YOUNG AND WILDSALMONBOOKS
เบญจวรรณ บัตตัน เจลาติน
  • เธอบอกว่าบ้านของเธอเป็นโรงงานทำ กระดุม นั่นเป็นสิ่งเดียวที่คุณรู้ก่อนจะขึ้นรถบีเอ็มดับบลิว 2002 ทัวร์ริ่งสีขาวของเธอมา

    คุณไม่แน่ใจว่าเธอมีอายุอ่อนกว่า มากกว่า หรือเท่ากันกับคุณ บางมุมเธอก็ดูเหมือนเด็กสาวเพิ่งเคยเข้าผับ ขณะที่บางมุมก็คล้ายเวิร์กกิ้งวูแมนวัยสามสิบกว่า เธอห่มคลุมร่างบางระหงด้วยเดรสสั้นสีม่วง สวมรองเท้าผ้าใบสีขาวยี่ห้อคอนเวิร์สแจ็คเพอร์เซลไม่ใส่ถุงเท้า ไว้ผมหน้าม้าและมวยผมไว้ด้านหลัง เหนือดวงตาคู่สวย เธอเขียนคิ้วได้เฉียบคม เช่นเดียวกับการบรรจงตวัดอายไลน์เนอร์ที่หางตาทำให้องค์ประกอบบนใบหน้าของเธอเปี่ยมเสน่ห์ แม้คุณจะดูออกว่าสันจมูกที่ทำมุมอย่างได้รูปนั้นเป็นงานรังสรรค์ของศัลยแพทย์พลาสติก

    กลิ่นในรถของเธอหอมแปลก มันเป็นกลิ่นของรถยุโรปยุคเก่าผสมกับกลิ่นน้ำหอมติดรถยนต์ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ติดตัวเธอมาและกลิ่นของผลไม้ที่ได้จากสารสังเคราะห์หรืออะไรบางอย่าง กลิ่นหอมตีกันคละคลุ้งจนในบางจังหวะที่เธอตีวงเข้าโค้งด้วยความเร็ว คุณแทบจะอาเจียนเอาวิสกี้ที่ดื่มผลาญท้องไปตั้งแต่หัวค่ำออกมาหมด

    เธอขับรถด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่มีอาการมึนเมาให้ได้เห็น เธอดื่มมากพอกันกับคุณ หากเวลาใกล้รุ่งสางเช่นนี้ เธอยังขับรถได้อย่างเปี่ยมความมั่นใจ รถยนต์ที่มีอายุแก่กว่าชีวิตคุณเกือบยี่สิบปีคันนี้ก็รับน้ำหนักฝ่าเท้าและการเข้าเกียร์ของเธอได้อย่างดีเยี่ยมจนน่าทึ่ง

    จากผับย่านใจกลางเมือง เธอใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีพาคุณมาถึงย่านอุตสาหกรรมฝั่งตะวันออก เธอเลี้ยวเข้าไปในทางแยกจากถนนใหญ่ ขับผ่านชุมชน ผ่านทุ่งกว้างที่ร้างไร้ไฟถนน ถนนแคบลงและมีผิวที่ขรุขระขึ้น เธอเปิดไฟสูงแหวกเข้าไปในความมืดและไม่มีทีท่าจะลดความเร็ว 

    คุณล้มเหลวในความพยายามปกปิดภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น ภาวะอันอ่อนล้าและเมามาย คุณเขินเธอนิดๆ เมื่อตื่นขึ้นมา รู้สึกตัวอีกที รถก็ถึงที่หมายแล้ว

    เธอเขย่าแขนคุณ “ถึงแล้วล่ะ แต่ถ้าจะนอนต่อในรถก็ตามสบายนะ” เธอยิ้มหยอกก่อนจะเปิดประตูรถออกไป
  • แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเขตอุตสาหกรรมชานเมืองเช่นนี้จะมีโรงงานที่ดีไซน์ของมันราวกับหลุดมาจากงานจิตรกรรมของ ปาโบล ปิกัสโซ จากทุ่งร้างเมื่อครู่ ปรากฏป่าทึบตั้งตัวเป็นฉากหลังสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ประกอบขึ้นจากรูปทรงเรขาคณิตไม่ได้สมมาตรวางซ้อนกันและแผ่ขยายออกไปในแนวราบ อาคารโดดเด่นด้วยแสงไฟสปอตไลต์ที่ส่องขึ้นมาจากพื้นทำมุมสี่สิบห้าองศากับตัวอาคาร งดงามราวกับงานประติมากรรมกลางป่า

    เธอชื่อ เบน บ้านเป็นโรงงานทำกระดุม มีเพียงสองสิ่งนี้ที่คุณรู้ก่อนจะสาวเท้าด้วยความหวามไหวเดินตามเธอเข้าไปในงานศิลปะชิ้นนั้น

    คุณพบเธอเมื่อสองชั่วโมงก่อน คุณมาปาร์ตี้ฉลองการถูกปฏิเสธงานเป็นครั้งแรกในชีวิตกับเพื่อนฝูง คุณเป็นบัณฑิตจบใหม่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของคนหนุ่ม กำลังไปได้ดีกับวงดนตรีซึ่งเล่นต่อเนื่องมาตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย หากคุณยังคงเล่นดนตรีต่อไป คุณกับเพื่อนอาจได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงใหญ่กลายเป็นศิลปินดัง คุณกลับแตะเบรก ขอทดลองใช้ชีวิตมนุษย์เงินเดือนหลังเรียนจบสักระยะ แม้จะน่าเสียดาย แต่ทุกคนก็ยินยอมและแยกย้ายไปทำงานในระบบเช่นคุณ

    คุณได้งานในเอเจนซี่โฆษณาชื่อดังหลังจากฝ่ายบุคคลยืนยันว่าคุณสมบัติของคุณครบถ้วน พวกเขายินดีจะรับคุณ ก่อนแจ้งวันนัดหมายให้เข้ามาทำงาน กระนั้นอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นอย่างงี่เง่า เมื่อวันต่อมาพนักงานฝ่ายบุคคลคนเดิมโทรศัพท์มาขอโทษขอโพยคุณเป็นการใหญ่ เนื่องจากบริษัทดันไปตกลงกับผู้สมัครคนก่อนหน้าคุณไปก่อนแล้ว ความผิดพลาดที่ไม่น่าเกิดกับบริษัทชื่อดังเช่นนี้ คุณได้แต่นิ่งฟังและบอกว่าไม่เป็นไร คุณไม่ได้โมโห แค่รู้สึกเซ็งๆ จึงโทรศัพท์ชวนเพื่อนมาแฮงเอาต์

    เธอนั่งอยู่หน้าบาร์ ไม่ไกลจากโต๊ะที่คุณและเพื่อนร่วมสังสรรค์ นอกจากคำถามว่าหญิงสาวสวยหุ่นดีอย่างเธอไม่น่าจะมาเพียงลำพังแล้ว คุณและเพื่อนยังสงสัยว่าเธอผู้มีใบหน้าเหมือนเด็กสาวแรกรุ่น มีอายุมากหรือน้อยกว่าพวกคุณกันแน่

    เพื่อนทุกคนประหลาดใจ เมื่อคุณเป็นคนแรกที่เดินดุ่มเข้าไปหาเธอที่หน้าบาร์ เนื่องจากปกติคุณไม่ใช่ผู้ชายที่เที่ยวไปเกี้ยวสาวในผับ เอาเข้าจริง ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาดีและดูมีเสน่ห์ คุณก็เป็นคนขี้อายมาก และแน่นอน คุณไม่เคยเป็นฝ่ายรุกก่อน

    เธอดื่มวิสกี้แบบออนเดอะร็อค คุณเรียกบาร์เทนเดอร์ให้เสิร์ฟเครื่องดื่มชนิดเดียวกับเธอ ก่อนจะยิ้มเขินกล่าวทักทาย คุณแปลกใจตัวเองไม่แพ้มิตรสหาย ในหัวของคุณไม่มีบทสนทนาสำเร็จรูปดังเช่นนักเที่ยวกลางคืนผู้ช่ำชองมักใช้เวลาพบหญิงสาวที่ถูกใจ แค่รู้สึกว่าเธอดูดีและอยากทำความรู้จัก

    เธอถามคุณกลับมาว่าการที่เข้ามาคุยกับเธอแบบนี้คนรักของคุณจะไม่ว่าหรือ หลังจากที่คุณถามเธอก่อนว่าเหตุใดคนรักของเธอจึงปล่อยเธอมานั่งเหงาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง

    เธอไม่เชื่อคุณเช่นเดียวกับที่คุณไม่เชื่อเธอว่าต่างคนต่างยังโสดและเดียวดาย

    เธอบอกว่าเธอไม่ได้มารอใคร แค่อยากมานั่งฟังเพลงคนเดียว ส่วนคุณก็โกหกเธอว่านัดเพื่อนฝูงแล้วโดนเบี้ยวนัดจึงเหลือเพียงคุณคนเดียว คุณคิดว่านั่นจะเป็นเหตุจูงใจที่ดีที่เธอจะอนุญาตให้คุณนั่งอยู่ตรงนี้ต่อไป และเมื่อเธอไม่ได้มีท่าทีรังเกียจอันใดคุณก็สานต่อบทสนทนา
  • โถงรับแขกภายในโรงงานของเธอเต็มไปด้วยสัตว์สตัฟฟ์ ตัวอัลปาก้า เสือดาว สุนัขจิ้งจอก จระเข้ ไฮยีน่า ม้าลาย ตัวเงินตัวทอง กวาง และยีราฟ พวกมันต่างเรียงกันเป็นหน้ากระดานรอต้อนรับแขกบริเวณทางเข้าโถง นอกจากเคาน์เตอร์ที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่มุมในด้านขวา ห้องทั้งห้องก็ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดนอกจากบรรดาสัตว์สตัฟฟ์ มันดูคล้ายแกลเลอรี่ศิลปะร่วมสมัยมากกว่าที่ตั้งของโรงงานทำกระดุมขนาดเล็กของครอบครัวอย่างที่เธอระบุ

    คุณถามเธอให้แน่ใจอีกครั้งว่าบ้านของเธอคือโรงงานจริงๆ หาใช่โรงสตัฟฟ์สัตว์หรือพิพิธภัณฑ์อื่นใด เธอยิ้มและบอกว่าสิ่งที่คุณเห็นเบื้องหน้าเป็นหนึ่งในงานอดิเรกของพ่อเธอ ครอบครัวของเธอชอบเลี้ยงสัตว์ และเมื่อพวกมันตาย พ่อจะสตัฟฟ์มันไว้เป็นที่ระลึก

    ความละลานตาของสิงสาราสัตว์ทำให้คุณสร่างเมา ใต้แสงไฟสีส้มของห้องโถงขับเน้นให้พวกมันดูสง่างาม หากก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความแห้งแล้งและสยดสยองอย่างบรรยายไม่ถูกคุณพินิจเข้าไปใกล้ๆ และพบว่าพ่อของเธอมีฝีมือเข้าขั้นสมบูรณ์แบบ เสือดาวและจระเข้กำลังแยกเขี้ยวคล้ายจะขู่กัด สุนัขจิ้งจอกมีแววตาเย็นชาทว่าราวกับมีชีวิต หรืออัลปาก้าที่ใบหน้าของมันมีอารมณ์ชวนขบขันและยั่วให้เข้าไปหยอก คุณสงสัยเพียงแค่ตัวเงินตัวทองตัวเขื่อง หากว่าคุณกับเธอสนิทกันมากกว่านี้ คุณอาจเอ่ยถามเธออย่างคะนองปากด้วยอารมณ์ขันว่า พ่อของคุณสตัฟฟ์ตัวเหี้ยไว้ทำเหี้ยอะไร?

    เธอบอกว่าคืนนี้เธออยู่บ้านคนเดียว แม่เธอเสียชีวิตไปนานแล้ว ส่วนพ่อกับแม่เลี้ยงอยู่ระหว่างการไปทำธุระต่างประเทศ เธอมีย่าเหลืออยู่อีกคนหากอาศัยในอาคารด้านหลังร่วมเรือนกับพี่เลี้ยงอีกสองคน ห้องนอนของเธอและพ่อตั้งอยู่บนชั้นสอง เธอนำเขาเดินผ่านสวนสัตว์สตัฟฟ์เข้าสู่ห้องนั่งเล่นหลังโถงต้อนรับ

    ห้องนั่งเล่นโอ่โถงไม่แพ้กัน ผนังด้านหนึ่งของห้องเต็มไปด้วยชั้นที่บรรจุหนังสือภาษาต่างประเทศเต็มแน่น ส่วนอีกมุมหนึ่งเป็นบาร์เครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยวิสกี้เก่าเก็บและหายาก เธอกดรีโมตเปิดเครื่องปรับอากาศ ก่อนจะกดรีโมตอีกตัวหนึ่ง แล้วเพลงคลาสสิกที่คุณไม่รู้จักชื่อของศิลปินก็เริ่มบรรเลง คุณมองไม่เห็นลำโพง และเอาเข้าจริงก็ไม่อาจระบุที่มาของเสียงได้ว่าดังมาจากทิศทางใด เสียงเปียโนบรรเลงอย่างเชื่องช้า พริ้มพราย และก้องกังวาน

    โซฟาสีเทาอ่อนตัวยาววางตัวอย่างกลมกลืนไปกับผนังสีเดียวกันและพื้นเทาเข้ม มีพรมสีขาวหม่นที่ทำจากขนของหมีขั้วโลกตัวยักษ์วางอยู่กลางพื้นห้องโดยส่วนหัวของมันมองจ้องไปทางประตูทางเข้า บนผนังหลังโซฟาแขวนงานจิตรกรรมนามธรรมเป็นรูปพู่กันเส้นหนาตวัดไปมาระหว่างสีเหลืองอ่อนและสีฟ้า นั่นน่าจะเป็นแหล่งกำเนิดของสีสันเพียงจุดเดียวท่ามกลางห้องรับแขกที่กว้างขวาง โดยมีเพียงเฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับไม่กี่ชิ้นซึ่งทั้งหมดล้วนมีสีเทา

    เธอชวนคุณนั่งบนโซฟา ที่โต๊ะกลางของห้องตระหง่านเด่นด้วยแมวสีสวาดที่เป็นร่างสตัฟฟ์ แมวถูกสตัฟฟ์อยู่ในท่ากำลังก้าวขาและจ้องมองมายังโซฟา เธอจุดบุหรี่สูบพลางยื่นซองบุหรี่ให้ คุณปฏิเสธ เธอยืนยันว่าสูบบุหรี่ในห้องรับแขกได้ หากคุณปฏิเสธเพราะรู้สึกว่าลำคอของคุณแห้งพอแล้วสำหรับคืนนี้ เธอรินวิสกี้ตัวเดียวกับที่คุณและเธอดื่มด้วยกันที่ผับให้ คุณแซวเธอว่าบาร์เหล้าที่บ้านเธอเพียบพร้อมขณะนี้ ไม่เห็นต้องฝ่ารถติดไปนั่งดื่มในบาร์กลางเมืองเลย อยู่ที่นี่ได้ฟังเพลงที่ชอบด้วย

    “ถ้านั่งดื่มอยู่บ้านแล้วจะได้เจอคุณหรือ” เธอยิ้มตอบอย่างน่ารัก พลางปลดมวยผมบนศีรษะให้เส้นผมสีดำขลับทิ้งตัวยาวสยายลงมาแตะบ่าและแผ่นหลัง

    คุณพบว่ารอยยิ้มของเธอช่างมีรสหวาน
  • การร่วมรักบนโซฟาต่อหน้าการจ้องมองของแมวสตัฟฟ์สีเทาเป็นกิจกรรมแปลกใหม่สำหรับคุณ มันผ่านไปอย่างเคอะเขินหากก็อิ่มเอม คุณพินิจร่างอันเปลือยเปล่าของเธอยามต้องแสงไฟสีส้มอบอุ่น นอกจากงานจิตรกรรมแขวนผนังและชุดเดรสสีม่วงที่ถอดกองอยู่ที่พื้น มีเพียงสีเหลืองนวลของผิวพรรณหญิงสาวที่ดูจะขับให้ห้องนี้พอมีสีสันและชีวิตชีวา คุณถามถึงอายุของเธออีกครั้ง หลังจากประสบความล้มเหลวจากครั้งแรกที่ผับ

    “หยาบคายนะ จำเป็นต้องรู้ด้วยหรือ” เธอกล่าวเช่นเดิม ถึงเธอจะอายุมากกว่าหรือน้อยกว่าก็ไม่ช่วยให้อะไรเปลี่ยนไป และการใช้สรรพนามเรียกกันว่า คุณ ก็เป็นวิธีการคบหากันที่ดีที่สุด

    “คุณช่วยพ่อสตัฟฟ์สัตว์ด้วยไหม” คุณมองแววตาบอดใบ้ของแมวสีเทาตรงหน้า ก่อนจะยิงคำถามนี้ขึ้นมา

    “ไม่หรอก จริงๆ ชอบเลี้ยงมากกว่า ฉันมีสัตว์เลี้ยงมากทีเดียว หลายตัวในห้องเมื่อกี้ก็เป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของฉัน พ่อเป็นคนสตัฟฟ์มัน พ่อสนใจเรื่องการเก็บรักษาด้วยวิธีพวกนี้มาก เขาไม่ได้เรียนมาหรอก แต่ศึกษาด้วยตัวเอง ทำเป็นอาชีพยังได้เลย”

    พ่อของเธอเรียนจบสถาปนิก เขาเป็นผู้ออกแบบอาคารโรงงานแห่งนี้ โรงงานกระดุมที่เขาเป็นเจ้าของ พ่อของเธอผลิตกระดุมทุกประเภทและจากทุกวัสดุบนโลกใบนี้ โรงงานรับผลิตกระดุมให้กับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำจากทั่วโลก กระดุมพลาสติกประทับลายบนเสื้อเชิ้ตจากอิตาลี กระดุมทองแดงบนเป้ากางเกงยีนส์จากสหรัฐอเมริกา หรือกระดุมไม้สำหรับผ้าซิ่นทอมือชิ้นประณีตตัวเดียวในโลก

    “ตั้งแต่ปู่และย่าแล้ว ฉันเห็นพวกเขาคลั่งไคล้กระดุมมาก พอรุ่นพ่อ ขนาดคอร์นเฟลกที่กินเป็นมื้อเช้ายังทำออกมาในรูปแบบเม็ดกระดุม” เธอเล่า

    “คุณก็เป็นกับเขาด้วยหรือเปล่า” คุณถาม

    “ไม่นะ พ่อของฉันผิดหวังที่ฉันเป็นอย่างนี้ ฉันไม่คิดจะสืบทอดธุรกิจต่อจากครอบครัวเลย”

    “แล้วคุณทำอาชีพอะไร”

    “ทำขนมน่ะ” เธอยิ้ม

    คุณหัวเราะ

    “คุณดูจะไม่เป็นแม่บ้านแม่เรือนเลยนะ”

    “การทำขนมต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือนด้วยเหรอ”

    “ก็สำคัญอยู่ คุณเปิดร้านที่ไหน”

    “ไม่ได้เปิด แต่ทำเป็นแบรนด์ส่งร้านเค้กกับร้านกาแฟอยู่น่ะ โรงงานของฉันอยู่ในป่าด้านหลังนี้เอง”

    “คุณน่าจะเปิดร้าน ร้านคุณคงสวยน่าดู”
  • “ขนมฝีมือฉันก็อร่อยนะ ไม่ได้สวยแต่รูป” เธอยิ้ม “อยากลองไหม?”

    ยังไม่ทันที่คุณจะเอ่ยปฏิเสธ เธอก็ลุกจากโซฟา ร่างกายอันเปลือยเปล่ายามเยื้องย่างผ่านม่านควันบุหรี่ดูเย้ายวนอย่างบอกไม่ถูก คุณจึงได้แต่เงียบใบ้มองบั้นท้ายกลมกลึงค่อยๆ ลับไป ด้วยพึงใจกับห้วงเวลา

    เธอกลับมาพร้อมกับเยลลี่สีแดงในแก้วทรงสูงคล้ายแก้วมาร์ตินี่บนจานรองแก้วทองเหลือง เธอวางมันไว้ข้างแมวสตัฟฟ์ตัวนั้น เชื้อเชิญให้ลิ้มลอง

    “เยลลี่ของฉันกินแล้วไม่อ้วนหรอก อย่าอ้างเรื่องนี้ หรือเพราะมันดึกแล้ว” เธอเย้า

    คุณจำใจ สาวสวยร่างเปลือยยกถาดเยลลี่มาเสิร์ฟทั้งที ใครจะกล้าปฏิเสธ คุณลุกขึ้นสวมกางเกงยีนส์ ก่อนจะสวมเสื้อเชิ้ตคลุมตัวอย่างไม่ติดกระดุม มุ่งตรงไปที่ขนมหวานยามสงัด

    คล้ายรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังแหวกว่ายอยู่ในสระว่ายน้ำที่ทำจากเยลลี่รสหวานชื่น เธอผสมไวน์เล็กน้อยกับน้ำผลไม้อะไรสักอย่างที่คุณไม่อาจระบุที่มาของกลิ่นหอมนั้นได้ลงไปด้วย “คุณทำได้อย่างไรกัน” คุณเอ่ยปากชม แม้จะไม่ได้กินเยลลี่บ่อยนักแต่ก็มั่นใจว่าเยลลี่ของหญิงสาวอร่อยกว่าเยลลี่ไหนๆ ที่เคยกินมา คุณกินมันหมดอย่างรวดเร็ว

    เธอบอกว่าเยลลี่นี้เป็นไฮไลต์เด็ดของแบรนด์เธอ เธอตั้งใจจะทำเป็นสินค้าวางขายตามร้านสะดวกซื้อในไม่ช้า ติดปัญหาที่ว่าต้นทุนวัตถุดิบสูงมาก อาจทำให้ราคาขายเกินหน้าเกินตาสินค้าอื่นๆ ที่อยู่บนเชลฟ์

    “เยลลี่นี่นะมีอะไรแพง” คุณสงสัย
  • คุณไม่ทันสังเกตว่านักดนตรีในไฟล์เสียงดิจิตอลหยุดเล่นเปียโนไปตั้งแต่เมื่อใด ภายใต้ควันบุหรี่ที่เธอสูบต่อเนื่องมวนแล้วมวนเล่าหลังจากร่วมรัก ความเงียบระหว่างบทเพลงทำให้เธอและคุณได้ยินเสียงรถยนต์ที่กำลังแล่นเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้าน เสียงดัง ทุ้ม และเป็นเอกลักษณ์ พลันที่เสียงนั้นดับลง ดวงตาเธอเบิกโพลง เธอเผลอทำบุหรี่หลุดจากวงปาก

    “พ่อฉันน่ะ ทำไมเขากลับมาตอนนี้ก็ไม่รู้ แต่มันคงไม่ดีแน่ถ้าเขาเห็นคุณอยู่ที่นี่”

    หญิงสาวแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจูงมือคุณผ่านลานกลางบ้านที่เชื่อมต่อด้านหลังของห้องรับแขก เดินฝ่าความมืดริมสระว่ายน้ำเข้าไปในห้องรับประทานอาหารหลังกระจกบานใสบานใหญ่ มีซอกเล็กๆ ข้างตู้เย็นและเคาน์เตอร์สำหรับเตรียมอาหาร เธอให้คุณนั่งรออยู่ตรงนี้เงียบๆ กำชับว่าอย่าออกไปให้พ่อเธอเห็นเด็ดขาด

    “พ่อฉันเป็นคนหวงลูกสาวมาก และไม่ค่อยจะเหมือนใครด้วย” เธอกล่าวก่อนสาวเท้ากลับไปอย่างรวดเร็ว

    มีเพียงแสงจากดวงจันทร์ของคืนเดือนหงายภายนอกเท่านั้นที่ยังพอให้แสงสลัวรางฉายทัศนียภาพโดยรอบ คุณหายใจเบา ค่อย และรอคอย พ่อของเธอคงมีธุระที่ต้องกลับบ้านกะทันหันในเวลาเกือบตีสี่เช่นนี้ เขาคงไม่ได้ทำอะไรมากและคงขึ้นนอน เมื่อนั้น เธอคงกลับมาตามคุณ อาจร่วมรักกันอีกรอบแล้วค่อยแยกย้าย คุณตั้งใจจะขอเบอร์โทรศัพท์ของเธอไว้

    การรอคอยถ่างช่องว่างระหว่างตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาให้ห่างออกไปอย่างไร้เหตุผลอยู่เสมอ และมันทำงานได้ดีกับความคิดฟุ้งซ่านของผู้เป็นฝ่ายทนรอ คุณนั่งมองสระว่ายน้ำที่นิ่งสงบและฉาบเคลือบไปด้วยความมืด เพียงนั่งคอยในความมืด ไม่มีกิจกรรมอื่นใด คุณเริ่มนึกถึงเช้าวันพรุ่งนี้ คิดถึงทางแยกและการตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตต่อไปในอนาคต ก่อนความฟุ้งซ่านจะกลับมาเน้นย้ำให้ย้อนเส้นทางไปนึกเสียดายตำแหน่งในบริษัทเอเจนซี่โฆษณาชั้นนำที่คุณตั้งใจแน่วแน่หากกลับหลุดลอยอย่างไม่มีทางทำอะไรกับมันได้ คุณเสียดายวงดนตรีที่ประกาศเลิกเล่นและความเป็นไปได้อันรุ่งโรจน์บนเส้นทางนี้ในอนาคต คุณเฝ้าผิดหวังกับตัวเองที่ได้แต่เป็นฝ่ายที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้คนอื่นมาเลือก รวมทั้งเหตุการณ์ก่อนรุ่งสางเช่นนี้ที่ต้องมาหลบซ่อนอย่างหวาดผวาและรอให้เธอมาเรียก
  • ในความเงียบแห่งการรอคอย เป็นครั้งที่สองที่คุณเผลอหลับ คุณผวาตื่นมาอีกครั้ง หัวใจเต้นระรัวด้วยกลัวการถูกจับได้ กระนั้นแวดล้อมของคุณยังคงมีแต่ความมืดและสงัด มันเงียบเสียจนคุณได้ยินเสียงน้ำย่อยในกระเพาะที่กำลัเดือดดาล คุณกวาดสายตาโดยรอบ มองเห็นตู้แช่ไวน์กรุกระจกใส ภายในเรียงรายไปด้วยแก้วมาร์ตินี่ที่บรรจุเยลลี่สีแดง ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก หากคุณก็เลือกที่จะเปิดตู้ดังกล่าวและละเลียดเยลลี่รสอร่อยไปสามแก้วรวด เยลลี่อาจไม่ทำให้อยู่ท้อง แต่อย่างน้อยก็เป็นการฆ่าเวลาที่รื่นรมย์ เธอปล่อยให้คุณรอนานผิดปกติ และหลังเยลลี่แก้วที่สี่ ท้ายที่สุดคุณตัดสินใจฝ่าฝืนคำสั่งของหญิงสาว
    เดินออกจากจุดซ่อนตัว ไปดูลาดเลายังพื้นที่ที่จากมา

    ...ชายผมสีดอกเลาคนนั้นค่อนข้างสมาร์ต

    จากรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า คุณคิดว่าเขาน่าจะมีอายุราวๆ ห้าสิบกว่า หากเนื้อตัวกลับมีมัดกล้ามแบบนักกีฬาและมีรูปร่างที่สูงใหญ่กว่าตัวคุณ คุณคงเชื่อว่าชายผู้นั้นเป็นพ่ออย่างที่หญิงสาวกล่าวอ้างหากไม่ได้มาเห็นด้วยตาว่าชายผู้มาใหม่กำลังร่วมรักกับหญิงสาวที่คุณรอคอยในโถงต้อนรับหน้าโรงงาน หญิงสาวปล่อยผมยาว ร่างกายเปลือยเปล่า เธอยืนพิงม้าลายสตัฟฟ์ หน้าอกของเธอแนบติดไปกับแผงขนด้านหลังของมัน มีเพียงสองชีวิตที่กำลังเสพสุขกันอยู่ท่ามกลางการจ้องมองของสรรพสัตว์ไร้ชีวิตใต้แสงไฟฮาโลเจนในห้องอันกว้างขวาง
  • คุณลอบมองคนทั้งคู่จากช่องประตูห้องรับแขกสีเทา คุณเผลอกลั้นหายใจอยู่นานครัน รู้ตัวอีกทีก็แทบจะสำลักอากาศแห่งความเสียวซ่านเบื้องหน้าที่บังเอิญสูดมันเข้าไป คุณค่อยๆ ถอนสายตาออกมา รู้สึกนิ่งค้างซึ่งเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับหลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลในบริษัทที่คุณยื่นใบสมัครโทรศัพท์มาขอโทษที่จำต้องปฏิเสธงาน คุณยืนนิ่งทบทวนตัวเองอยู่สักพัก ข้อแรก ชายคนนั้นไม่น่าใช่พ่อของเธออย่างแน่นอน เธอน่าจะโกหกคุณ หรือถ้าใช่ บ้านหลังนี้ก็คงพิลึกเกินรับไหว ข้อสอง คุณควรจะทำอย่างไรต่อไปดี กลับไปนั่งรอเธออยู่ที่เดิมทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น หรือหาวิธีออกจากบ้านหลังนี้ แต่คุณก็ไม่แน่ใจว่าจากที่นี่ไปถึงปากซอยต้นทางไกลแค่ไหนและเดินออกไปทางใดในเมื่อคุณเผลองีบหลับตอนขาเข้ามา และข้อสาม คุณค้นพบอาการหึงหวงเล็กๆ จากภาพที่ได้เห็นเมื่อครู่ อย่างไรก็ดีคุณได้แต่ก่นด่าความรู้สึกริษยาไร้สาระในข้อนี้กับตัวเอง คุณเพิ่งรู้จักเธอไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เท่านั้น... ไม่สิ คุณไม่เคยรู้จักเธอเลยด้วยซ้ำ

    คุณเดินย้อนกลับมายังสระว่ายน้ำ ไม่คิดไปขัดจังหวะการร่วมรักของคนทั้งคู่ และแน่นอนที่ว่าคุณไม่คิดจะเปิดเผยตัวตนให้ชายชราที่อาจเป็นได้ทั้งพ่อหรือผัวของหญิงสาวคนนั้นได้รับรู้ คุณกลับมายืนอยู่ตรงคอร์ตกลางบ้าน มองรูปทรงและเส้นสายของตัวอาคารโดยรอบ ไม่แน่ใจว่าการจะหาที่ปีนออกจากตัวบ้านนี้เป็นความคิดที่ดีนัก บ้านพักอันหรูหราเช่นนี้อาจมีสัญญาณกันขโมยดักไว้ตามขอบรั้วดังกล่าว ท้ายสุดคุณเดินกลับเข้าไปในห้องครัว ภาพเมื่อครู่ทำคุณคอแห้งเป็นผง คุณตั้งใจจะหาน้ำดื่มสักแก้ว จึงเปิดตู้เย็นขนาดยักษ์ที่วางตัวอยู่มุมห้องมุมที่เธอบอกให้คุณนั่งรอ

    ตู้เย็นมีประตูสองบาน แสงสีส้มจากภายในของตู้เย็นบานซ้ายเผยให้เห็นแถวของแก้วมาร์ตินี่ที่บรรจุเยลลี่สีแดงสดละลานตา ไม่ปรากฏน้ำดื่มสักขวด คุณปิดมัน และเปิดตู้เย็นบานขวา...เป็นอีกครั้งที่คุณพบกับเรื่องเซอร์ไพรส์

    ไอเย็นจากในตู้พัดกลิ่นเหม็นคลุ้งเข้าสองรูจมูก คุณอาเจียนเอาทุกสิ่งที่กินไปตั้งแต่ตอนเย็นออกมาหมด ตู้เย็นเต็มไปด้วยซากสัตว์ หาใช่เนื้อหมูหรือไก่ที่เป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร หากเป็นศพสัตว์เลี้ยงที่ถูกจัดเรียงอย่างมีระเบียบเต็มทุกชั้นในตู้เย็น—ซากนกแก้วมาคอว์นอนเรียงกันในลักษณะหันหัวออกแน่นอยู่ที่ชั้นบนสุด แมวอีกนับสิบในชั้นถัดมา สุนัขพันธุ์ไทยถูกถอนขนและแบ่งร่างกายอย่างเป็นสัดส่วนตั้งแต่หัวจรดหาง เนื้อสัตว์ไม่ทราบชนิดที่ถูกชำแหละให้เหลือเพียงเนื้อติดกระดูกบนชั้นที่สองและชั้นที่หนึ่ง เช่นเดียวกับที่ฝาด้านในตู้เย็นปรากฏกล่องใสบรรจุอาหารที่แหยะเยิ้มไปด้วยลำไส้ของสัตว์ที่เขาก็ไม่อาจระบุชนิดของมันได้เช่นกัน คุณรีบปิดตู้เย็น พลันหวนนึกถึงฟอร์เวิร์ดเมลเกี่ยวกับการสกัดเจลาตินที่ใช้สำหรับทำวุ้นและเยลลี่จากกระดูกสัตว์ นั่นเป็นสิ่งที่คุณทราบมาเนิ่นนาน แต่เมื่อเห็นถึงสภาพที่แท้จริงและเชื่อมโยงไปกับเยลลี่ที่คุณเพิ่งกินไปเมื่อครู่ คุณก็สำรอกเอาน้ำย่อยในกระเพาะออกมาอีกครั้ง
  • คุณหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดพื้น บ้วนปากที่อ่างล้างมือ คุณไม่อาจทนรออยู่ที่นี่ได้อีกต่อไป คิดว่าด้านหลังของห้องครัวต้องมีประตูเชื่อมไปสู่พื้นที่ด้านหลังบ้าน คุณคิดถูก มีประตูอยู่จริง ประตูเหล็กนิรภัยขนาดใหญ่ลงกลอนจากฝั่งของคุณ คุณเปิดมันออกและพบกับบันไดทางลงที่นำคุณไปยังห้องโถงที่กว้างขวางพอๆ กับโถงต้อนรับด้านหน้า บันไดมีเพียงหกขั้น ดูเหมือนจะมีมากกว่านั้นหากมันไม่ถูกวัตถุอะไรมากินพื้นที่ไปเสียก่อน รองเท้าของคุณในก้าวที่เจ็ดจมลงในเม็ดพลาสติกอะไรสักอย่างที่ส่งเสียงลั่นพลันน้ำหนักตัวของคุณย่ำลงไป คุณส่องไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสำรวจ ก้มหยิบวัตถุที่แวดล้อมคุณอยู่ในห้องโถงนั้น มันเป็นกระดุมเม็ดสีเทาขนาดเท่าๆ กัน กระดุมทรงกลมรูปร่างแบน ผลผลิตจากโรงงานแห่งนี้ คุณสาดไฟฉายไปทั่ว ห้องโถงอันโอ่อ่าล้นหลามไปด้วยเม็ดกระดุม

    คุณคิดถึงนิทรรศการศิลปะของ อ้าย เหว่ยเหว่ย ที่เคยจัดแสดงที่ Tate Modern กลางกรุงลอนดอน ศิลปินเชื้อสายจีนปูโถงนิทรรศการด้วยเมล็ดทานตะวันที่ทำจากเซรามิกจำนวนหนึ่งร้อยล้านเม็ด แล้วเปิดให้ผู้ชมได้ลงไปเหยียบย่ำประหนึ่งสนามเด็กเล่น สระกระดุมมีความสูงจากพื้นห้องราวห้าเมตรนี้ หากไม่ใช่ห้องเก็บสต็อกสินค้าก็คงเป็นโถงจัดงานศิลปะของเจ้าของโรงงานแน่ คุณคิดเล่นๆ ว่าจำนวนเม็ดกระดุมในห้องน่าจะนำไปใช้กับเสื้อเชิ้ตให้คนได้ทั้งโลก คุณปล่อยความคิดเรื่อยเปื่อยขณะเดินฝ่าความมืดย่ำลงไปบนเม็ดกระดุม ภูมิทัศน์โดยรอบทำคุณประหม่าและไปต่อไม่ถูก คุณกำลังสับสนว่าจะเดินย้อนกลับไปที่เดิมหรือเดินต่อไปให้สุด หากแต่ความมืดก็ยั้งเท้าคุณไว้ เพราะไม่รู้จะเดินต่อไปทางทิศใดในเมื่อเม็ดกระดุมทำให้ทุกอย่างกลวงโบ๋และขาวโพลน

    อย่างไรก็ดีระหว่างที่คุณเยื้องย่างอยู่นั้น แสงสว่างจากไฟฉายก็ไปจับเข้ากับตัวเงินตัวทอง

    ลำตัวของมันน่าจะยาวราวสี่เมตร ตัวมันใหญ่พอๆ กับจระเข้ ยืนสี่ขาสวมปลอกคอสุนัขตระหง่านอยู่เหนือกองกระดุมกลางโถงอันมืดมิด คุณผวาตกใจในรสนิยมแปลกประหลาดของเจ้าของโรงงานอีกครั้ง มันเป็นได้ทั้งการแสดงศิลปะเชิงคอนเซปชวล หรืออาจเป็นแนวคิดเชิงฮวงจุ้ย...การนำตัวเงินตัวทองสตัฟฟ์มาวางไว้เหนือกองกระดุมมหาศาลอาจเป็นความเชื่อที่เอื้อให้เงินทองไหลมาเทมาก็เป็นได้ คุณคิดไปต่างๆ นานาขณะฉายไฟสำรวจ

    เช่นเดียวกับสัตว์สตัฟฟ์ในโถงด้านหน้าโรงงาน ศพตัวเงินตัวทองตัวที่คุณเห็นผ่านกรรมวิธีแปลงโฉมที่เฉียบเนี้ยบ และดูราวกับมันมีชีวิต หากพ่อของหญิงสาวเป็นคนสตัฟฟ์มันจริง ก็น่าจะเรียกได้ว่าเขาเป็นมือสตัฟฟ์ระดับหาตัวจับยากอย่างไม่ต้องสงสัย กระนั้น เสียงชื่นชมต่อชายนิรนามดังก้องอยู่ในหัวคุณได้ไม่นาน คุณก็พบว่าทั้งหมดนั้นเป็นความเข้าใจผิด เมื่อจู่ๆ ตัวเงินตัวทองตัวดังกล่าวเคลื่อนไหว และกระโจนเข้ามาหมายจะกัดคุณ อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเรื่องดีที่คุณสร่างเมามาก่อนหน้าจนมีสติพอที่จะผวาหลบคมเขี้ยวของมันได้อย่างเฉียดฉิว

    อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเรื่องดีที่คุณสร่างเมามาก่อนหน้าจนมีสติพอที่จะผวาหลบคมเขี้ยวของมันได้อย่างเฉียดฉิว
  • ฟันของมันครูดเข้ากับกางเกงยีนส์คุณเล็กน้อย ความคิดของคุณวิ่งเตลิดหนีไปยังประตูทางออก หากขาของคุณกลับแข็งทื่อและทำได้เพียงเดินถอยหลังจ้องตามันพร้อมกับสาดไฟฉายใส่ หวังให้ดวงตาของมันพร่า ตัวเงินตัวทองอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง มันมาทำอะไรกับกระดุมนับล้านๆ เม็ดเหล่านี้ แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปดี คุณได้แต่ตั้งคำถาม

    อาจเป็นเพียงช่วงวินาทีหรือเสี้ยววินาทีในการช่วงชิงจังหวะได้เปรียบระหว่างคุณและเดรัจฉานเบื้องหน้า ตัวเงินตัวทองจ้องกลับมาที่คุณไม่ลดละ มันค่อยๆ เยื้องย่างกะจังหวะการสาวเท้าถอยหลังของคุณ ลิ้นสองแฉกของมันแลบเข้าแลบออกตลอดเวลาคล้ายงูเห่าที่จ้องจะพุ่งฉก และเป็นมันที่เปิดฉากรุกไล่ มันคลานเข้าหาคุณด้วยความปราดเปรียว คุณกระโดดหลบไปทางขวาพ้นจากรัศมีวงปากของมันอีกครั้ง หากคราวนี้ร่างอันหนาหนักของมันก็กระแทกเข้ากับตัวของคุณอย่างจังจนล้มคว่ำ มันคลานเข้ามาทับร่าง อ้าปากหมายจะกัดที่ใบหน้า หากคุณก็อาศัยจังหวะตะเกียกตะกาย หยิบกองกระดุมกำใหญ่เขวี้ยงใส่ปากที่เปิดอ้า ตัวเงินตัวทองเสียจังหวะ มันกลืนเม็ดกระดุมเข้าไปคำโต คุณรีบควานโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพียงชิ้นเดียวในห้อง พยุงร่างขึ้นมา และออกวิ่งไปที่ประตูอย่างสุดชีวิต ตัวเงินตัวทองไม่ยอมสงบศึก มันขุดกองกระดุมบนพื้น มุดตัวหายเข้าไป ก่อนจะปรากฏอีกครั้งด้วยการผุดขึ้นมาจากพื้นกระดุมเบื้องหน้าของคุณไม่กี่เมตรก่อนปากประตู... คืนนี้มันจะเซอร์ไพรส์บ่อยเกินไปละ คุณคำรามกับตัวเองในใจ

    ตัวเงินตัวทองเปิดฉากยกที่สามด้วยการกระโจนขึ้นชาร์จ แต่คราวนี้คุณอาศัยร่างที่ผอมเพรียวกว่ากระโดดเหยียบศีรษะข้ามตัวมันไป คุณกระโดดสูงอย่างไม่เคยทำได้มาก่อน คุณวิ่งขึ้นบันไดไปยังประตูที่เปิดแง้มเล็กน้อย และสอดตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว กระนั้นมันก็กวดตามคุณมาไม่ลดละ สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ทะลึ่งร่างหมายจะผ่านประตู แต่ก็ไม่เร็วไปกว่าคุณที่รีบงับประตูเหล็กกดต้นคอของมันไว้ มันฝืนร่างดันกลับ มีเพียงส่วนหัวที่โผล่พ้นห้องโถงแห่งเม็ดกระดุม คุณได้เปรียบเรื่องเหลี่ยมมุม หากองศาของประตูเปิดกว้างกว่านี้ คุณคิดว่าคุณไม่สามารถสู้แรงของมันได้ มันจ้องตาคุณเคืองแค้นพลางแลบลิ้นเข้าออกอย่างรวดเร็ว คุณใช้แรงทั้งหมดดันประตูงับคอ ส่วนมันก็ใช้พละกำลังที่มีขัดขืน ขาหน้าของมันตะเกียกตะกาย ภายใต้ความมืด คุณได้ยินเสียงเล็บของมันที่พยายามจะขูดเหล็กประตูก้องดัง

    เหมือนสมรภูมิการงัดข้อของสองชายฉกรรจ์ที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน หัวใจคุณเต้นรัวคล้ายจะทะลุออกมาจากร่าง เพียงประตูนิรภัยที่กางกั้น คุณพบว่าชีวิตคุณช่างโง่เขลา ไร้แก่นสาร และบอบบางยิ่งนัก หากขณะเดียวกันคุณก็พบว่ามันช่างมีคุณค่าและเปี่ยมไปด้วยความหมายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กล้ามเนื้อของคุณแข็งเกร็ง เส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคุณจ้องเขม็งไปยังความมืดเบื้องหน้า คุณเผลอกลั้นหายใจอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งได้ยินเสียงปริแตกของอะไรบางอย่าง เสียงปริแตกที่ดังชัดอยู่ข้างใบหู คุณรู้สึกถึงร่างอันดิ้นพล่านของเดรัจฉานที่ติดค้างระหว่างห้อง มันดิ้นหนักขึ้นๆ จนค่อยๆ ผ่อนลง และผ่อนลง เช่นเดียวกับสัมผัสของอากาศเน่าเหม็นของลมหายใจที่ค่อยๆ แผ่วเบา แผ่วลงๆ ก่อนจะนิ่งสนิท, คุณเป็นฝ่ายได้ชัยชนะ 

    คุณใช้เท้าดันร่างมันให้พ้นรัศมีการปิดของประตูก่อนจะลงกลอน หันหลังพิงประตูและทรุดร่างลงนั่ง คุณเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะร้องไห้แด่อีกชีวิตที่เพิ่งมอดดับไป หรือร้องให้ชีวิตที่ยังคงอยู่ของคุณ คุณเอ่ยขอโทษเดรัจฉานตัวนั้นในใจก่อนจะลุกขึ้นมาชะล้างคราบไคลบนใบหน้าที่อ่างล้างจานในครัว

  • คุณหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา ตีสี่สี่สิบห้า เอาเข้าจริงมันเป็นเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงยี่สิบห้านาทีเท่านั้นนับจากที่เธอให้คุณไปหลบซ่อน อย่างไรก็ดี เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้คุณรู้สึกราวกับได้ผลาญเวลาไปค่อนชีวิต คุณหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ ตั้งใจจะโทร.หาเพื่อนสนิทที่ไปผับด้วยกันคืนนี้ หากคุณกลับไม่ได้กดโทร.ออก ทำเพียงเก็บมือถือลงกระเป๋า เดินออกจากห้องครัวเพื่อกลับมานั่งคอยต่อไปในความมืดของห้องรับประทานอาหาร

    เธอกลับมาหาคุณไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น อยู่ในเดรสสีม่วงตัวเดิมและผมหน้าม้าที่มวยผมไว้ด้านหลัง เธอเอ่ยขอโทษและขอให้คุณเห็นใจ เธอบอกว่าพ่อมีธุระด่วนให้ต้องกลับมา พ่อกำลังประสบปัญหาหนัก และเธอจำต้องนั่งฟังและให้คำปรึกษาพ่อก่อนเขาจะขึ้นนอน เธอยื่นมือมาจับแก้มคุณและถามว่าคุณ
    นั่งรอเบื่อไหม

    คุณไม่อยากต่อความยาวโดยเลือกที่จะไม่เล่าห้วงเวลาที่เพิ่งผ่านพ้นมาหรือภาพเหตุการณ์ที่คุณไปแอบเห็นความสัมพันธ์กับชายที่เธออ้างว่าเป็นพ่อ เธอถามคุณว่าหิวไหม เธอจะทำอะไรให้กิน คุณชี้ไปที่ตู้เย็นกรุกระจกใส บอกเธอว่าระหว่างนั่งรอได้จัดการกับเยลลี่ในตู้ไปทั้งสิ้นสี่แก้ว เธอแซวคุณว่าติดใจล่ะสิ คุณได้แต่ยิ้ม ไม่เอ่ยอะไร

    เธอเดินนำคุณผ่านสระว่ายน้ำ ห้องรับแขก และโถงต้อนรับที่เต็มไปด้วยสัตว์สตัฟฟ์ เธอถามคุณอีกครั้งว่าจะไม่กินอะไรรองท้องก่อนกลับแน่หรือ คุณยืนกรานปฏิเสธ เช่นเดียวกับที่ขอให้เธอไม่ต้องลำบากขับรถไปส่งถึงบ้านในเมือง แค่ขับไปส่งริมถนนใหญ่ที่มีรถแท็กซี่วิ่งผ่านก็พอ

    บีเอ็มดับบลิว 2002 ทัวร์ริ่งสีขาวคันงามวิ่งผ่านความมืดของกลางคืนไม่นานนาทีก่อนที่ท้องฟ้าจะเปลี่ยนเฉดสีไปตามการปรากฏโฉมของดวงอาทิตย์

    ในรถเธอพูดถึงพ่อที่เป็นเจ้าของโรงงานกระดุมและนักสะสมสัตว์สตัฟฟ์ เรื่องราวมากมายพรั่งพรูออกจากปากของหญิงสาว คุณได้แต่พยักหน้ารับรู้แต่สาระกลับไม่ดังเข้าหู เธอมาส่งคุณริมถนนมอเตอร์เวย์ทางไปจังหวัดฝั่งตะวันออกชานกรุงเทพฯ คุณไม่ใส่ใจแม้แต่จะสังเกตชื่อของซอยโรงงานและบ้านของเธอ

    เมื่อรถมาจอดยังที่หมาย เธอขอโทรศัพท์มือถือมาจากคุณ กดเบอร์โทรศัพท์เข้าเครื่องและบันทึกชื่อ เบญจวรรณ เธอยื่นโทรศัพท์คืนก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มคุณ คุณยิ้มเขิน และขอกระดาษกับปากกาจากเธอ

    “คุณมีเบอร์เบนอยู่ในเครื่องแล้ว แค่กดมือถือมาหาเบนก็ได้ แค่นี้เองง่ายๆ” เธอว่า

    คุณส่ายศีรษะ บอกเธอว่าอยากให้เธอจดจำคุณไว้บนกระดาษมากกว่า ไฟล์ดิจิตอลไม่เคยยั่งยืน

    “เป็นคนโรแมนติกใช่เล่นนะ” เธอยิ้มหยอก ก่อนจะหยิบสมุดฉีกและปากกาจากกระเป๋าถือ ยื่นให้คุณ

    คุณเขียน พับกระดาษสี่ทบ รีดขอบให้เรียบกริบ ก่อนจะยื่นกลับไปให้เธอ


  • เธอยิ้มให้คุณ ก่อนใส่เกียร์เคลื่อนรถออกไป 

    คุณโบกมือลาให้กับดวงตาของเธอที่มองคุณจากกระจกมองหลัง รถยนต์คันขาวค่อยๆ เล็กลงๆ ก่อนจะลับไปบนถนนอันโปร่งโล่งยามพระสงฆ์ออกบิณฑบาต

    อากาศในย่านอุตสาหกรรมไม่ว่าจะช่วงเวลาไหน ล้วนปนเปื้อนด้วยมลพิษ หากคุณก็บิดขี้เกียจและผายมือ ยืนมองพระอาทิตย์ที่เคลื่อนตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าสุดขอบถนน สูดอากาศโดยรอบเข้าไปเต็มปอด

    ระหว่างที่ยืนรอรถแท็กซี่อยู่ลำพัง คุณได้แต่สงสัยว่าเธอจะเปิดกระดาษโน้ตของคุณออกอ่านไหม เธออาจลืมไว้ในกระเป๋าหรือทิ้งมันไปอย่างไม่ไยดี เมื่อกลับถึงบ้าน กระนั้นคุณก็คิดว่าอย่างน้อย ก่อนจะโยนทิ้ง เธอคงเปิดอ่านมันผ่านๆ เผื่อจะได้เจอกับเซอร์ไพรส์เล็กน้อย...

    เซอร์ไพรส์ที่ว่า ในกระดาษคุณไม่ได้เขียนตัวเลขจากเบอร์โทรศัพท์ใดๆ ไว้เลย

    เมื่อคืนสนุกมาก แต่ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำร้ายสัตว์เลี้ยงของคุณโดยไม่บอกกับคุณต่อหน้าเมื่อครู่ แต่ก็นะ...คุณเลี้ยงตัวเหี้ยไว้ทำเหี้ยอะไรในบ้านวะ?

    คุณเขียนโน้ตให้เธอเช่นนั้น และหวังว่าจะไม่มีโอกาสเจอเธออีก ไม่ว่าที่ไหน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in