My Book Reviews & TRANSLATIONSparnbewtch
เล่านิยายวาย : 扬书魅影 (BL)
  • ชื่อเรื่อง : 扬书魅影 หยางซูเม่ยอิ่ง

    ผู้แต่ง : 风歌 หนานเฟิงเกอ

    ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพไทย 

    แนวชายชาย จีนโบราณ ยุทธภพจงหยวน กำลังภายใน Mpreg (ผู้ชายท้องได้) Dubious-consent 

    เราไม่รู้ว่าควรจะใส่อะไรลงไปอีกทริกเกอร์แต่ละคนไม่เหมือนกัน เอาแค่ที่นึกออกและคิดว่าควรใส่แล้วกันนะคะ



    arts belong to the artist/owner : U_攸燃 และ 吟耳汤

    แฟนอาร์ตของนิยายขออนุญาตนักวาดทางดีเอ็มเอามาประกอบบทความแล้ว




    เนื้อหาที่จะเล่าต่อไปนี้มีสปอยล์และมีอาจมีคำหยาบคายโผล่มาบ้าง

    เพลงที่แปะไม่เกี่ยวอะไรแต่อยากแนะนำ เพราะนะ เข้ากับนิยายดีค่ะ

    แบบตอนเขียนบทความนี้เปิดฟังไปด้วย ตอนอ่านจะเปิดฟังไปด้วยก็ได้นะคะบิ๊วอารมณ์555555






    โศกนาฏกรรมอันน่าสยดสยองที่เกิดขึ้นในฤดูกาลแสนอ่อนโยน 




    ซ่งจงเหริน ผู้นำสกุลซ่งเกษียณตัวออกจากยุทธภพเมื่อหลายปีก่อนมาเริ่มต้นทำธุรกิจซึ่งประสบความสำเร็จและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วไม่มีใครคาดคิดว่าม่านฝนที่เงียบสงบนี้จะนำมาซึ่งข่าวร้ายเพียงชั่วข้ามคืนทั้งสกุลถูกกวาดล้าง กลิ่นเลือดเคล้ากลิ่นอายของฝนเห็นชัดว่าการสังหารหมู่นี้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังย่อมไม่ใช่ฝีมือคนธรรมดาแต่มีเป็นพวกมีวิทยายุทธการแก้แค้น ห้ำหั่น เรื่องของยุทธภพทางการไม่ข้องแวะ พวกเขาจึงทำการตรวจสอบเพียงเล็กน้อยและคดีนั้นก็ถูกวางกองกับคดีอื่นที่มีฝุ่นจับ


    ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังควบม้าตรงไปยังเขาหลางเยวี่ยซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักกระบี่ชิงเฟิงอันเก่าแก่กว่าร้อยปีชื่อเสียงสำนักเลื่องลือทั่วยุทธจักคนมากมายให้ความเคารพและชื่นชมอย่างสูง เจ้าสำนักปัจจุบันมีนามว่า ซิ่นไป๋ เขามีวรยุทธ์สูงส่ง กว้างขวาง เป็นสหายกับหยวนคังโซ่ว ผู้นำยุทธจักรเมื่อพูดถึงเด็กรุ่นใหม่ บุคคลที่ผู้คนต่างให้ความยำเกรงหลายส่วนคงหนีไม่พ้นศิษย์เอกสำนักกระบี่ชิงเฟิง ฉู่เฟยหยาง พระเอก แม้ว่าเขาจะอายุเพียง 22 ปี (ตอนเริ่มนิยาย นายเอกอายุ 21 ปี 5 เดือน) และถือว่ายังอายุน้อยมากทว่าเรื่องวรยุทธ์กลับอยู่เหนือซิ่นไป๋ผู้เป็นอาจารย์


    พอถึงประตูหน้าหน้าเขาก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งอายุราวสิบห้าสิบหกปีวิ่งมาต้อนรับแล้วจูงม้าแทนพระเอกพูดคุยกันเล็กน้อยพอเป็นพิธี พระเอกก็ถูกหยวนคังโซ่วทักว่า กำลังรออยู่พอดี เจ้าทำให้ข้ารอนานมากนึกว่าหลงเสน่ห์แม่นางสกุลเหมยจนไม่อยากกลับมาสำนักซะแล้วแต่ฉู่เฟยหยางไม่สนใจเรื่องขบขันเพียงยิ้มและถามตรงประเด็น ไม่รู้ว่าผู้นำยุทธจักรหยวนรีบร้อนตามหาผู้เยาว์เช่นนี้ มีสิ่งใดจะกล่าว(สั่ง)” ป่านทรานสเลท : จะพูดไรรีบพูด อ้อมค้อมอยู่นั่นแหละ รำคาญ


    ตาหยวนคังโซ่วก็ยังอ้อมค้อมไม่เลิกแถมยังเถียงกับอวิ๋นเซินเด็กคนเมื่อกี้ที่มาต้อนรับพระเอก (ฮีเป็นลูกชายของซิ่นไป๋) สักพักซิ่นไป๋ก็ขัดขึ้นให้เข้าเรื่องสักที และตามที่เราคาดค่ะพระเอกถูกวานให้ไปสืบเรื่องของสกุลซ่ง อย่างที่เกริ่นไปข้างบนเดิมทีการสังหารหมู่นี้เป็นหน้าที่ของทางการต้องจัดการแต่พอมีความเกี่ยวข้องกับยุทธภพก็ถูกพับคดีไป ซิ่นไป๋กับหยวนคังโซ่วเองก็เห็นว่าซ่งจงเหรินตอนอยู่บนยุทธภพไม่ได้มีความแค้นต่อใครเลยไม่รู้ตัวฆาตรกรแต่ช่วงสองสามวันที่ผ่านมามีข่าวว่าสกุลซ่งมีความสัมพันธ์กับนิกายเทียนอีซึ่งนิยายนี้เนี่ยมีชื่อเสียงด้านลบถูกมองว่าเป็นพรรคมาร มีแต่พวกอนารยชน (ซึ่งตามนิยายเรื่องนี้ก็ใช่มันเป็นนิกายยังงั้นแหละ ไม่ใช่นิกายที่พอจะมีดีมีความชอบบ้างเหมือนเม้งก่าที่มีปณิธานช่วยขจัดมองโกลออกไปจากแผ่นดินจีน) และธุรกิจสกุลซ่งก็ขาวสะอาดจะไปเกี่ยวข้องกับนิยายชั่วร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร จากนั้นฉู่หยางเฟยจึงเร่งออกเดินทางออกนอกด่านเพื่อไปหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น


    แล้วเนื้อเรื่องก็สลับมาฝั่งนิกายเทียนอีนิกายนี้ถูกตั้งอยู่บนเขาชางหลาง นอกด่าน มักจะทำธุรกิจผิดกฎหมาย เหี้ยมโหด ทารุณ ฆ่าและปล้นสะดมอยู่เสมอ มีเอี่ยวทุกอาชญากรรม ครั้งหนึ่งเคยมีชนเผ่าเร่ร่อนหลายเผ่าอาศัยอยู่ตีนเขา ยามนี้เหลือแต่ความว่างเปล่าไม่ต้องกล่าวก็รู้ถึงสาเหตุ มีจอมยุทธ์ผู้เปี่ยมคุณธรรมจำนวนหนึ่งหมายกำจัดนิกายชั่วร้ายนี้แต่พวกเขาทั้งหมดไปแล้วไปลับไม่กลับมาดีร้ายตายรอดไม่อาจทราบ เมื่อเวลาผ่านไปก็ไม่มีใครกล้ามางัดข้อมีปัญหา


    ที่นิกายเทียนอีมีตำแหน่งทูตซ้ายและทูตขวา นายเอกชื่อจวินซูอิ่ง เป็นทูตซ้าย อีกคนชื่อ ชิงหลาง เป็นทูตขวาซึ่งสองตำแหน่งนี้เปรียบเสมือนสองเสาหลักค้ำจุนนิกายด้วยความที่อำนาจประมุขเริ่มถดถอยอิทธิพลของพวกเขากลับยิ่งมากขึ้น (ประมุขนิกายตอนนี้มีลูกชายอยู่หนึ่งคนเป็นพวกไม่เอาไหนรู้แค่กินดื่มและเล่นพนันเท่านั้นแต่สมาชิกนิกายยังให้ความยำเกรงไม่กล้าล่วงเกินเพราะยังไงตานี่ก็ยังเป็นประมุขน้อย) เขตที่พักของทูตซ้ายแห่งนิกายเทียนอีอยู่ทางทิศประจิมของแท่นบูชาตอนนี้เจ้าของอาภรณ์ดำกำลังฟังลูกน้องรายงานเรื่องที่ตนสั่งให้ไปทำ กวาดล้างสกุลซ่ง


    คือซ่งจงเหรินเคยบอกว่าเกษียณตัวออกยุทธภพแล้วก็จริงทว่าธุรกิจที่ตรงไปตรงมานั้นลับหลังลอบคบค้ากับจวินซูอิ่งให้นายเอกช่วยกรุยทาง ได้กำไรจากเงินมืดมาไม่น้อย ซ่งจงเหรินเองก็ช่วยค้นหาช่างตีเหล็กหลอมอาวุธ แลกเปลี่ยนค้าขายผลประโยชน์กันนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมสกุลซ่งถึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ต่อมาก็เริ่มปลีกตัวออกห่างเมื่อรู้ว่าความทะเยอทะยานไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำของนายเอกนั้นไม่ใช่แค่ตำแหน่งประมุขผู้นำนิกายเพียงอย่างเดียวแต่เป็นทั้งยุทธจักรจงหยวนท้ายสุดเลยถูกจวินซูอิ่งใช้วิธีโหดร้ายล้างสกุล


    ต่อฉากเดิมค่ะ จบการรายงานเจ้าของใบหน้าอ่อนหวานนั้นไม่ได้แสดงท่าทางอื่นเพียงยกยิ้มระหว่างนั้นลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นเสียงสั่นว่ามีหนีไปได้หนึ่งคน เท่านั้นแหละ.. นายเอกก็สบถด่า เหยียดแขนใช้พลังดึงร่างที่กำลังจะคลานหนีกลับมาพร้อมเสียงโหยหวนเจ็บปวดเหมือนเลือดถูกสูบออก เสียงกรีดร้องค่อย ๆ หายเหลือแต่ร่างแห้งมีเพียงหนังหุ้มกระดูกแล้วนายเอกก็โยนศพออกไปห่างลูกตา เรียก เกาฟ่างเข้ามาคุย (ด่า) เกาฟ่างนี่เป็น 堂主 ตำแหน่งหัวหน้าย่อยลงมาอีกควบตำแหน่งผู้ติดตาม (พวกเดียวกัน) ของนายเอก ชอบใส่เสื้อผ้าชาวเหมียวเจียง (ชาวเหมียว ชาวแม้ว ชาวม้ง) มีถักเปียผม ตามร่างกายมีเครื่องประดับเงินเยอะ ๆ  สักพักก็มีคนเข้ามาตามว่าประมุขนิกายต้องการพบไปถึงก็มีชิงหลางยืนรออยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว พูดจิกกัดกันเล็กน้อยตามประสา อิประมุขท้องพลุ้ยก็มาถึงสรุปว่าอิประมุขสติที่เริ่มจะเลอะเลือนนี่ถูกชะนีในฮาเร็มคนหนึ่งแนะนำหมอเทวดามาให้แล้วหมอก็ยืนยันว่ายาวิเศษที่จะทำให้อายุยืนอยู่ยงคงกระพันมีจริง ประมุขต้องการมัน พร้อมออกคำสั่งให้คนออกตามหามาให้ตน ต้องการคนเท่าไหร่ เอาไป!


    ↓ แปะป้าบแฟนอาร์ตเกาฟ่าง เซะซี่ขยี้ใจ เชี่ยวชาญพิษแถมยังใส่ชุดเผ่านอกด่าน โฮรวๆ

    คลิกตัวละครที่มีอะไรม่วง ๆ กับพิษมากค่ะ ไม่รู้ทำไม ตั้งแต่อาเฉิงละ 


    ไม่ถึงสองวันนายเอกก็ล้มประมุขคนเดิมแล้วขึ้นตำแหน่ง "ประมุข/ผู้นำนิกาย" แทน ประมุขคนเก่าถูกผลักลงหน้าผาส่วนผู้ติดตามก็ปลิดชีพตามนายตัวเองไป เดิมทีนายเอกจะตามถอนรากถอนโคนชิงหลางด้วยแต่เกาฟ่างเกลี้ยกล่อมให้ใช้สันติเข้าหายังไงชิงหลางก็เป็นเพื่อนแถมชิงหลางยังพาคนของตัวเองออกไปจากนิกายทั้งหมดเห็นชัดว่าไม่มีเจตนาต่อสู้แย่งชิงเลยปล่อยไปก่อน สถานะของตัวเองยังไม่มั่นคง ไม่อยากหาศัตรูเพิ่ม คนที่นายเอกต้องกำจัดคือประมุขน้อยเศษสวะที่เคยอ่อนแอคนนั้น (ลูกน้องของนายเอกไปเจอมันฝึกวิชาพิสดารในถ้ำแต่จับไม่ทันหลบหนีไปก่อน)


    สลับมาที่พระเอกตอนนี้ควบม้าสีขาวจนถึงเขตสกุลซ่งที่เคยครึกครื้นแล้วได้เจอกับคนผู้หนึ่งท่าทางคล้ายยาจกมีสภาพมอมแมม พออีกฝ่ายรู้ว่าคนที่มาเป็นฉู่เฟยหยางศิษย์เอกจากสำนักกระบี่ชิงเฟิงก็ถลาเข้าไปเกาะขาร้องไห้ฟูมฟายใส่พบว่ายาจกที่แท้ก็คือ ซ่งหลานอวี้ คนเดียวที่รอดจากการสังหารหมู่ พระเอกบอกว่าสกุลซ่งมีบุญคุณกับตนถึงคราวก็ต้องตอบแทนตอนนี้นายเอกน่าจะรู้แล้วหลานอวี้หลบหนีมาได้ ถ้าอยู่ข้างนอกก็เหมือนชีวิตแขวนบนเส้นด้ายพระเอกเลยเสนอให้หลานอวี้ตามกลับไปซ่อนตัวที่สำนักกระบี่ชิงเฟิงสักพัก ด้วยความที่ตาหลานอวี้เนี่ยเป็นคุณชายผู้เคยมั่งมีศรีสุขใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองใช่ปะ พอถูกนิกายกวาดล้างเหลือตัวคนเดียวก็ไม่แคล้วมาระหกระเหเร่ร่อนอยู่ข้างนอกตื่นกลัวจนแข้งขาสั่นแทบตลอดเวลาย่อมไม่ปฏิเสธข้อเสนอของพระเอก 


    หลังส่งซ่งหลานอวี้ที่สำนักพระเอกก็รีบเร่งออกเดินทางมุ่งสู่นอกด่าน ระหว่างทางพระเอกก็คิดเรื่องหยุมหยิม ไม่นานมานี้นายเอกเพิ่งจะชิงอำนาจประมุขผู้นำนิกายมา สถานการณ์ภายในย่อมเกิดความวุ่นวาย ขอเพียงเขาสามารถสังหารจวินซูอิ่ง หาได้เกรงกลัวนิยายเทียนอีที่กำลังเกิดการแก่งแย่งภายใน แม้ว่าเวลานี้นิกายยังไม่ถึงกับล่มสลายแต่ก็บอบช้ำไปหลายส่วนไม่เหนือบ่ากว่าแรงนักที่จะใช้โอกาสนี้จัดการ พระเอกควบม้าทั้งวันทั้งคืนไม่หยุดพักจนกระทั่งมาถึงเขาชางหลางที่ตั้งของนิกาย ตามคาดสถานการณ์ที่นี่กำลังผันผวน เขาแทบไม่ต้องใช้ฝีมือหรือความพยายามใด ๆ ในการแอบเข้าไปสังเกตการณ์ ใช้เวลาสองสามวันพระเอกก็รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาไม่ว่าจะภูมิประเทศ คนเฝ้าประตูแต่ละทิศ ทุกอย่างที่จะอำนวยความสะดวกแก่ตนเอง แรกพบประมุขคนใหม่นิกายเทียนอีเป็นตอนอีกฝ่ายกำลังลงโทษลูกน้องที่ทำงานผิดพลาดอย่างเฉียบขาดบนลานฝึกวิทยายุทธ มีลูกน้องถูกมัดติดกับเสาไม้การทรมานดำเนินไปเป็นเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมงท่ามกลางเสียงกรีดร้องดังก้องกังวานประมุขนิยายคนใหม่นายเอกของเราแสยะยิ้ม


    มุมมองพระเอกบรรยายนายเอกว่า เป็นพวกกระหายเลือดเอาแน่เอานอนไม่ได้ กระทั่งเรื่องเล็กจนไม่มีค่าพอจะเอ่ยถึงกลับสามารถทำให้นายเอกเดือดดาลประหนึ่งกินรังแตนมา ฉู่เฟยหยางไม่เคยเห็นใครที่ไร้หลักธรรมนองคลองธรรมเช่นนี้มาก่อน ขัดกับนิสัยพระเอกมากไรงี้555555 ถึงอย่างนั้นก็ยังมีชายผมยาวผู้นั้น (เกาฟ่าง) ที่ติดตามข้างกายจวินซูอิ่งด้วยความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ทำให้พระเอกที่ลอบเข้ามาต้องระมัดระวังการพูดการกระทำเป็นอย่างมาก ต่อให้ไม่ใช่เรื่องความปลอดภัยหรืออันตรายของยุทธจักรจงหยวนคนเหี้ยมโหดเช่นนี้ไม่กำจัดย่อมไม่อาจอยู่เฉย คือ.. เราอยากบอกว่านิสัยนายเอกไม่ได้เป็นแบบนี้ตั้งแต่เกิดเลยนะ เจอเหตุการณ์บางอย่างมาเลยทำให้มีอารมณ์รุนแรง ไม่เชื่อใจคนอื่นยกเว้นเกาฟ่าง ปากร้าย ทำหน้าเหมือนเหม็นกลิ่นทีนตลอดเวลาแต่เรื่องบนเตียงก็ให้ความร่วมมือกับพระเอกดีนะ แค่ก 55555


    ฉู่เฟยหยางต้องการสังหารคนผู้หนึ่งแน่นอนว่านี่เป็นเรื่องง่ายเพียงพลิกฝ่ามือทว่าด้วยความที่ตัวเขาถูกอบรมขัดเกลาให้เติบโตอย่างชายชาตรีมาตั้งแต่ยังเด็กจึงเหยียดหยามพฤติกรรมหมาลอบกัดเช่นนั้นอยู่ไม่น้อย การลอบสังหารศัตรูสำเร็จหาใช่เรื่องที่น่ายกยอปอปั้น พ่อพระเอกคนนี้เรียกว่าเกือบจะครบสูตรผู้กล้ามากคุณธรรมบนนิยายกำลังภายในทั่วไปเลยค่ะ ด้วยเหตุนี้เองพระเอกจึงส่งจดหมายท้าประลองไปยังประมุขคนใหม่แกะกล่องของนิกายเทียนอีอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา


    บนนั้นปรากฏข้อความสั้นกระทัดรัดแต่ครอบคลุมทุกสิ่งที่จำเป็น เวลาสถานที่และชื่อ ‘เที่ยงวันที่สิบ ยอดเขาชางหลาง ฉู่เฟยหยางแห่งสำนักกระบี่ชิงเฟิง’ จวินซูอิ่งกวาดสายตาอ่านรอบหนึ่งเขากำกระดาษในฝ่ามือจากนั้นจึงยื่นออกนอกหน้าต่างไม่นาน ‘จดหมายท้าประลอง’ ก็กลายเป็นเถ้าลอยกระจัดกระจาย


    วันประลอง ทั้งสองประจันหน้ากันนายเอกเริ่มถากถางก่อนว่าเลือกสถานที่ดี ตัวเองถนัดเงี้ย ก็คุย ๆ กันไปบทสนทนาเสียดสีเกริ่นก่อนฆ่ากันตายตามประสานิยายกำลังภายในการประลองเริ่มขึ้น ไม่มีคำว่าออมมือ ท้ายสุดเป็นนายเอกที่แพ้อาการสาหัสเลือดกบปาก (พระเอกตั้งใจจะฆ่าอยู่แล้ว สำหรับพระเอกนายเอกเป็นภัยร้ายของยุทธภพ) แต่ก็ดิ้นรนจนหลบหนีกลับมานิกายให้เกาฟ่างช่วยรักษาบาดแผล ใบหน้าและริมฝีปากของจวินซูอิ่งซีดเซียวเพราะสูญเสียเลือดมากเกินไปเขาตบโต๊ะอุทานชื่อศิษย์เอกสำนักชิงเฟิงด้วยความคับแค้นใจเกาฟ่างเลยถามจะให้ส่งคนไปฆ่ามั้ย นายเอกก็ปฏิเสธเพราะอยากให้พระเอกลิ้มรสความตายด้วยน้ำมือตัวเอง


    ระหว่างนั้นคนในนิกายคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานว่าอสุรกายบุกเข้ามานายเอกงง ๆ ขมวดคิ้ว อสุรอะไรวะ แต่ก็ตามออกไปดู เห็นคนในนิกายถูกเล่นงานหลายคนพออสุรกายตัวนั้นเห็นนายเอกก็ดิ่งเข้ามา เกิดการปะทะกันเหมือนนายเอกจะถูกบีบคอกดลงกับพื้นแล้วมีโอกาสมองเห็นนัยน์ตาอสุรกายตัวนั้นทำให้นึกถึงใครบางคน.. อดีตประมุขน้อยของพวกเขา (kindly reminder ประมุขน้อยคนเดียวกะที่ว่าลูกน้องของนายเอกไปเจอฝึกวิชาพิสดารในถ้ำแล้วหลบหนีไปได้) นายเอกเลยคิดในใจว่า ไม่ผิดแน่ชายคนนี้รักใบหน้าของเขามาก ยอมกลายมาเป็นแบบนี้ย่อมเกลียดชังจวินซูอิ่งไม่น้อย แล้วอสุรกายก็ถูกเกาฟ่างแทงล้มลงกับพื้น เตรียมปิดฉากด้วยฝีมือนายเอกที่พูดส่งท้ายว่า สวรรค์มีทางเจ้าไม่ไป นรกไร้ประตูเจ้าแส่เข้ามา“ จะสนองความตายให้เอง บายจ้ะ เล็งดาบที่หัวใจยังไม่ทันที่ปลายดาบจะสัมผัสกับผิวหนังก็เกิดบางอย่างขึ้นก่อน


    ชิงหลาง อดีตทูตขวาปรากฏตัวขึ้นบอกว่าตัวเองไม่ได้มาชิงตำแหน่งผู้นำนิกายแต่จะขอตัวอดีตประมุขน้อยกลับไป นายเอกไม่ยอมบอกว่ามีของสิ่งหนึ่งที่มันขโมยไป ชิงหลางเลยเออ ๆ คลำหาของที่ว่าระหว่างนั้นชิงหลางก็ฉวยโอกาสซัดเข็มใส่นายเอก นายเอกไม่ทันตอบสนองเห็นแค่อิชิงหลางยิ้มๆไม่นานถึงรู้สึกตัวเพราะปวดบริเวณข้อมือจนแทบขาดใจ ชิงหลางบอกว่าท่านทูตซ้ายช่างสวยจริง ๆ นึกเสียงเจ้าเล่ห์ ทำหน้าร้าย ๆ ที่นึกแผนชั่ว ๆ นะ เกาฟ่างคิดในใจรู้มาบ้างว่าผู้ชายบางคนจะเคยทำเรื่องแบบนั้นกับผู้ชายด้วยกัน กลัวว่าชิงหลางจะคิดแปลก ๆ อย่างนั้นกับจวินซูอิ่งแต่ชิงหลางก็ปฏิเสธแล้วบอกว่ามีของดีจะให้เจ้านายเจ้าต่างหากแล้วก็หยิบยาเม็ดหนึ่งออกมายัดใส่ปากนายเอกบังคับให้กลืนลงคอ ยาเม็ดนี้แหละค่ะที่ทำให้นายเอกสามารถตั้งท้องได้เป็นยาเม็ดเดียวกันกับที่ประมุขนิกายคนก่อนแทบพลิกฟ้าหา (แต่ผลลัพธ์มันไม่ใช่ยาต่ออายุที่ว่านั่น..) ชิงหลางหัวเราะใช้วิชาตัวเบากระโดดหายไป (เอาอสุรกายประมุขน้อยนั่นไปด้วย)


    ↓ ชิงหลางหรือทูตขวา ปัจจุบันเป็นประมุขนิกายเทียนอี โคตรพ่อ พ่อที่แปลว่าผัว


    ฤทธิ์ของยาทำให้นายเอกรู้สึกเจ็บปวดและหนาวเย็นบาดเจ็บทั้งภายนอก สูญเสียกำลังภายในไปเยอะ เกาฟ่างผู้ติดตามแสนภักดีเลยพาซูอิ่งไปยังถ้ำลับหลังเขาของผู้นำนิกายคนเก่า ด้านในมีน้ำพุร้อนที่ถูกสร้างขึ้นมันจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและควบคุมความเย็น นายเอกกำชับไม่ให้บอกใครว่าตัวเองอยู่ที่นี่แล้วเกาฟ่างก็กลับไปที่นิกาย เจอจดหมายท้าประลองที่พระเอกส่งมาอีกฉบับเพื่อตัดสินแพ้ชนะภายในคืนนี้แต่เกาฟ่างเป็นคนรับแทนละคือเกาฟ่างไม่ค่อยเป็นวรยุทธ์ เชี่ยวชาญด้านแมลงพิษมากกว่าข้อนี้ฉู่เฟยหยางคงคาดการณ์ไว้แล้วฮีเลยกะจะวางยาพิษพระเอกแทนเป็นหญ้าที่ชื่อ 鬼ๆ ซักอย่างลืมค่ะ555555 ซึ่งพิษนี้จะทำให้สูญเสียสติสัมปชัญญะชั่วคราว + กระตุ้นความต้องการทางเพศ


    แผนการของเกาฟ่างสำเร็จ เขาสามารถสร้างความเสียหายเล็กน้อยให้กับฉู่เฟยหยาง อย่างไรก็ตามกำลังภายในของพระเอกแข็งแกร่งกว่าที่คาดคิดทำให้หลบหนีไปได้ พระเอกซ่อนตัวอยู่ในที่มืดรอคนของนิกายไล่ตามลงไปตีนเขา ส่วนตัวเองก็อ้อมไปทางด้านหลังเขาแทน บาดแผลบนไหล่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่ความร้อนรุ่มแผดเผาในร่างกายต่างหากสายตาพร่าเบลอเดินคลำ ๆ จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ไปจนได้ยินเสียงน้ำไหลเบา ๆ หาทางเข้ามาภายในถ้ำจนได้ จวินซูอิ่งเห็นก็ตะโกนชื่อศัตรูคู่แค้นเสียงดังสะท้อนถ้ำด้วยความตกใจและหวาดกลัวเล็กน้อย ร่างกายเขาตอนนี้ไม่อาจเอาตัวรอดจากฉู่เฟยหยางได้แน่ ๆ แต่พอมองอีกฝ่าย รับรู้ได้ว่าฉู่เฟยหยางถูกพิษมา นายเอกก็เย้ยหยัน แรก ๆ จะฆ่ากันแต่พระเอกถูกพิษร้อนมา นายเอกถูกพิษเย็นสองสิ่งดึงดูดเข้าหากัน (ไหนจะนายเอกเปลือยอยู่ก็ช่างกระตุ้นอารมณ์โดยที่ไม่รู้ตัว) แล้วก็ป้ามป้ามป้ามฉากถูกตัดออก (ร้องไห้สิบนาที หาคัทไม่เจอเพราะนิยายเก่ามาก จนได้มาอ่านคัทกับต้นฉบับ ถึงพริกถึงขิง อันนี้ไม่ขอพูดถึงเรื่อง consent นะคะ เรื่องนี้ถ้าถกปุ๊บ ยาวอะ) หลังคืนนั้นฉู่เฟยหยางก็หลบหนีออกมาจากนิกาย ทีแรกตั้งใจจะฆ่าแต่พอเห็นร่างในอ้อมกอดตัวเองก็ไม่กล้าลงมือ รู้สึกแปลก ๆ พูดไม่ออกอธิบายไม่ได้หาข้อแก้ตัวให้ตัวเอง บอกนายเอกแค่ว่าเมื่อไหร่ที่นายเอกเหยียบแผ่นดินจงหยวน จะฆ่าทันที อย่าลืมว่า นิกายเทียนอีตั้งอยู่นอกด่านนา


    จากนั้นนายเอกก็ท้อง เริ่มแรกยังไม่รู้ตัว เกาฟ่างเอางานของประมุขมาให้สะสางนายเอกก็ปัดบอกประมาณว่าเรื่องพวกนี้จำเป็นต้องถึงมือตัวเองด้วยเหรออะไรแบบนี้เกาฟ่างอิดออดบ่นงึมงำว่า นี่ไม่เหมือนเจ้าเลย นายเอกก็ขุ่น ๆ คุณผู้ติดตามเลยรีบพูดต่อ เจ้าดู..ขี้เกียจ อาการเริ่มแสดงขึ้นทีละลำดับจวินซูอิ่งคิดว่าหลังกลับจากถ้ำกำลังภายในเขาจะฟื้นตัวในไม่ช้าแต่นี่มันอะไรเหมือนมีหลุมลึกอยู่ในช่องท้องกลืนกินพลังของเขาไป เขารู้สึกได้ว่าพลังภายในไม่ได้หายไปแต่แค่เอามาใช้ไม่ได้ หลังจากนั้นนายเอกก็รู้ตัวว่าท้องตอนอาเจียนออกมาหลายต่อหลายครั้งเกาฟ่างที่วิ่งมารายงานเรื่องชิงหลางซ่องสุมกำลังคนมีความเคลื่อนไหวก็รีบเข้ามาดูอาการ ตรวจสภาพชีพจรของนายเอกคือ "ตั้งครรภ์" จะเอาเด็กออกก็ไม่ได้เพราะทารกดูดซับพลังของคนเป็นแม่เพื่อปกป้องตัวเอง ถ้าเอาเด็กออกพลังทั้งหมดก็จะหายไปด้วยนายเอกกรีดร้องสบถด่าฟ้าด่าดินแทบเสียสติ ก็ผู้ชายแท้ ๆ อะเนอะ อีกอย่างไม่ใช่ความผิดพระเอกด้วยอะ คนที่ทำให้นายเอกท้องได้ก็คือเพื่อนนายเอก แต่คนทำที่นายเอกท้องก็คือพระเอก แต่พระเอกมันก็ไม่ได้มีเจตนาจะมีเซ็กส์กับนายเอกแต่แรกไง๊!  เพราะพระเอกก็ถูกคนสนิทนายเอกวางยามาอีกที ลูกน้องนายเอกก็คิดไม่ถึงว่าพระเอกจะเข้าไปหลบในถ้ำ ต่างคนต่างถูกกระทำ งงป้ะ พอ ๆ อย่างที่เปรยไปว่าขี้เกียจพิมพ์ดิสคัส จะกล่าวว่าเป็น rape ก็ไม่ถูกทีเดียวเพราะพระเอกถูกยาพิษไม่มีสติ ไม่ได้เจตนา เราเลยคิดว่าน่าจะ dub-con มากกว่าค่ะ ยังไงก็ค่อยถกเรื่องพวกนี้ทีหลัง เล่าต่อก่อน 


    ระหว่างที่นายเอกมีสภาพที่อ่อนแอ ชิงหลาง อดีตทูตขวา (และเป็นสหายของนายเอก) ก็กลับมาชิงตำแหน่งประมุขนิกาย ต่อสู้ฟาดฟันกันจนพบว่าจวินซูอิ่งกำลังท้อง ไม่มีพลังมากพอที่จะชนะ ด้วยความเป็นเพื่อนกันมาก่อนอะ ชิงหลางรู้ว่านายเอกเป็นคนที่เก่งมากคนหนึ่งแต่อยู่ ๆ กลับใช้กำลังภายในได้ไม่หมดแถมยังอ่อนแอลงเลยอาศัยจังหวะคว้าแขนมาคลำชีพจรชิงหลางแอบตกใจน้อย ๆ แต่ก็แค่เสี้ยวเดียว นายเอกยอมแพ้ไม่ให้อีกฝ่ายพูด "คำนั้น (เดาว่าคำว่าท้อง)" ออกมา ตำแหน่งยกให้หมดแล้วตัวเองจะหายไปไม่เหยียบนิกายเทียนอีอีก เหมือนชิงหลางจะถามว่าพ่อเด็กคือใครเพราะตามนิยายมันบรรยายจากมุมมองที่สามว่าจวินซูอิ่งพูดชื่อ ฉู่เฟยหยาง ขึ้นมาเสียงดัง สุดท้ายชิงหลางก็ไม่ได้ปล่อยนายเอกไป (ฮีบอกว่าแค่ไม่ฆ่า ไม่ใช่ปล่อยตัว) แล้วนายเอกก็ถูกนำตัวมาขังที่คุก


    ก่อนหน้านี้นายเอกถูกบังคับให้กินยาพิษอีก ชิงหลางต้องการให้นายเอกขโมยไข่มุกเพื่อแลกกับยาแก้พิษ (ถ้าจำไม่ผิดเป็นไข่มุกของสกุลเหมย) และคนที่คุ้มครองไข่มุกไม่ใช่ใครอื่นนอกจากฉู่เฟยหยาง แน่นอนว่าเรื่องนี้ชิงหลางก็รู้แต่ยังส่งนายเอกไป คืนนั้นนายเอกถูกพบเข้าแล้วถูกจับ พระเอกยังไม่รู้ว่าคนที่บุกรุกมาคือนายเอก ปลายมีดสะท้อนแสงจันทราใกล้เข้ามานายเอกเลยหลับตาตะโกนไปว่า เจ้าฆ่าเข้าไม่ได้ ฉู่เฟยหยาง! พ่อพระเอกชะงักไป เสียงนี้เขาไม่มีวันลืมเฟยฟยางถาม ทำไม ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้าเจ้ากล้ายุ่งเกี่ยวยุทธภพจงหยวน ข้าจะฆ่าเจ้า แต่นายเอกก็ไม่กล้าตอบ repeat คำว่า เจ้าฆ่าข้าไม่ได้ + เจ้าจะต้องเสียใจ เข้าใจนะ จะให้พูดว่าเพราะข้าท้องกับเจ้าข้ามีลูกกับเจ้ามันก็แปลกหน่อย ศักดิ์ศรีความเป็นชายค้ำคอด้วย พระเอกมีท่าว่าจะไม่ปล่อยไปนายเอกเลยพูดเสียงแผ่ว ๆ เจ้าอยากรู้จริงเหรอว่าทำไม อ้ำอึ้งอยู่นานพูดออกมาแค่ "เพราะว่า.." คนสกุลก็เหมยขัดก่อนถามเฟยหยางว่ารู้จักเจ้าหัวขโมยคนนี้เหรอ พระเอกไม่ตอบ นายเอกก็หัวเราะมองหน้าพระเอกแล้วพูดต่อ "人之将死,其言也善 (ประมาณว่าคนใกล้ตายจะพูดคำในใจออกมา)" พระเอกขมวดคิ้ว "มีอะไรจะพูด พูดเสีย" ไม่ทันตั้งตัว นายเอกอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนี ตบท้ายด้วยควันขาวลอยฟุ้ง เสียงตะโกนว่าแมลงและควันทำให้พระเอกยังไล่ตามนายเอกไม่ได้ หลังดูความเรียบร้อยแล้วถึงตามออกมา


    นายเอกเอามือกุมอกย่องเดินอย่างระแวดระวังบนถนน สักพักภาพตรงหน้าก็เริ่มเบลอแล้วเป็นลมล้มพับไป ตื่นมาอีกทีอยู่บนเตียงนอนกวาดตามองรอบข้างห้องนี้มีขนาดกว้างสว่างสดใสได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามเหมือนห้องพักของโรงเตี๊ยม แผลบนร่างกายก็ถูกปฐมพยาบาลพันผ้าเรียบร้อยหมดจด ไม่ทันจะคิดอะไรเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น นายเอกรีบหลับตาลงทำเป็นยังไม่ตื่นจนกระทั่งคนมาใหม่เปิดประตูเข้ามานายเอกรู้สึกว่าอีกฝ่ายคงจะเป็นคนตัวสูง (รู้สึกเหมือนมายืนดูอาการใกล้ ๆ ) พอเสียงฝีเท้าออกห่างเลยลืมตาขึ้น เจ้าของแผ่นหลังกำลังวางถ้วยยาบนโต๊ะ — ฉู่เฟยหยาง นายเอกแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง พอพระเอกหันหลังกลับมาเห็นนายสายตาของนายเอกมองตัวเองอยู่ (นายเอกแกล้งหลับไม่ทันช็อก5555) ก็ตัวแข็งทื่อ เลิ่กลั่กๆๆ กระแอม “เจ้าตื่นแล้ว” แน่นอนว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบรับกลับมา พระเอกถอนหายใจสารภาพว่า ‘รู้แล้ว’ รู้เรื่องที่นายเอกท้องลูกตัวเองพร้อมกับต้องการรับผิดชอบการกระทำ


    ด้วยนิสัยพระเอกจอมยุทธ์ผู้มีคุณธรรม พ่อพระพ่อคุณน่ะ ฉะนั้นตอนนี้ก็ยังไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องแค่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ควรทำเลยหาข้าวหายามาให้นายเอกกำชับเป็นข้อความสั้น ๆ ว่า อย่าคิดจะหนีนายเอกดูอืมอือว่าง่าย ความจริงเป็นเพราะแค่ยืนก็เซแล้ว สภาพนี้ยังไงก็หนีไม่พ้นสายตาจอมยุทธ์ฉู่ผู้เก่งกาจหรอก พอพักฟื้นดีขึ้นบ้างมีแอบย่องจากห้องสุดท้ายถูกพระเอกขวางอยู่ดี ช่วงที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันมีฉากน่ารัก ขำโปกแทรกมาเป็นระยะอย่างเช่นนายเอกดูจะเหวี่ยง (นิสัยเดิมก็อารมณ์ร้ายแหละแต่เพิ่มระดับตามประสาคนท้อง) เถียงกันพักหนึ่ง ตามคาดพระเอกเป็นคนยอมอ่อนลงก่อนแต่ก็ใช้ไม้แข็ง สกัดจุดนายเอกให้อยู่กับที่ให้นายเอกบ่นรอที่ห้องพักแล้วตัวเองก็เดินออกจากโรงเตี๊ยมไปร้านขายยาถามทุกอย่างเกี่ยวกับการคนท้องการดูแล การให้อาหาร ให้น้ำ ให้ยา ก่อนจะนึกขึ้นได้เลยถามเจ้าของร้านยาประมาณว่า เป็นปกติหรือเปล่าถ้าคนท้องจะมีอารมณ์งุ่นง่านหงุดหงิดง่ายดูอันตรายขู่ฟ่อ ๆ ไรแบบนั้น (ฮีนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ยืนเถียงกันนายเอก) 5555 ฮือ น่าเอ็นดูพระเอกอะ มันแบบดูเด๋อว่ะ ชอบ ๆ 555555 พอได้ดูแลได้เรียนรู้ตัวตนของนายเอกพระเอกก็ค่อย ๆ ตกหลุมรัก ต้องการที่จะช่วยเหลือให้ความทะนุถนอมหวงแหนตลอดจนผ่านเรื่องราวบนยุทธภพนานัปการด้วยกัน 


    อันนี้เป็นตัวละครหลัก ๆ ในเรื่องค่ะ


    ย่อยข้อมูล ฉบับสั้นมาก เรียงเหตุการณ์เบื้องต้น

    ✿ นายเอก ชื่อ จวินซูอิ่ง เป็นทูตซ้ายของนิกายเทียนอีซึ่งตั้งอยู่นอกด่าน

    – นายเอกสั่งสังหารล้างโคตรสกุลซ่ง (มีคนรอดหนึ่งคน)

    – เดิมทีเป็นทูตซ้ายของนิกายเทียนอีแล้วชิงตำแหน่งประมุขนิกายมาเป็นของตัวเอง

    – ถูกพระเอกส่งจดหมายท้าประลองมาให้ ประลองกันปุ๊บเกือบพลาดท่าแต่รอดกลับมานิกายให้คนสนิทรักษา

    – ระหว่างนั้นมีสัตว์ประหลาดบุกเข้ามา ชิงหลางเพื่อนเก่านายเอกปรากฏตัว นายเอกถูกบังคับให้กินยาที่ทำให้ผู้ชายสามารถท้องได้ ฤทธิ์ยาทำให้ตัวเย็นเฉียบจนต้องไปแช่บ่อน้ำพุร้อนในถ้ำหลังเขา

    – พระเอกส่งจดหมายท้าประลองมาอีกแต่คนสนิทของนายเอกรับแล้วใช้อุบายยาพิษแทน

    – พระเอกถูกพิษที่มีฤทธิ์เหมือนยาปลุก สูญเสียสติสัมปชัญญะชั่วคราว หลบคนของนิกายไปหลังเขาเจอถ้ำเจอกันกับนายเอก พระเอกร้อนนายเอกเย็นเหมือนมันดึงดูดกันอะ อุบ๊ะอุบ๊ะกัน พระเอกฆ่านายเอกไม่ลงแต่เตือนว่าถ้านายเอกเข้ามาจงหยวน (นายเอกอยู่นอกด่าน) จะไม่ละเว้น

    – ผ่านไปสักพักนายเอกก็ท้อง อาการค่อย ๆ ออกจนคนสนิทของนายเอกตรวจชีพจรก็รู้ว่าตั้งครรภ์

    – เพื่อนเก่านายเอกกลับมาชิงตำแหน่งประมุขนิกาย 

    – รู้ว่านายเอกท้องกับพระเอกก็ให้นายเอกกลืนพิษต้องไปขโมยบางอย่างกลับมาแลกกับยาถอน ซึ่งคนที่ดูแล บางอย่าง ที่ว่าก็คือฉู่เฟยหยาง

    – พระนายเจอกันตอนนายเอกกำลังขโมย

    – นายเอกฟื้นมาที่โรงเตี๊ยม พระเอกรู้ว่านายเอกท้อง

    ✿ พระเอก ชื่อ ฉู่เฟยหยาง

    – พระเอกเป็นศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่ชิงเฟิง

    – ถูกวานให้สืบคดีสกุลซ่งที่ทางการรามือไปเพราะคาดว่าสาเหตุของการฆาตกรรมจะเกี่ยวข้องกับปัญหาในยุทธภพ

    – เดินทางถึงจวนสกุลซ่ง เจอกับซ่งหลานอวี้ คนที่รอดชีวิตเลยให้มาหลบภัยอยู่ที่สำนักกระบี่ก่อน ระหว่างนั้นนายเอกชิงตำแหน่งประมุขนิกายมาเป็นของตัวเองแล้ว

    – พระเอกเดินทางออกนอกด่าน ตั้งใจจะกำจัดนายเอกที่พระเอกมองว่าเป็นภัยร้ายของยุทธภพจงหยวน

    – ซุ่มดูกำลังพลระหว่างที่นิกายกำลังระส่ำระส่าย ส่งจดหมายท้าประลองไปให้นายเอก แล้วจากนั้นเหตุการณ์ก็เริ่มบรรจบเข้าหากันค่ะ ไม่งงเนอะ55555


    นิยายเรื่องนี้เก่าพอสมควรค่ะ ตั้งแต่ปี 2009 หลัก ๆ เป็นแนวกำลังภายในแท้ ๆ (อู่เสีย) กับ Mpreg (ผู้ชายท้องได้) เอ.. น่าจะบวก gayniverse ไปด้วยได้หรือเปล่าไม่แน่ใจเพราะคู่ชายชายเรื่องนี้เยอะนะคะฟีลประมาณลำนำวิหคอะที่มีคู่ชชเยอะ 


    เราบังเอิ๊ญญเจอมาเลยลองอ่านดูปรากฏว่าฉากของนิยายมีกลิ่นอายฉากกำลังภายในยุคเก่า การดำเนินเรื่องเร็วไม่ยืดเยื้อ ช่วงแรกจะเน้นบรรยายสลับเหตุการณ์ระหว่างพระเอกกับนายเอกจนกระทั่งมาพบกันแต่ส่วนใหญ่ก็เน้นไปที่ตัวนายเอกมากกว่า ข้อเสียของเรื่องนี้คือ "สั้น" ค่ะ บางตอนบนจิ้นเจียงมีไม่ถึง 800 ตัวอักษรด้วยซ้ำ คือมารู้ทีหลังมานักเขียนตัดเนื้อหาบนเว็บออกไม่ได้ตัดแค่ฉากเรทอย่างเดียวนะเลยทำให้ตัวอักษรในแต่ละตอนดูน้อยแล้วแหว่ง ๆ 


    พระนายมี dynamic ประมาณนี้555555 ตัวแดง 攻 พระเอก ตัวเขียวกลม 受 นายเอก

    ตัวจีนแปลว่า ยอดรัก ข้าผิดไปแล้ว *ทำตาหมาน้อยสำนึกผิด* 


    จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์กับสิ่งที่ผูกความสัมพันธ์ของพระนายเรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่ามาลงเอยกัน พระเอกเป็นวีรบุรุษของยุทธภพผู้มากคุณธรรมส่วนนายเอกเป็นฝ่ายอธรรมนิกายชั่วร้ายที่ผู้คนต่างหวาดหวั่น แต่แล้วด้วยบุพเพอลวนหรืออะไรก็ไม่ทราบ (บุพเพที่ชื่อว่าอีชิงหลาง อีเพื่อนตัวดี555555555) ทำให้เกิดเรื่อง "คืนนั้น" ขึ้นมาแถม "บังเอิญ" ว่ายาที่นายเอกถูกอดีตสหายบังคับให้กลืนลงคอก่อนหน้าดันส่งผลให้นายเอกสามารถตั้งครรภ์ได้ หลังคืนนั้นเวลาผ่านไปไม่นาน นายเอกก็ถูกสหายเก่าชิงตำแหน่งในนิกาย ไม่มีที่ให้กลับซ้ำยังถูกยาพิษต้องทำตามคำสั่งขโมยบางสิ่งที่สหายเก่าต้องการกลับไปนิกายเพื่อแลกยาถอน พระเอกรู้ว่านายเอกท้องเพราะเรื่องคืนนั้นส่วนหนึ่งก็ตั้งใจจะช่วยเรื่องพิษและรับผิดชอบ เราคิดว่าที่พระเอกมันมารับผิดชอบเพราะรู้สึกว่าเป็น สิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่ เพราะความรัก อะจุดเริ่มต้นหลัก ๆ ในความสัมพันธ์ของคู่นี้ก็คือ "พิษ" กับ สิ่งที่ผูกความสัมพันธ์กันคือ "เด็กที่อยู่ในท้อง" แหงล่ะ นายเอกเอาเด็กออกไม่ได้เพราะเด็กดูดซับพลังของคนเป็นแม่มาป้องกันตัวเอง..


    เรื่องความรักพระนายจะค่อยเริ่มพัฒนาทีหลังจากตรงนี้ไปค่ะ ไม่ได้น้ำเน่ามากเพราะนิสัยของนายเอกด้วยแหละ  สิ่งที่น่าสนใจสำหรับนิยายคือตัวละครจะพัฒนาความไปในแนวทางไหน อย่างไร พระเอกคนดี๊คนดีนิสัยถอดแบบมาจากพวกนิยายกำลังภายในทั่วไปที่พระเอกเป็นคนดีชิบหัยอะตรรกะพวกจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะ ให้นึกภาพประมาณนั้น พระนายเรื่องนี้นี่ขาวกับดำเลยค่ะ ถถถ พระเอกจะรับมือกับนายเอกยังไงในเมื่อแรกเริ่มเดิมทีทั้งสองคนก็อยู่ต่างพรรคต่างพวก คนหนึ่งเป็นศิษย์สำนักกระบี่ชื่อดังคนให้ความเคารพทั่วยุทธจักรมารักกับ (อดีต) ประมุขฝ่ายตรงข้ามที่ถูกด่าปาว ๆ มาเป็นมารร้ายต่ำช้า ชาวยุทธ์ส่วนใหญ่ก็มองว่ามันไม่เหมาะสมอะเนอะ ขี้ปากชาวบ้านไง นี่อ่านแล้วนึกถึงพ่อแม่ของเตียบ่อกี้นิด ๆ ค่ะ พระเอกรู้สึกก่อนนะคะ นายเอกต้องใช้เวลาหน่อยอะไรอะไรมันถึงเข้าที่เข้าทาง นิสัยนายเอกก็เป็นพวกหัวแข็งแต่พักหลังพอเป็นแม่คนก็อ่อนโยนเป็นน้า เป็นคนดีขึ้นอะ พระนายมีลูกด้วยกันสองคนผู้ชายทั้งคู่ ชื่อ ฉี กับ หลิน ใช้แซ่พ่อ 楚 ฉู่ฉี กับ ฉู่หลิน เอาชื่อมาจาก 麒麟 (ฉีหลิน) หรือ กิเลน ฉู่ฉีเป็นลูกชายคนโต ฉู่หลินลูกชายคนที่สอง นิสัยคนพี่ได้แม่มา มีชีวิตชีวา พละกำลังล้นเหลือ คนน้องขรึมได้พ่อ 555555 น่ารักทั้งคู่ แน่นอนว่านิยายเรื่องนี้จบดีค่ะ


    ถ้าไม่ซีเรียสไรมากมาย สำหรับเรานิยายเรื่องนี้ก็คุ้มค่าแก่การอ่านเพื่อความบันเทิงอีกเรื่อง เป็นแนวยุทธภพที่อ่านง่ายอะ ไม่เครียด อ่านสบายเคี้ยวง่ายอร่อยด้วย เออนิยายเรื่องนี้มีเล่มต่อนะ 晓星孤屿 แล้วก็ 风雨无极 รวมเล่มนี้ก็ 3 เล่ม เผื่อใครสงสัยทำไมชิงหลางโผล่มาที่นิกายเทียนอีอีกรอบหลังนายเอกขึ้นตำแหน่ง ด้านล่างจากก็นี้มีสปอยล์เหนือสปอยล์ 555



    ชิงหลางกลับมาช่วยอสุรกายหรือก็คืออดีตประมุขน้อยคนนั้น คนคนนั้นมีนามว่า เยียนฉี เป็นลูกของอดีตประมุข คนที่ว่าเป็นพวกไม่เอาไหนรู้แค่กินดื่มและเล่นพนันนั่นแหละ เพราะเป็นลูกไม่เอาไหนแต่อยากแก้แค้นจวินซูอิ่ง เยียนฉีไม่ลังเลที่จะฝึกวิชาพิษพิศดารจนกลายมาเป็นอสุรกาย/สัตว์ประหลาด แล้วพลิกล็อคมากเยียนฉีเป็นคนที่ชิงหลางรัก รักลึกซึ้งด้วย เป็น 深爱 รักลึกล้ำ (วาสนาตื้นเขิน55555 ว้าย นก นก นก) ได้ชิงหลางช่วยรักษา ดูแล กลับมาเป็นผู้เป็นคนเหมือนดิม เยียนฉีซึ้งในบุญคุณไหนจะใจบางเพราะตาชิงหลางประคบประหงมอีกเลยชูวับชูวับ คู่กัน อ้อ จากนั้นเยียนฉีไม่ได้ชิงชังต่อนายเอกอีกต่อไปแล้ว

    ↓ แฟนอาร์ตคู่ชิงหลาง x เยียนฉีค่ะ

    ↓ ภาพเยียนฉี

    และ และเกาฟ่างก็มีคู่ค่ะคุณ!! เกาฟ่างเป็นคนสนิทและญาติพี่น้องคนเดียวที่เหลืออยู่ของจวินซูอิ่งอะ เก่งเรื่องพิษ ทักษะการแพทย์ เป็นคนที่อ่อนโยนคนหนึ่ง หลังจากที่นายเอกถูกชิงหลางแย่งตำแหน่งประมุขแล้วถูกจับขัง ฮีหมดหนทางแล้วไปขอความช่วยเหลือจากใครพอรู้ว่าคนที่ต้องประมือด้วยคือชิงหลางเขาก็พากันโบกมือลาหยอย ๆ เลยแบกหน้าลอบเข้ามาที่สำนักกระบี่ชิงเฟิงจะเล่าแล้วขอให้ฉู่เฟยหยางช่วยไงแต่ไม่ทันไรก็ถูกซ่งหลานอวี้ชี้ตัวว่าเป็นคนจากนิกายเทียนอีเลยสู้กับ ซิ่นไป๋ เจ้าสำนัก จนได้รับบาดเจ็บสาหัส คนที่ช่วยเกาฟ่างไว้ก็คือ ซิ่นอวิ๋นเซิน ลูกชายของซิ่นไป๋นี่แหละ ซึ่งภายภาคหน้าน้องอวิ๋นเซินก็จะกลายมาเป็นเจ้าสำนักกระบี่แทนพ่อ แน่นอนว่า เกาฟ่าง เป็น รับ ค่า มีเรื่องแยกของคู่นี้อยู่แต่เรายังไม่ได้อ่านเลยค่า แหะ ๆ เห็นว่ามีลูกด้วยกันหนึ่งคนด้วย < สปอยล์พอสมควรแหละ ใครใคร่รู้ก็ครอบดำ


     

    จบค่ะ ไม่รู้จะเล่าอะไรต่อละ

    เรื่องอื่นที่เคยเล่าบ้างก็ http://minimore.com/b/ffhkT





      • ทั้งนี้รีวิวอันนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด ถ้ามีพิมพ์ผิดหรือวกวนยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
skymr (@skymr)
น้องเหยียนฉีงามมากเลยค่ะ สตอรี่น้องน่าติดตามจัง
panatda15525106 (@panatda15525106)
มีแปลไทยมั้ยอ่าตัวเอง
parnbewtch (@parnbewtch)
@panatda15525106 ไม่มีค่ะ