เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
แปลบทความและบทสัมภาษณ์ญี่ปุ่น by TLSukontha TL
"โตเกียว รีเวนเจอร์ส" สัมภาษณ์เดี่ยว คิตะมูระ ทาคุมิ
  • “ทุกคนกระตือรือร้นกันหมดเลย”

    รวบรวมและเรียบเรียง: อิโซเบะ โชวะ

    ภาพ: นากามูระ โยชิอากิ 

     

    “โตเกียว รีเวนเจอร์ส” การ์ตูนยอดนิยมโดยวาคุอิ เคน ที่ตีพิมพ์ลงในโชเน็นจัมพ์รายสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ชื่อ “TOKYO REVENGERS” เรื่องมีอยู่ว่า ทาเคมิจิ(ตัวเอก) กำลังมีชีวิตอันตกต่ำถึงขีดสุด แต่ระหว่างนั้นเอง เขาได้เดินทางข้ามเวลาด้วยเหตุการณ์แปลกประหลาด และย้อนกลับไปแก้ไขชีวิตของตัวเอง ซึ่งคุณคิตะมูระ ทาคุมิ ศิลปินและนักแสดงเป็นผู้รับบทนี้ งานนี้มีนักแสดงหน้าใหม่อยู่มากมาย แล้วเขาในฐานะนักแสดงนำ จะท้าทายต้นฉบับด้วยอารมณ์แบบไหน… คิตะมูระได้ถ่ายทอดความรู้สึกอันลุกโชนไว้ในผลงานนี้แล้ว

     

    ก็เพราะรักในผลงานต้นฉบับ ถึงได้รู้สึกหวั่นไหว

     

    Q: ผมเป็นแฟนตัวยงของผลงานต้นฉบับเลย แล้วทาเคมิจิที่คุณคิตะมูระเล่นนั้น มีจุดไหนที่ดึงดูดครับ?

    ทาเคมิจิไม่ได้เท่ และไม่ได้แข็งแกร่งเลยด้วยซ้ำ แต่ผมคิดว่าถ้อยคำและการกระทำของเขา มีพลังขับเคลื่อนหัวใจของผู้คนอยู่ ในตัวงานเขียนเองก็อัดแน่นไปด้วยข้อความสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันที่มีแต่ความสิ้นหวัง ผมเองก็ได้ตระหนักถึงอะไรหลาย ๆ อย่าง จากการสวมบทเป็นทาเคมิจิเช่นกัน

     

     

    Q : ได้ตระหนักถึงเรื่องอะไรครับ?

    ทาเคมิจิเคยใช้ชีวิตโดยได้แต่ขอโทษคนอื่นมาโดยตลอด แต่ก็ตัดสินใจยืนหยัดขึ้นมาเพื่อปกป้องคนสำคัญเอาไว้ ความแข็งแกร่งของหัวใจที่มุ่งไปข้างโดยไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะถูกทำร้ายสักกี่ครั้ง มันทำให้ผมทึ่งเหลือเกิน ก็เพราะเป็นยุคที่มักจะหลีกหนีอุปสรรคกันนี่แหละ การไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมเบือนหน้าหนีแบบทาเคมิจิ จึงสำคัญในความรู้สึกของผม

     

    Q: คุณพูดไว้ว่าเพราะรักทาเคมิจิมากเกินไป ถึงได้หวั่นไหวเวลาแสดง

    ในภาพยนตร์ฉบับคนแสดง ที่ดัดแปลงจากผลงานอ่านสนุกของคนหลากหลายช่วงวัย การเล่นเป็นทาเคมิจิ ที่ยืนโดดเด่นอยู่แนวหน้าย่อมทำให้รู้สึกหวั่นไหว แต่พอได้เข้าสู่สถานที่จริง สตาฟและผู้แสดงคนอื่นก็มีไฟแรงกล้า พอได้ถ่ายหนังกับพวกเขา จู่ ๆ ความหวั่นไหวนั้นก็หายไป และหัวใจก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง

     

    แม้การถ่ายจะหยุดชะงักลงเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนา “หนังเรื่องนี้จะต้องเสร็จสมบูรณ์อย่างแน่นอน” -คิตะมูระ ทาคุมิ

     

    Q: เป็นกองถ่ายที่ไฟแรงขนาดนั้นเลยสินะครับ

    กองถ่ายเป็นจุดรวมตัวของคนที่เปรียบเสมือนตัวแทนของหนุ่มสาว ผู้คุกรุ่นด้วยแรงบันดาลใจในการทำหนัง และมุ่งหวังจะทำให้ทั้งแผ่นดินญี่ปุ่นลุกเป็นไฟ ทุกคนฝึกซ้อมกันอย่างหนัก อารมณ์ประมาณว่า “ถ้าแกมาแบบนี้ ฉันก็จะออกไปแบบนี้” บรรยากาศเหมือนจะปลุกใจซึ่งกันและกันครับ

     

    Q: ได้ยินมาว่าการถ่ายทำหยุดชะงักลงครั้งแล้วครั้งเล่า เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ คุณคิตะมูระก้าวเข้าสู่กองถ่าย ด้วยแรงจูงใจแบบไหนครับ?

    ทุกครั้งที่การถ่ายทำต้องหยุดลง ผมเห็นท่าทีที่เศร้าเสียดายของผู้กำกับฮานาบุสะ ทสึโตมุ และคุณโปรดิวเซอร์ทั้งหลาย อาจจะไม่มีต้นตอที่ชัดเจน แต่ไม่ว่าการถ่ายทำจะหยุดชะงักสักกี่ครั้ง ผมก็ได้พูดมาโดยตลอดว่า ขอเพียงทุกคนมีความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม “หนังเรื่องนี้จะต้องเสร็จสมบูรณ์อย่างแน่นอน” (หัวเราะ) และตลอดช่วงเวลาหนึ่งปีของการถ่ายทำ ก็ดำเนินไปด้วยความคิดที่จะล้างแค้นเจ้าโคโรน่าครับ

     

    Q: ท่ามกลางอุปสรรคอันยากลำบาก ความรู้สึกแบบไหนที่เข้ามาในใจคุณ เมื่อหนังเสร็จสมบูรณ์

    ตอนได้ดูพรีวิว ผมซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ทุกฉากทุกตอนช่างเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ส่วนฉากที่ทาเคมิจิต่อสู้ในการพนันชกต่อยตอนต้นเรื่อง เป็นโหมโรงของเรื่องเล่า แต่เพราะถ่ายไปแล้วหนึ่งปี เลยเหมือนเป็นฉากไคลแมกซ์ พอดูหนังจนจบ ก็ได้รู้สึกอีกครั้งว่า “การที่หนังเสร็จสมบูรณ์มันซึ้งแบบนี้นี่เอง”

     

    “ในฐานะนักแสดงนำ ผมได้สื่อสารกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว” -คิตะมูระ ทาคุมิ

     

    Q: สมาชิกชั้นยอดได้มารวมตัวกันแล้ว แล้วท่ามกลางคนเหล่านั้น คุณคิตะมูระรู้สึกยังไงครับ?

    ผมพยายามสื่อสารกับผู้แสดงทุกคนให้ดี ไม่เว้นแม้แต่คนเดียว เหมือนกับที่ทาเคมิจิช่วยชีวิตผู้คนไว้มากมาย คิดว่านั่นคือความรับผิดชอบนักแสดงนำครับ

     

     

    Q: แล้วใช้วิธีไหนที่เป็นรูปธรรม?

    ก่อนอื่น ตอนเจอกับสมาชิกแก๊งห้าคนแห่งโรงเรียนมัธยมปลายมิโสะ (ที่ทาเคมิจิเคยเข้าร่วมสมัยมัธยมปลาย) ก็ทักว่า “อันดับแรก ทุกคนไปกินข้าวด้วยกันก่อนมั้ยครับ?” ตอนนั้นยังไม่มีโคโรน่า ทุกคนเลยล้อมวงกินข้าวกัน และได้สนทนาแลกเปลี่ยนกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องราวในงานเขียน และมุมมองต่อชีวิตที่ผ่านมาครับ

     

    Q: ทีมเวิร์คที่ดี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลงานสินะครับ

    ทุกคนกระตือรือร้นกันหมดเลย รู้สึกเหมือนทุกคนถูกหลอมรวมด้วยความรู้สึกที่ว่า “กอดคอกันไว้ให้แน่น แล้วสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมกันเถอะ” ผมคิดว่าก็เพราะได้แบ่งปันกับทุกคนที่มีแรงใจแบบเดียวกัน ถึงได้เกิดเป็นผลงานที่มีความมั่นใจแบบนี้

     

    “สำหรับคิตะมูระ ทาคุมิแล้ว จุดเปลี่ยนก็คือ…” -คิตะมูระ ทาคุมิ

     

    Q: แรงบันดาลใจในการเดินทางข้ามเวลาของทาเคมิจิ คือการที่ตัวเองมาถึงจุดตกต่ำที่สุดในชีวิต แล้วสำหรับคุณคิตะมูระ มีช่วงเวลาที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนในอาชีพนักแสดงมั้ยครับ?

    ที่นึกออกเลยมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือละครเรื่อง “Suzuki Sensei” ที่ถ่ายทำอยู่ตั้งแต่ม.1 จนถึงม.2 เทอม 1 ครับ เป็นการถ่ายทำในช่วงแผ่นดินไหวที่โทโฮคุ และต้องพักแรมในสถานที่ถ่ายทำของนิคคัทสึ (บริษัทภาพยนตร์แห่งหนึ่ง-ผู้แปล) แต่ก็เป็นผลงานที่อยากจะแสดงไปตลอดกาลเลย อีกอย่างหนึ่งคือละคร “Aogeba Toutoshi” กับ “หนังเรื่องตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ” ที่ได้ร่วมแสดงตอนจบมัธยมปลาย สมัยอายุ 18 ครับ

    Q:  “Aogeba Toutoshi” กับ “ตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ” มีอะไรที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณคิตะมูระครับ?

    ถามว่าตรงไหน ผมว่าตรงที่ได้แสดงโดยแลกเปลี่ยนกับรุ่นพี่มากมาย และได้ร่วมงานกับคนรุ่นราวคราวเดียวกันอย่าง (มุราคามิ) นิจิโร่ หรือ (อาราตะ) แมคเคนยู เพราะได้สร้างความกระตือรือร้นให้กันและกัน มันจึงเป็นสิ่งที่มีค่ามากเลยครับ ในรุ่นเรา มีหลายคนที่รู้สึกว่า “มาสู้ไปด้วยกันสิ” หรือ “พวกเราจะสร้างคลื่นระลอกใหญ่สักลูกกัน” พอได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับคนเหล่านั้น ก็รู้สึกได้ชัดเจนถึงอนาคต และเริ่มมีความหวังกับงานที่ชื่อว่านักแสดงขึ้นมาครับ

     

    Q: ในนิยามนั้น “TOKYO REVENGERS” ก็เป็นอีกผลงาน ที่เต็มไปการพบเจอแสนพิเศษสินะครับ

    คนที่อาวุโสกว่าเล็กน้อยอย่าง (โยชิซาวะ) เรียวคุง หรือ (ยามาดะ) ยูกิคุง ก็มีอยู่พอสมควร แต่การได้อยู่ร่วมก็คนที่วัยใกล้เคียงกันสุด ๆ ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจมาจนถึงจุดนี้ ผมว่ามันยิ่งใหญ่มากเลย แน่นอน หนังเรื่องนี้ก็คงจะเป็นเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยน ที่ทำให้พูดได้ว่า “เพราะมีโอกาสแสดงเป็นทาเคมิจิใน TOKYO REVENGERS ถึงได้มีวันนี้” ในอีก 5-6 ปีข้างหน้าครับ

     

    เนื่องจากการแพร่ระบาดของโคโรน่า การถ่ายทำจึงต้องหยุดชะงักถึงสองครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถึงกระนั้น คิตะมูระ ทาคุมิก็คอยพร่ำบอกอยู่เสมอว่า “หนังเรื่องนี้จะต้องเสร็จสมบูรณ์อย่างแน่นอน” ความมั่นใจนั้น คือแรงใจจากสตาฟและเหล่านักแสดง สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างภาพยนตร์คงเอ่อล้นอยู่ในกองถ่าย ในที่สุด “TOKYO REVENGERS” ก็ได้ถูกนำสู่โลกกว้าง หลังผ่านการเบ่งคลอดอันแสนเจ็บปวด คุณคิตะมูระได้พูดไว้ว่า การถ่ายทำเริ่มต้นขึ้น สักวันก็ต้องจบลง แล้วส่งมันออกสู่สายตาของผู้คน กิจวัตรเหล่านี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปโดยไม่รู้ตัว” แต่ก็เพราะตอนนี้ ที่เรื่องธรรมดาเช่นนั้นผิดปกติไป ถึงได้รู้ซึ้งว่า “การสร้างสรรค์ผลงานช่างเป็นเรื่องสุดยอด” คุณคิตะมูระพึมพำ ”ผมอยากให้ไปดูในโรงกัน จากก้นบึ้งของหัวใจเลยล่ะ” ถ้อยคำของเขาหนักหน่วงอยู่ในใจ และเราก็อยากจะเห็นภาพพวกเขา โลดแล่นอยู่บนหน้าจอขนาดใหญ่นั้น

     

    ภาพยนตร์ “TOKYO REVENGERS” ฉายพร้อมกันทั่วประเทศ เริ่ม 9 กรกฎาคมนี้

     

    ที่มา : https://www.cinematoday.jp/interview/A0007933


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in