My Book Reviews & TRANSLATIONSparnbewtch
เล่านิยายวาย : 我喜欢你的信息素 (BL)
  • ชื่อเรื่อง : 我喜欢你的信息素 หว่อสี่ฮวนหนี่เตอซิ่นซีซู่ แปลไทยก็ ฉันชอบฟีโรโมนนาย

    ผู้แต่ง : 引路星 อิ่นลู่ซิง

    ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพไทย 

    เป็นแนวฟีลกู้ด (feel good) อ่านแล้วอารมณ์ดี มีกำลังใจและได้แรงบันดาลใจ นำเสนอมุมมองนิยายในเเง่บวก ไม่มีร้ายสุดขั้ว ดีสุดขีด เป็นโอเมก้าเวิร์สที่ไม่มีดราม่าชนชั้นคอขาดบาดตายทำนองนั้นค่า 


    แฟนอาร์ตที่ขออนุญาตยืมใช้แล้วจากคุณ 枕酒漱石
    ภาพแฟนอาร์ตที่แปะบนทวีตจากคุณ 一只大咩鸭


    อันนี้ไม่เกี่ยว แต่บิ๊วอารมณ์ตอนอ่านก็อ่านไปฟังไป5555



    ฟีโรโมนนี่เราอ่านเพราะเพื่อนแนะนำมาค่ะ อย่างที่รู้ว่ามันไม่ค่อยใช่แนวเราเท่าไหร่ พวกโรงเรียนมัธยมปลาย ชีวิตธรรมดา55555 คือกำลังหานิยายให้สนพด้วย ตอนนั้นก็ดิ่ง อารมณ์ไม่คงที่มากหมาเห่าก็งอนหมาเหมือนเป็นปจดตลอดเวลาบ่นจนถูกรำคาญชีเลยแนะนำให้อ่านแนวใหม่ที่ฮีลใจ ก็ว่าคุ้นชื่อเรื่องมาจากที่ไหน ที่แท้นิยายเรื่องนี้กำลังติดท็อปของเว็บจีนอย่างจิ้นเจียงนี่เองเลยเออลองอ่านดู ดีงามน่ารักกรุบกริบ



    เนื้อหาที่จะเล่าต่อไปนี้อาจมีสปอยล์ เตือนแล้วนะ



    สิ้นเดือนกันยายนอุณหภูมิเริ่มเย็นลงฝนตกนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าอึมครึม บรรยากาศสมควรค่าแก่การนอน นักเรียนแถวหลังฟุบลงกับโต๊ะไปกว่าครึ่งแล้ว ต้วนเจียเหยี่ยน นายเอก กำลังแชทกับใครคนหนึ่งบน WeChat เธอส่งข้อความหาเขาว่าหลังเลิกคาบจะเอาชานมมาให้เพียงเท่านั้นความเมื่อยล้าสะสมพลันหายไปพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ประดับที่มุมปาก

     

    นายเอกรู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องตัวเองอยู่พักใหญ่เขาเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับครูสอนวิชาฟิสิกส์บนแท่นโพเดียมวิชาคำนวณน่าเบื่อที่ต้องมาเรียนคาบเช้าคนเป็นครูย่อมรู้เแก่ใจว่านักเรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถต้านทานความง่วงที่ก่อตัวขึ้นและคุ้นเคยกับมันดีทว่าสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจนั่นคือต้วนเจียเหยี่ยนไม่ฟุบลงทั้งยังมีท่าทางกระปรี้กระเปร่า สอนเจ้าเด็กคนนี้มามากกว่าหนึ่งปีนี่เป็นครั้งแรกเลยถูกให้ตอบคำถามเด็กหนุ่มลุกขึ้นมองไปยังหน้าจอขนาดใหญ่เหมือนว่าบนสไลด์นั่นจะเป็นปรนัยจึงตอบ ครูฟิสิกส์เงียบกริบตามมาด้วยเสียงหัวเราะแทบขาดใจของซ่งอี้ที่นั่งถัดจากนายเอก “นายกำลังละเมอหรือไง ครูให้นายอธิบายวิธีแก้โจทย์ต่างหาก”

     

    ไม่นานออดดังขึ้น เสียงคุยจ้อกแจ้กตามมาทันทีที่ครูกล่าวจบคาบและประตูหน้าก็เปิดออกปรากฏร่างของเฉินเยว่ที่หลบคาบเข้ามาทักทายคุณครู เดิมทีพวกครูทั้งหลายกังวลเรื่องการขาดเรียนหลายครั้งของ พระเอก ลู่ซิงฉือ ซึ่งเป็นหัวหน้าห้อง ภายหลังพวกเขาเบาใจขึ้นตราบใดที่ผลสอบของเด็กคนนี้ออกมายังเป็นที่หนึ่งของชั้นปีอยู่ก็ไม่มีใครจะกล้าต่อว่าครูห้องสิบชินกับนิสัยของนายน้อยคนนี้เสียแล้ว

     

    ครูฟิสิกส์เอ่ยถึงคะแนนของพระเอกเชยชมว่าลู่ซิงฉือมีความวิริยะอุตสาหะตั้งใจศึกษาค้นคว้าเรื่องที่เรียนเฉินเยว่หันขวับมองหัวหน้าห้องตนด้วยแววตาประหลาดนึกเถียงในใจ ตาแก่เฟิง (ครู) สอนมาหลายปีแล้วยังดูไม่ออกเรอะว่าอย่างลู่ซิงฉือภาษาชาวบ้านเรียกว่าสวรรค์ประทานความสามารถมาให้ เก่งแต่เกิด พูดงี้นะ แล้วพระเอกก็ตอบกลับแค่ “ขอบคุณครับครู” เหมือนทุกครั้ง

     

    ลู่ซิงฉือพึ่งออกกำลังกายมาถึงจะยังเป็นแค่เด็กมัธยมศึกษาตอนปลายแต่สรีระร่างกายดูแข็งแรงไหล่กว้างเวลาหยิบหนังสือเห็นกล้ามเนื้อแขนชัด (บรรยายสรรพคุณพระเอกไป) จนซ่งอี้ที่เห็นหันมากรี๊ดกับนายเอก นายเอกก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามอะไร ไม่ได้เอ่ยชมไม่ได้ต่อว่าแค่เลี่ยงที่จะพูดถึง

     

    ต้วนเจียเหยี่ยนเดินออกจากห้องเวลานี้ทางเดินคลาคล่ำด้วยนักเรียนมากมาย เสียงหนึ่งเรียกชื่อของเขา —เจียงฉีเนี่ยน นักเรียนห้องสายศิลป์ พวกเขาแชทกันมาระยะหนึ่งและค่อนข้างสนิทสนมเจ้าของเส้นผมยาวสีน้ำตาลอมแดงซึ่งถูกย้อมมามัดขึ้นเป็นดังโงะยืนถือชานมส่งยิ้มให้นายเอกมองด้วยความรู้สึกประหลาดใจถามว่าทำไมถึงมีสองแก้วล่ะสาวเจ้าก็ตอบแก้วหนึ่งของนาย แก้วหนึ่งของหัวหน้าห้องนายเธอไม่ได้สังเกตสีหน้าของเขาและเอ่ยต่อเกี่ยวกับน้ำตาลที่ใส่ลงแก้วแต่ละใบกำชับอย่ายื่นผิดแก้ว ‘เขา’ ไม่ชอบหวาน

     

    นายเอกจำใจรับแก้วชานมมาเขากลับเข้ามาในห้องเดินตรงไปแถวที่สี่โต๊ะตัวสุดท้ายลู่ซิงฉือนั่งเจียเหยี่ยนวางชานมลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าเฉยเมย “เจียงฉีเนี่ยนให้นาย” สิ้นคำทั้งสองก็ตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนทั้งห้องลู่ซิงฉือกล่าว “ฉันไม่กินเจ้านี่” นายเอกเลยพูดตามที่ฉีเนี่ยนบอกเรื่องสัดส่วนน้ำตาลไม่รอให้อีกฝ่ายตอบนายเอกสำทับว่าไม่กินก็ทิ้งเองก่อนจะเดินจากไป เฉินเยว่ที่ใส่หูฟังไม่ได้ยินคำพูดเจียเหยี่ยนเขาแสดงสีหน้าราวกับว่าโลกนี้จะไม่มีขาหมูพะโล้ให้กินอีกต่อไปใครต่างรู้กันดีต้วนเจียเหยี่ยนไม่ชอบขี้หน้าลู่ซิงฉือแค่ไหนเฉินเยว่เลยล้อว่าเขาใส่ยาพิษมาหรือเปล่า พระเอกหัวเราะกับประโยคประชดประชันนั้นเพราะท่าทางเหมือนแมวป่าที่พยายามไม่กางเล็บข่วนเขาของเจียเหยี่ยนมันเหมือนกับว่าในแก้วนั้นมียาพิษจริงนี่นา พอขำเสร็จก็ตอบเฉินเยว่ว่าไม่มียาพิษหรอกแล้วเฉินเยว่ก็ได้รับคำตอบว่าเป็นหญิงสาวอีกคนฝากนายเอกมาให้

     

    อธิบายคั่นก่อนว่า verse ที่เป็นองค์ประกอบหลักของนิยายเรื่องนี้มีการแบ่งประชากรออกเป็นสามกลุ่มเหมือนเรื่องอื่นแหละแต่เราใส่เผื่อบางคนไม่รู้จัก คือ โอเมก้า เบต้า และ อัลฟ่า ตามนิยายเรื่องนี้อัตราส่วนอยู่ที่ประมาณ 3: 6: 1 (อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า) เพื่อปกป้องสิทธิ์ของโอเมก้าผู้ใดที่มีพฤติกรรมทำร้ายโอเมก้าจะถูกดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

     

    ‘โอเมก้า’ กลุ่มมนุษย์ที่มีจำนวนน้อยที่สุด พวกเขาจะมีฟีโรโมนดึงดูดอัลฟ่า ในทางกายภาพทั้งสามเพศนั้นเหมือนกันทั้งหมด ยกเว้นพวกร่างกายสำหรับโอเมก้า ในโอเมก้าหญิงจะมีลักษณะเหมือนเพศหญิงทั่วไปแต่โอเมก้าชายนั้นจะมีมดลูกเชื่อมต่อในช่องเดียวช่องสืบพันธุ์ (ทวารหนัก) และจะมีสารหล่อลื่นออกมาเช่นเดียวกับเพศหญิงช่วงขณะสืบพันธุ์ สภาวะที่โอเมก้าพร้อมจะสืบพันธุ์ เป็นช่วงที่โอเมก้าจะปล่อยกลิ่นฟีโรโมนรุนแรงออกมาจาก ตัวฟีโรโมนดังกล่าวจะปะปนออกมาทางของเหลว เช่น เหงื่อ เป็นต้น

     

    ถัดมา ‘เบต้า’ กลุ่มประชากรที่มีเยอะมากที่สุด เบต้าไม่มีช่วงสืบพันธุ์ที่ไม่แน่นอนเหมือนสองกลุ่มที่เหลือ สามารถอดทนต่อกลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้าได้เป็นอย่างดีและสามารถมี ‘คู่แท้หรือคู่แห่งโชคชะตา’ ได้เบต้านั้นมีระบบต่าง ๆ ในร่างกายเหมือนมนุษย์เพศชายและเพศหญิงตามปกติ ไม่มีฟีโรโมนที่ดึงดูดอัลฟ่า


    สุดท้าย ‘อัลฟ่า’ กลุ่มบุคคลที่มีน้อยเกือบจะเทียบเท่าโอเมก้า อัลฟ่าเรียกว่าเป็นบุคคลที่อยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิด (รองลงมาจะเป็นเบต้าและโอเมก้า) บุคคลกลุ่มนี้จะมีสภาวะการเป็นผู้นำสูงกว่าถ้าเทียบกับเบต้ายิ่งไปกว่านั้นพวกเขาสามารถมี ‘คู่แท้’ ได้เช่นกัน

     

    ซ่งอี้มองเหตุการณ์อย่างพูดไม่ออก ซ่งอี้เป็นโอเมก้ารู้จักกับเจียเหยี่ยนมาหลายปีแล้วแต่อีกฝ่ายนั้นไม่เหมือนกับเขา ต้วนเจียเหยี่ยนเป็นเบต้า ครอบครัวสกุลต้วนมีฐานะไม่เลวและไม่เคร่งกับเขามาก ถึงแม้ว่าการเรียนจะย่ำแย่มีดีแค่หน้าตาก็เถอะ หลังขึ้นมัธยมศึกษาตอนปลายไม่รู้ว่านายเอกวิ่งไปชนกับภูตผีที่ไหนถึงติดความซวยมา สาวไหนที่นายเอกประทับใจจะกี่คนล้วนชอบลู่ซิงฉือเสียหมด หลายครั้งเข้าต้วนเจียเหยี่ยนก็มองลู่ซิงฉือเป็นศัตรูตัวฉกาจของชีวิตไปแล้ว จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถกำจัดเจ้าภัยคุกคามนี้ได้

     

    เล่าเรื่องราวชีวิตประจำวันในโรงเรียนไปไม่นานอาการของนายเอกก็เริ่มแสดงออกมีครั้งหนึ่งที่ต้วนเจียเหยี่ยนขมวดคิ้วพูดขึ้น “นายได้กลิ่นตัวลู่ซิงฉือหรือเปล่า”

     

    ปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าประชากรอัลฟ่าและโอเมก้าจะน้อยกว่าเบต้าก็ตามแต่เพราะป้องกันฟีโรโมนที่มาไม่ปกติ (รู้สึกเหมือนรอบเดือนมาไม่ปกติอะ5555555) เวลาอยู่รั้วสถานศึกษาหรือนอกเคหะสถานนอกจากโอเมก้าแล้วอัลฟ่าส่วนใหญ่ก็ใช้ยาระงับกลิ่นกายทุกวัน ยิ่งคนอย่างลู่ซิงฉือยิ่งแล้วใหญ่ไม่เคยมีโอเมก้าคนไหนได้กลิ่นฟีโรโมนของเขามาก่อน ครั้งหนึ่งมีรุ่นน้องคนหนึ่งพยายามทุกวิถีทางว่าฟีโรโมนของนักเรียนชายที่หน้าตาดีและโดดเด่นที่สุดในโรงเรียนจะมีกลิ่นเช่นไรแต่เขาก็ไม่เคยสูญเสียการควบคุมเลย


    ซ่งอี้รอให้นายเอกพูดต่อ นายเอกส่งเสียงจิ๊จ๊ะเอ่ยไม่เต็มคำ “มันหอมมาก..

     

    ชั้นเรียนคาบบ่าย ต้วนเจียเหยี่ยนนอนหลับสนิทวันนี้เขาง่วงมากเมื่อคาบเรียนจบลง นายเอกเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างเกียจคร้านเขาสะลึมสะลือในขณะที่คนอื่นกระปรี้กระเปร่าโดยเฉพาะตอนที่ลมพัดผ่านทางเดินกลิ่นอายบางอย่างจากร่างกายกลับชัดเจนขึ้น มีนักเรียนหลายคนหันมามองเขาและเสียงกระซิบกระซาบตามมาสรุปสั้น ๆ ว่าได้กลิ่นฟีโรโมนโอเมก้ามาจากตัวนายเอก แน่นอน เจียเหยี่ยนได้ยินว่าพวกนั้นกำลังพูดอะไรกันแต่เขารู้สึกไม่ค่อยดีเลยรีบเข้าห้องน้ำ หลังปัสสาวะเสร็จนายเอกรู้สึกยังไม่สบายตัว เวียนหัวยิ่งขึ้น รู้สึกมีไข้ เขายกมือนวดขมับระหว่างนั้นใครคนหนึ่งเดินผ่านเขาได้กลิ่นสะอาดเย็นใสบริสุทธิ์กำจายออกมาเจียเหยี่ยนสูงถึงแค่ส่วนหูของคนคนนั้น อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้น —เห็นชัดว่าเป็นลู่ซิงฉือ แล้วนายเอกก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนมีบางอย่างวิ่งพล่านบนร่างกาย ไข้สูงขึ้น (ก็บรรยายอาการแปลกๆ ไป) เขาส่งเสียงอึดอัด แข้งขาพลันอ่อนเปลี้ยไม่สามารถยืนได้ต้องรีบจับลูกบิดประตูห้องน้ำเพื่อพยุงตัว พระเอกหยุดฝีเท้า กวาดสายตาขึ้นลงถามด้วยเสียงไม่แน่ใจ “นายเป็นเบต้า?” พอได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังขา นายเอกก็หัวเราะออกมา “นายคิดว่าไง?”

     

    นิ้วที่กำลูกบิดประตูสั่นเล็กน้อยพระเอกใช้เวลาสักพักหนึ่งเพื่อยืนยันความคิดตัวเอง เขาไม่คาดคิดว่าต้วนเจี่ยเหยี่ยนจะมีช่วงเวลาที่อ่อนแอเช่นนี้ คือนายเอกชอบทำตัวเป็นปรปักษ์กับพระเอกไง5555 ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยตามความจริง “ร่างกายนายมีฟีโรโมนของโอเมก้า” นายเอกก็เงียบไปแล้วตอบว่า “นายอิจฉา?” พระเอกไม่ตอบคิดในใจว่าแบบนี่เป็นครั้งแรกที่เจอคนประเภทนี้ (ดื้อ ชอบเถียง ต่อปากต่อคำ) เลยเลี่ยงตอบนายเอกแต่แนะนำให้นายเอกไปตรวจร่างกายอีกรอบเพราะฟีโรโมนมันมาจากตัวนาย นายไม่ได้กลิ่นตัวเองหรือไง

     

    จากนั้นพระเอกก็ให้นายเอกหาห้องแล้วรอตัวเอง นายเอกอุทานหยาบมองพระเอกด้วยสายตาหวาดระแวงถามพระเอกว่านายต้องการอะไร บลา ๆ พระเอกตอบสั้น ๆ ว่ากลิ่นฟีโรโมนนายเอกกำลังจะกระจาย พระเอกจะไปที่ห้องเอายาระงับมาให้ นายเอกรั้นจนน่าตีประชดไปมาแต่สุดท้ายพระเอกก็กลับห้องเรียนมาขอยาระงับจากซ่งอี้ที่เป็นโอเมก้าไปให้ พอกลับมาที่ห้องน้ำเจอเรื่องนิดหน่อยเหมือนมีอัลฟ่าอีกคนคงได้กลิ่นนายเอก พระเอกคุ้นหน้าอัลฟ่าคนนี้น่าจะเคยเรียนคลาสเดียวกันมั้งแต่พระเอกจำชื่อไม่ได้ เห็นพระเอกไม่พูดอะไรนายอัลฟ่าคนนั้นก็พูดขึ้นก่อนว่า มีโอเมก้าอยู่เหรอเขากำลังติดสัด? แล้วก็พูดทำนองว่า เหย จงใจหรือเปล่า ที่โรงเรียนมีอัลฟ่าตั้งเยอะ ไม่ฉีดยาระงับ.. พูดไม่ทันจบก็ต้องเงียบไปเพราะถูกสายตาของซิงฉือจ้องแล้วพระเอกก็กันอัลฟ่าคนนั้นออกไป (ลากให้ออกจากประตูห้องน้ำ)

     

    ยาระงับที่ว่าเอามาจากซ่งอี้มีรูปร่างเหมือนสเปรย์ฉีด นายเอกเคยเห็นเพื่อนโอเมก้าตัวเองใช้มาก่อนเลยหันหัวสเปรย์เข้าหาตัวเอง ฉีดอยู่พักหนึ่ง เขาไม่สามารถดมกลิ่นฟีโรโมนเอง ได้แต่ถามลู่ซิงฉือเท่านั้น ฟีโรโมนของโอเมก้าค่อย ๆ ถูกสเปรย์ดับกลิ่นลงทีละน้อย ถึงพระเอกจะพูดอย่างนั้นแต่อีกฝ่ายยืนอยู่ไกลเกินไปนั่นทำให้นายเอกไม่ได้รู้สึกโล่งใจอย่างที่ควรแล้วนายเอกก็แทบจะตีลังกาหมุนซ้ายขวาฉีดอัดตัวเองถามพระเอกอีกรอบซึ่งคำตอบเหมือนเดิมสุดท้ายนายเอกก็ดึงปกเสื้อลงแล้วชี้ที่ต่อมเหงื่อพูดประมาณว่าให้พระเอกเข้ามาใกล้ ๆ แล้วลองดมซิ นายเอกอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตธรรมดาอย่างเบต้ามาตลอดแต่สำหรับอัลฟ่าคนอื่น ๆ การกระทำนั้นมันเป็นการเชิญชวนที่แสนซื่อบริสุทธิ์ดี ๆ นี่เอง พระเอกไม่ได้แสดงท่าทีอะไรตอบแค่ “ไม่มีกลิ่นแล้ว”

     

    เสร็จตรงนี้ก่อนแยกกันนายเอกพระเอกว่าบอกจะไปโรงพยาบาล ฝากเอาสเปรย์ระงับกลิ่นคืนให้ซ่งอี้ด้วยพระเอกพูดตบท้ายว่า อย่าปล่อยให้ใครได้กลิ่นนายง่าย ๆ นายเอกไม่ได้ใส่ใจคำพูดอัลฟ่าหัวหน้าห้อง เขาขอยามออกจากโรงเรียนและนั่งแท็กซี่ไปตรวจที่โรงพยาบาลทันที ช่วงเย็นนายเอกได้รับรายงานทางการแพทย์ ข้อมูลผลตรวจแสดงให้เห็นว่าฮอร์โมนโอเมก้าในร่างกายของเขาเกินกว่าค่าเฉลี่ย นายเอกที่เคยเป็นแค่เบต้าก็ต้องหาเวลาไปจัดการแก้ไขพวกทะเบียนต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน วันต่อมาพระเอกก็มีข่าวลือกับโอเมก้าคนนั้น (นายเอกนั่นแหละ) ที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใครแล้วที่ทำให้ทั้งสองคนเริ่มมีส่วนร่วมระหว่างกันและกันในชีวิตก็สานต่อมาจากตรงนี้


    เพิ่มๆๆ ลืมใส่ มันก็เป็นแนวทั่ว ๆ ไปแหละเรียน รัก วัยรุ่นแต่เราชอบที่นายเอกพอรู้ตัวว่าเป็นโอเมก้าก็ยังเป็นต้วนเจียเหยี่ยนคนเดิมเพิ่มเติมคือตั๊นหน้าอิอัลฟ่าที่เจอพระเอกก่อนหน้าในห้องน้ำแล้วพยามหาเรื่องพระเอกใส่ไฟว่าใช้กำลังกับโอเมก้า อย่างที่ว่านิยายเรื่องนี้เพื่อปกป้องสิทธิ์ของโอเมก้าผู้ใดที่มีพฤติกรรมทำร้ายโอเมก้าจะถูกดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เลยใช้ข้อนี้หาเรื่องพระเอก มันหมั่นไส้พระเอก คิดว่าพระเอกเก็บโอเมก้าไว้กินคนเดียวแถมยังหยามนายเอกด้วย (ซึ่งอัลฟ่าคนนั้นมันยังไม่รู้หรอกว่าโอเมก้าที่ปล่อยกลิ่นเมื่อวานที่อยู่กับพระเอกเป็นนายเอก) ไม่ได้ตัดพ้อต่อว่าดราม่าชีวิตที่กลายเป็นโอเมก้าอะไรขนาดนั้นแค่ระวังตัวขึ้นไม่ให้เสี่ยงถูกคนอื่นกัด ไม่ได้สงบเสงี่ยมอ่อนแอขึ้นมาทันควัน น้องมันต่อยหนักเหมือนเดิม5555555 พระเอกก็ให้เกียรตินายเอกดี ไม่ได้เหยียดชนชั้นไม่ได้แบ่งแยกขนาดมองโอเมก้าเป็นแค่ที่ผลิตลูกบลา ๆ ๆ แค่แอบกินเต้าหู้เร้กๆ น้อยๆ ทางคำพูด หยอดเก่งตีหน้านิ่งเก่งงงง เป็นหมาป่าในคราบแกะ ดืองาม


    เป็นแนวฟีลกู้ด Omegaverse (ไม่มีเด็ก แหงล่ะก็ยังเรียนมัธยมกันอยู่วว แต่เขียนไว้ให้ชัดเจนว่าไม่มีท้องพลาดอะไรแบบนั้น) + 校园 ที่ดำเนินเรื่องอยู่ในรั้วโรงเรียนมัธยมปลาย น่ารักกระชุ่มกระชวยหัวใจมีทั้งเรื่องการเรียน มิตรภาพ ครอบครัว การเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยรวมถึงความรักแต่ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างเบนเข็มน้ำหนักลงที่เรื่องความสัมพันธ์ของพระนายมากกว่า นิยายเรื่องนี้พระเอกเป็นอัลฟ่า (Alpha) ส่วนนายเอกแรกเริ่มมีผลตรวจว่าเป็นเบต้า (Beta) แต่มาเปลี่ยนเป็นโอเมก้า (Omega) ภายหลังค่ะ ฮอร์โมนช้ากว่าปกติถ้านึกไม่ออกจำลองง่าย ๆ จากเรื่องในชีวิตประจำวันก็ฟีลคล้ายกับเริ่มเป็นประจำเดือนช้ากว่าที่ควร เด็กคนอื่นเริ่มเป็นตอนป.5 เราพึ่งมาเริ่มเป็นตอนขึ้นม.1 งี้อะ นายเอกไม่ได้มีฐานะยากจนอะไร หน้าตาดีพอประมาณผลการเรียนเข้าขั้นแย่ จริง ๆ อย่างนายเอกนี่จัดอยู่ในกลุ่ม 学渣 นะ พวกเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียน สอบได้คะแนนกาก ๆ 55555555 ยิ่งเมื่อเทียบกับพระเอกแล้วก็หล่นตุ๊บ เพราะคุณเขามีดีทั้งผลการเรียน ฐานะครอบครัว ครอบครัวมีหน้ามีตาในสังคม สูงกว่า เล่นบาสเก่งกว่า เป็นอัลฟ่าควบตำแหน่ง ‘ดอกหญ้าของโรงเรียน’ ที่จีนหมายถึงนักเรียนที่มีใบหน้าท่าทางโดดเด่น หล่อที่สุดในโรงเรียนหล่อมากจนสาวกรี๊ดคอแตก ด้วยเหตุนี้ทำให้นายเอกนกจากสาวที่ส่วนใหญ่พากันหมายปองพระเอก จนนายเอกเผลอขีดฆ่าชื่อพระเอกในใจ ลู่ซิงฉือศัตรูหัวใจตัวฉกาจที่ยากจะโค่นแต่ใครจะรู้ว่าศัตรูหัวใจจะกลายเป็นยอดยาหยี

     

    การเปลี่ยนจากเบต้าสู่โอเมก้าช้าทำให้นายเอกมีอาการแพ้ฟีโรโมนอัลฟ่าทุกคนเวลาได้กลิ่นจะเวียนหัวมีเพียงพระเอกคนเดียวเท่านั้นที่มีกลิ่นที่ทำให้นายเอกอยู่ใกล้แล้วสบายใจได้กลิ่นหอมบริสุทธิ์ของสายธารธรรมชาติ ป่าไม้ ตามชื่อเรื่องอะ ฉันชอบฟีโรโมนนาย!!!! อ่านไหลลื่น เนื้อเรื่องไม่ล่าช้า เนื้อหาเบา กรุบกริบ สบายหมอง น่ารักดีค่ะ อ่านแล้วอิ่มอกอิ่มใจ สะท้อนภาพวัยเรียน มิตรภาพเพราะงั้นภาษาที่ใช้มีคำหยาบประสาวัยรุ่น ไม่หวือหวาเหมือนนิยายผู้ใหญ่อาจจะมีความสัปดนมาเล็กน้อย ก็นะ เป็นวัยที่กำลังเฮ้ว การใช้ชีวิตของเด็กที่ค่อนข้างร่ำรวย (จะแอบเวอร์บ้างเพราะเป็นโรงเรียนเอกชน) ช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่ตามหาความฝัน รวมทั้งสิ่งที่อยากทำในอนาคตยามเติบโตเป็นผู้ใหญ่ทุ่มเทกับมันเต็มที่ หลังจากเรื่องวันนั้นที่พระเอกช่วยทั้งสองกลายเป็นเพื่อนกันนายเอกขอร้องให้พระเอกกัดคอเขาและทำเครื่องหมายชั่วคราว ตัวติดกันยิ่งกว่าแหนมวันเวลาเปลี่ยนความรู้สึก พระเอกตามจีบนายเอกและสารภาพรัก ค่อย ๆ ขยับเข้าสู่หัวใจนายเอกทีละก้าวทั้งสองครอบครัวต่างก็เปิดกว้างกับความรักของพวกเขา อ้อ ทางนี้ฟังเพลง 有点甜 ไปด้วยอ่านไปด้วยแล้วน่าร้าก จบค่ะ ไม่รู้จะสาธยายอะไรต่อแล้ว55555




    เผื่อใครสนใจเราเล่าเรื่องอื่นไว้ในนี้

    http://minimore.com/b/ffhkT




    ทั้งนี้รีวิวอันนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด ถ้ามีพิมพ์ผิดหรือยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
susansang6 (@susansang6)
รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้ติดตาม เพราะสนุกกับการเล่า อีกทั้งยังทำให้ยิ้มก่อนเล่าด้วยค่ะ