FROM ME TO WHO?bturkphiphek
SAUDADE





  • saudade (n.) - a nostalgic longing to be near again something or someone that is distant,
    or that has been loved and then lost





    ผมให้ความสุขเป็นพระจันทร์และดวงอาทิตย์

    ความเศร้าเป็นก้อนเมฆ

    ส่วนท้องฟ้านั้น

    นั่นสิ คืออะไรดี







    บางครั้งกลุ่มเมฆคล้ายแพถูกวาดบนท้องฟ้า

    บางทีเกาะกลุ่มในวันฟ้าใส

    บางทีลอยล่องเป็นหย่อมๆในคืนมืดมิด



    หรือบางครั้ง



    เมฆอาจปกคลุมทั่วฟ้าในคืนเดือนดับ








    แต่ไม่ว่าเมฆนั้นจะอยู่ในตอนกลางวันหรือกลางคืน

    คุณก็รู้ว่าจริงๆแล้ว

    พระอาทิตย์และพระจันทร์จะอยู่บนฟ้าไม่ไปไหน








    ถึงมองไม่เห็น จับต้องไม่ได้

    แต่ความอุ่นของพระอาทิตย์

    ความนุ่มนวลของพระจันทร์

    ความรู้สึกในช่วงขณะนั้น

    มันไม่หายไปไหนหรอก

    ไม่มีทางที่ท้องฟ้าจะมีแค่กลางคืน

    ไม่มีทางที่กลุ่มเมฆจะปกคลุมฟ้าไปตลอด




    ผม เคย คิดเช่นนั้น




    ช่วงนี้ท้องฟ้าช่างมืดหม่น

    หยาดฝนร่วงหล่นไม่ขาดสาย

    คล้ายความเศร้าที่อยู่ในแก้วตาใสของเธอ

    เธอไม่พูด

    ผมไม่ถาม

    เราไม่เข้าใจ






    และไม่มีใครเข้าใจ






    ผมรู้ว่าเธอเศร้า

    ผ่านดวงตาที่เป็นสื่อบ่งบอกอารมณ์ของเธอ

    แต่ก็เพียงเท่านั้น











    คำปลอบประโลมนั้นผมรู้ดีว่ามันไม่ได้ช่วยให้เรื่องของเธอดีขึ้นหรอก

    แต่สิ่งที่ผมทำได้นั้นก็มีเพียงเท่านี้


    ให้คำพูดเหล่านี้บอกให้เธอรู้ว่าผมเป็นห่วงเธอ


    เธอยิ้ม

    ผมมองรอยยิ้ม

    มองดวงตา

    มองใบหน้า

    ก่อนอ้อมกอดแห่งการปลอบโยนจะเข้ามาแทนที่



    ผมหลับตา



    หากเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอนั้น

    เธอแบกมันไว้ภายในใจ

    ผมขอให้อ้อมกอดที่แสนเศร้าระหว่างเรา

    ณ ตอนนี้

    ช่วยพยุงเรื่องเหล่านั้นให้บางเบาลงบนไหล่อันสั่นไหวของเธอ








    ท้องฟ้าของผมไม่มีเมฆ

    ไม่มีแสงจันทร์

    ไร้ซึ่งแสงอาทิตย์

    ไร้สัมผัสแห่งความอบอุ่น

    มีเพียงสายลมแห่งความทรงจำ

    ทั้งร้อนและหนาว

    ปกคลุมไปทั่วราวกับกลุ่มหมอก







    ผมลืมตา

    รอยยิ้มของเธอยังคงอยู่

    เธอเอ่ยถามคำถามที่ผมเห็นใครต่อใคร

    ต่างโพสท์ราวกับคำคมในโลกออนไลน์







    "ถ้าคุณรู้จักใครคนหนึ่ง

    เป็นเวลานาน หรืออาจจะช่วงสั้นๆ

    แต่

    สักพักความสัมพันธ์นั้นเปลี่ยนไป

    คุณจะโทษว่าเขาเปลี่ยนไป

    หรือตัวคุณเอง"






    ผมเหม่อมองร่างของเธออย่างไม่เข้าใจ






    "ผมคงโทษเวลาและเรื่องราวมากกว่า

    จริงๆผมว่าคงไม่มีใครไม่เปลี่ยนไปหรอก

    ทุกคนย่อมเปลี่ยนไปตามเรื่องที่เขาพบเจอ"






    รอยยิ้มของเธอช่างดูประหลาด

    คล้ายขบขันกับคำตอบที่ผมสื่อไปให้

    ผมย่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจ





    "คุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราทุกคนเปลี่ยนไปตลอดเวลา

    ในเมื่อคนบางกลุ่มนั้นยังยืนอยู่ที่เดิม

    เฝ้ามองคนๆเดิม

    ความรู้สึกยังเหมือนเดิม"






    เธอในตอนนี้คงเป็นดั่ง

    แสงจันทร์คืนข้างแรม

    ดูงดงาม

    ยามท้องฟ้ามืดหม่น






    ผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด

    ไฟสีส้มอ่อนจากไฟแช็กดูสว่างไสวท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบเหงาของเมืองใหญ่







    "คนเหล่านั้นก็เปลี่ยนไปเช่นกัน"







    เธอหันมามองผม

    รอยยิ้มยังคงปรากฎบนใบหน้า








    "พวกเขาอาจจะยืนอยู่ที่เดิม แต่หากรอบตัวของเขาเปลี่ยนแปลงไป

    พวกเขาจะมองเห็นอะไรใหม่ๆ

    พวกเขาจะพบเจอเหตุการณ์ที่แปลกไป

    พวกเขาจะมีความคิดที่ไม่เหมือนเดิม

    และนั่นเอง คือการเปลี่ยนแปลงของคนกลุ่มนั้น"








    ควันบุหรี่ถูกพ่นออกมาจากปากของผม





    พร้อมๆกับความเงียบที่เข้ามาปกคลุมเราสองคน
    .
    .
    .
    .
    .
    .

    She had tricked him. 
    She had made him leave his old self behind and come into her world, 

    and then before he was really at home in it but too late to go back, 
    she had left him stranded there — 

    like an astronaut wandering about on the moon.



     Alone.

    — Katherine Patterson, Bridge to Terabithia

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
aorapanP. (@aorapanyolo)
เขียนดีมากๆเลยค่ะ
bturkphiphek (@bturkphiphek)
@aorapanyolo ขอบคุณนะคะ : )