เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
what i'm listeningthefirstofmine
[Album Review] Scout EP - Calpurnia



  • ถ้าใครได้ดูซีรีส์เรื่อง Stranger Things หรือหนังเรื่อง IT ก็อาจจะคุ้นชื่อของน้องฟินน์ (Finn Wolhhard)  อยู่บ้าง สำหรับเรา เราตามน้องมาตั้งแต่น้องเริ่มเล่นซีรีส์ Stranger Things แล้วล่ะ น้องแกชอบปล่อยคลิปที่ตัวเองเล่นกีตาร์ลงทวิตเตอร์ ไปๆ มาๆ ก็อัดเพลง cover เล่นกับเพื่อนๆ เขา สุดท้ายแล้วก็บอกว่าเขาเองก็มีวงดนตรีเล่นกับเพื่อนๆ ของเขา 

    เราค่อนข้างที่จะเฉยๆ กับวงของฟินน์ก่อนที่จะได้ฟังเพลงนะ แต่พอเริ่มฟังเพลงของวงนี้ก็พบว่า ไอ้เด็กพวกนี้มันไม่ธรรมดาจริงๆ








    Calpurnia วงดนตรีจาก Vancouver, Canada มีสมาชิกทั้งหมด 4 คนด้วยกัน คือ 
    • Ayla Tesler-Mabe มือกีตาร์
    • Finn Wolfhard นักร้องนำและมือกีตาร์
    • Jack Anderson มือเบส
    • Malcolm Craig มือกลอง

    แนวเพลงของพวกเขาเป็น Alternative rock, Indie rock และผสมกลิ่นอายของเพลงยุค 80 เอาไว้

    Calpurnia สังกัดค่าย Royal Mountain Records (ศิลปินที่สังกัดค่ายนี้เช่น Mac DeMarco, Alvvays, PUP, Homeshake)





    Calpurnia เพิ่งปล่อย Debut EP ออกมาในวันที่ 15 มิถุนายน 2018 ที่ชื่อ Scout ซึ่งอัลบั้มนี้พวกเขาได้ Cadien Lake James (นักร้องนำวง Twin Peaks) มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ด้วย ใน Scout EP นี้ให้ด้วย



    "Louie"



    Ayla Tesler-Mabe มือกีตาร์บอกว่าเพลงนี้ดึงเอากลิ่นอายของ Lou Reed มาด้วยส่วนนึง ก็เลยใช้ชื่อเพลงว่า Louie รวมถึงกลิ่นอายของ The Rolling Stones ในตอนท้ายของเพลงด้วย Finn Wolfhard มือกีตาร์และนักร้องนำบอกว่าพวกเขาฟังเพลง Some Girls ของ The Rolling Stones บ่อยมากระหว่างที่อัดเพลงนี้ (และเพลง Some Girls ก็เป็นเพลงโปรดของ Finn ด้วยล่ะ)

    เสียงกีตาร์ที่ขึ้นมาตอนต้นมีความอะคูสติกหน่อยๆ ก่อนดึงเข้าด้วยเสียงสไลด์กีตาร์ไฟฟ้า แล้วมาบวกเข้ากับเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของ Finn Wolfhard ก็ทำให้เพลงนี้ติดหูได้ไม่ยาก






    “Wasting Time”


    Jack Anderson มือเบสของวงบอกว่าเพลงนี้เริ่มขึ้นมาตอนที่เขากำลังขับรถไปส่ง Finn Wolfhard ที่บ้าน แล้ว Finn ก็เล่นคอร์ดชุดนึง ส่วน Ayla ก็เสริมว่าตอนที่ Finn เล่นคอร์ดชุดนั้นจบ เธอก็ให้ Finn เล่นอีกรอบ แล้ว Jack ก็บอกอีกว่าเดโม่ที่พวกเขาอัดเพลง Wasting Time เป็นอันที่พวกเขาส่งค่ายเพล
    กลิ่นอายของความฟังก์มาตั้งแต่เริ่มท่อนแรก จังหวะของเพลงนี้ทำให้คุณเริ่มโยกตัวไปตามเสียงเพลงเบาๆ และลูกเล่นน่ารักๆ ของวงจะทำให้คุณหลงรักได้ไม่ยาก เสียงกีตาร์เบสเดินตลอดทั้งเพลง ในความรู้สึกของเรา เพลงนี้ค่อนข้างแหวกจากเพลงอื่นๆ ใน EP นี้เลยล่ะ



    “Greyhound”


    Jack บอกว่าเขาได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ขณะที่เขาไปชมคอนเสิร์ตของ Joe Jackson (เขาโดดเรียนไปเพื่อสิ่งนี้เลย) Jack เสริมว่า Joe Jackson ออกทัวร์ครั้งใหม่ในอัลบั้มใหม่ของเขา และเอาความเป็นยุค 80 มาลงเอาไว้ ในปี 2016 (ซึ่งคอนเสิร์ตในครั้งนั้นจัดที่ Neptune Theatre แล้ว Ayla ก็บอกว่าเนื้อเพลงของเพลงนี้มันค่อนข้างหม่น 

    เราค่อนข้างชอบท่อนโซโลกีตาร์ของเพลงนี้ จะนุ่มก็ไม่นุ่ม จะแข็งก็ไม่แข็ง แต่ให้ความรู้สึกที่กลมกล่อม รวมถึงเสียงประสานในแต่ละท่อนด้วยเช่นกัน เราชอบการเล่นจังหวะของเพลงนี้ที่มีท่อนส่งเข้าท่อนอื่นที่เราไม่ค่อยได้ยินจากเพลงอื่นๆ



    “City Boy"


    Finn บอกว่าเขาอยากปล่อยเพลงนี้ออกมาให้ทุกคนได้ฟังเป็นเพลงแรก Ayla เสริมว่าเพลงนี้มันสนุกแล้วก็มีท่อนที่เปลี่ยนจังหวะด้วยเหมือนกัน แล้วเธอบ่นว่าเพลงนี้เธอเล่นโน้ตเสียงสูง แล้วท่อนที่เธอต้องสไลด์กีตาร์เนี่ย มันเจ็บมากเลยล่ะ

    ความรู้สึกแรกที่ได้ฟังเพลงนี้คือมีพลังของวัยรุ่นและความสนุกอยู่ในเพลงตั้งแต่เริ่ม Intro มาเลย มันมีความร็อกแอนด์โรลนิดๆ บลูส์หน่อยๆ รวมๆ กันแล้วมันคือความกลมกล่อมของเพลง



    “Blame”


    เสียงของเครื่องเป่าลมทองเหลืองที่ได้ยินตอนเริ่มเพลงนั่นคือเสียงของ Flugelhorn ที่ Will Miller จาก Whitney เป็นคนมาเล่นให้ แล้ว Ayla ก็บอกว่าเพลงนี้อัดเสียงกันไปกว่า 10 รอบ เพราะเธออยากให้มันออกมาดีที่สุด

    เสียงของ Flugelhorn คอยประสานอยู่เบาๆ เป็นแบคกราวด์ของเพลงจังหวะของดนตรีมันเปลี่ยนไปในแต่ละท่อน เหมือนเราได้ฟังหลายๆ เพลง หลายๆ สไตล์ เพลง Blame ได้รวมเอาไว้ในเพลงเดียว ทำให้เพลงนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต่างกับเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มนี้




    “Waves”


    ฟินน์บอกว่าตอนที่อัดเพลงนี้ พวกเขาคิดถึง Tame Impala, Grizzly Bear แล้วก็คิดถึงความรู้สึกของเพลงพวกนั้นเอาไว้ขณะที่กำลังอัดเพลงนี้

    เพลงนี้ให้ความรู้สึกที่ล่องลอย มีเสียงเล็กเสียงน้อยคอยกล่อมอยู่เนืองๆ แต่ไม่ชวนให้หลับ เสียงของฟินน์และเสียงร้องประสานเข้ากันดี มีท่อนเปลี่ยนจังหวะที่น่าติดตาม มันไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่มีท่อนที่ค่อยๆ ปรับจังหวะให้เข้าจังหวะใหม







    สำหรับ Scout EP ของ Calpurnia มันคือการดึงเอากลิ่นอายของยุค 80 มาไว้ในเพลง หลายๆ ท่อนทำให้เราหวนนึกถึงเพลงในยุคนั้น ทั้งความรู้สึกขณะฟัง เสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ไลน์กีตาร์ ไลน์เบส มันคือยุค 80 ที่สดใหม่และเป็นเอกลักษณ์ 




    ระวังนะ ฟังๆ ไปอาจจะหลงไปกับเสียงดนตรีของวง Calpurnia โดยไม่รู้ตัว







    สุดท้ายนี้ขอฝากเพจ เพลงนั่นแหละ เอาไว้ด้วยน้า








Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in