My Book Reviews & TRANSLATIONSparnbewtch
เล่านิยายวาย : 窈窕君子 (BL)
  • ชื่อเรื่อง : 窈窕君子 เหยาเถี่ยวจวินจื่อ แปลไทยก็ประมาณว่า สัตบุรุษผู้แช่มช้อย?

    ผู้แต่ง : 三千风雪 ซานเชียนเฟิงเสวี่ย

    ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพไทย 


    พระเอกซ้าย นายเอกขวาชุดดำ


    เนื้อหาที่จะเล่าต่อไปนี้อาจมีสปอยล์ บางทีเม้าท์เพลินไปหน่อยก็ลืมตัว

    arts belong to the artist/owner : 日出的小太阳

    ขออนุญาตนักวาดเอามาประกอบบทความแล้วค่ะ


    ปกนิยายบนเว็บจิ้นเจียง

    หมิงฉางเยี่ยน นายเอก เกิดมาพร้อมกับผิวพรรณที่ดีรูปงามล่อผึ้งลวงผีเสื้อพร้อมด้วยทักษะต่าง ๆ อันน่าทึ่ง กระทั่งชื่อจริงของเขาเองยังประกอบด้วยอักษรที่เข้าใจและออกเสียงยาก หลังจากมาที่จงหยวน (ที่ราบแถวแม่น้ำหวงเหออันเป็นอู่อารยธรรม) บ้างก็ถูกเรียกหมิงส้าวเสีย (ผู้กล้าน้อยหมิง) บ้างก็เรียกหมิงต้าเกอ (พี่ใหญ่หมิง) บ้างก็เรียกวิญญูชน (สุภาพชน สัตบุรุษก็ใช้ได้ ง่าย ๆ ก็คือหมายถึงผู้ที่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี ควรไม่ควร เหมาะไม่เหมาะ หักห้ามตน เป็นผู้ที่ได้รับการขัดเกลา) หมิงฉางเยี่ยนอาศัยอยู่ซางเซิงเกือบสิบปี พรสวรรค์ของเขานับวันก็ยิ่งเด่นชัด เป็นที่ประจักษ์ใต้หล้าไม่มีผู้ใดเอาชนะคนผู้นี้ได้ สมควรแก่การนับถือเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง ยุทธภพสงบสุขมาเนิ่นนานและด้วยความที่หมิงฉางเยี่ยนเป็นยอดฝีมือตั้งแต่ยังหนุ่มจึงเป็นที่อิจฉาริษยาจากศิษย์สำนักอื่นเป็นผลให้พวกมันร่วมมือหาทางกำจัดหมิงส้าวเสียคนนี้โดยเร็ว


    และแล้วนายเอกก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรสังหารศิษย์ผู้เป็นที่รักของหลายคน วิญญูชนอันดับหนึ่งกลายเป็นเพียงคำเรียกขานในอดีต หมิงฉางเยี่ยนถูกตราหน้าว่าเป็นมารใจทมิฬ หกสำนักใหญ่พยายามล้อมปราบเขา ระหว่างการต่อสู้ดุเดือดที่แม่น้ำเยียนโปหมิงฉางเยี่ยนนึกไม่ถึงว่าตนจะพลาดท่าสูญเสียการควบคุมจนร่วงลงแม่น้ำ ร่างของนายเอกถูกกระแสเชี่ยวกรากของมันพัดหายไปท่ามกลางความตกใจของหกสำนักใหญ่ เงียบกริบเพียงแค่นั้นก็มีเสียงเฮดังลั่น กว่าร่างจะถูกซัดมาบนบก รู้ตัวอีกทีนายเอกก็กลายเป็น คนตาย’ เสียแล้วจึงได้แต่ตั้งป้ายสุสานไว้อาลัยให้ตัวเองพลางถอนหายใจปลงต่อโชคชะตาที่ต้องมาสูญเสียวิทยายุทธซ้ำเส้นลมปราณยังถูกตัดขาด ตาย 9 ส่วน รอด 1 ส่วน แต่ในความโชคร้ายนั้นก็นับว่ายังโชคดีที่รอดหวุดหวิดพร้อมด้วยพิษตามร่างกายที่ต้องหายามาถอน ตามนิยายมันจะมีบอกอยู่อะว่าทำไมพวกสำนักที่ตามล่าถึงคิดว่าตายไปแล้วแต่เราไม่ขอหยิบขึ้นมาพูดถึงนะคะ


    วิทยายุทธคือทุกอย่างของหมิงฉางเยี่ยน ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่เขาพร่ำเพียรฝึกฝนมาอย่างยากลำบาก พอมาสูญเสียไปก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก สูงสุดสู่สามัญ กลายเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง ซังกะตายกับร่างกายอันอ่อนแอกินข้าวชามอย่างกับหลินไต้อวี้ คือ.. หลินไต้อวี้ที่ถูกยกมานี่เป็นตัวละครเอกของบทประพันธ์เรื่อง ความฝันในหอแดง มีจุดจบคือการตรอมใจอยู่เดียวดายในคืนที่คนรักของตนแต่งงาน ตัดพ้อคนรัก ตัดพ้อโชคชะตา สุดท้ายอำลาโลกไปอย่างเงียบ ๆ ไม่มีใครเห็นนอกจากพี่เลี้ยงเพียงคนเดียว ความจำบางส่วนก็เหมือนล่องลอยไปกับกระแสน้ำ หมิงฉางเยี่ยนพยายามนึกว่าตนพลาดแล้วตกแม่น้ำได้อย่างไรทว่ายิ่งคิดถึงมันมากเท่าไรเขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น เป็นถึงวิญญูชนตายอนาถเช่นนี้จะมีหน้าไปพบบรรพชนที่ปรโลกหรือ! ประทานโทษ พอเขียนมาถึงจุดนี้ก็เริ่มอินตามอารมณ์ตัวละครค่ะ555555 ไม่รอให้น้ำตาอาบหน้าหมิงฉางเยี่ยนจึงรีบออกตามหา ฮว่าอวิ๋นชาง เพื่อนสาวที่ไว้ใจเพื่อหาวิธีฟื้นฟูวิทยายุทธและเส้นลมปราณ


    ฮว่าอวิ๋นชางเป็นหญิงที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ นางไม่เคยพบเจอใครที่ดื้อด้านเท่าหมิงฉางเยี่ยนมาก่อน สูญเสียวิทยายุทธและเส้นลมปราณถูกตัดขาดมีหรือจะรักษาง่ายเพียงโปะยาต้มสมุนไพร คิดหาลู่ทางเยียวยาอยู่สองสามวันท้ายสุดนางก็นึกออกว่ามีสมุนไพรชนิดหนึ่งชื่อ 神仙草 (หญ้าเทวดาที่เป็นของกำนัลตอนนี้ถูกเก็บรักษาอยู่ในวังหลวง) ข่าวลือถึงสรรพคุณว่าหญ้าเทวดาสามารถรักษาได้ทุกโรคภัยไข้เจ็บ นำความตายกลับคืนสู่ชีวิตเพิ่มความสวยงามและรักษาความเยาว์วัย หมิงฉางเยี่ยนไม่สนใจสองสรรพคุณหลังนักความงามที่น่าโอ้อวดตามธรรมชาติของเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งของพวกนี้ เกียดมาก จำแม่นค่ะเพราะเป็นประโยคที่ทำให้รู้สึก.. อ่อม ตราตรึงกับบุุคลิกที่ดูไร้ยางอายอันแสนคุ้นเคยของนายเอก พ่อคุณเอ๊ย55555 ปัญหาคือจะลอบเข้าวังหลวงไปได้อย่างไรในสภาพครึ่งพิการเช่นนี้ (พิการ ณ ที่นี้ของนายเอกไม่ใช่มือขาดแขนขาดแต่หมายถึงการสูญเสียวิทยายุทธอันเป็นดั่งอวัยวะที่ 33 ของชาวยุทธ) ไตร่ตรองสักครู่ก็ปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิดและสิ้นคิดในเวลาเดียวกัน : ปลอมเป็นสนม เป็นเมียฮ่องเต้!!

    แต่เดี๋ยวก่อนอะแฮ่ม หลายคนอาจจะคิดว่าฮ่องเต้อีกแล้วเหรอออออออ 

    ฮ่องเต้เป็นพระเอกแน่เรย *แปะมีม* 

    เลยขอบอกดักก่อนว่า ฮ่องเต้ไม่ใช่พระเอกจ้า อย่าพึ่งเบื่อก่อน555555


    นายเอกก็จัดการปลอมตัวเป็นสนมเข้าวังโดยได้ฮว่าอวิ๋นชางช่วยหายาวิเศษครอบจักรวาลที่มีสรรพคุณหดกระดูกลดอายุให้อยู่ในวัย 16-17 ปี (ร่างชายเหมือนเดิมจ้า แค่หดกระดูกให้ดูเด็กลงเพื่อความแนบเนียน) แน่นอนว่าให้ผลดีก็ต้องแลกด้วยผลเสียกลับมาไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ระหว่างทางไปเรือนไม้ไผ่เสลี่ยงที่ถูกหามโยกคลอนจนหมิงฉางเยี่ยนร่างสาวงามกลิ้งไปมาหลายตลบก็ถูกวางลง นายเอกเข้าวังมาไม่ได้มีเชื้อสายสกุลดังหรือร่ำรวยเจ้าตัวก็บ่นแหละว่าขันทีพวกนี้ต้องให้เงินก่อนถึงจะทำดีด้วยบลา ๆ นายเอกเหยียบหลังขันทีลงจากเสลี่ยงช้า ๆ ก็ถูกกระชากแขนเสื้อให้รีบลงไปหมอบขบวนที่ผ่าน หมิงฉางเยี่ยนคับข้องใจอีกฝ่ายเป็นใคร ฮ่องเต้? ฮองไทเฮาแอบถามขันทีที่หามเสลี่ยงก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเซียนจากอารามและ13 องครักษ์พิทักษ์ฝั่งใต้ (คิดคำแปลสวย ๆ ไม่ออก) ในนิยายจะมีพวกองครักษ์ฝั่งใต้ที่มีป้ายห้อยพระราชทานจากฮ่องเต้ พอพวกองครักษ์ผ่านไปขันทีก็เพ้ยใส่ทหารที่มักทำตัววางท่าใหญ่โต


    ทางไปเรือนไม้ไผ่นายเอกเจอชุนกูกู นางกำนัลของหยวนเช่อเฟยเข้า (กูกู ณ ที่นี้ไม่ใช่ ท่านอา แต่เป็นสรรพนามที่ใช้เรียกนางกำนัลรับใช้ผู้มีอาวุโสที่รับใช้ในวังมานาน) ทว่าอีกฝ่ายถือตะกร้าเดินผ่านไปไม่มีท่าทีสนใจเพราะมีนายคุ้มกะลาหัวเลยถืออำนาจบาตรใหญ่แต่นายเอกไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยของหญิงสาวในวัง ไปถึงที่พักของตัวเองก็มีข้ารับใช้มายืนรออยู่แล้วสองคน หมิงฉางเยี่ยนร้องหาฮ่องเต้ ฝูหลิง ฮ่องเต้นั่น ห้องนอนฮ่องเต้อยู่ไหน ข้าอยากเห็นหน้าสามีตัวเอง ข้าจะไปเจอเขาได้อย่างไร ข้ารับใช้ก็มองหน้ากันเลยอธิบายให้ส้าวสื้อ (ใช้เรียกสนมที่พึ่งเข้ามาในวัง) ของพวกนางฟัง หมิงฉางเยี่ยนทำท่าเหมือนจะฟังแต่สุดท้ายก็หูทวนลมวิ่งติดสปีดหนีพวกนางออกมาทิ้งระยะห่างพอควร


    ด้านหน้าเขาเป็นสระซึ่งเต็มไปด้วยใบบัวสีเขียวหยกที่ทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุดส่งกลิ่นหอมหวาน หมิงฉางเยี่ยนสังเกตว่ามีใครบางคนยืนอยู่บนสะพานคนคนนั้นดูเหมือนจะยังไม่ผ่านพิธีประดับมาลา (พิธีประดับมาลา ในสมัยโบราณชายหนุ่มเมื่อมีอายุ 20 ปีก็จะมีพิธีประดับหมวกเพื่อแสดงว่าชายหนุ่มผู้นั้นได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว) รูปงามเปล่งประกาย บนศีรษะประดับกวานทองยืนสงบนิ่งมือข้างหนึ่งถืออาหารปลา 

    ใช่ค่ะพ่อคนงามคนนี้นี่แหละพระเอกของพวกเรา


    นายเอกมาถึงก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่รู้ว่าห้องบรรทมของฮ่องเต้นี่หว่า ติดเกียร์หมาหนีนางรับใช้มาไม่ทันได้คิด ถามเจ้าเด็กนี่แล้วกัน ก่อนจะออกปากถามแต่อีกฝ่ายก็ยังคงยืนให้อาหารปลาไม่มีท่าทีจะสนใจเลยสักนิดหมิงฉางเยี่ยนเลยเรียกอีกรอบ นายน้อย น้องชาย เจ้าเป็นใบ้หรือ บริพาสไปหลายคำจนเสาเย่ากับฝูหลิง สาวใช้ที่พึ่งวิ่งตามมาทันได้ยินเข้า พอเห็นว่านายตนกำลังกล่าวถึงใครก็รีบคุกเข่าหมอบลง หนึ่งในนั้นกล่าว ขอท่านเซียนอวิ๋นชิงละเว้นส้าวสื้อของบ่าวด้วย ทางด้านหมิงฉางเยี่ยนได้ยินชื่ออวิ๋นชิงพลันรู้สึกคุ้นหูแต่หลังจากที่ฟื้นมาความจำบางส่วนของเขาพัดไปกับกระแสน้ำแล้วนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก


    นายเอกก็เริ่มบ่นตอนที่ถูกสาวใช้เตือนให้คุกเข่าทำความเคารพว่า ตอนเข้าวังก็นับเป็นหนึ่งแล้ว คราวนี้จะให้คุกเข่าอีกคราวหน้าเจอกันก็ไหว้ฟ้าดินเลยเป็นไง พอเห็นสาวใช้ทั้งสองเริ่มคร่ำครวญหมิงฉางเยี่ยนเริ่มใจอ่อนยอมคุกเข่า เป็นเวลาที่อวิ๋นชิงให้อาหารปลาเสร็จพอดี พระเอกนิ่งสักพักก็ถามว่านางมาจากตำหนักไหน สาวใช้ก็รับหน้าแทนขอความเมตตาว่าส้าวสื้อของพวกนางมาใหม่พึ่งเข้าวังวันนี้พระเอกเดิมทีเป็นเซียนมีจิตใจเมตตาก็ไม่ติดใจเอาความอะไร 


    กลับมาที่พักก็รู้ว่าอีกฝ่ายชื่อ อวิ๋นชิงหรือหฺวายอวี๋ เป็นศิษย์ที่เกี่ยวข้องโดยสายเลือดของกั๋วเซียง บ้างก็ถูกเรียกว่ากั๋วเซียงน้อย เขาแตกต่างจากผู้ฝึกเซียนผู้อื่น อวิ๋นชิงเติบโตในวังหลวง อาหาร เครื่องแต่งกายไม่ว่าจะสิ่งใดล้วนได้รับการปฏิบัติเทียบเท่าตำแหน่งองค์ชาย เป็นที่เคารพและเลื่อมใสของฮ่องเต้ สถานะในวังของอวิ๋นชิงจึงสูงมาก อย่าว่าแต่ส้าวสื้อต่ำต้อยกระทั่งหยวนเช่อเฟยหรือฮองเฮาเองก็ไม่อาจล่วงเกินเขา


    หลังจากที่หมิงฉางเยี่ยนและหวังส้าวสื้อ (นางสนมแซ่ หวัง อยู่ร่วมตำหนักเดียวกันกับนายเอก) เข้าเฝ้าหยวนเช่อเฟยเสร็จก็แยกย้ายกลับเรือนนอน (เรือนนอนของสนมที่พึ่งเข้ามาใหม่คิดภาพว่าเป็นตำหนักเดียวที่แบ่งเป็นส่วนไม่มีตำหนักเดี่ยวอยู่คนเดียวเหมือนพวกสนมชั้นเฟย ตอนนี้ฮองเฮาออกนอกวังทำให้อำนาจตำหนักฝ่ายในอยู่ในมือของหยวนเช่อเฟย) นายเอกถึงส่วนเรือนตัวเองก็หยิบหนังสือคำตักเตือนสำหรับสตรีจากตู้ เอนกายพิงข้างเตียงเผื่อปรับใช้เอาตัวรอดตอนต้องถวายงานฮ่องเต้ ขำความคิดนายเอกมากเป็นคนตลกและมองโลกในแง่บวก สิบแปดบวกบ้างบางที


    สองชั่วยามต่อมาหมิงฉางเยี่ยนตื่นเพราะเสียงกรีดร้อง เดิมทีเขาไม่ใช่คนหลับลึก ร่างโปร่งเด้งออกจากเตียงกระชับเสื้อ ถือตะเกียง รีบเดินไปทางปีกตะวันตกของเรือนไม้ไผ่ก็พบหวังส้าวสื้อกำลังร้องไห้ไม่หยุดหย่อนข้างสระบัว นายเอกเรียกสาวใช้ให้ดูแลหวังส้าวสื้อ ก่อนที่ตัวเองจะยกตะเกียงไปส่องก็พบกับศพของชุนกูกูนางกำนัลอาวุโสของหยวนเช่อเฟยที่เริ่มอืดและส่งกลิ่น เลือดของนางย้อมสระบัวเป็นสีแดงฉานแต่นั่นยังไม่น่าสยดสยองเท่าเข็มนับร้อยที่แทงทะลุจากปากยันช่วงลำคอโดยมีเส้นด้ายแดงผูกติดอยู่ที่น่าประหลาดกว่าคงเป็นทิศของเข็มที่แทงจากด้านใน ราวกับว่าผู้ตายกลืนเข็มนับร้อยลงลำคอ


    หมิงฉางเยี่ยนยื่นมือออกไปดึงเข็มอันหนึ่งออกมาสำรวจ ท่ามกลางความตกตะลึงของเสาเย่าและฝูหลิงส่วนหวังส้าวสื้อที่เห็นเช่นนั้นก็เป็นลมล้มพับไปเสียแล้ว ว่าที่สนมใหม่คิ้วกระตุก เข็มดำจากแคว้นต้าเยวี่ยเหมือนกับ รั่วเยวี่ยเจิน (รั่วเยวี่ยชื่อเข็มที่เป็นอาวุธของนายเอก) ที่ตนเคยใช้สมัยยังเป็นหมิงส้าวเสียไม่มีผิด หมิงฉางเยี่ยนนับเป็นวิญญูชนอันดับหนึ่งและมีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพ มีผู้คนมากมายพยายามลอกเลียนรั่วเยวี่ยของเขาแต่หายากที่จะใช้มันได้คล่องมือ ฝีมืออีกฝ่ายต้องร้ายกาจไม่เบา ใครคือผู้ที่ลงมือทำเรื่องเช่นนี้ นางกำนัลอาวุโสไปพบเจอสิ่งใดเข้าถึงลงเอยด้วยความตาย 


    หมิงฉางเยี่ยน เป็นนายเอกที่นิสัยค่อนข้างจัดอยู่ในจำพวกไร้ยางอาย ฉลาดและขบขัน หัวรั้นเป็นบางที 

    อวิ๋นชิงหรือหฺวายอวี๋ พระเอกของเรื่อง อายุน้อยกว่านายเอก เป็นเด็กที่น่ารักติดจะซึนเดเระไปบ้าง กินน้ำส้มสายชูบ่อย ไม่ชอบให้นายเอกเรียกตัวเองว่าเด็กตอนถูกกล่าวหาก็จะนิ่งเงียบเฉยเมยแผ่ออร่าเย็นชาออกมาไม่ยอมรับ ไม่เด็ก! เด็กก็เป็นผัวเจ้าได้-- หนึ่งในซีนความน่ารักของพระเอกที่เราชอบคือตอนที่พระเอกหยิบก้างปลาออกมาอย่างเงียบเชียบและตั้งอกตั้งใจเพื่อจะให้นายเอกกินได้สะดวก เป็นการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่แสดงออกถึงความใส่ใจที่มีต่อนายเอก เอาตามตรงเราคิดว่า dynamic ของคู่นี้มีกลิ่นอายวั่งเซี่ยนอะ จริงๆ อ่านแล้วมีความเป็นวั่งเซี่ยนมากๆๆ ซึ่งทำให้รู้สึกแปลกๆ พูดไม่ถูก (..) แต่แน่นอนว่าเป็นประเภทที่เราชอบเลยล่ะ พระเอกหน้าสวยนิ่งสงบดุจเทพเซียนสวรรค์ นายเอกสายลุยหัวร้างข้างแตก ดื้อแต่ฉลาด รู้ว่าอะไรควรไม่ควรทำในสถานการณ์นั้นนั้น55555555 


    สรุปสั้นง่าย นายเอกเคยเป็นถึงยอดฝีมือในยุทธภพ เดิมทียุทธภพไม่ยุ่งเกี่ยวกับวังหลวงแต่หมิงฉางเยี่ยนผู้ถูกหกสำนักใหญ่ร่วมมือกันล้อมปราบเพราะความริษยาจนพลาดท่าร่างกายถูกพิษ สูญเสียวิทยายุทธมีหนทางเดียวคือหญ้าเทวดาที่อยู่ในวังหลวงแต่คนครึ่งพิการอย่างเขาจะเดินไปหยิบออกมาอย่างง่ายดายหรือจะได้ อดีตวิญญูชนอันดับหนึ่งต้องจำใจแต่งหญิงเข้าวัง นอกจากจะต้องหาวิธีฟื้นฟูวิทยายุทธแล้ว ‘อดีต’ ของเขายังถูกดึงไปข้องเกี่ยวกับการฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกับนางกำนัลอาวุโสเต็ม ๆ เพราะอาวุธที่ฆาตกรลงมือสังหารเหยื่อคลับคล้ายกับอาวุธที่นายเอกเคยใช้ นิยายเรื่องนี้ไม่ใช่แนวความรักในวังน่าเบื่อแต่ค่อนไปทางลึกลับปนสืบสวนหาความจริงแทรกมุขตลกขำขันมาเป็นจังหวะตามนิสัยของนายเอก ใครกันแน่ที่พยายามใช้ชื่อนายเอกก่อการสังหารหมู่และทำลายล้างสำนักต่าง ๆ ปมอีกหลายอย่างที่จะค่อย ๆ ปรากฏทั้งเรื่องของ ‘ความคุ้นชื่ออวิ๋นชิง’ ของนายเอก ความสัมพันธ์พระนายจะมารักกันได้อย่างไร ปริศนาที่ปรากฏบนเรื่องจะไปทิศทางไหน ก็เป็นอีกเรื่องที่สนุกค่ะ เสียดายจำนวนตัวอักษรไม่เยอะมาก ไม่ใช่เรื่องที่ดีที่สุดถึงขนาดยกขึ้นหิ้ง (หิ้งของชั้นนี่แหละค่ะ) มีพล็อตโฮลนะแต่ก็อย่างว่าเราอ่านเพื่อความบันเทิงแล้วก็เป็นคนไม่ค่อยคิดเล็กคิดน้อย คือไหน ๆ มันก็อ่านแล้วไงเลยอ่านให้จบ55555 NEXT ไปอ่านเรื่องอื่นต่อ!




      • ทั้งนี้รีวิวอันนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด ถ้ามีพิมพ์ผิดหรือยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
susansang6 (@susansang6)
สนกมากค่ะ