บันทึกเรื่อยเปื่อยpunpun_lawit
เรื่องที่คิด
  • - คนเราพออายุมากขึ้นก็จะมีสกีลมากขึ้น (อย่างน้อยก็ด้านใดด้านหนึ่ง) บางทีก็คิดว่า ทำไมมันไม่บิวด์อินมาแต่แรก ทุกอย่างจะดีมากเลย ทำไมต้องโง่แล้วค่อยฉลาด (ขึ้น) ทำไมกว่าจะฉลาดได้ถึงขีดหนึ่งก็ตาย ถ้าชาติหน้ามีจริงก็โหลดสกีลที่ทำไว้ไปใช้ต่อไม่ได้ด้วย (หรือได้วะ ไม่รู้อะ)

    ปัญหาคือ ต่อให้ฉลาดแต่แรกก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นสกีลที่ “ดี” นี่นะ เช่นถ้ามีสกีลในการเขียนหนังสือ ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะมีประโยชน์อะไรกับโลกนี้ เว้นแต่คนใช้จะจัดการให้มันมี

    จริงๆ สกีลที่ “ดี” ในสายตาข้อยคงเป็นสกีลในการอยู่กับคนอื่น สกีลอะไรก็ได้ที่ทำให้คนเรามีจิตใจสูงขึ้น และมีความสุขขึ้นมั้ง

    นั่นสิ นั่นน่ะเป็นสกีลที่สำคัญที่สุด แต่ไม่มีใครสอนหรอกนะ และบางคนจนตายก็ไม่ได้ทำอะไรกับมัน เพราะไม่รู้ว่ามันเป็นสกีล

    ###

    - ข้อยไม่ได้เป็น minimalist ตลอดเวลาหรอกนะ ที่จริงก็ไม่รู้ว่าที่มีของไม่กี่ชิ้น เสื้อไม่กี่ตัว นิสัยเหมือนฤาษีนี่แค่เพราะอ้วนหรือเปล่า แค่เพราะไม่มีของให้เลือกมากนัก และมี self-esteem ต่ำ (ในเรื่องนี้) หรือเปล่า

    จริงๆ ก็อาจจะเป็นแค่นิสัย all or nothing ถ้าไม่ได้ทุกอย่างจะไม่เอาอะไรเลยก็ได้

    แต่คิดอยู่ว่า จริงๆ ที่ไหนในตัวก็เป็น minimalist เป็นฤาษีอยู่ดีแหละ ข้อยคิดว่าการไม่มีสมบัติอะไรเลยคือ goal (คาดว่าทำไม่ได้ในชีวิตนี้ เพราะสุดท้ายสมบัติก็คือ security) เพราะมันไม่มีอะไรขวางระหว่างเรากับตัวเราอีกแล้วไง

    ไม่มีเสื้อของเรา หนังสือของเรา ไม่มีอะไรที่เป็นของเราอีกแล้ว ก็จะเหลือแต่อัตตาของเรา ข้อยก็อยากเห็นเหมือนกันว่า อัตตาที่ไม่มีอะไรเคลือบคลุมอีกแล้วมันหน้าตาเป็นยังไง

    จะเหมือนคุณเสือใน life of pi ไหมนะ

    ###

    - พูดถึงคุณเสือใน life of pi ข้อยต้อง rethink การอดอาหารใหม่หมดเลย ตั้งแต่ศึกษามานี่ ปรากฏว่ามีหลักฐานเยอะมากว่ามนุษย์อดอาหารได้นานมากแบบไม่น่าเชื่อ และสภาพร่างกายไม่ได้ deteriorate ลงเร็วอย่างที่คิดด้วย เคสสถิติโลกรู้สึกว่าจะไม่กินอะไรเลยนอกจากเสริมแร่ธาตุปีกว่า (อยู่ในความดูแลของแพทย์) เลิกอดแล้วก็ปรกติดี

    แน่ละ ไม่ได้คิดจะทำแบบนั้นหรอก แค่คิดว่าเออ นี่เป็นเรื่องที่ไม่รู้

    แล้วต้องแก้ข้อมูลใน blood redemption ไหมวะ แต่ข้อยมีแนวโน้มจะคิดว่างานตอนนั้นคือบันทึกจิตใจข้อยตอนนั้น มันเป็นบันทึก ดังนั้นไม่ควรแก้

    แต่นั่นแหละ ทั้งโคเวนและนัคทาก็เป็น “มนุษย์ต่างดาว” ระบบคงต่างไปแล้ว

    นี่ก็แค่สิ่งที่คิดเลื่อนลอยน่ะนะ

    ###

    - ยังไงก็เลิกคิดถึงคำของคาร์ล ยุงไม่ได้ ที่ว่าตอนวัยกลางคนต้องตายหนึ่งครั้ง ไม่งั้นจะไปต่อไม่ได้ (หรืออะไรทำนองนี้) ข้อยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมัน ring true สำหรับข้อย

    ช่วงก่อนนี้คิดว่า ถึงเวลาที่ต้อง shed identity นักเขียนแล้ว

    ไม่ได้หมายความว่าจะเลิกเขียนหรอกนะ คิดดูแล้ว กุได้สิ่งนี้มาในชีวิตนี่คือดีแล้ว คนบางคนไม่มีอะไรให้ทุ่มเทจิตใจอย่างยั่งยืนเลย ต้องใช้เวลากว่าจะเจอ แต่ตูได้มานับว่าเร็ว (ในขณะที่ก็ไม่ได้อย่างอื่นที่คนอื่นเขาได้กันอีกเยอะ
    สรุปคือข้อยคิดว่าพอถึงจุดหนึ่ง คนเราจะมีของพอๆ กัน เพราะอะไรขาด เราก็เติม ตราบใดที่มีทัศนคติที่จะเติบโตอยู่)

    แต่ shed identity คงหมายความว่า จะเลยจุดนั้นไปมั้ง เสื้อตัวนี้มันใส่มานานแล้ว จริงๆ คือกลายเป็นสิ่งที่กีดขวางการเติบโตไปแล้ว ถ้ามี identity ที่ซับซ้อนกว่านี้ หลากหลายกว่านี้ได้ก็ดี

    นี่ก็เป็นของอีกอย่างที่คิดว่า ถ้าทิ้งไปได้เรื่อยๆ สุดท้ายจะเหลือแต่ตู เผชิญหน้ากับอัตตาของตูเอง


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in