Social and History by Jack okKiattisak Wongliang
พลิกชะตา เจ้าชายสู้ชีวิต Chapter 4
  • สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาฯ แสดงบทบาทความเป็นพระราชมารดา ที่จะพยายามช่วยเหลือบุตรทุกวิถีทางเป็นแบบอย่างมารดาที่น่ายกย่อง และนำมาเป็นแบบอย่าง  กรมขุนชัยนาทนเรนทร (พระยศขณะนั้น) ทรงถูกขังเป็นเวลา 10 เดือน จนกระทั่งมาถึงวันพิพากษาคดี คำตัดสินยิ่งนำความบอบช้ำมาแก่พระองค์นั่นคือ ในขั้นแรกศาลตัดสินประหารชีวิต และลดโทษของพระองค์เป็น จำคุกตลอดชีวิต ส่งเสด็จไปกักขัง ณ เรือนจำบางขวาง หลังจากนั้นก็ถอดพระยศของพระองค์ให้เหลือเพียง นักโทษชายรังสิต 

    สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร
    ที่มาภาพ Pinterest

    นับว่าพระดวงชะตา ณ ตอนนั้นตกต่ำอย่างหาที่เปรียบมิได้ นำความทุกข์มาสู่พระนางเจ้าสว่างวัฒนาฯ อย่างที่สุดแทบบรรทมไม่หลับ เสวยไม่ได้ ความทุกข์ท่วมทวี เมื่อมีข่าวในปีนั้นเอง ยังต้องทรงสูญเสียสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงวไลยอลงกรณ์ฯ พระราชธิดาพระองค์สุดท้าย สถานการณ์เวลานั้นทำให้การจัดงานพระศพสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงวไลยอลงกรณ์ เป็นการจัดงานพระศพเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่น่าเศร้าที่สุดดังที่ปรากฏความว่า 

    ...แต่มาถึงงานพระเมรุสมเด็จพระราชธิดาซึ่งดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาเจ้ารัฐบาลแจ้งให้ทราบว่าไม่มีเงินที่จะใช้ในการพระเมรุตามพระราชอิสสริยยศ ถ้าต้องพระประสงค์จะถวายพระเพลิงก็ต้องพระราชทานเงิน (เอง)...” (สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ: สมภพ จันทรประภา) 

    สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
    ที่มาภาพ Wikipedia

    ในตอนที่พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ ถูกจองจำในเรือนจำบางขวางเวลานั้นแม้ว่าพระองค์จะทรงทุกข์โทมนัส เพราะการจากสูงสุดก็สู่สามัญ เป็นเพียงนักโทษชายรังสิต แต่พระองค์ก็ทรงดำรงอยู่ได้ด้วยความเข้มแข็ง กำลังใจส่วนหนึ่งมาจากบุคคลผู้ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นหม่อมเอลิซาเบธผุ้เป็นพระชายาของพระองค์ หม่อมปรนนิบัติตั้งแต่ตอนที่ถูกจองจำ เมื่อย้ายมาที่คุกบางขวาง หม่อมเอลิซาเบธ ก็หาห้องเช่าแถวบริเวณคุกบางขวางเพื่ออาศัยอยู่ คอยทำเครื่องเสวยถวายพระองค์เจ้ารังสิตฯโดยมิได้ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด

    ภาพ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร และหม่อมเอลิซาเบท รังสิต ณ อยุธยา
    ที่มาภาพ เรือนไทย.com 

    นับเป็นสตรีต่างแดนที่มีพระทัยจงรักภักดีต่อพระสวามีอย่างหาที่เปรียบมิได้ สมกับตำแหน่ง   สะใภ้หลวงแห่งราชวงศืจักรียิ่งนัก พระองค์ทรงถูกจองจำไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเป็นระยะเวลา 5 ปี  7 เดือน กับอีก 28วัน  จึงได้รับการปล่อยตัว ในปีพุทธศักราช 2486 และเมื่อถึงรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งเป็นรัฐบาลของนายควง อภัยวงศ์ พระองค์ก็ได้รับสถาปนาพระยศตามเดิม

  •          ผู้เขียนขอเล่าย้อนไปเมื่อคราวที่พระองค์เจ้ารังสิตฯ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ในครั้งนั้นพระองค์ทรงอยากไปเข้าเฝ้าพระมารดาของพระองค์ นั่นคือ สมเด็จพระศรีสวรินทิราฯ ทรงลี้ภัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาประทับที่ศรีราชา หากแต่ในครั้งนั้นพระองค์ทรงกลัวว่าพระราชมารดาของพระองค์จะต้องทรงทุกข์โทมนัส จึงได้แต่แอบทอดพระเนตรแล้วทรงพระกันแสง 
    สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีฯและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)
    ที่มาภาพ : Pinterest 
            ในครั้งนั้นทรงนำความทุกข์ดวงพระทัยของพระองค์เป็นอย่างมากจนกระทั่งได้รับการปล่อยตัวและสถาปนาพระอิศริยยศคงเดิมจึง ได้มาเข้าเฝ้าพระนางเจ้าสว่างวัฒนาฯ ที่พระราชวังปะอิน ณ เวลานั้นพระนางเจ้าสว่างวัฒนาฯ ทรงมีความจำที่ลบเลือน จึงทำให้คิดว่าบุตรของพระองค์ทรงกลับมาจาก    เมืองนอกนำความปิติยินดีพระแก่พระนางฯเป็นอย่างมาก 
    ภาพ พระราชวังบางปะอิน อำเภอ บางปะอิน จังหวัด พระนครศรีอยุธยา 
           เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลงอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงมีการซ่อมแซมวังสระปทุมและเชิญพระนางเจ้าสว่างวัฒนาฯ มาประทับที่วังสระปทุมจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต เมื่อกลับมารับราชการตามเดิมเสด็จในกรมฯ (พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ฯ) ได้ทรงรับราชการ จนกระทั่งได้รับพระเกียรติยศสูงสุดในปีพุทธศักราช 2489 ให้เป็นประธานคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ทั้งยังได้รับการเลื่อนพระยศเป็น 

    “ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทรนเรนทร ”

    พลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร 
    ที่มาภาพ : thaitribune.org


            พระภารกิจสุดท้ายที่เสด็จในกรมฯ ทรงปฏิบัติ นั่นคือ ได้เข้าร่วมงานอภิเษกสมรสพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เมื่อปีพุทธศักราช 2493 จนกระทั่งในวันที่ 7 มีนาคม พุทธศักราช 2494 พระองค์ก็สิ้นพระชนม์จากโลกนี้ไปด้วยความสงบ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงได้ทรงเฉลิมพระนามเป็น ”สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร” พระอิศริยยศ สมเด็จกรมพระยา ที่ได้รับการสถาปนานี้พระองค์เป็นพระราชบุตรองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้รับพระอิศริยยศสูงสุด


    ติดตามเรื่องราวอื่นๆผ่าน Facebook page ตำนานเก่าเจ้านายสยาม 

    อ่านตอนอื่นๆ คลิก

    1. พลิกชะตา เจ้าชายสู้ชีวิต Chapter 1 
    2. พลิกชะตา เจ้าชายสู้ชีวิต Chapter 2
    3. พลิกชะตา เจ้าชายสู้ชีวิต Chapter 3

    ติดตามเรื่องราวอื่นๆ ผ่าน Social and History by Jack ok 


    โปรดอ่านสักเล็กน้อย      

     หากตัวหนังสือมีช่องว่างของคำขึ้นอยู่กับโทรศัพท์ของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ผู้เขียนเว้นช่องว่างของคำโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลัก จึงขออภัยมา ณ โอกาสนี้ 

    กศว เขียน 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in