My Book Reviews & TRANSLATIONSparnbewtch
เล่านิยายวาย : 将进酒 (BL)
  • ชื่อเรื่อง : 进酒 เฉียงจิ้นจิ่ว มาจากชื่อบทกลอน “将进酒” ของกวีหลี่ไป๋ แปลไทยว่า “เชิญร่ำสุรา”

    ผู้แต่ง : 唐酒卿 ถังจิ่วชิง

    ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพไทย 

    แนวชายรักชาย จีนโบราณ การเมือง กลอุบาย ราชสำนัก สงคราม

    ตัวอักษรอ้างอิงจากเว็บ 1042394 ตัว ไม่รวมตอนพิเศษแยกบนเวยป๋อ


    พระเอกซ้าย (เป็นแฟนอาร์ตตอนที่เติบโตกลายเป็นหมาป่าหนุ่มค่ะ5555) นายเอกขวา
    อันนี้ถึงจะพระเอกตอนเป็นหนุ่มน้อย จิ้ม
    arts belong to the artist/owner : 江湖夜雨 
    ขออนุญาตนักวาดทางดีเอ็มเอามาประกอบบทความแล้วค่ะ



    อย่างที่เขียนด้านบน 将进酒 ที่เป็นชื่อเรื่องอ้างอิงมาจากชื่อบทกลอนของหลี่ไป๋แล้วตัว 将 ของคุณเขามันไม่ใช่(jiāng)แต่เป็น(qiāng)สมัยโบราณสองตัวนี้มีความหมายไม่เหมือนกัน 将(qiāng)ณ ที่นี้เป็นคำกริยาและมีเสียงหนึ่งจะหมายถึง “请” หรือ “เชิญ” 将进酒 ก็คือ 请喝酒 ดังนั้นเราเลยถอดคำอ่านว่า เฉียง ค่ะ เนื้อหาของบทกลอนมีหลากหลายอารมณ์ผสมกันไปของผู้แต่งเปรียบเสมือนเรื่องราวที่ปรากฏบนนิยายเรื่องนี้ ไม่ได้สุ่มเจอหรือมีใครแนะนำมาเดิมทีเราตามผลงานของนักเขียนคนนี้อยู่พอดีเคยอ่านอีกเรื่องหนึ่ง คนละแนวกับเรื่องนี้เลย5555555 เห็นเปิดเรื่องใหม่ก็ไม่ได้อ่านปุ๊บปั๊บเพราะไม่อยากลงแดง พอเฉียงจิ้นจิ่วแต่งถึงกลางเรื่องค่อยมาตามอ่านทุกคืนที่อัปเป็นตอนไป นิยายพึ่งจบเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เอ๊งกระแสนิยายเลยกลับมาขึ้นท็อปเว็บจีน




    เนื้อหาที่จะเล่าต่อไปนี้อาจมีสปอยล์

    ตอนแรกลืมใส่เตือน กราบแนบอก




    บิดาของ เสิ่นเจ๋อชวน ขายชาติสมคบคิดศัตรูเป็นผลให้หลายเมืองจมอยู่ใต้กองเพลิง ผู้คนมากมายบ้านแตกสาแหรกขาดพากันเกลียดชังแซ่เสิ่นเข้ากระดูกหมายสังหารให้สิ้นสกุลรวมถึงลูกอนุที่ถูกลืมเลือนอย่างเขา 



    เริ่มเรื่องจะเป็นการเล่าถึงเหตุการณ์ที่พึ่งผ่านไปสลับกับปัจจุบันของตัวละครหลักอย่าง เสิ่นเจ๋อชวน นายเอก ที่ถูกควบคุมตัวมายังเมืองหลวงเพื่อเค้นหาความจริง ผู้มาไต่สวนเป็นองครักษ์เสื้อแพรระดับจื่อฮุยสื่อ (ผู้บัญชาการ) นามว่าจี่เหลยยกลำดับเหตุการณ์ขึ้นมาเอ่ยหลายต่อหลายครั้งถึงเรื่องหลังทัพของเสิ่นเว่ยพ่อนายเอกพ่ายแพ้ให้แก่ตงเป่ย เมืองตุนโจวก็ถูกข้าศึกเข้ายึด ทหารผู้น้อยกว่าสามหมื่นนายถูกฝังทั้งเป็นที่หลุมยุบฉาสือ นายเอกเป็นหนึ่งในนั้นทำไมถึงมีแค่นายเอกรอดชีวิต


    ทว่ายามนี้นายเอกเอาแต่เหม่อลอยทั้งยังไม่ตอบกลับ 
    องครักษ์เสื้อแพรจึงออกแรงทุบโต๊ะเสียงดัง โน้มตัวเข้าหา จ้องมองนักโทษด้วยสายตามาดร้าย "เป็นเพราะก่อนหน้านั้นเสิ่นเว่ยลอบติดต่อกับพวกเปียนซาตั้งใจให้จงปั๋วหกแคว้นยกมือคารวะข้าศึก พวกเจ้าหมายตีขนาบประสานนอกใน (ร่วมมือกันกับศัตรู) เช่นนั้นทหารม้าเปียนซาเลยไม่ฆ่าเจ้า ใช่หรือไม่" ก็คืออีองครักษ์เสื้อแพรชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดแต่ใจความสำคัญจะถามนายเอกว่าที่นายเอกรอด ไม่ถูกทหารม้าข้าศึกฆ่าอะเพราะว่าสมคบคิดใช่เปล่า ริมฝีปากนายเอกเริ่มขยับ เขาฟังเสียงผู้คุมพูดอย่างเหนื่อยอ่อนและปฏิเสธเชื่องช้าด้วยลำคอที่แห้งผากว่า ไม่ใช่ ผู้คุมกระแทกเสียงเดือดดาล 


    ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เสิ่นเจ๋อชวนไม่ได้หลับตาคล้ายว่าถูกจับห้อยอยู่บนที่สูง ประมาทเลินเล่อปล่อยมือเพียงนิดย่อมตกลงมาตายร่างกายเหลวแหลก ผู้คุมยังคงพยายามเค้นคำให้การ "เมื่อวานเจ้ากล่าวว่าที่เจ้ารอดเดินออกจากหลุมยุบฉาสือเป็นเพราะพี่ชายช่วยเจ้า ใช่หรือไม่"


    เสิ่นเจ๋อชวนยามนี้สติไม่อยู่กับตัว เหตุการณ์วันนั้นพลันปรากฏขึ้นในความทรงจำ หลุมพรางแสนลึกทหารนับไม่ถ้วนอัดกันเบียดเสียด เหยียบศพ ต่อตัว ปีนอย่างไรก็ปีนไม่ขึ้น ทหารม้าเปียนซาวนอยู่โดยรอบๆ หลุม ลมหนาวเย็นยะเยือกกลางราตรีระคนกับเสียงยิงลูกธนู โลหิตอาบท้องน่องเสียงร่ำไห้คร่ำครวญกับการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายล้วนแนบชิดใบหู ลมหายใจเสิ่นเจ๋อชวนถี่กระชั้น เนื้อตัวเริ่มสั่นระริกบนเก้าอี้ เขาทึ้งเส้นผมตัวเองอย่างเสียการควบคุม ยากจะยับยั้งเสียงสะอื้นแล้ว
    องครักษ์เสื้อแพรก็พูดขึ้นทำนองว่านายเอกโกหก พี่ชายของเจ้าคือเสิ่นโจวจี้ บุตรชายคนโตภรรยาเอก เขาอยู่ที่หลุมยุบฉาสือก่อนจะแอบหลบหนีไปกับทหารคนสนิทและทิ้งทหารผู้น้อยสามหมื่นนายเอาไว้ทว่าระหว่างทางกลับถูกทหารม้าเปียนซาพบเข้าจับมัดเชือกลากทั้งเป็นริมแม่น้ำฉาสือ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวตายไปอย่างนั้นเพราะฉะนั้นตอนที่พวกเปียนซาฝังทหารผู้น้อยทั้งเป็นพี่ชายนายเอกย่อมตายไปแล้วไม่มีทางช่วยนายเอกได้


    ผู้คุมยังคงซักต่อไปตามข้อมูลที่ได้รับมาแต่ในหัวของเสิ่นเจ๋อชวนกำลังสับสน รู้สึกว่าเสียงที่กำลังพูดอยู่ไกลออกไป ข้างหูเขามีแต่เสียงตะโกนร่ำไห้ ทางออกอยู่ที่ใด ทหารกองหนุนอยู่ที่ใด ผู้คนล้มตายเต็มไปหมด เนื้อเน่าส่งกลิ่นติดมือ


    เด็กหนุ่มดิ้นรนราวกับต้องการอิสระ องครักษ์เสื้อแพรที่ยืนรายล้อมจึงกดเขาลงกับเก้าอี้เช่นเดิม 
    จี่เหลยปรามเสียงเข้ม เจ้าเข้ามาในคุกหลวงของเรา เห็นแก่เจ้ายังเป็นเด็กจึงไม่ใช้โทษหนักแต่ถ้าเจ้ายังไม่รู้ดีเลวเช่นนี้ก็อย่าได้กล่าวโทษว่าพวกเราใจโหดมือเหี้ยมเลย แล้วก็เรียกทหารเข้ามาคุมตัวนายเอก มือเท้าทั้งสองข้างของนายเอกถูกมัดด้วยเชือก ทหารกำยำล่ำสันด้านข้างยกไม้พลองออกมากะแรงแล้วฟาดลงทีหนึ่ง องครักษ์เสื้อแพรที่คุมการสอบสวนก็ถามเสียงเอื่อย 'ข้าจะถามเจ้าอีกครั้งเสิ่นเว่ยขายชาติหรือไม่'


    นายเอกปฏิเสธเสียงแข็งว่า ไม่ ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรวางแก้วชา "ถ้าเจ้าเอาความเด็ดเดี่ยวนี่ไปใช้ที่สนามรบ วันนี้คงไม่ถึงคราวของพวกเจ้าสกุลเสิ่น" พร้อมสั่งลงไม้พลองต่อ ท้ายสุดเหมือนผู้คุมจะเอาฎีกาสารภาพผิดของพ่อนายเอกมากาง หมึกสีดำประจักษ์แจ้งแก่คลองจักษุ เสิ่นเว่ยผู้เป็นบิดาขายชาติแม้แต่หมาก็ไม่ใช่ ศพทหารถูกฝังทั้งเป็นที่หลุมยุบฉาสือจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครไปเอากลับมาเพราะว่าทหารที่ประจำแถวตุนโจวถูกสังหารหมดแถมสถานการณ์ก็ยังไม่มั่นคงงี้อะไม่แน่ว่าผลีผลามเข้าไปอาจจะมีหลุมพรางกับดักอะไรซ่อนอยู่อีก


    ถึงเสิ่นเว่ยตายไปแล้วแต่บัญชีเลือดนี้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ย่อมต้องรับผิดชอบ หลังถูกทหารม้าเปียนซาบุกโจมตีไม่ว่าจะภรรยาเอก เหล่าอนุหรือบุตรชายทั้งหลายของสกุลเสิ่นก็ล้วนถูกสังหารหมดมีเพียงเสิ่นเจ๋อชวนที่ชาติกำเนิดต้อยต่ำ เขาถูกเลี้ยงอยู่ข้างนอกจวนจึงรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชแม้จะเกือบผ่านประตูผีแต่ใครจะสนถ้าแซ่เขายังเป็นแซ่เสิ่น 


    ตอนนี้เสิ่นเจ๋อชวนถูกลากกลับมาห้องขังตามเดิม เหม่อมองลมหนาวของราตรีที่ไร้สิ้นสุดผ่านหน้าต่างบานเล็กพลันนึกถึงสิ่งที่ต้องเผชิญเมื่ออยู่ในหลุมยุบอีกครั้ง.. ศพที่ใบหน้าเปลี่ยนจนไม่เหลือเค้าเดิม ขาของเขาถูกร่างทั้งหนาและหนักกดทับลมหายใจสูดได้แต่กลิ่นเลือดคาวคลุ้ง เจ๋อชวนกัดฟันหลั่งน้ำตาแต่ไม่อาจส่งเสียงร้องไห้ 
    นายเอกเรียกจี่มู่ (ลูกชายของอาจารย์นายเอก) สะอื้นบอกอีกฝ่ายเสียงเบาว่าตนกำลังกลัว จี่มู่ขยับคอเข้าใกล้ใช้มือลูบศีรษะปลอบเด็กหนุ่ม นายเอกก็ชวนจี่มู่คุยเรื่อยเปื่อยจนเป็นจี่มู่เองที่เงียบไป มีเกิดบางอย่างขึ้นเสียงเกือกม้าไล่ตามราวกับเสียงฟ้าร้องคำราม ไม่นานเจ๋อชวนก็ตกใจตื่นเขายังถูกขังที่คุกหลวง นายเอกอยากจะอาเจียนแต่มือทั้งสองข้างถูกมัดด้วยเชือกหนา บนร่างกายมีกระสอบที่บรรจุดิน กระสอบนี้เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ กดทับหน้าอกกระทั่งเสียงยังเปล่งออกมาไม่ได้ สิ่งนี้เรียกว่า ‘กระสอบดินถ่วงสังหาร’ (ไม่รู้มันมีชื่อเฉพาะที่เคยมีคนแปลไทยแล้วหรือยังนะคะ ขอแปลตามตัวจีนที่อ่านมาละกัน) ถูกใช้ในคุกเอาไว้รับรองนักโทษที่ไม่ต้องการมีชีวิตอยู่โดยเฉพาะ การทรมานนี้จะไม่ทิ้งร่องรอยบาดแผลใด


    คุกหลวงมีเพียงความมืดสลัว มือและเท้าของเขาเริ่มเย็นเชือกป่านรัดแน่น นายเอกพยายามจะขยับข้อมือแต่ก็ไม่เป็นผล ‘มีคนต้องการฆ่าเขา’ เสิ่นเจ๋อชวนคิดพลางเหลียวมองแสงเทียนจากนอกกรงขัง ที่โถงมีองครักษ์เสื้อแพรสองสามคนกำลังร่ำสุราพาที ไม่หันกลับมามองเขาเลยสักนิด นายเอกถูกกระสอบดินประกบกับเสื่อกกที่ทอลวกๆ รู้สึกคลื่นเหียนแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก เหมือนถูกน้ำหลากมาซัดร่างกายให้จม


    เสิ่นเว่ยสมควรตาย บิดาผู้นั้นไม่เพียงเลิกต่อต้านแต่ยังยกยุ้งฉางที่เหลือทั้งหมดให้กับทหารม้าเปียนซา อาศัยข้าวของชาวต้าโจวแล้วสังหารชาวเมืองสิ้น ม้าของพวกมันที่เสิ่นเว่ยเคยขุนให้อ้วนแข็งแรงถูกใช้ไล่ต้อนชาวบ้านและทหารผู้น้อยที่ถูกจับเป็นเชลยที่แม่น้ำฉาสือ ชั่วข้ามคืนผู้คนก็ถูกฝังทั้งเป็น


    มันหวาดกลัวที่จะต้องโทษจึงเผาตัวเองตาย เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่างมอดไหม้เหลือแต่ขี้เถ้ากระทั่งองครักษ์เสื้อแพรที่ว่าทำงานรวดเร็วเฉียบขาดยังอับจนหนทางแก้ปัญหา ถึงอย่างนั้นฮ่องเต้ก็ต้องการตรวจสอบให้กระจ่างเพราะชาวเมืองหลายคนต่างคิดหลายเหตุหลายเสียงบ้างก็ว่านี่อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาดหรือเข้าใจผิด พวกองครักษ์เสื้อแพรจึงทำได้เพียงไต่สวนอยู่อย่างนั้นคิดว่าบางทีนายเอกอาจจะหลุดข้อเท็จจริงอะไรออกมาบ้างทว่ามารดาของเสิ่นเจ๋อชวนผู้นี้เป็นเพียงนางรำจากตวนโจว เสิ่นเว่ยมีบุตรชายอีกมาก นายเอกที่เกิดจากอนุลำดับแปดไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นแต่ก็ไม่ได้อ่อนด้อยอะไรเรียกว่าไร้ประโยชน์ก็ใช่จึงถูกจวนอ๋องตุนโจวขับไล่ให้ไปอยู่ชนบทอย่างตวนโจว เกรงว่ากระทั่งตัวเสิ่นเว่ยเองยังจำไม่ได้ว่าตนมีลูกชายอยู่อีกคน สำหรับนายเอกเสิ่นเว่ยเป็นแค่เจี้ยนซิ่งอ๋องแห่งตุนโจว เขากับผู้ที่ชื่อว่าเป็นบิดาแทบไม่ข้องเกี่ยวกัน เสิ่นเว่ยสมคบกับศัตรูหรือ เขาไม่อาจรู้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ


    แววตาเสิ่นเจ๋อชวนพร่าเลือน เขานอนอยู่บนเตียงไม้กระดานเงยหน้าขึ้นกัดฟันและเริ่มขยับเท้าขาทั้งสองข้างที่ถูกไม้พลองตีจนเริ่มเหน็บชาเล็กน้อยยิ่งเวลายกขึ้นคล้ายจะไม่มีความรู้สึก.. เขาอยากมีชีวิตอยู่


    นายเอกตัดสินใจเขยิบตัวชนเข้ากับกระดานไม้ เหมือนไม้ที่เป็นส่วนประกอบเตียงเมื่อถูกกระแทกจะยุบลงครึ่งหนึ่งทำให้ร่างนายเอกไหลลงตามมาด้วยกระสอบดินถ่วงสังหารที่หล่นจากช่วงอก เสิ่นเจ๋อชวนนอนหอบจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรงเขารีบโกยลมหายใจเข้ามาสานต่อชีวิตน้อยๆ ของตน


    มีคนอยากฆ่าเขา ใช่ เขาเป็นสกุลเสิ่นคนเดียวที่เหลือ กากเดนที่ยังมีชีวิตอยู่ คำกล่าวที่ว่า หนี้พ่อลูกชดใช้ เห็นจะไม่เกินจริงเสียทีเดียว คำสั่งจับกุมถ่ายทอดโดยตรงจากเบื้องบน 

    – นายเอกถูกนำตัวมาคุกหลวงโดยมีเซียวจี้หมิง ซื่อจื่อ (ผู้สืบทอด) บุตรชายคนโตของอ๋องแห่งหลีเป่ยเป็นผู้ดูแลขบวนระหว่างเดินทางมาเมืองหลวงส่งตัวนักโทษ

    – คดีนี้ส่งข้ามสามแผนก อารมณ์ประมาณลัดขั้นตอนการสอบสวน

    – องครักษ์เสื้อแพรระดับจื่อฮุยสื่อหรือผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรมาไต่สวนเอง 

    นี่แสดงให้เห็นว่าพระองค์จะไม่ยอมนิ่งเฉยและต้องการสอบสวนที่มาที่ไปอย่างละเอียดแล้วใครกันที่เหิมเกริมกินดีมังกรต้องการลงมือสังหารเขาก่อนที่ฮ่องเต้จะพิจารณาคดี?


    ตัดมาตอนนายเอกถูกนำตัวออกจากคุกหลวงขึ้นรถม้า ถ้าจำไม่ผิดน่าจะถูกปิดตามาด้วย พอถึงสถานที่องครักษ์เสื้อแพรก็คุมตัวผ่านทางเดินยาว พานหรูกุ้ย (กงกง) ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของจี่เหลย ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร หน้าโถงมีขันทีน้อยยืนรอต้อนรับเขา ขันทีน้อยยื่นเสื้อผ้าที่เตรียมให้พานหรูกุ้ยเปลี่ยนผ้าผ่อนเพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้ เรียบร้อยพอจะเข้าเฝ้าโอรสสวรรค์แล้วพานหรูกุ้ยก็กล่าวขออนุญาต ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงข้างในก็ดังออกมา "นำตัวเข้ามา"


    หลังฮ่องเต้พิจารณาคดีเสร็จ ด้วยความไม่ยอมอ่อนข้อของนายเอกทำให้ถูกลากออกไป เดชะบุญนายเอกถูกคนของไทเฮาช่วยจากการถูกลงไม้พลองเอาไว้พอดี ถ้าจำไม่ผิดน่าจะถูกตีไปสามสี่ครั้งแล้ว ก้นคงเริ่มระบมได้ที่ดีไม่ดีเนื้อปริ อรูย แต่อย่างน้อยก็มาห้ามก่อนสำลักเลือดตาย คนที่ตีคือองครักษ์เสื้อแพรไงแล้วคนพวกนี้อย่างน้อยก็มีวรยุทธ์ติดตัวลงไม้พลองไม่เกินสิบห้าไม้นายเอกคงได้สู่แดนสุขาวดี 

    – ตอนนายเอกกำลังถูกโทษลงไม้พลองไทเฮาส่งสตรีนางหนึ่งมาต่อรองกับพานหรูกุ้ยให้นายเอกถูกละเว้น คุณหนูสามสกุลฮวาเป็นสตรีที่ถูกไทเฮาเลี้ยงมากระทั่งฮ่องเต้ยังทรีทนางเสมือนน้องสาวแท้ๆ นางถามว่าใช่บุตรชายแซ่เสิ่น เสิ่นเจ๋อชวนไหม พานหรูกุ้ยก็ตอบใช่แล้วพูดเรื่องโทษที่ว่านั่นแหละ คุณหนูสามสกุลฮวาเลยกล่าวต่อประมาณว่าฝ่าบาทบันดาลโทสะ ถ้าเสิ่นเจ๋อชวนตายคดีนี้จะกระจ่างได้อย่างไร เมื่อครู่ไทเฮาไปหาฝ่าบาทพูดถึงเรื่องนี้ หรูกุ้ยก็เลียบๆ เคียงๆ ว่าเช่นนั้นควรจะจัดการคนผู้นี้อย่างไรดี คุณหนูสามเหลือบมองเสิ่นเจ๋อชวนแล้วตอบ ฮ่องเต้จะพิจารณาใหม่ให้นำตัวกลับไปขังคุกหลวงก่อน เรื่องของนายเอกข้องเกี่ยวกับเรื่องใหญ่ หวังว่ากงกงจะกำชับใต้เท้าจี่ (จี่เหลยที่เป็นผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร) ให้แน่ใจว่าดูแลอย่างดี พานหรูกุ้ยอยู่วังรับใช้ฝ่าบาทมานานย่อมรู้ว่าหญิงที่มาแทนเป็นใครและอะไรควรทำ ถึงอย่างไรก็ไม่ทราบว่าพระนางมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงถึงยื่นมือเข้าช่วย

    – ฟื้นมาอีกทีที่คุกหลวงมืดสลัว เนื้อตัวสั่นเทา เหงื่อออก นายเอกปรับสายตายังไม่ได้เลยล้มตัวลงนอน มีแสงจากตะเกียงน้ำมัน

    – หลังมีคนมาเปลี่ยนชุดให้นายเอกก็เห็นจี่เหลยอยู่ในคุกพอเห็นนายเอกรู้สึกตัวก็เปิดปากเล่าว่าตัวเองรู้จักกับอาจารย์ของนายเอก ยี่สิบปีก่อนจี่เหลยเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกับจี่กัง อาจารย์นายเอกซึ่งเป็นอดีตองครักษ์เสื้อแพรระดับรองผู้บัญชาการดำรงตำแหน่งขุนนางขั้นสาม ต่อมาจี่กังมีคดีต้องโทษ ร้ายแรงถึงขั้นหัวหลุดจากบ่าแต่ฮ่องเต้องค์ก่อนมีเมตตาไม่ฆ่าเขาและเนรเทศแทน คนที่ช่วยให้นายเอกรอดมาได้ไม่ใช่จี่กังแต่เป็นอาจารย์หญิงของนายเอกซึ่งเป็นคนสกุลเดียวกันกับไทเฮาองค์ปัจจุบัน ใครจะรู้ว่านาง (อาจารย์หญิง) เสียชีวิตไปแล้วตอนที่เหตุการณ์ความสับสนวุ่นวาย จี่กังเป็นเพียงเศษสวะขี้ขลาดตาขาวไร้ความสามารถตายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน มายามนี้ยี่สิบปีต่อมาภรรยาและลูกชายของเขาเสียชีวิตตาม ตัวการต้นเหตุเป็นใครนายเอกย่อมรู้แก่ใจงี้ เหมือนมาพูดประชดว่าเอ็งรอดมาได้เพราะบารมีอาจารย์หญิง จงสำนึกคุณแล้วสารภาพความจริงมาเถ้อ


    นายเอกพูดไรนี่แหละแล้วจี่เหลยก็เออๆ ช่างหัวบิดามันแล้ว ข้าเพียงฟังรับสั่งไทเฮา ต้าโจวนี้ยังมีคนที่กระทำความผิดอย่างกำเริบเสิบสาน เจ้าโฉดเขลาเบาปัญญาเช่นนี้ก็ตามแต่ปณิธานเจ้าเถอะ เจ้าอยากให้คนฆ่าเจ้า คนผู้นี้มาแล้ว! พูดจบถีบประตูห้องขังออกไป ทันใดนั้นประตูของเมืองหลวงก็ถูกเปิดออกกว้าง มีเสียงควบอาชาห้อตะบึงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ไม่นานนายเอกก็ถูกหิ้วมากลางถนน องครักษ์เสื้อแพรกระจายกันทำหน้าที่ ผู้คนแบ่งออกเป็นสองข้างเว้นพื้นที่กลางถนนเปิดทางให้เสียงนั้น ยอดอาชาใต้เกราะหนักส่งเสียงร้องยามที่ถูกกระตุกบังเหียนยกขาคู่หน้ามันขึ้นแล้วคนบนหลังม้าก็พลิกตัวกระโดดลงมา จี่เหลยก้าวไปข้างหน้าเอ่ยชื่อเสียงดัง "เซียว.."


    คนมาใหม่ไม่หันมองเสียงนั้นทว่าตรงดิ่งไปยังนักโทษเพียงคนเดียว ณ ที่นี้ นายเอกเพิ่งจะขยับ
    เครื่องจองจำนักโทษ อีกฝ่ายก็ถีบเข้าที่หน้าอกของเขาด้วยความเร็วเพียงพริบตาเป็นการถีบเต็มแรงจนม้วนกลิ้งสำลักเลือด ชายหนุ่มคนนั้นใช้เท้ากดใบหน้าของเสิ่นเจ๋อชวน เสียงที่เปล่งออกมานั้นหนักแน่น "เสิ่นเว่ยเป็นบิดาของเจ้า?"


    พอนายเอกไม่ได้ตอบอีกฝ่ายก็เอ่ยซ้ำ "ถามเจ้า" แต่เสิ่นเจ๋อชวนที่มีสภาพนองเลือดทำได้แค่ส่งเสียงอื้อ (อุทาน) หนึ่งเสียง 
    จี่เหลยเห็นเลยเป็นคนตอบแทน ชายคนนั้นยกแขนขึ้นถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ เขามองเสิ่นเจ๋อชวนราวกับรองเท้าที่ใช้จนเก่า (ไร้ค่า) ไม่รู้ว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไร ดูถูกหรือสะอิดสะเอียน มันเหมือนกับคมมีดเยียบเย็น 


    เสิ่นเจ๋อชวนไม่รู้จักคนผู้นี้แต่เดาจากที่ควบอาชา บนบ่ามีเหยี่ยวขาวอยู่เกาะคงจะเป็นคุณชายน้อยสกุลเซียว


    และเจ้าหนุ่มคนนี้ก็คือ... เซียวฉือเหยี่ย พระเอกของเรื่องค่ะ555555 เปิดตัวได้ ออหอ ทีแรกก็ฮึ ชื่อคุ้นๆ ย้อนกลับไปอ่านที่นักเขียนกำกับ พระเอก!!! พอถีบเข้านายเอกเข้าเต็มรักเกือบตายคุณชายน้อยเซียวก็หันมาทักทายจี่เหลย ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรรู้จักกับฉือเหยียมาก่อนจึงคิดจะเสี้ยมสอนสักคำสองคำแต่พอเห็นเจาฮุยรองแม่ทัพอยู่ด้านหลังก็ไม่อยากจะจุดชนวน ทั้งสองคุยกันออกรสจากนั้นจี่เหลยก็คำนับส่งพระเอกซึ่งเป็นคุณชายรองจากสกุลเซียวที่พึ่งเดินทางมาถึงเมืองหลวง นายเอกก็ถูกพาตัวเข้าไปรักษา 


    เซียวฉือเหยี่ย ღゝ◡╹)ノ♡ หมาป่าน้อยแห่งหลีเป่ย เป็นบุตรชายคนเล็กของอ๋องแห่งหลีเป่ย ดินแดนทุ่งหญ้าท้องฟ้าและสายลมทางเหนือ ฝึกม้าเลี้ยงเหยี่ยวขาว (ไห่ตงชิง หรือ เหยี่ยวไจร์ฟัลคอน นกล่าเหยื่อขนาดใหญ่ของตระกูลเหยี่ยว) ที่เปิดตัวมาถีบนายเอกเลยนี่มีเหตุผลนะคะ ด้วยความที่ยังเป็นหนุ่มน้อยหมาป่าแดนเหนือไฟแรงยังควบคุมอารมณ์ไม่เก่งมากเหมือนพี่ชาย บวกกับที่มีครั้งหนึ่งเสิ่นเว่ยจนตรอกต้องถอยทัพจากทิศประจิมไปถึงเมือง A (สารภาพว่าลืมชื่อเฉพาะค่ะ พออ่านจบแล้วข้อมูลก็ไม่ได้แม่นข้อมูลปลีกย่อย) ซึ่งเป็นแนวป้องกันด่านสุดท้าย ซื่อจื่อแห่งหลีเป่ยพี่ชายของพระเอกเลยออกคำสั่งให้เคลื่อนทัพอาชาเหล็กจากเหนือลุยฝ่าหิมะลงใต้ไปช่วย สามวันไม่หยุดพัก ข้ามผ่านธารน้ำแข็งมุ่งสู่เมือง A ใครจะรู้ว่ากระทั่งเมือง A เสิ่นเว่ยยังต้านไม่อยู่เป็นผลให้ทัพอาชาเหล็กหลีเป่ยต้องตกอยู่ในวงล้อมศัตรู ถ้าไม่ใช่เซียวจี้หมิงจัดกองกำลังเสริมวางแผนมาอย่างดี เกรงว่านี่คงเป็นการสู้รบที่แสนโหดร้ายสำหรับชาวหลีเป่ย ตั้งแต่สงครามครั้งนั้นสิ่งที่หลีเป่ยชิงชังที่สุดก็คือสกุลเสิ่นแห่งจงปั๋ว + คดีใหม่ของสกุลนี้ ไหนจะเรื่องที่ข้องเกี่ยวกับพวกสมดุลอำนาจแล้วก็เรื่องสกุลเสิ่นของนายเอกต้นเหตุที่ทำให้พระเอกต้องมาอยู่เมืองหลวงคำพูดสวยหรูเชิญมาพักแต่ภาษาชาวบ้านก็มาอยู่ในฐานะ ตัวประกัน ดี ๆ นี่เอง พ่อของพระเอกป่วยมาหลายปีแล้ว พี่ชายที่เป็นซื่อจื่อ (ผู้สืบทอด อารมณ์ประมาณรัชทายาทแต่ซื่อจื่อคือรัฐทายาท) ก็ต้องคอยทำหน้าที่แทน พระเอกต้อง "นอนฟืนแข็งกินดีขม" ย้ำเตือนสติตนไม่ให้ลืมความเจ็บปวดและความมุ่งมั่นที่จะทำการใหญ่ต่อไป 


    และด้วยความที่นายเอกมีไทเฮาเป็นแบคอัพพยายามพูดแก้ต่าง แต่ไม่ออกนอกหน้าเกินนะก็พูดแบบฉลาดพูดตามประสาผู้เป็นใหญ่ในฝ่ายใน ให้ทำนองว่าเสิ่นเว่ยก็ไถ่โทษด้วยการเผาตัวเองตายแล้ว สกุลเสิ่นเหลือแค่เด็กคนนี้คนเดียว ละเว้นเขาสั่งสอนให้เขารู้บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนจะเป็นอะไรไปถึงจะมีเสียงคัดค้านบ้าง (รวมถึงพระเอกที่ไม่ค่อยพอใจแต่ก็เก็บงำประกาย ความรู้สึกต่างๆ) แต่สุดท้ายฮ่องเต้ก็มีราชโองการส่งนายเอกที่ตอนนี้ตายเก้าส่วนรอดหนึ่งส่วนถูกหมอยื้อชีวิตอยู่ไปวัดเจาจุ้ยที่เป็นวัดเก่าแทบจะร้างมีประวัติโชกโชน เวลานั้นเขาได้เจอกับ ‘คนที่ตายไปแล้ว’ อย่างไม่คาดคิด เรื่องราวของนายเอกในเมืองหลวงก็จะเริ่มจากนี้ไป ใครจะฆ่านายเอก สกุลเสิ่นทรยศจริงหรือเปล่า พระนายเริ่มต้นความสัมพันธ์อย่างนี้จะรักกันยังไง เกิดอะไรขึ้นกับรัชทายาท เรื่องราวอีกหลายร้อยตอนที่มีหลายอย่างเกิดขึ้นจนเอามาเล่าไม่หมดคือนิยายยาวมากจริงๆ ค่ะขึ้นสูงลงต่ำ5555555 เหตุผลอื่น ๆ นอกจากที่เราเกริ่นถึงว่าทำไม๊ทำไมพระเอกถึงเจอหน้าก็ถีบนายเอกขนาดนั้น ฮาร์ดคอร์ไร้เหตุผลไปป้ะ มีค่ะ มันมีแน่ ๆ อะเหตุผลพออ่านก็จะซึบซับความรู้สึกตัวละคร อยากให้ติดตามต่อในเรื่อง ..ถ้ามีลิขสิทธิ์ในไทยน่ะนะ555555 ขอให้มี สาธุๆๆ อยากเห็นนิยายที่ชอบมีเล่มไทยค่ะ


    ตัวละครมีพัฒนาการค่ะ เราไม่สามารถตัดสินว่าคนคนนั้นเป็นคนเลว คนคนนี้เป็นคนดี เพียงแค่ตัวอักษรไม่กี่บรรทัด สปอยล์อนาคตนายเอกสั้น ๆ เพื่อกระตุ้นความอยากเผือกต่อ นายเอกจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นจื่อฮุยถงจือหรือรองผู้บัญชาการขององครักษ์เสื้อแพร ดำรงตำแหน่งขุนนางขั้นสามควบตำแหน่งซักอย่างและมีบทบาทควบคุมคุกหลวง เป็นคนงามเท่ทิ่สุดในเมืองหลวงแล้วว แน่นอนว่าถึงจะมีไทเฮาคอยหนุนหลังแต่ก็ใช่ว่าทางเดินจะโรยด้วยกลีบกุหลาบทั้งหมดทีเดียว 


    ย่อยข้อมูลเบื้องต้นจากที่เล่าอีกที ย้ำว่าจากที่เล่าและเป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้นไม่ใช่จาก whole story ค่ะแน่นอนว่ากลางทางจนถึงสิ้นสุดอาจจะมีเรื่องพลิกผันหรือไม่มี อะไรยังไง ก็ต้องลุ้นอีกที 

    ✿ พระเอก

    – ชื่อ เซียวฉือเหยี่ย หรือ เช่ออัน

    – เป็นบุตรชายคนเล็กของอ๋องแห่งหลีเป่ย มีพี่ชายคนโตเป็นซื่อจื่อ (ผู้สืบทอด)

    – ชิงชังสกุลเสิ่นเพราะเหตุผลที่หลายประการ

    หลีเป่ยคือดินแดนทางเหนือค่ะ ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือภูมิประเทศจะเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์กับทะเลทราย ดินแดนนักรบอาชาที่เชี่ยวชาญการสู้รบโจนทะยานบนหลังม้า มีความองอาจห้าวหาญและเปิดเผยตรงไปตรงมา เวลานึกลักษณะภายนอกพระเอกก็จะออกไปทางชนเผ่านักรบหน่อยใครเคยอ่านฉู่เฉียว aka จอมนางจารชน หน่วย 11 เช่ออันนี่ประมาณเยียนสวินเลย ไม่เหมือนกันทีเดียวเพราะเยียนสวินเป็นซื่อจื่อแต่เช่ออันเป็นน้องชายซื่อจื่อค่ะ เยียนสวินจะร่าเริงกว่าด้วยแต่เช่ออันเวลาอยู่เมืองหลวงจะปั้นหน้าเป็นยักษ์วัดแจ้งมากกว่ายิ้มแป้น นอบน้อมแต่ไม่ยอมคน พูดจาสุภาพแต่ในน้ำเสียงนั้นมักเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งมีแขวะบ้างตามประสา5555 

    ✿ นายเอก

    – ชื่อ เสิ่นเจ๋อชวน หรือ หลานโจว

    – เป็นหนึ่งในบุตรชายของเสิ่นเว่ย (เจี้ยนซิ่งอ๋องแห่งตุนโจว) มารดาของนายเอกเป็นอนุ นายเอกถูกจวนอ๋องขับไล่มาอยู่ตวนโจว มีอาจารย์ชื่อจี่กัง อาจารย์หญิงของนายเอกสกุลฮวา

    – เป็นสกุลเสิ่นคนเดียวที่รอดชีวิตหลังเหตุการณ์ที่หลุมยุบ


    เรื่องนี้มีชายชายอีกคู่นะคิดว่ามีใจให้กันแต่จบไม่สวย ความรู้สึกที่มีต่อคู่นี้เหรอคะ อ่อ เคยเห็นน้ำตกไนแองการ่ามั้ย นั่นแหละน้ำตาของชั้นที่ไหลจากเบ้า กับ มู้ดหญิงหญิงคู่หนึ่งค่ะ ไม่อยากสปอยล์เลยคู่พวกนี้55555 อยากให้ลุ้นเองมากๆๆๆ ตอนนี้แฟนอาร์ตที่จีนเริ่มเยอะแต่บนทวิตเหมือนว่าฝั่งต่างชาติจะไม่ได้อ่านกันแฟนอาร์ตเลยร่อยหรอ ปกติบางแฟนอาร์ตมันจะมีสปอยล์ไง ถ้าอ่านแล้วเจอเองมันจะวี้ดว้าย เห้ย ใช่เหรอ อ่านใหม่ดิ้ งี้อะเราเลยพยามไม่พูดถึงชื่อ55555 คู่หญิงหญิง ใครอยากรู้ชื่อครอบดำนะ ฉีจู๋อิน กับ ฮวาเซียงอี อีกคู่ชายชายที่จบไม่สวย เฉียวเทียนหยา (เฉียวซงเยว่) กับ เหยาเหวินอวี้ (เหยาหยวนจั๋ว) ที่เป็นกุนซือของนายเอก คนนี้ตาย ตอนแรกเราคิดว่าจะมีแค่คู่เดียวค่ะเพราะคุณถังจิ่วชิงเขียนว่า 1v1 แต่ดูแล้วน่าจะหมายถึงคู่หลักที่โฟกัสมีแค่คู่เดียว คู่รองที่คนหวีดกันอาจจะเป็นแค่ชิปซึ่งผิดคาดค่ะมีฉากจูบช่วงตอนที่สองร้อยกว่า last kiss goodbye ด้วย55555 


    “将进酒” หรือ “เชิญร่ำสุรา” เป็นนิยายที่ส่วนใหญ่ดำเนินเรื่องอยู่ในเมืองหลวง สถานที่ที่มีคลื่นใต้น้ำอยู่ตลอดเวลาแน่นอนว่าพล็อตที่มีฉากหลังเป็น ‘วัง และ เมืองหลวง’ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของการช่วงชิงอำนาจ การเมือง แบ่งพรรคแบ่งพวก ต่างฝ่ายต่างทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนอยู่แล้ว แต่เนื้อหาล่ะ นักเขียนจะเล่าออกมารูปแบบไหนนี่แหละค่ะ เราคิดว่า ขอเน้นคำว่าคิดว่าให้รู้ว่ามันคือ opinion ไม่ใช่ fact ไม่ใช่นิยายความรักจ๋า เน้นเนื้อหาเสียมากกว่า ทุกคนมีอุดมการณ์ของตัวเองมีหน้าที่ให้ทำ นิยายมีไฮไลท์สำคัญเกี่ยวข้องกับตัวละครหลักค่อนข้างเยอะเลยเอามาเล่าลำบาก.. มันเชื่อมต่อกันถ้าเล่าจุดนี้ก็ต้องพูดถึงจุดนั้น ถ้ารู้ก็อาจจะหมดสนุก อ่านแล้วต้องค่อยๆ เคี้ยว ค่อยๆ ย่อย ตัวละครเยอะ มีหลายฝ่าย ฝ่ายร้ายไม่ใช่พวกเคี้ยวหญ้า เฉือนคมกันไป เพราะนิยายยาวมากเกือบสามร้อยตอนเนื้อเรื่องเลยเข้มข้น  —ค่อนข้างมากอยู่มั้งรู้สึกว่ามันแทบจะไม่ค่อยมีอารมณ์ขันเข้าแทรกเท่าไหร่อะอาจจะมีมุขเสียดสีตลกร้ายบ้าง โดดบรรทัดไม่ได้เพราะเดี๋ยวพลาดรายละเอียดไป ลางเนื้อชอบลางยาเนอะ ถ้าใครถนัดนิยายวังหลวงที่มีฉากตบมุขกันโบ๊ะบ๊ะหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังมากกว่าคงต้องขีดฆ่าเรื่องนี้ออกไป แต่ลองอ่านก่อนก็ได้ไม่เสียหายนิยายดีๆ ควรค่าแก่การหยิบมาอ่านค่ะ เอ้อ เรื่องนี้มีฉากเรทฉากหวือหวานะคะ เรียกว่าครบทั้งเนื้อหาและความกรุบกริบหอมปากหอมคอ555555


    สกุลเซียวของพระเอกค่อนข้างเก่งกาจมีอำนาจกองทัพในมือทำให้ฮ่องเต้หวาดระแวงแถมยังอยู่แดนเหนือด้วยแหละมีความเป็นไปได้ว่าจะแอบซ่องสุมกำลังพลงี้ ส่วนนายเอกเป็นแค่ ‘กากเดน’ ที่เหลืออยู่ของสกุล แต่ก็เป็นพวก "ซ่อนประกายเติบใหญ่ในราตรี" รู้จักปิดบังความสามารถตัวเอง ไม่แสดงออกมาให้โดดเด่นเกินไปจนเป็นเป้า รอคอยโอกาส เอ้อ นายเอกมีอีกชื่อนะ หลานโจว ส่วนพระเอก เช่ออัน ทั้งสองเริ่มต้นความสัมพันธ์กันไม่ค่อยดีนักพระเอกมีความรู้สึกติดลบกับนายเอกเพราะเรื่องของสกุลเสิ่น นายเอกก็จำฝังใจว่าแรกพบสบรองเท้าถูกถีบเกือบตายเรียกได้ว่าแรกเริ่มก็จูนกันไม่ค่อยติด 


    พระเอกเห็นว่านายเอกเป็นคนที่ฉลาดเต็มไปด้วยแผนการยุทธวิธีเลย พระนายต่างคนต่างหยั่งเชิงกันและกัน พักหลังถึงพัฒนากลายมาเป็น “หากเจ้าเป็นมือ ข้าจะเป็นเท้า” มีเป้าหมายเดียวกัน นายเอกไม่ใช่ไทป์เถียงปาวๆ เป็นพวกคนงามหน้านิ่งเวลาเจอพระเอกก็จะมีคำว่าบิดามันเถอะแปะอยู่บนหน้ามากกว่าต่อปากต่อคำไรเทือกนั้น คู่นี้ถ้าได้อ่านจะรู้สึกถึงความ "ตรงไปตรงมา" มาก ๆ ค่ะ55555555 อธิบายไม่ถูก นายเอกไม่เชิงควีนนะ เป็นพวกนิ่งออกไปทางซึนแต่ก็ดื้อบางมุมก็เป็นผู้ใหญ่ เหมือนพวกรั้น ๆ หน่อย เวลามีเซ็กส์กันคือเป็นฝ่ายเชิญชวนก็ได้อะ แล้วบรรยายได้อีโรติกมาก ๆ ๆ ๆ ประกอบกับคำพูดคำจาตัวละคร dirty talk มากจาแม่ ซุปเปอร์คาร์สุด



    สปอยล์ๆๆๆๆ ฉากเนื้อหนังก็มีประมาณนี้เลยจ้า อันนี้ link ที่เคยแปะบนทวิต

    พระเอกเก่งแต่ชอบทำตัวเป็นลูกผู้ดีคนสุดท้องเที่ยวสำมะเรเทเมาแกล้งทำน่ะให้ดูเหลวไหลไม่เป็นที่จับตา มีพี่ชายเป็นซื่อจื่อ พ่อเป็นอ๋องหลีเป่ย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยขึ้นเตียงกับสาวใด พระเอกและนายเอกเป็นคนแรกของกันและกันค่ะ 

    เขียนไว้เพราะมีเรื่องหนึ่งเคยถูกถามว่าพระเอกไข่สะอาดหรือเปล่า งงเลย อะไรวะไข่สะอาด5555555 พึ่งมาเก็ททีหลัง อ่อ เคยมีเซ็กส์ก่อนมาเจอนายเอกมั้ย เวลาเราอ่านไม่ค่อยได้โฟกัสไปเรื่องนั้นอะแล้วบางเรื่องมันก็ไม่ได้บรรยายถึงรสนิยมบนเตียงไง


    มีคนถามแน่ ๆ นิยายเรื่องนี้คู่หลัก "จบดี" ค่ะ หวานชื่น ต่างคนต่างปณิธาน ไม่มีใครผิดหรือถูก ไม่มีใครขาวล้วนหรือดำล้วน มนุษย์ทุกคนต่างเคยพลาดพลั้งขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นจะหยิบเอาสิ่งที่เคยพลาดมาเป็นแรงกระตุ้นด้านลบหรือด้านบวก อีกมุมมองก็เป็นการสะท้อนให้เห็นช่วงกลียุคของยุคสมัยหนึ่ง เราเชื่อว่าถ้าหลายคนได้อ่านจะประทับใจไปกับเรื่องราวของตัวละครหลักสำหรับเราแล้วยกให้เฉียงจิ้นจิ่วเป็นนิยายจีนโบราณวางอุบายชิงอำนาจ (ที่พึ่งจบปีนี้) อันดับหนึ่งของปีนี้เลยค่ะ เสถียรตั้งแต่ต้นจนจบ คุมจังหวะนิยายได้โอเคเลย


    เอาเป็นว่าใครชอบแนวเน้นเนื้อหา มีฉากที่น่าตื่นเต้นเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากฝ่ายขั้วตรงข้าม การเมือง คลื่นใต้น้ำ ชิงอำนาจ ขั้วอำนาจราชสำนักสั่นคลอน แผ่นดินแตกแยก สละชีพสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อบ้านเมือง ทำนองนี้ก็ A MUST อยากให้พิสูจน์ด้วยตัวเองค่ะ ลืมเขียนอะไรมั้ยไม่รู้ แต่เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน บ๊าย เจอกันคราวหน้ายังมีเรื่องอื่นใน draft ที่ยังไม่ลงอีกสามสี่เรื่องเลยค่ะ พักนี้ก็หาเรื่องอื่นอ่านต่อ55555 





    เผื่อใครสนใจอยากลองอ่านเรื่องอื่นที่ป่านเคยเล่าไว้เล่น ๆ 

    https://minimore.com/b/ffhkT





    • ทั้งนี้รีวิวอันนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด ถ้ามีพิมพ์ผิดหรือวกวนยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in