เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
My First StoryFoolDaisy
First Remember With Pai
  • การเดินทางในหนึ่งครั้ง ทำให้เราพบเจออะไรหลายๆ อย่างระหว่างทาง การเดินทางครั้งนี้ก็เหมือนกัน ปาย - แม่ฮ่องสอน 

    "มัน-ดี-มาก!!"

    ปาย - แม่ฮ่องสอนครั้งแรก ขึ้นเหนือครั้งแรก และ ทริปถ่ายภาพครั้งแรกของเรา ทริป-แห่ง-ความ-ทรง-จำ กับเวลา 5 วัน 4 คืนที่ปายรวมเวลาที่ต้องติดอยู่บนรถกว่าสองวันตอนไปและกลับ เราได้ค้นพบปายในมุมของตัวเอง ได้เดินในปายในมุมมองของคนอื่น และเราตกหลุมรักปายในทุกๆ มุม ตกหลุมรักทุกๆ ที่ที่ไป อยากเก็บเอาทุกบรรยากาศใส่ไว้ในขวดโหลแห่งความทรงจำและแชร์ความทรงจำเหล่านั้นกับทุกคน 
     
    เราออกเดินทางในวันที่ 12 พ.ย. 61 จากสารคามในเวลาทุ่มเศษๆ พร้อมผู้ร่วมทริปกว่า 30 ชีวิต (ก๊วนทริปเฮฮากับรถตู้สี่คันถ้วน) เดินทางตอนกลางคืนรีวิวคงจะเป็นรถตู้และการนอน หลับคอพับกันไปตั้งแต่สิบกิโลเมตรแรก จากมหาสารคามสู่ภาคเหนือใช้เวลากี่ชั่วโมงเราไม่รู้ รู้แต่ว่าตื่นมาก็ป๊ะกับเจียงใหม่ในตอนเจ๊าๆ ของวันที่ 13 กับโค้งหฤโหดหลายร้อยโค้ง หมดแรงและหมดสภาพก่อนจะถึงที่หมายแรกของทริปนี้ให้เราได้กดชัตเตอร์ถ่ายภาพ

     สะพานประวัติศาสตร์ปาย


    สะพานที่สร้างขึ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สมกับชื่อสะพานประวัติศาสตร์

    จากสะพานประวัติศาสตร์ปายเราก็มุ่งหน้าสู่ปางอุ๋งจุดมุ่งหมายจริงๆ จังๆ ในวันแรกของทริป เส้นทางสู่ปางอุ๋งสอนให้เรารู้ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า โค้งข้างหน้าย่อมเหนือกว่าโค้งข้างหลังที่เราได้ผ่านมา 

    การเดินทางครั้งสุดท้ายของวันนี้สิ้นสุดลงในตอนที่ล้อรถหยุดสนิทที่ปางอุ๋ง นาฬิกาบอกเวลาสี่โมงเย็นเศษๆ พอดี ถึงที่พักของคืนนี้แล้วแต่เรายังไม่ยอมพัก สายกล้องคล้องคอสองขาก็เดินหามุมสวยๆ กดบันทึกภาพยามเย็นที่ปางอุ๋งก่อนดวงอาทิตย์จะบอกลาท้องฟ้าเสียหน่อย 

    ถึงแล้วนะปางอุ๋ง 

                    

                                                                   เย็นแล้วฟ้ายังสวยอยู่เลย

    นั่งรถมาทั้งวันความล้าถามหาเหมือนป้าข้างบ้าน ความเหนื่อยและความหิวถาโถมมาพร้อมๆ กัน เราพักการถ่ายภาพแล้วจบวันนี้ไว้เพียงเท่านี้เพื่อหาอะไรลงท้องที่ต้องการมื้อเย็นก่อนจะรอเก็บภาพยามเช้า ณ ปาย-ปางอุ๋งเมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง

    วันที่ 14 พ.ย. ก่อนเดินทางไปยังที่ต่อไป อากาศยามเช้าหลังผ่านคืนที่ฝนตกการลุกจากเตนท์หลังเล็กตอนตีสี่กว่าไม่ใช่เร่องยาก ไม่ใช่ไม่หนาวแต่เพราะการนอนในเตนท์ที่หนาวกว่าทำให้นอนต่อไปไม่ไหว เราจัดการเช้าที่อากาศชื้นน้ำฝนด้วยน้ำที่เย็นเหมือนแช่เย็นมาทั้งคืน อาบน้ำ ล้างหน้า แปลงฟัน ก่อนกลับมาเก็บเตนท์ พร้อมออกเดินสำรวจปางอุ๋ง

    ใส่บาตรตอนเช้า

    สาธุ

    มุมที่เคยเห็นในรีวิว

                                                               มุมที่เคยเห็นในรีวิวเหมือนกันแต่ถ่ายไม่เหมือน

                                                                      มุมนี้เป็นของเรา

                                                            ท่านี้คือท่าแพรหรือเปล่า

        โบกมือลาปางอุ๋ง 

    เราออกจากปางอุ๋งพร้อมคำว่าจะกลับมาใหม่ในตอนสายของวัน มุ่งสู่จุดหมายต่อไปคือที่พักในคืนที่สองเคยได้ยินว่าเสน่ห์ของการเดินทางคือระหว่างทางก่อนที่จะถึงจุดหมาย "หมู่บ้านรักไทย"  เลยเป็นที่แรกที่เปิดแขนต้อนรับเราในวันที่สองของการเที่ยวปาย หมู่บ้านน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก

    หมู่บ้านรักไทย

    ชิมชาที่หมู่บ้านรักไทย

    ฝนจกตกที่หมู่บ้านรักไทย

    ต้นชาของหมู่บ้านรักไทย

     
    ใช้เวลาอยู่ในหมู่บ้านรักไทยอย่างจำกัดเมื่อต้องเดินทางต่อให้ถึง "สะพานไม่ไผ่ซูตองเป้" สะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวขนาบข้างด้วยทุ่งนาสีเหลืองทองที่พร้อมเก็บเกี่ยวอาบด้วยแสงแดดในช่วงเที่ยงวัน ร้อนจนต้องร้องขอชีวิต

    ผู้ร่วมชะตากรรม

    ยาวจนมองไม่เห็นปลายสะพาน

    สะพานที่ยาวที่สุดในชีวิต


    มาปายแล้วไม่ได้มานั่งห้อยขาซดก๋วยเตี๋ยวเขาจะว่ามาไม่ถึงปายหรือเปล่า คำตอบคือไม่รู้ แต่มื้อเที่ยงของเราอยู่ที่นี่ หมู่บ้านจ่าโบ่ นั่งดื่มด่ำบรรยากาศเย็นๆ ที่ห้อมล้อมด้วยภูเขาพร้อมกับรสชาติก๋วยเตี๋ยวกลมกล่อม แต่เพราะกลัวรองเท้าที่ใส่อยู่จะร่วงหายการห้อยขาเลยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเพื่อนร่วมทริปคนอื่น
    ก๋วยเตี๋ยวที่สูงที่สุดในโลก

    ตรงนี้ปลอดภัยกว่า

    ระวังตะเกียบร่วง


    จบมื้อกลางวันที่จ่าโบ่พร้อมกับกล้องที่หมดพลังพอๆ กับเจ้าของกล้อง จนพลาดโอกาสเก็บเกี่ยวคำว่าระหว่างทาง สุดท้ายก็ถึงที่พักในปายที่จองเอาไว้ทั้งคนและกล้อง "ปายในฝัน" ที่พักในคืนที่สองของเรา เพราะติดกับแม่น้ำท่าปายที่ไหลไม่หยุด บรรยากาศที่นี่เลยดีและเหมาะที่จะปักหลักจนกว่าจะถึงวันกลับ

    ปานในฝัน

    ที่พักแบบ local 






    วันที่ 15 พ.ย. ตอนเช้ามาพร้อมกับความหิว อาหารเช้าที่ปายในฝันอร่อยจนต้องยกนิ้วให้ จบมื้อเช้าแพลนที่วางไว้ก็เริ่มดำเนินไปในตอนที่เราเดินข้ามสะพานแม่น้ำท่าปายไปเช่าจักรยานยนต์ คำว่า Free Day ทำให้เราต้องเป็นคนจัดการทุกอย่างตั้งแต่หาสถานที่และเป็นคนถือแผนที่ในมือ 

    จำนวนผู้ร่วมเดินทางลดจากหลักสิบมาหลักหน่วยจากการกระจายแยกกันไปคนละเส้นทาง เราคือผู้ที่นำทางคนทั้งแปดด้วย GPS ในมือ คำว่าหลงทางจ่ออยู่ตรงหน้า สุดท้ายถึง "หมู่บ้านสันติชล"

    สันติชน





    จุดชมทะเลหมอกหยุนไหล สูงขนาดไหนก็ตอนที่ดั้นด้นขี่มอเตอร์ไซค์ปีนเดินแล้วเนินเล่าขึ้นมาจนถึง 
    ความพยายาม

    พิชิตจุดชมทะเลหมองหยุนไหล


    โป่งน้ำร้อนที่ปายจ่ายค่าเข้าไม่ถึงร้อยเพื่อมาต้มไข่
    หมอกจางๆ

    มื้อเที่ยง


    สิ้นสุดฟรีเดย์ในตอนเย็นย่ำและถึงเวลาที่ต้องคือมอเตอร์ไซค์ กลับปายในฝันเพื่อทำความสะอาดร่างกายเมื่อถึงเวลาถึงได้หยิบกล้องติดมือมาเดินถ่ายรูปพร้อมหามื้อเย็นส่งให้กระเพาะที่หิวโหยที่ถนนคนเดินปลาย

    ถนนคนเดินปาย



    อร่อยที่สุด


    ในตอนเช้าของวันที่ 16 พ.ย. เราต้องบอกลาปายเพื่อเดินทางกลับ ทริปปายของเราจะจบทันทีที่ถึง...มหาสารคาม ปาย-แม่ฮ่องสอนในมุมของเราไม่มีอะไรมาก แต่ที่มากคือความรู้สึก สำหรับเราภาพมันถ่ายทอดให้เห็นแค่ว่าที่นี่คือที่ไหน ความรู้สึกเมื่อมองภาพถ่ายกับการมองด้วยสายตาตัวเองมันเทียบไม่ได้
     ณ สถานที่นั้นๆ เราเลยพยายามที่จะเก็บบันทึกให้ได้มากที่สุด

    การเดินทางครั้งนี้ของเรากับทุกๆ สถานที่ที่ได้ไป ไม่มีคำว่าผิดหวังเกิดขึ้นกับเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่าปาย ทุกสถานที่ที่ผ่านก่อเกิดคำว่า "อยากกลับมาอีก" ครั้งแล้วครั้งเล่า เราบอกลาปายไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะวันใดวันหนึ่งเราจะได้มีโอกาสเก็บกระเป๋าไปปาย-แม่ฮ่องสอนอีก


    "ที่ไหนไม่สำคัญ"

    "สำคัญที่ไปกับใคร"

    บันทึกลงขวดโหลแห่งความทรงจำ ณ ปาย-แม่ฮ่องสอน 12-16 พ.ย. 61 แล้วพบกันใหม่






Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in