Sorry, I'm Ovary-Reactเนตรธิ ~
Side Effects
  • อยากอ้วก .


    นี่เป็นคำแรกที่แว้บเข้ามาในหัวตอนนี้
    ยาใหม่ที่ได้มานี่ทำให้รู้สึกเหมือนเวลาอ่านหนังสือในรถตลอดเวลาซะจริง
    เวียนหัว ตาลาย แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรแต่ก็รู้สึกรำคาญและไม่สบายตัวเอามากๆ เลย .

    ในที่สุดก็มีการเปลี่ยนยากันเกิดขึ้น หลังจากไปพบหมอรอบล่าสุด
    ประมาณสามเดือนที่ผ่านมา เรากินยา combination หนึ่งอยู่ ประสิทธิผลนั้นอย่าให้ต้องกล่าวถึงเลย 
    มันเวิร์คมากๆ (กรี๊ด )
    มันทำให้อารมณ์คงเส้นคงวา ไม่ดีดไม่ดิ่ง กินข้าวดี นอนหลับสบาย ออกฤทธิ์เร็ว ฉับไว
    แม้ตื่นจะหัวทิ่มหน่อยๆ แต่นั่นก็ยังเป็นอะไรที่ยอมแลกได้กับความรู้สึกสุขภาพจิตดี

    แต่ผลข้างเคียงที่มันรับไม่ได้เลยคือ ..

    น้ำหนักขึ้น !

    อห. T___________________________T
    แล้วมันไม่ได้ขึ้นน้อยๆ มันขึ้นมาอย่างพรวดพราดมา 5 กิโลได้ภายในสองเดือนได้

    จริงๆ คุณหมอก็เตือนแล้วว่า ผลข้างเคียงของมันคือจะอ้วน จะอยากอาหารมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้คิดว่าขนาดนี้ไง เกิดมาไม่เคยเลย
    เสื้อผ้าก็ต้องซื้อใหม่กันยกตู้ ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนทัก แก้ผ้ามองตัวเองในกระจกแล้วก็อยากจะร้องไห้เพราะพุงยุ้ย ขาใหญ่ ตูดบาน หมดกันความสวย .

    ไปหาหมอรอบนี้ก็เลยวิงวอน น้ำตาคลอๆ ว่าขอเปลี่ยนยาได้ไหม อ้วนแล้วเครียด อ้วนแล้วเสีย self-esteem รู้แล้วว่าได้ผลดี๊ดี แต่ผลข้างเคียงขนาดนี้ไม่โอเคแล้ว

    อะ ก็เลยได้เปลี่ยนยา .

     



  • ที่ผ่านมา เราก็ได้ยินหลายๆ คนรอบข้างที่ต้องไปพบจิตแพทย์และได้ยามาว่าต้องเจอผลข้างเคียงจากยา อะไรบ้างต่างๆ นานา

    เราก็มีบ้าง แต่เราว่าเราค่อนข้างจะโชคดีกว่าหลายคนที่ที่ผ่านมาไม่แพ้ยาอะไรเลย ร่างกายดูจะมีภูมิคุ้มกันที่ดีระดับหนึ่ง ถึงเหมือนจะไม่ค่อยมีแรง อ่อนแอๆ แต่ว่าไม่เคยป่วยไข้อะไรหนักๆ ถือเป็นแต้มบุญด้านนี้

    เราเลยถือโอกาสนี้บันทึกอาการข้างเคียงจากยาที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดทั้งมวลเอาไว้ เลยแล้วกัน
    ขอระบุเป็นประเภทของยา ไม่ใช่ยี่ห้อยาละกันโนะ

    Antidepressant : ยาต้านเศร้า

    ง่วง ซึม หลับ ตอนแรกหมอบอกว่าให้กินหลังข้าวเช้า ก็ประมาณเก้าโมง โอ้โห กว่าจะโงหัวให้ทำงานได้คือ บ่ายนู่นเลยค่ะ ง่วงมากกกกก หาวจนหน้าเหี่ยว หาวแล้วหาวอีก ซึมกะทือ ไปประชุมก็ไปนั่งหัวโยก จนสุดท้ายก็เลยต้องเปลี่ยนไปกินก่อนนอนแทน 

    เกิดอาการ Restless legs syndrome หรือ กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข มันจะมาตอนกลางคืนค่ะ พอเอนตัวนอนได้ซักพัก ขาก็จะกระตุกตึกๆ แบบควบคุมไม่ได้ มาพร้อมกับความรู้สึกว่าต้องสะบัดขาแรงๆ ลุกขึ้นเดิน ก็เลยทำให้นอนไม่สะดวกสบายเข้าไปอีก

    ความอยากอาหารลดลง คือ เห็นอะไรอร่อยก็อยากกินเหมือนเดิม แต่พอกินก็ขี้เกียจเคี้ยว สุดท้ายก็เบื่อๆ อาหาร จากปกติเป็นคนเห็นแก่กินก็จะแบบกินไม่หมดละ วิงซ์แซ่บสองชิ้นกินเป็นชั่วโมง พอละ กินเยอะแล้วคลื่นไส้ น้ำหนักตัวก็เลยลดลงมาติ๊ดนึง (เอาจริงๆ ตอนนั้นชอบนะ รู้สึกหุ่นดี ฮ่า ๆๆ ) 
    แต่ว่าพอผ่านไปซักเดือนนึง ก็กลับมากินข้าวได้อะไรได้เป็นปกติ คุณหมอแอบบอกว่าในยาลดน้ำหนักบางตัวที่ขายกันก็ใส่ยาตัวนี้เข้าไปเนี่ยแหละ

    อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงใหญ่เลยคือ ไม่หื่น ไม่มีอารมณ์อุ๊อิ๊ แม้เพียงซักกะบิ๊ดเดียว ,,, TT


    Benzodiazepine : ยานอนหลับ ยาคลายกังวล

    ง่วงค่ะ เพราะเราใช้มันเป็นยานอนหลับ ช่วยให้หลับ

    ตลกมากก่อนหมอให้ยานี้ มีการกำชับว่า ห้ามทำธุรกรรมทางการเงินหรือสัญญา ตกปากรับคำอะไรกับใครหลังกินยานี้เข้าไป เพราะมันจะเบลอ ตื่นมาจะจำไม่ได้ , ตลกดี :)

    มันช่วยทำให้เราหลับดีขึ้นตอนกลางคืนจริงๆ เหมือนวาร์ปไปเลย แต่ตื่นเช้ามาจะไม่สดชื่น จะลืมว่าหลับไปตอนไหน ตื่นมาที่ไหน เหมือนคนเมาแล้ววูบไป ไม่ค่อยชอบเท่าไร แต่ดีกับร่างกายที่ได้นอนหลับลึกไม่ฝันร้ายยาวๆ บ้าง

    อาการข้างเคียงไม่มีอะไรน่าหนักใจ นอกจากหัวทิ่ม ทิ่มจริงๆ ต้องกะเวลาให้ดี กินเสียแต่หัวค่ำ

  • Antipsychotic Medication : ยาต้านโรคจิต

    พอรวมเจ้านี่กับยานอนหลับอันข้างบนไป เรานี่หลับเป็นตายเลย ไม่สามารถลุกจากเตียงก่อนเก้าโมงเช้าไปตั้งหลายวันกว่าจะปรับตัวได้ ใช้ชีวิตประหนึ่งเปิดซอมบี้โหมด 

    ผลข้างเคียงที่เห็นได้ชัดจากยานี้ของเราคื อ เราหิวน้ำตลอดเวลา รู้สึกปากแห้งแสบปาก กระหายน้ำ ดื่มเท่าไรก็ไม่พอ อยู่ๆ ก็ปากลอกทั้งที่ไม่ใช่หน้าหนาว และร้อนในในปากก็ผุดกันเป็นดอกเห็ด เราเป็นคนกินน้ำน้อยมากๆ ขนาดที่ป่วยเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยๆ พอบอกหมอว่ามีอาการแบบนี้ดันกลายเป็นเรื่องที่ดีไปซะงั้น

    รู้สึกมือสั่น ตัวสั่นบ้างเล็กๆ น้อยๆ เป็นบางเวลา โดยเฉพาะตอนเช้า แต่อาจจะเพราะว่าเรากินยาโดสต่ำก็เลยไม่เจออะไรมาก 
    ชั้นแข็งแรงด้วยย่ะ !  (ร่างกายฝากกระซิบมา)

    ที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์เลยคือ น้ำหนักขึ้น ค่ะ ขึ้นแบบพรวดพราดด้วยค่ะ
    มันมีความรู้สึกอยากกินอะไรหวานๆ ตลอดเวลา โดยที่ปกติเราก็ไม่ค่อยกินขนมหวาน ที่ติดน้ำตาลก็เห็นจะมาจากกาแฟเย็นอย่างเดียว แต่ไม่ใช่สายขนมเค้กหรืออะไรพวกนี้ 
    กลายเป็นว่าอยากกินแป้ง อยากกินน้ำตาลตลอด กินข้าวเติมข้าว ตีสองต้มมาม่า คือ ไม่รู้ว่าไปหิวโหยมาจากไหนแต่ หิว ! :D
    ก็เลยอ้วนเอาๆ รู้ตัวอีกทีก็ใส่กางเกงที่มีไม่ได้แล้ว เสียใจมาก ...

    เจอคุณหมอที่ผ่านมาก็โดนจับเจาะเลือดเพราะกลัวว่าจะมีอาการเริ่มต้นของเบาหวาน เพราะยาตัวนี้เหมือนจะทำปฏิกิริยาอะไรกับร่างกายเรื่องน้ำหนัก ระบบเผาผลาญ และการกักเก็บน้ำตาลเนี่ยแหละ แต่ผลทดสอบออกมาก็ปกติดี (เย่ )


    Anticonvulsant : ยารักษาอาการชัก

    ฮัลโหล นี่ยาตัวใหม่ล่าสุดค่ะ หลังจากโอดครวญว่าทนอยู่ในร่างหมูแบบนี้ไม่ได้แล้ว TT

    เพิ่งจะออนยาตัวนี้ได้สองอาทิตย์เอง คุณหมอบอกว่าประสิทธิภาพเนี่ยไม่ดีเท่ายาที่ผ่านมาแน่นอน แต่จะไม่ทำให้อ้วนขึ้นละ ซึ่งเราก็ว่ามันดีไม่เท่าจริงๆ มีช่วงที่ดิ่งชิบหาย โอ้ย 

    ส่วนเรื่องผลข้างเคียงที่คนส่วนใหญ่มักเจอคือ ขึ้นผื่นเหมือนเวลาแพ้ยา
    แต่ร่างกายเราเจ๋งอีกแล้ว ไม่เห็นเป็นผื่นเลย วะฮะฮ่า (หัวเราะอย่างผู้ชนะ )
    แต่ คั น *
    คัน คันคะเยอ ตอนแรกก็คิดว่าเพราะไม่อาบน้ำหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ ก็อาบ
    เพราะผิวแห้งหรือเปล่า ก็ไม่ เพราะชโลมออยล์หลังอาบน้ำทุกที 
    ความคันนี้มาทีเหมือนมีคนเอาหมามุ่ยมาโปรยใส่เสื้อ คันไปทั้งตัวโดยเฉพาะต้นขากับแขน เกาทีเนื้อแทบฉีก ความน่ารำคาญคือการต้องมานั่งเกายุกยิกในที่สาธารณะเนี่ยแหละ
    (เนี่ย พิมไปคันไป โอ๊ย )

    อีกเรื่องหนึ่งคือเราตาเบลอๆ มันจะมีความโคลงๆ ในหัวเหมือนตอนขึ้นเรือข้ามฟากบ่อยๆ
    บางทีก็มองเห็นแฟนเป็นสองคนเบาๆ เวียนหัว ตาลาย คล้ายจะแพ้ท้อง มักจะมีอาการปวดหัวแบบไมเกรนตามมา ทรมานนิดนึง แต่ก็ยังพอทนได้

  • อาการข้างเคียงที่เราเล่ามาเป็นอาการส่วนบุคคลมากๆ อย่าได้หวาดกลัวไปเพราะคุณอาจจะไม่เจออาการน่ารำคาญเหมือนเรา อาจจะเจออาการที่ทำให้แทบตาย หรืออาจจะไม่เป็นอะไรเลยก็ได้
    , เราอาจจะดูงอแง และมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นในชีวิตมากหน่อย แต่เราก็จะพยายามทำอะไรให้มันปกติ

    ซึ่งนั่นน่ะยากสุดเลยรู้มั้ย ...


    .
    .

    เราว่าการมาหาจิตแพทย์ บางทีเหมือนมาเล่นเกมจับคู่ยาเลย 
    มันไม่ตายตัว ยาตัวนี้อาจเหมาะกับอีกคน แต่ไม่เหมาะกับอีกคน อีกคนใช้แล้วแพ้หนัก อีกคนใช้แล้วได้ผลดี 
    ทุกอย่างเลยดูรีบร้อนรวบรัดไม่ได้ บางคนพอใช้ยาไปถึงเวลาหนึ่งมันก็กลายเป็นไม่ช่วยอะไรแล้วทั้งนั้น ก็ต้องมาวุ่นวายเปลี่ยนยาใหม่ มานั่งนับหนึ่งทบทวนพฤติกรรมร่างกายกันใหม่อยู่เสมอ

    พอจะเริ่มเข้าใจคนที่ต้องมาหาหมอบ่อยๆ แล้วมันน่าเบื่อ เพราะดูเหมือนเป็นเกมที่เล่นไม่จบซักที ผลัดแพ้ผลัดชนะไปเรื่อยๆ แถมยังต้องเสียทั้งเวลา และค่ายาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

    เอาจริงๆ ก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่า มันมีสิ่งที่เรียกว่าหายขาดไหมนะ
    ฉันจะได้เป็นคนปกติเหมือนคนอื่นเขาไหมนะ
    หรือว่าโลกนี้อาจจะไม่มีคนปกติจริงๆ อยู่เลยก็ได้นะ .
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in