Love Over รักจบเรื่องไม่จบTheScarletNails นักเขียนเล็บแดง
กูให้มึงเพื่อนรัก : จงไม่มีผัวไปตลอดกาล และไม่มีอำนาจใดลบล้างได้!
  • ​ในช่วงปี2014ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ผมเชื่อว่าแทบจะไม่มีใครที่ไม่ได้เห็นภาพล้อเลียนของแองเจลิน่า โจลี่ ดาราสาวแสนสวยในบทบาทของแม่มดมาเลฟิเซนท์ประจำเรื่องเจ้าหญิงนิทราฉบับคนแสดงแน่ๆ ภาพดังกล่าวเป็นฉากสำคัญในตอนที่ป้าโจลี่ร่ายคาถาใส่เจ้าหญิงน้อย โดยถ้อยคำอันเป็นตำนานคือ ‘…และไม่มีอำนาจใดลบล้างได้!!’ ต่อมาหลังจากหนังฉายได้ไม่นาน ไม่ว่าจะด้วยความหัวครีเอทีฟของคนไทย หรือ ความติดใจในสำเนียงของผู้พากษ์มาเลฟิเซนท์ภาคไทยก็ตามแต่ ก็ได้มีภาพล้อเลียนมากมายถูกปล่อยออกมา โดยได้เปลี่ยนคำพูดข้างหน้า พร้อมต่อท้ายด้วย ..และไม่มีอำนาจใดลบล้างได้ ซึ่งสร้างความขบขันแก่คนที่พบเห็นไปอย่างมากมาย

    ​ตัวผมเองก็พอจะเคยเห็นมาบ้าง แต่อันที่ฮอตฮิตที่สุดดูเหมือนจะเป็นภาพที่มีข้อความว่า 


    จงไม่มีผัวไปตลอดกาล และไม่มีอำนาจใดลบล้างได้


    ซึ่งไม่ว่าผมจะเห็นกี่ที ก็อดรู้สึกขำในความเข้ากันได้ของข้อความนี้ไม่ได้ แต่ผมเองก็ไม่เคยคิดอะไรมากไปกว่านั้นจนกระทั่งเมื่อวานนี้
    ผมนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟเจ้าประจำกับเพื่อนสนิทผมเหมือนเคย เราจะมานั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดบ่ายจนเริ่มเย็นผมถึงจะไปเล่นบาสต่อ ส่วนเพื่อนของผมก็จะกลับบ้าน วันนี้ก็เหมือนวันอื่นๆที่ผมจะไปรับเธอจากบ้านที่ห่างจากบ้านของผมแค่สองซอย แล้วเธอก็จะเดินเข้าร้านกาแฟพร้อมกับแบกโน้ตบุ๊กเครื่องโปรดไปนั่งที่โต๊ะ ก่อนจะสั่งลาเต้เย็นหนึ่งแก้วเสมอ ผมแค่เดินตามเธอไปนั่งด้วย สั่งอเมริกาโนบ้างแล้วก็นั่งเล่นเกมในมือถือไปตามประสาผม เราไม่พูดกันมากนักในเวลาแบบนี้ เราจะอยู่ในโลกของแต่ละคน แต่ก็จะคอยเหลือบมองกันบ้างเป็นระยะเพียงเพื่อให้มั่นใจว่า อีกฝ่ายยังอยู่ใช่ไหม ยังไหวรึเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นผมที่เผลอหลับไปก่อนทุกที แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะไม่พูดคุยกันเลย เวลาเราคุย ก็จะคุยกันไม่หยุด เอาจริงแล้วๆ คือเธอคุยไม่หยุด ไม่ใช่ผม เธอเป็นคนช่างพูดซะเหลือเกิน มีเรื่องมากมายมาเล่าให้ผมฟังได้ทุกครั้ง และผมเองก็ชอบฟังเธอเล่าซะเหลือเกิน แถมยังชอบแสดงความเห็นโง่ๆอย่างอุกอาจให้เธอได้ด่าเล่น 
    ผม…ชอบที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ หรืออีกนัยหนึ่ง ผม…ชอบที่เธอเป็นแบบนี้

    ​ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ผมก็ยังมองเห็นกระจกใสที่คั่นกลางระหว่างเธอกับผมไว้เสมอ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมเผลอลืมไปว่าตรงนั้นมีกระจก จนผมได้ก้าวข้ามกระจกนั้นไป และเกือบเสียเธอไปในวันที่เธอรู้สึกตัว ในตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น แต่ขอบคุณสวรรค์ที่ในตอนท้ายทุกอย่างก็กลับเข้าที่เข้าทางอย่างที่มันควรจะเป็น พูดง่ายๆก็คือ เป็นตัวผมที่กลับมาอยู่หลังกระจกอย่างที่ควรจะเป็นนั่นแหละ
    ผมอยู่กับเธอมานาน เราโตมาด้วยกัน ผมเฝ้ามองเธอและได้เห็นว่า มีผู้ชายที่แสนโชคดีจำนวนหนึ่งได้มีโอกาสเดินเข้าประตูกระจกบานนั้นที่เธอเปิดให้ และกลับออกมาในเวลาไม่นาน ทิ้งไว้เพียงแต่รอยเท้าสกปรกและกระจกร้าวๆให้ดูต่างหน้า น้ำตาของเธอไม่อาจสมานรอยร้าวนั้นได้เลย เธอนั่งตรงข้ามผมเล่า บ่น ระบายกับผมผ่านกระจกเหล่านั้นเหมือนเวลามีคนมาสารภาพบาปผ่านช่องเล็กๆกับบาทหลวง ผมน่ะ โกรธเหลือเกิน ผมอิจฉาเหลือเกินเวลาที่มองไปยังผู้ชายพวกนั้น คนเหล่านั้นไม่ได้รู้เลยหรือว่าตนเองโชคดีแค่ไหนที่ได้ผ่านกระจกบานนั้นเข้าไป ทุกครั้งที่น้ำตาเธอร่วงหล่น ผมอยากจะเอื้อมมือไปหาเธอ แต่มือนั้นกลับนาบไปกับกระจก หาใช่ใบหน้าและใจของเธอไม่
    ​ผมคิดยังไงกันแน่เมื่อวานนี้ก็ไม่แน่ใจ เพียงแต่พอผมเห็นภาพล้อเลียนนี้วนขึ้นมาในหน้าแรกเฟสบุ๊กอีกครั้ง ผมก็กดแชร์ทันทีพร้อมกับแท็กเธอไปด้วย ผมล่ะอยากจะขอถอนเสียงหัวเราะที่เคยให้ไว้กับภาพนี้ออกจริงๆ ตัวผมในเวลานี้ อยากจะให้คำพูดนี้เป็นจริงขึ้นมาเหนือสิ่งอื่นใด หากจะไม่มีอำนาจใดลบล้างได้ หากจะไม่มีใครได้เป็นเจ้าของเธอเลย หากแม้เธอจะโดดเดี่ยว แต่เธอจะมีผมผู้ซึ่งเห็นแก่ตัวร่ายคาถานี้ใส่เธออยู่เคียงข้างเธอเสมอ หากผมที่ซึ่งเป็นคนธรรมดาผู้เป็นได้แค่เพื่อนสนิทจะมีเวทมนตร์ขึ้นมาสักหน่อย…

    ​ผมแท็กเธอไป แต่ให้ตายสิ ผมทำได้แค่แค่นยิ้มกับตัวเองอย่างเจ็บปวด จ้องมองแพขนตายาว มองนิ้วเรียวที่จับแก้วกาแฟ มองริมฝีปากที่หลอดนั้น มองผมยาวสลวยเคียงไหล่ ผมได้แค่มองผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามผมผ่านกระจกแตกร้าวจนเบลอไปหมดของผมเอง แล้วพิมพ์เพิ่มลงไปว่า 


    'กูให้มึงเพื่อนรัก: จงไม่มีผัวไปตลอดกาล และไม่มีอำนาจใดลบล้างได้ '

    และเธอก็แค่ตอบกลับมาว่า


    'ขอบใจเพื่อนรัก olo'



    อวสาน.

    Thanks for your support and subscribed :)
    TheScarletNails

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in