My Book Reviews & TRANSLATIONSparnbewtch
เล่านิยายวาย 异世之万物法则 : (BL)
  • ชื่อเรื่อง : 异世之万物法则 อี้ซื่อจือว่านอู้ฝ่าเจ๋อ

    ผู้แต่ง : เจียวถังตงกวา

    ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพไทย

    แนวไซไฟ กองทัพ จักรวาลคู่ขนาน นายเอกแกร่ง


    เนื้อหาที่จะเล่าต่อไปนี้อาจจะมีสปอยล์ เดี๋ยวพอเข้าช่วงสปอยล์หนักจะมีเตือนอีกรอบค่ะ


    ที่ศูนย์บัญชาการชั่วคราวปรากฏเจ้าหน้าที่สื่อสารสามคนที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการพยายามติดต่อกับทีมปฏิบัติการพิเศษที่เข้าไปศูนย์วิจัยทางชีววิทยาของจวี้ลี่ คอร์ป (巨力 มันน่าจะเป็นชื่ออังกฤษ จูลี่ จูลิ ซักอย่างแต่ขอถอดตามเสียงจีนก่อนแล้วกันค่ะ555555) ไม่กี่นาทีหลังจากที่พวกเขาเข้าไปทั้งหมดก็ขาดการติดต่อ โจวอวี่ นายเอก สวมเสื้อเกราะกันกระสุนยืนกอดอกทำหน้าที่ผู้สั่งการของทีมยุทธการครั้งนี้ชายวัยยี่สิบแปดปีนิ่งและใช้ความคิด ขาดการตอบกลับจากศูนย์วิจัยไม่ใช่เรื่องปกติเกิดอะไรขึ้นกับสมาชิกทีมปฏิบัติการพิเศษเจ็ดคนที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีอุปกรณ์ครบครันสุขภาพแข็งแรงและมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางอะไรทำให้พวกเขาขาดการติดต่อภายในสิบนาที นี่ควรจะเป็นภารกิจช่วยเหลือที่ง่าย

     

    ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาทีมปฏิบัติการพิเศษของนายเอกได้รับมอบหมายให้ไปศูนย์วิจัยทางชีววิทยาของจวี้ลี่เพื่อช่วยเหลือตัวประกันซึ่งเป็นกลุ่มนักวิจัยที่เหลือที่ติดอยู่จากนักวิจัยคนหนึ่งที่เกิดอาการเจ็บป่วยทางอารมณ์และจิตใจซึ่งเกิดจากความเครียดและกดดันระยะยาว (nervous breakdown อาการสติแตกวิตกกังวลมากจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้) และพยายามที่จะทำลายองค์กรวิจัยทั้งหมดแต่แผนการทำลายกลับไม่สำเร็จ ก่อนที่จะมาใช้ประโยชน์จากระบบของศูนย์วิจัยกักขังนักวิจัยคนอื่น ๆ เรียกร้องให้ยุติการวิจัยทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ "尼伯龙根指环แต่เหมือนว่าคำเรียกร้องนั้นจะถูกเพิกเฉยเป็นผลให้ทีมของนายเอกถูกส่งเข้าไป นั่นเป็นรายละเอียดจากเบื้องบนที่ส่งลงมาให้กับนายเอก จากการเสิร์ชกูเกิลพบว่ามันคือภาษาเยอรมัน Der Ring des Nibelungen มาจาก ปกรณัมชุดของริชชาร์ท วากเนอร์ คีตกวีชาวเยอรมัน เราไม่รู้ว่าควรถอดเสียงตามภาษาเยอรมันว่ายังไงขอใช้ Nibelungen เลยนะคะ 

     

    แรกเริ่มจวี้ลี่ คอร์ปมาจากการลงทุนของกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่เพื่อสร้างบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในปีที่ผ่านมาการพัฒนาด้านชีวเภสัชกรรมขั้นสูงเติบโตอย่างก้าวกระโดดและมีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมากไม่ว่าจวี้ลี่ คอร์ปจะแยกประเทศ แบ่งสาขาใด องค์กรการวิจัยของพวกเขายังคงได้รับความคุ้มครองพิเศษจากรัฐบาล เหมยซี เจ้าหน้าที่สื่อสารคนหนึ่งมองไปที่โปรไฟล์ของนักวิจัยแต่ละคนและรู้สึกตกใจ พวกนี้ล้วนเป็นหัวกะทิของแต่ละสาขาไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเซลล์วิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท หรือผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา นางเลยเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วจวี้ลี่ คอร์ปกำลังวิจัยงานอะไร อาจจะมีบางสิ่งที่น่ากลัวเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนั้น

     

    เสียงเฉินชงรองกัปตันดังลอดผ่านหูฟัง “หัวหน้า อย่าเข้ามา” สัญญาณไม่ได้ถูกตัดตามมาด้วยเสียงลั่นของกระดูกที่แตกหักโจวอวี่กำหมัดแน่นเรียกชื่อรองกัปตันสองครั้งด้วยน้ำเสียงต่ำและเยือกเย็นเขาแข็งทื่อเพียงไม่ถึงหนึ่งวินาทีต่อมาก็สวมถุงมือป้องกันบาดคม ยืนยันตำแหน่งปืนพกในซองหนังที่ต้นขาและปืนไรเฟิลจู่โจม แล้วดึงประตูรถเปิดออกเหมยซีรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไรจึงรีบค้านว่ากำลังเสริมกำลังจะมาแต่ก็ไม่สามารถรั้งโจวอวี่ สำหรับนายเอกมันไม่ใช่แค่ความอยากรู้อยากเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นมีแค่คำว่า "ความรับผิดชอบ" เท่านั้นที่ผลักดันให้พรวดพราดเข้าศูนย์วิจัย จุดนี้ทำให้เราแอบคิดถึงนิสัยของเซี่ยวเหยียน คนจำพวกกินดีมังกรยอมกลับไปช่วยเพื่อนผู้หญิงที่ถูกอีพันเอกปล่อยทิ้งไว้เพราะถ่วงแข้งขา5555555 คือโจวอวี่นี่มันเซี่ยวเหยียนเวอร์ชั่นขาบู๊เก่งการต่อสู้ลุยแหลกอะ55555555 นายเอกคิดว่าตัวน้องต้องค้นหาสิ่งที่เกิดขึ้นกับสมาชิกในทีมที่เคยผ่านร้อนหนาวมาด้วยกัน ถ้าลูกทีมเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะผู้บัญชาการภารกิจโจวอวี่ก็ไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อโดยที่ไม่รับรู้อะไร 


    ถ้าจำไม่ผิดตอนนี้เป็นช่วงเวลากลางคืน ด้านนอกของอาคารวิจัยเป็นโครงสร้างโลหะทั้งหมด บริเวณใกล้เคียงไม่มีอาคารอื่น ๆ ตั้งอยู่ พื้นเต็มไปด้วยกรวดแต่ไม่มีร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ราวกับว่ามันเป็นสถานที่ร้าง ตามแผนที่ อาคารนี้เป็นอาคารทรงหกเหลี่ยมคล้ายกับเพนทากอนเล็กน้อย เพื่อปกป้องงานวิจัยระบบที่นี่จึงมีการป้องกันหนาแน่น ทุกความสูงการก้าวย่างและเสียงของนักวิจัยจะถูกบันทึกลงระบบ นักวิจัยแต่ละคนสามารถเข้าออกโซนที่เกี่ยวข้องกับตัวเองแต่เมื่อใดที่เกินพื้นที่โซนการวิจัยตัวเองก็จะถูกปิดการเข้าออกและออกคำเตือน


    นายเอกถือปืนเดินไปที่ประตูทางเข้า พื้นที่ด้านหน้าสว่างไสวแต่กลับมีแค่เขาคนเดียว ชวนให้นึกถึงฉากในเรื่อง Resident Evil นายเอกก็คิดบางทีถ้าตัวเองก้าวไปอีกไม่กี่ก้าวอาจจะมีฝูงซอมบี้พุ่งออกมาหรืออาจเป็นเลเซอร์อินฟราเรดตัดผู้บุกรุกให้เป็นชิ้นเนื้อแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้น้องกลัวจ้า ระหว่างทางอุปกรณ์สื่อสารในหูก็ดังขึ้นด้วยเสียงของเหมยซีว่ามีคำสั่งให้ถอนกำลังยกเลิกภารกิจแต่เพราะความรู้สึกที่ต้องรับผิดชอบต่อสมาชิกทำให้คนเป็นหัวหน้าอย่างเขาต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกทีมสำคัญที่สุดเลยก้าวเท้าลุยต่อ

     

    ทุกอย่างเงียบกริบไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากเสียงหายใจของเขาเอง นักวิจัยอยู่ที่ไหน สมาชิกในทีมของเขาอยู่ที่ไหน และแล้วทางเดินข้างหน้าก็ปรากฏร่างหนึ่ง ดูแล้วจากเสื้อกาวน์สีขาวคงจะเป็นนักวิจัยที่บัดนี้จมกองเลือดช่างเป็นภาพที่น่าสยดสยอง ทั่วทั้งสถานที่นั้นเต็มไปด้วยร่องรอยของเลือดตามทางสันนิษฐานว่าเป็นเพราะการเคลื่อนย้าย (หนีบางอย่าง) ด้วยความเร็ว โจวอวี่เอามือตรวจชีพจร อย่างคาด เขาเสียชีวิตแล้วและศพก็กำลังเริ่มเย็นขึ้น เมื่อพลิกหน้าศพขึ้นมาก็พบกับสิ่งที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าเลือดที่สาดกระจายตามทาง สภาพศพไม่เรียกว่าดีนัก กรามของศพหายไปหมดราวกับถูกสัตว์ป่าบางตัวฉีกกระชากบริเวณใต้กระดูกไหปลาร้าของเขายังกลวงแม้กระทั่งอวัยวะก็หายไป 


    จวี้ลี่คอร์ปโกหก 


    สิ่งที่พวกเขาวิจัยไม่ใช่แค่เรื่องยาอย่างแน่นอน บางทีเรื่องนักวิจัยขาดสติอาจจะเป็นเท็จด้วยซ้ำไป โจวอวี่ปรับจังหวะการหายใจของเขาและเดินหน้าต่อไป ผ่านอีกประตู มีคราบเลือดอยู่ทุกที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศูนย์วิจัยนั่งพิงกำแพง ดวงตาเปิดกว้างและน่องทั้งสองของเขาหายไปมีบางอย่างกระแทกกับศีรษะ จนกระทั่งมาเจอเข้ากับเฉินชงรองกัปตันทีมปฏิบัติการพิเศษอีกฝ่ายใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักโจวอวี่ออก มันกำลังมา” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของเฉินชง ที่เต็มไปด้วยความกลัว

     

    เสียงของบางสิ่งคืบคลานเข้ามาทางด้านหลังโจวอวี่เปิดไฟฉายของเขาและแล้วก็รู้สึกราวกับโลกทั้งใบถูกพลิกคว่ำ มันเป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ กล้ามเนื้อของมันไม่มีผิวหนังปกคลุมอยู่ ตามสัญชาติญาณทหารเขารู้ทันทีว่ามันแข็งแกร่งมาก โจวอวี่กลั้นหายใจและยืนนิ่งมองสัตว์ประหลาดตัวนั้นกำลังอ้าปากน้ำลายไหลลงมา สังเกตสิ่งมีชีวิตตรงหน้าอย่างช้า ๆ สรุปว่านอกจากไม่มีผิวหนังแล้วมันยังไม่มีตา หู และจมูก มันไม่ได้ยินการเคลื่อนไหว (นายเอกลองโยนเศษแก้วไปอีกทางแต่มันก็ยังนิ่งเลยสันนิษฐานตามนั้น) ไม่ทันคาดคิดเจ้าสัตว์ประหลาดก็เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วตามมาด้วยเสียงฉีกกระชาก เฉินชงเสียชีวิตแล้ว เขาไม่ทันขยับตัวหรือไม่มีโอกาสหยุดมันเลยด้วยซ้ำและเหมือนนายเอกจะเกิดบันดาลโทสะแล้วเปิดฉากต่อสู้กับเจ้าตัวที่พรากชีวิตเพื่อนร่วมทีมของตัวเองไปจนบาดเจ็บหนัก ก่อนที่ดวงตาแสนหนักอึ้งจะปิดลงและเมื่อสติเริ่มจะดับวูบจังหวะนั้นดูเหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของเฮลิคอปเตอร์

     

    โจวอวี่ตื่นขึ้นมาเขาอยู่ในห้องพยาบาลรอบ ๆ ตัวเขามีอุปกรณ์ตรวจสอบต่าง ๆ หมอสองคนสวมเสื้อคลุมสีขาวยืนอยู่ที่ปลายอีกด้านหนึ่งของเตียงพวกเขากำลังคุยกัน ไม่ไกลเกินไปชายในชุดสูทสีดำสวมแว่นสังเกตว่าเขาฟื้นแล้วริมฝีปากของเขาเผยรอยยิ้มช้า ๆ ย่างก้าวเข้าหาไม่ช้าไม่เร็วมือหนึ่งกดลงที่อีกด้านของหมอนเอ่ยทักทาย สวัสดีกัปตันโจว” เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อ ซ่งจื้อ เป็นบุคคลที่รับผิดชอบโครงการ Nibelungen ของจวี้ลี่ คอร์ปและบอกความจริงทั้งหมดให้กับนายเอกฟังว่านักวิจัยคนนั้นเรียกร้องให้ยุติโครงการ Nibelungen จริงหลังจากที่ถูกปฏิเสธนักวิจัยดังกล่าวก็หนีไปด้วยความแค้นเคืองและปล่อยสัตว์ประหลาดออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือสถานการณ์ที่ทีมนายเอกเข้าไป แต่มันเป็นความจริงที่ว่าเมื่อทีมของนายเอกปฏิบัติภารกิจสำเร็จแล้วจะไม่เหลือใครหรือไม่มีใครรอด ระหว่างที่จวี้ลี่ คอร์ปกำลังจะส่งทีมที่มีประสบการณ์มากกว่ามาควบคุมสัตว์ประหลาดในศูนย์วิจัย ผู้บังคับบัญชาของนายเอกซึ่งอยู่ภายใต้ความกดดันและต้องการสะสางเรื่องให้เร็วที่สุดจึงส่งทีมของนายเอกเข้าไป พวกเขาไม่ได้บอกคุณว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไรเพราะ “Der Ring des Nibelungen” เป็นความลับสูงสุด

     

    พอจะทราบที่มาที่ไปแล้วเราขอเข้าเรื่องสัตว์ประหลาดเลยเนอะ สิ่งมีชีวิตนั้นเรียกว่า Peryton ตามชื่อของสัตว์ประหลาดในปรัมปราตะวันตกมันล่าเหยื่อด้วยความกลัว และที่นายเอกรอดมาเป็นเพราะเวลานั้นมีแต่ความโกรธเจ็บปวดเรื่องสูญเสียพวกพ้องไปดังนั้น Peryton จึงไม่รับรู้สึกถึงกลิ่นความกลัวออกมาจากนายเอก ซ่งจื้อกล่าวว่าสิ่งมีชีวิตนั้นมาจากจักรวาลคู่ขนานที่ชื่อว่า Nibelungen จวี้ลี่คอร์ปได้ส่งนักวิจัยเข้าสู่โลกนั้นเพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับความสามารถในการฟื้นฟู (ศัพท์ทางชีววิทยาที่หมายถึงการสร้างเนื้อเยื่อหรืออวัยวะใหม่ขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อหรืออวัยวะเท่าที่หลุดหรือขาดออกไป) ซ่งจื้อประทับใจทักษะของนายเอกเมื่อต้องรับมือกับ Peryton เลยขอเชิญให้นายเอกเข้าร่วมพวกเขาแต่นายเอกก็ปฏิเสธ ซ่งจื้อบอกทำนองว่าเดี๋ยวนายก็จะกลับมาและให้คำตอบกับเขาหลังจากได้พบกับน้องชายนายเอกที่ชื่อ โจวชิง ซึ่งเป็นนักวิจัยชีววิทยาพืชอัจฉริยะ นายเอกสับสนเลยไปหาน้องชายที่เขาไม่ได้ติดต่อมานานเพราะต่างคนต่างยุ่ง และพบว่าน้องชายของเขากำลังทุกข์ทรมานจากเนื้องอกในสมองทำให้โจวอวี่รู้จุดประสงค์ของคำพูดซ่งจื้อ เขาไม่มีทางอื่นนอกจากจะเห็นด้วยกับโจวชิง (โจวชิงสนใจที่จะวิจัยพืชของ Nibelungen และนายเอกก็ต้องการวิธีที่จะรักษาน้องชาย) 


    หลังจากนั้นโจวอวี่ก็ถูกส่งไปที่ฐานของจวี้ลี่ คอร์ปเขาจะต้องฝึกซักสองสามเดือนก่อนเดินทางไป Nibelungen จักรวาลคู่ขนาน ฟังข้อสรุปเกี่ยวกับกฎหลักสามข้อที่ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจถ้าอยากจะอยู่รอด ย่อๆ กรุบกริบก็ประมาณนี้ค่ะ

    กฎข้อที่ 1 ความหวาดกลัวทำให้ตกเป็นเป้าหมาย ดังนั้นต้องไม่มีความกลัว

    กฎข้อที่ 2 ยิ่งสวยงามยิ่งอันตราย อย่าเข้าใกล้และอย่าไว้ใจมัน

    กฎข้อที่ 3 อย่าถูกล่อลวงโดยสิ่งมีชีวิตระดับ S พวกมันสามารถอ่านสมองและรู้วิธีที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงระลึกเสมอว่าพวกมันไม่มีความรู้สึกเช่นเดียวกับมนุษย์ ไม่มีความรัก ไม่มีข้อยกเว้น

    สุดท้ายนี้ขอให้คุณสนุกกับชีวิตใน Nibelugen

    วิวัฒนาการทางชีววิทยาใน Nibelungen นั้นพิเศษมากนั่นทำให้สิ่งมีชีวิตระดับ S เป็นสิ่งที่อันตรายมากเช่นกันเพราะมันสามารถเลียนแบบรูปร่างมนุษย์และกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงาม ซึ่งภายหลังจะมีการเปิดเผยว่าพวกสิ่งมีชีวิตระดับ S ก็มีกฎแบบนี้เหมือนกันทำนองว่าอย่าเข้าใกล้มนุษย์ มนุษย์มันอันตราย บลาๆ ต่างฝ่ายต่างมีความเชื่อ มีกฎของการอยู่รอด


    แกร ฉันนึกถึงอวตารนิสนึง55555555555555555555

     

    หลังจากผ่านการฝึกฝนมาสองสามเดือนพวกเขาก็พร้อมที่จะไป Nibelungen ระหว่างทางดูเหมือนว่ากระสวยเหล็ก (?ที่เชื่อมต่อกับทั้งสองโลกจะขัดข้องทำให้เกิดอุบัติเหตุก่อน และนายเอกก็หมดสติไปเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งอู๋ยวิ่นก็หายไปในขณะที่คนอื่น ๆ ยังไม่รู้สึกตัว ดร.แดเนียลตื่นขึ้นมาหลังจากที่นายเอกเริ่มพูดคุยกับคนที่เริ่มได้สติโจวอวี่สงสัยว่าอู๋ยวิ่นหายไปไหนเลยเปิดประตูกระสวยก่อนจะรีบปิดมันทันทีเพราะที่แห่งนี้ล้อมรอบด้วย Peryton โจวอวี่มั่นใจว่าเขาไม่รู้สึกกลัวและไม่ต้องการให้คนอื่นตกใจจนเผลอรู้สึกกลัวและล่อพวกมันเข้ามาจึงหันเหความสนใจพวกเขาอยู่ในป่าและมี Peryton มากมายและนายเอกก็ตระหนักว่าพวกเขามาถึงปลายทางแล้วซึ่งเป็นหนึ่งในฐานของจวี้ลี่ ใน Nibelungen น่าเสียดายที่ฐานดูจะผ่านมรสุมเลือดมา มีศพกระจายอยู่ทั่วป่า ระหว่างที่ตรวจสอบอยู่อู๋ยวิ่นก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมบอกว่าทีแรกตัวเองไม่เชื่อซ่งจื้อ (ที่บอกว่านายเอกไม่กลัว) แล้วพวกนายเอกก็พบกับรถฮัมเมอร์ต้องขับรถผ่านป่าเพื่อมุ่งหน้าไปยังฐานต่อไปเนื่องจากฐานดั้งเดิมที่พวกเขาไปถูกทำลายลง แล้วทีนี้มันมีกล่องดำที่อยู่ในรถและนายเอกรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง อู๋ยวิ่นบอกว่ามันเป็นกล่องเก็บตัวอ่อนที่นักวิจัยกำลังค้นคว้าอยู่ นายเอกถามเพิ่มเติมว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นคือ "มีชีวิต" หรือไม่ อู๋ยวิ่นตอบ "ไม่ มันจะเป็นไปได้อย่างไรมันต้องพบกับสถานการณ์บางอย่างเพื่อที่จะกระตุ้นการเติบโต"


    ด้านล่างเริ่มสปอยล์หนัก มีสปอยล์จุดจบ คสพบางคู่ แต่ไม่ได้พูดถึงรายละเอียดเชิงลึกช่วงกลางเรื่อง




     

    และใช่ค่ะ พระเอกคือเอ็มบริโอ ตัวอ่อนที่อยู่ในกล่อง ตอนแรกที่เปิดออกมาพระเอกเป็นแค่สัตว์ขนาดเล็กที่พึ่งฟักออกมาและติดนายเอกแจซึ่งนายเอกเองก็เอ็นดูพระเอกเหมือนเวลาเลี้ยงหมาน้อยแมวน้อย ทำนองนี้ พวกเขามักจะกอดกัน อาบน้ำด้วยกัน ดูหนัง อ่านหนังสือด้วยกันทั้งหมดนี้พิสูจน์แล้วว่าพระเอกเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดและมีวิวัฒนาการยอดเยี่ยม เข้าใจทุกอย่างถึงแม้ว่าเขาจะเป็นสัตว์ 


    ที่พระเอกฟักก็เป็นเพราะสัมผัสถึงนายเอก (มีหลายอย่างกว่านี้) และมาเฉลยอีกว่าพระเอกเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ S ค่ะเรื่องนี้มีคู่ที่เป็นชายชายหลายคู่ สามคู่ มีคู่พระนาย คู่ของโจวชิงน้องชายนายเอก และคู่ของซ่งจื้อ ช่วงกลางเรื่องไปท้ายพระเอกและลูกทีมคนอื่นของนายเอกกลับมาที่โลกแล้วแต่ว่านายเอกและน้องชายยังอยู่ที่ Nibelungen เพราะต้องจัดการกับสิ่งที่อาจจะคุกคามโลก ต้องบอกก่อนว่านายเอกสู้กับ "มัน" ได้เพราะมีบางช่วงที่ทำให้มีพลังเหนือมนุษย์ พลังที่เหมือนกับสิ่งมีชีวิตระดับเอสของจักรวาลคู่ขนาน ตอนจบ พระนายคู่หลักอยู่ด้วยกันที่โลก คู่ที่สองโจวชิงน้องชายนายเอกและสิ่งมีชีวิตพืชระดับเอสที่เรียกว่า อิมมานูเอล” ใช้ชีวิตด้วยกันที่ Nibelungen 


    ในช่วงท้ายโจวชิงกลับไปที่ Nibelungen และฟื้นฟูอิมมานูเอลน้องชายนายเอกตัดสินใจที่จะอยู่ที่นั่นเพื่ออยู่กับคู่ของเขาตลอดไป ณ จุดนั้นโจวชิงบอกกับโจวอวี่ว่าไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดในโลกที่แตกต่างกันพวกเขาจะเป็นพี่น้องกันตลอดไปโจวอวี่ก็บอกให้เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข (พวกเขาไม่สามารถติดต่อได้อีกแล้วเพราะการเชื่อมต่อของทั้งสองโลกจะถูกตัดขาดและนายเอกเป็นคนเดียวที่จะกลับไปที่โลกกลับไปหาพระเอกที่ยังรออยู่โดยโจวชิงและคนรักช่วยซ่อมกระสวยส่งกลับให้) คู่ที่สามคู่ของซ่งจื้อกับซ่งริน ซ่งรินเป็นอีกสิ่งมีชีวิตระดับ S ที่เกิดจากคู่หมั้นของซ่งจื้อ ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่โลก



    เป็นนิยายแนว alternative universe ของคุณเจียวถังตงกวาเจ้าของผลงาน รุ่งอรุณหลังวันสิ้นโลก โดยเรื่องนี้จะกล่าวถึงจักรวาลคู่ขนานอย่าง โลก และ Nibelungen ให้ความรู้สึกเหมือนดู avatar ผสมกับ stranger things นายเอกเป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการพิเศษที่ถูกลากไปเกี่ยวข้องกับโครงการ Der Ring des Nibelungen” โดยไม่ได้ตั้งใจและยังต้องเข้าร่วมเพราะความจำเป็นที่จะต้องหาทางรักษาน้องชายนักวิจัยชีววิทยาพืชที่กำลังประสบกับเนื้องอกในสมองโดยจักรวาลคู่ขนานนั้นมีวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าที่สามารถนำมาปรับใช้ทำให้เหล่านักวิจัยและจวี้ลี่ คอร์ปทุ่มทุนกับโครงการนี้เป็นอย่างมากถึงแม้ว่ารูปแบบสิ่งมีชีวิตจะอันตรายมาก ดูเหมือนว่าที่ Nibelungen จะจัดลำดับสปีชีส์ขึ้นอยู่กับอำนาจและความน่ากลัวน่าเกรงขาม เนื้อเรื่องจะเน้นไปที่พล็อตหลักมีรักเข้ามาแทรกบ้าง สิ่งมีชีวิตระดับ S บางจำพวกต้องการที่จะครอบครองโลกทำให้พระเอกนายเอกและกลุ่มนักวิจัยต้องหาวิธียุติโดยการปิดการเชื่อมต่อระหว่าง โลก และ Nibelungen ส่วนเรื่องความรักก็มีบางช่วงที่ต้องปรับความเข้าใจกันเนื่องจากทั้งสองมาจากต่างสายพันธุ์แต่ก็ไม่ได้ยืดยาวน้ำเน่าแต่อย่างใด เอาเปนว่า พี่ชอบนิยายแนวนี้ มันหาอ่านยาก พรี่ก็เลยอวยมาก!!! ปล. พระเอกเป็นสิ่งมีชีวิตระดับ S ดังนั้นจึงมีร่างคน ย้ำอีกทีเผื่อคนคิดว่าพระเอกไม่มีร่างคน 555555555



    ใครสนใจนิยายวายจีน เราขออนุญาตไทอิ- แนะนำเรื่องอื่น ๆ ที่เคยเอามาลงไว้ค่ะ

    https://minimore.com/b/ffhkT




    • ทั้งนี้รีวิวอันนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด ถ้ามีพิมพ์ผิดหรือยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in