที่ภาษาสวย บางครั้งความสวยงามนั้นก็ลุ่มลึกเหมือนได้กลิ่นอาหารไฟน์ไดนิ่ง ซึ่งแต่ละจานก็จะทำให้เรารู้สึกค่อย ๆ ได้สัมผัสรสชาติ สัมผัสอรรถรสที่หลากหลายเข้าไปช้า ๆ แต่ในแต่ละคำที่กินเข้าไปเด็ดทุกคำ ซึ่งในเรื่องภาษาของเล่มนี้ก็เด็ดตรงที่ คุณจะรู้สึกเหมือนได้อ่านกวีในบทร้อยแก้ว สัมผัสต่าง ๆ การบรรยายต่าง ๆ เป็นความละเอียดลออ งดงามขณะที่เรื่องราวเป็นความรู้สึกที่หาความสุขในเรื่องราวแต่ละเรื่องได้อย่างยากลำบาก

    ในประเด็นที่สองนี้เองที่เราจะบอกว่าหนังสือเล่มนี้เด่นในการเขียนให้ตัวละครโอบกอดความน่าเจ็บแค้น น่าเศร้าสลดในสังคมของคนธรรมดาได้อย่างดี ในเรื่องสั้นแต่ละเรื่องผู้เขียนพยายามเขียนสะท้อนภาพสังคมบางอย่าง เราว่าส่วนนี้เป็นเพราะคุณผู้เขียนมีประสบการณ์การมองเห็นชีวิตของผู้คนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตทั้งจากการที่เคยเป็นนักสำรวจสำมะโนประชากรและการได้เป็นนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ภาพตัวละครที่เขาเขียนถ่ายทอดออกมาราวกับเป็นเรื่องจริง--ซึ่งต้องเขาใจว่าหนังสือเล่มนี้ถูกตีพิมพ์ในปี 2521 ภาพที่เล่าภายในเรื่องก็จะเป็นสังคมไทยในช่วงเวลานั้น--แต่นั่นก็ทำให้เราตระหนักรู้ว่า ออ สังคมไทยสมัยนั้นเป็นแบบนี้นี่เอง 

    แต่เมื่อเราได้รับรู้ถึงสังคมอดีต เราก็ตระหนักอย่างน่าเศร้าว่า บางสิ่งบางอย่างที่ถูกเขียนในหนังสือเล่มนี้สะท้อนภาพสังคมในปัจจุบัน (2563) เราอ่านหนังสือเล่มนี้ในช่วงที่กำลังติดตามเหตุการณ์การประท้วงไล่รัฐบาลประยุทธ์ การที่หนังสือเล่มนี้เปิดเล่มด้วยเรื่องสั้น 'เธอยังมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยก็ในใจฉัน' ที่ถูกพิมพ์ครั้งแรกปี 2521 เราคิดว่าหากหนังสือเล่มนี้ถูกบรรจุเป็นหนึ่งในหนังสือที่เยาวชนควรอ่าน เยาวชนไทยในช่วงเวลานั้นก็น่าจะได้รับรู้ความเป็นไปของการเมืองและสังคม และยอมต้องตระหนักรับรู้ได้ถึงความน่าเศร้าของความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับตัวละครที่เพียงแค่เห็นต่าง หากเยาวชนในช่วงเวลานั้นเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ หากเขาได้รับการศึกษา ได้อ่านงานวรรณกรรมที่ได้รับยกย่องจากสังคมชิ้นนี้แล้ว เราก็คิดว่าพวกคุณ ๆ ท่าน ๆ ควรตระหนักรับรู้ถึงประโยคสำคัญที่ตัวละครได้กล่าวว่า 'ในประเทศของเรานั้น เราจะต้องช่วยกันสร้างความถูกต้อง และเป็นธรรม!' ประโยคสำคัญนี้ควรจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เรียกตนว่าเป็น ‘ผู้ใหญ่หรือปัญญาชน’ ทั้งหลายสร้างระบบการเมืองและสังคมที่ดีได้นานแล้ว แต่ก็น่าแปลกว่าในปีนี้ปี 2563 เรากลับรู้สึกว่าทุกอย่างหวนกลับ 'ความถูกต้องและเป็นธรรม' ที่ควรจะก่อเกิดในสังคมกลับถดถอย การตัดสินผู้กระทำความผิดด้วยโทษที่ไม่เท่าเทียม เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงยังเกิดขึ้นซ้ำ ๆ และการทำร้ายผู้เห็นต่างทางการเมืองก็ยังเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเกิดคำถามว่า ‘เราจะบอกได้หรือไม่ว่าเมื่อวรรณกรรมนี้ถูกอ่าน มันก่อเกิดความประทับใจให้ผู้คนเพียงประเดี๋ยวประด๋าว’ ‘ทำไมเรายังให้สังคมมันเป็นเหมือนเดิมเช่นหลายสิบปีที่ผ่านมา’ ‘เราตระหนักถึงโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียมในสังคมได้ แต่เราแก้ไขไม่ได้หรือเราคิดจะไม่ทำ เหมือนกับเรื่องราวของตัวละครบางตัวในหนังสือเล่มนี้ที่พวกเขาทำเพียง มอง รับรู้ และปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้น..?’

    หนังสือเล่มนี้เราแนะนำสำหรับทุกคที่ชื่นชอบงานเขียนซีไรท์ งานเขียนที่ภาษาการบรรยายต่าง ๆ งาม คนที่มีเวลาน้อยแต่อยากอ่านอะไรที่ลุ่มลึกทางภาษาและเรื่องราว หรือคนที่อยากรู้ว่าการเมืองไทยในอดีตกับปัจจุบันไม่ไปไหนอย่างไง เราแนะนำ

    สำหรับใครที่อ่านเล่มนี้แล้วจะไม่ชอบ เราว่า คนที่ชอบอ่านเรื่องยาว คนที่ไม่อยากให้การอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่อ่านแล้วรับไม่ได้กับการจบแบบค้างเติ่ง เรื่องนี้อาจไม่ตรงสเป็กของคุณ แต่หากคุณอยากลอง เราแนะนำนะสำหรับเล่มนี้.
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in