บันทึกนักอยากเขียนSooth Suwansakornkul
บันทึกนักอยากเขียน ๓

  • วันนี้นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร ภายในเวลาสามสิบนาที่ที่เหลือก่อนไปทำธุระตอนเย็น
    เอาเป็นว่าเล่าเรื่องอะไรเป็นแรงบันดาลใจมาให้เขียนต่อก็แล้วกันนะครับ

    อย่างแรกคือเพราะอ่าน พออ่านมากเข้า มันก็มีเรื่องราวทั้งที่เราพอใจและไม่พอใจ มีเรื่องราวที่อยากจะโต้ตอบกับเรื่องราวในหนังสือ มีเรื่องราวที่เราอยากจะเล่าเองต่อไป

    ผมเริ่มตามอ่านหนังสือของ ระพินทรนาถ ฐากูร ต่อ ทั้งหิ่งห้อย และประวัติของท่าน
    ด้วยภาษาที่ไพเราะ เปี่ยมด้วยเมตตา และง่ายต่อการเข้าใจนั้นทำให้ผมหลงใหล ภาษาที่เหมือนบทกวี

    ที่ว่าภาษาเหมือนบทกวีก็เพราะ ทุกประโยคนั้นแฝงไว้ด้วยท่วงทำนองไพเราะ เหมือนบทเพลงที่ดังขึ้นในหัวเวลาอ่าน ทกประโยค ทุกถ้อยคำเปี่ยมด้วยเมตตา อ่านแล้วเหมือนกำลังฟังเพลงอยู่ในสวนสวรรค์

    ผมไม่ใช่นัก๓าษาศาสตร์ และเดิมทีก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ ผมไม่รู้ว่าอะไรแยกบทกวีออกจากงานเขียนธรรมดา แต่เท่าที่รู้ คืออ่านออกเสียงแล้วเหมือนร้องเพลงไปด้วย มันจะมีท่วงทำนองแฝงอยู่ในบทกวี

    ในเมื่อพูดถึงบทกวีแล้ว ก็ขอเล่าเรื่องความประทับใจในงานประเภทนี้เสียหน่อย เดิมทีก็เคยเรียน และลองแต่งกลอน และโคลงมาบ้าง สมัยเรียนมัธยมปลาย แต่ได้ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ตามประสามือใหม่หัดแต่ง

    การแต่งโคลงกลอนแบบมีฉันทลักษณ์นั้นให้ความรู้สึกอย่างหนึ่ง มันดูมีแบบแผน และขลัง แต่หลัง ๆ มานี้ผมดันไปหลงการแต่งกลอนเปล่า หมายถึงกลอนที่ไม่ยึดติดในฉันทลักษณ์นั่นเอง ผมเดาว่าการแต่กลอนเปล่านั้นได้รับอิทธิพลมาจากการแต่งบทกวีของซีกโลกตะวันตก

    บทกวี ที่เป็นกลอนเปล่า จะว่าไปก็คล้ายบทเพลง มีท่วงทำนอง และที่สำคัญ คือมันไม่ซ้ำกับฉันทลักษณ์แบบเดิม พอแต่งแล้วต้องอ่านออกเสียงไปด้วย เสียงของคำมีสูงต่ำในตัวของมันอยู่แล้ว พออ่านแล้วมีจังหวะจะโคน ปนความหมายในคำ จะให้อารมณ์ความรู้สึกที่ลึกกว่าการเขียนอ่านธรรมดา

    ขอยกตัวอย่างงานของตัวเองสักหน่อย

    บทกวีนี้ชื่อว่า

    สารถึงกามเทพ

    กามเทพเอ๋ย
    ยามเธอน้าวศร
    เธอรู้ได้อย่างไรว่าเขารักกัน
    หรือเธอแค่ต้องการล่าหัวใจคนอื่นเล่นไปวัน ๆ

    ยามเธอเหลียวเล็งหญิงสาวด้วยสายตาของชายหนุ่มนั้น
    มีความสัตย์ซื่ออยู่หรือเปล่า
    หาไม่แล้วจงอย่าแผลงศรออกมาให้ใครสักคนต้องเสียใจ

    กามเทพผู้แม่นธนู เธอรู้ไหม
    โฉมตรูคนหนึ่งได้ตายไป
    เพราะโดนศรรุมยิงใส่โดยไม่รู้ตัว

    กามเทพเอ๋ย
    ยามเธอเหลียวเล็งชายหนุ่มด้วยสายตาของหญิงสาวนั้น
    มีความสัตย์ซื่ออยู่หรือเปล่า
    หาไม่แล้วจงอย่าแผลงศรออกมาให้ใครสักคนต้องเสียใจ

    กามเทพผู้แม่นธนู เธอรู้ไหม
    เพราะคนใจเดียวที่ตายไป
    ไม่อาจฟื้นคืนชีพมาใหม่อีกเลย

    บางคนอาจจะไม่ชอบแนวนี้ แต่ผมชอบมาก
    เพราะผมเล่นเครื่องดนตรีไม่เก่ง การฝึกแต่งบทกวีคือการเล่นดนตรีของผม
    มีเครื่องดนตรีง่าย ๆ คือปากกา กับกระดาษ หมดเวลาสามสิบนาทีแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาเขียนต่อนะครับ

    รูปประกอบข้างต้น เป็นฝีมือลูกชายครับ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in