บันทึกนักอยากเขียนSooth Suwansakornkul
เรื่องสนทนาระดับเซลล์
  • เริ่มต้นด้วยการเกิดข้อขัดแย้งในหัวตัวเอง


    แยกไม่ออกว่าอะไรควรหรือไม่ควร
    ไม่มีอะไรเลยที่ทำออกไปแล้วแสดงออกไปแล้วไม่มีผลกระทบต่อผู้อื่น
    พยายามนึกเอาใจเขามาใส่ใจเรา
    ก็ทำให้เกิดความกังวลพอสมควร
    ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว

    แค่เสียงลมพัดใบไม้ไหว กลับทำให้นึกกลัวถึงพายุใหญ่
    เราคิดได้แค่ไหน คนอื่นก็คิดได้เหมือนกัน

    หากเจตนาดีถูกตีความว่าเป็นร้าย
    ก็คงเป็นเพราะการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมของเราเอง

    คำพูดดีๆ ไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าหากเขาเกลียดเราแล้ว
    คงได้แต่ รอ รอ รอ รอให้เวลาและการกระทำพิสูจน์ความไว้เนื้อเชื่อใจ

    เราไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาลข้อผิดพลาดของเราคงไม่ทำให้โลกแตกจนมนุษยชาติสูญสิ้น หรือจักรวาลล่มสลาย

    อย่างมากก็คงทำให้คนเกลียดและคิดร้ายต่อเราเพิ่มขึ้น

    อ่อนใจเหมือนกัน

    เราไม่คิด คนอื่นคิด 
    เราคิด คนอื่นไม่คิด
    เราไม่คิด คนอื่นไม่คิด (ทะเลาะกันแหงๆ)
    เราคิด คนอื่นคิด (กรณีนี้คงจะดีแต่จะรู้ได้ยังไงล่ะว่าเราทั้งสองคิดเหมือนกันหรือต่างกัน)

    ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว

    แล้วควรคิดไปถึงระดับไหนดีถึงควรเลิกคิด

    คิดในแง่ร้าย แล้วเขียนผลออกมา บันทึกไว้เป็นข้อๆ
    คิดในแง่ดี แล้วเขียนผลออกมา บันทึกไว้ข้อๆ

    เอาสิ่งที่บันทึกทั้งสองอย่างมาเปรียบเทียบกัน
    พิจารณาสักรอบ

    ถ้าเห็นว่ามีผลดีมากกว่าผลร้าย
    เลิกคิด นิ่งไว้แล้วก็รอ
    คงทำได้เท่านั้น

    ถ้าเห็นว่ามีผลร้ายมากกว่าผลดี
    หาทางแก้ไข
    และถ้าแก้ไขไม่ได้แล้ว

    ขอกล่าวคำว่า "ขอโทษ"
    "สำนึกแล้ว"
    "ด้วยความจริงใจ"
    ขอแค่สามวลีนี้พอ

    ถ้ามากกว่านี้ถือว่าแก้ตัว

    ไม่ต้องไปพูดต่อ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

    จากนั้นก็ควรจบกระบวนการคิด แล้วนิ่งรับผลที่ตามมาเท่านั้น

    จบ... ขอโทษครับ

    เปลี่ยนเรื่องคิด(ต่อจากคิด...คิด...คิด...)

    จะรู้ได้อย่างไรว่า เราไม่คิด หรือ คิดผิด
    หรือต้องถามคนที่คิดมากกว่าเรา ซับซ้อนกว่าเรามีประสบการณ์มากกว่าเรา
    แล้ว การไม่คิด กับ คิดผิด ให้ผลเหมือนกันหรือเปล่า คิดไม่ออก

    แต่ที่คิดอยากจะทำให้ได้
    คือการทำดีโดยไม่ต้องคิด

    หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น ( -_-")

    อ่าว! แล้วดีหรือไม่ดี นี่ใครกำหนดหว่า

    (*0*) อ๊ากกกก ปวดหัว จะคิดต่อทำไมเนี่ย

    ( -_-) เออ นั่นสินะ

    (_ _) เข้าสู่อนันตสภาวะดีกว่า(_ _)จะได้ เลิกเถียงกับตัวเอง



    อา เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไม่ตัวเองถึงเขียนนิยายได้หลายภาคไม่จบไม่สิ้น

    จนเพื่อนถามว่า นิยายเอ็งไม่มีบทสรุปเรอะ

    พอลองกลับไปรื้อฟื้นความจำ อ่อ มันมีบางแง่มุมที่วนซ้ำไปมา

    (*0*) อ๊ะ ที่เราเป็นคนคิดมาก คิดซ้ำซาก คิดวกวนย้ำคิดย้ำทำอย่างนี้เอง งานที่เขียนมันเลยไม่จบสักที


    ( - -) เอ แต่มันก็มีบางมุมที่มันเป็นแง่มุมใหม่ๆเหมือนกันนะ

    (*0*) เฮ้ยตัวข้า เอ็งกำลังเข้าสู่อนันตสภาวะนะเว้ย (-*-)

    (- -") อ่าว ถ้าเข้าสู่อนันตสภาวะเอ็งจะเขียนอะไรออกเหรอถามโง่ๆ

    (. .) เอ่อ...

    ("- -) แล้วตกลงเอ็ง(หรือตูข้า)จะคิดแล้วเขียนทำไมเนี่ย

    (- -) ในอนันตสภาวะมันน่าเบื่อล่ะมั้ง ตะกี้รู้สึกเข้าไปแตะนิดนึงถอนหายใจปุ๊บนิ้วมันก็กดคีย์บอร์ดต่อแล้ว

    (- -) นะโม พุทโธ ธัมโม สังโฆอนัจจังวัฏสังขารา นะโมพุทธายะ ชินะบัญชะระ ปะริตตังมังรักขะตุ สัพธา

    ("- __-) เฮ้ย! สวดอะไร จะสวดทำไมนี่เอ็งไม่ได้เข้าสู่อนันตสภาวะแล้ว!

    (-*-) ตัวเอ็ง(ตัวตู)ตัวข้า เอ็งได้ข้อสรุปหรือยัง

    (^0^)y ได้แล้วๆ 

    ( - _-) ว่า

    (^0^)b ก็ตูกำลังฟุ้งซ่าน! ไง



    ( - _-) เฮ้ยนี่เอ็งยังไม่หยุดคิดอีกเหรอ ไม่อายชาวบ้านที่อ่านเลยใช่มั้ย

    (- -) อ๊ะ มีคนมากดไลค์ด้วย

    (- - ) นี่เอ็งนึกว่าเอ็ง เป็น อุดม แต้พานิชเหรอ มาเดี่ยวไมโครโฟนบนเฟซบุ๊ก

    ( - -) เค้าก็แค่เดี่ยวคีย์บอร์ดไม่ได้เดี่ยวไมโครโฟนสักกะหน่อย

    (- - ) เอ็งเกรียนละ จะแถสินะ

    (-*- ) ข้ากะเอ็งคนเดียวกันนะ รักษาหน้ากันบ้างสิโว้ย!

    ( - -) นี่ๆเอ็งว่าจะมีคนตามอ่านมั้ยฟะ

    อ๊ะ นั่นสิ (- - )

    ( - -) ตอนนี้เก้าโมงเช้า เขาไม่ทำงานทำการกันหรือไงฟะ(กระซิบ)

    เอ็งจะกระซิบหาของมีคมหอกอะไรด้วยคีย์บอร์ด ไอ้บ้า!แถมยังไปว่าคนอ่านเขาอีกเขาอีก (-*- )

    (- -) พวกเอ็งจะทะเลาะอะไรกันเนี่ย

    ( *0*)/ (-_-) (*0* )/

    เฮ้ย ตูข้ามีสองคนนี่ก็มากแล้ว ยังมีตูข้าตัวที่สามอีกเหรอ

    (- -) ถ้าเอ็งสองตัวยังไม่หยุดตูจะไปเรียกพวกเซลล์สมองทั้งหมดมารุมกระทืบเอ็งสองเซลล์

    (*0*) (*0*) ห๊ะ! เซลล์ เราเป็นเซลล์รึนี่

    (- -)+ เฮ้ย เซลล์สมองตัวแรก อย่าไปยุ่งกับพวกมันเลย มันสองตัวเซลล์เป็นเซลล์ประสาท

    (- -)(- -) หืมม์ ไอ้ตัวที่สี่โผล่มาอีกแถมว่าเราสองคนบ้าอีกอ่ะ

    (- -) สงสัยคนเขียนมันลืมกินยา

    (ผู้เขียน) กินแล้วเว้ย!

    (- -) ชะ พิมพ์เองตอบซะเองด้วย

    (ผู้เขียน) แบร่ แบร่ แบร่!

    (- - ) นี่เซลล์สมอง

    ( - -) อะไรเซลล์บ้า

    เซลล์ประสาทว้อย (-8-)

    ( - -) เซลล์ประสาทอย่างเอ็งคิดเป็นด้วยรึ นึกว่าได้แต่ตอบสนองโดยไม่คิด

    ตายหอง จริงด้วย <(*0*)>

    (- -) ตกลงคนเขียน เอ็งได้ข้อสรุปหรือยัง ตูเซลล์สมองคิดเหนื่อยแล้ว

    (ผู้เขียน) อ่อ ตกลงตูใช้เซลล์ประสาทคิดมากกว่าเซลล์สมองหรือเนี่ย

    (- -) ตูเหนื่อยจริงๆ ที่แบ่งตัวมาเป็นเซลล์สมองของเอ็งอยากจะโละโครโมโซมส่วนที่บ้าๆบอๆของเอ็งออกก็ทำไม่ได้ เดี๋ยวเอ็งปัญญาอ่อนกันพอดี

    (ผู้เขียน) รู้แล้วน่า

    (- -) อัลไล(อะไร)

    (ผู้เขียน) ปวดฉิ๊งฉ่อง

    ( "- -) หน้าด้านออกสื่อจริงๆ ก็รีบไปห้องน้ำสิโว้ย!



    (เรื่องเซลล์ๆมีอีกเยอะ ขอเชิญพบกับเซลล์อำมาตย์V.S. เซลล์ไพร่คั่นเวลา)

    นี่เอ็งไม่กลัวเปลืองตัวเรอะ! เซลล์หัวแม่เท้า (-_-) เซลล์สมองกล่าว

     ( - -) อย่ามาสั่งๆ พวกอำมาตย์เซลล์สมองพวกเอ็งมีจำนวนจำกัดแล้วแบ่งเซลล์ไม่ได้อีกด้วย

     หิวเว้ยๆ! (ใครประท้วงเสียงดังฟะ) 

     "เม็ดเลือดแดงกับพวกกำลังไปชุมนุมกันที่ระบบย่อยอาหารพวกมันอยู่หน้ากระเพาะกับลำไส้ พวกเขากำลังพยายามแหกผิวกระเพาะเข้ามา" (-- ) เซลล์ประสาทรายงาน

    ( - -) "จัดสไนเปอร์ไปให้สักชุดสิ"เซลล์อำมาตย์เซลล์หนึ่งตอบ

    "นี่เอ็งอยู่ส่วนไหนของสมองถึงไร้สามัญสำนึกแบบนี้" (-*-)เซลล์สมองอีกเซลล์หนึ่งในสภากะลา เอ้ย กะโหลกศีรษะสวนทันควัน

    "ถ้าพวกผู้เขียนมันรู้ ผู้เขียนมันก็เป็นหมอไปแล้วน่ะสิ" (-- ) เซลล์ประสาทเอ่ย

     "ไม่แน่นะเจ้าเซลล์นั่นมันอาจเป็นเนื้อร้าย เป็นเซลล์มะเร็งที่สมองก็เป็นได้"สมาชิกเซลล์สมองอีกเซลล์หนึ่งตอบ

    ( - -)"แต่ดูที่โครโมโซมของมันสิ ไม่ต่างจากเราเลย" "ทั้งๆที่เซลล์สมองเหมือนกันแค่อยู่คนละส่วน ยังคิดไม่เหมือนกันเลย"

    "เรื่องมันชักลึกลับซับซ้อนเรื่องของสมองเป็นความลับสุดยอด แม้แต่หมอเก่งๆ ยังอธิบายไม่ได้เลยนะเนี่ย"

     "จ๊อกกกก จ๊อกกกกกถึงเวลาโหวตแล้ว" เสียงของเซลล์ทั่วร่างกายดังขึ้น

    "บุกเลยพี่น้อง!ทำลายผนังกระเพาะให้ได้" แกนนำเซลล์เม็ดเลือดสั่งการ

    "เราจะไม่ส่งน้ำและสารอาหารไปยังสมองจนกว่าพวกเขาจะสั่งการให้ผู้เขียนลุกไปกินข้าว"

    "และเราจะไม่ส่งออกซิเจนไปด้วยหากพวกเซลล์อำมาตย์ยังดื้อดึง ก็ให้พวกมันมาไหลตามเส้นเลือดเหมือนพวกเราบ้าง"แกนนำเม็ดเลือดอีกคนหนึ่งประกาศก้อง

    "ไอ้พวกไร้นิวเคลียส!"เซลล์สมองไร้สำนึกตวาดด้วยความโกรธเมื่อได้ยินรายงานของเซลล์ประสาท



    ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นว่า "พวกเซลล์เม็ดเลือดสลายม็อบกลับไปแล้วครับ" เซลล์ประสาทรายงาน


    "ดีแล้วล่ะ" เสียงของเซลล์หัวใจก้องขึ้น เธอไม่เคยได้กล่าวอะไรมากนักพวกเธอคือเหล่าเซลล์หัวใจผู้ปิดทองหลังพระ




    "ที่แท้เป็นเธอนี่เอง หัวใจที่ไปเจรจาให้พวกเม็ดเลือดกลับไปทำงาน"



    "หัวใจเป็นศูนย์รวมของเลือด เมื่อถึงวิกฤตจริงๆฉันถึงจะเอ่ยคำ"ผู้นำเซลล์หัวใจตอบ

    "ฉันบอกเซลล์ประสาทว่าหากเรื่องนี้ผ่านสภากระโหลกคงไม่ทันการณ์พวกเซลล์ประสาทเลยถือวิสาสะสั่งการโดยไม่ผ่านสมอง แล้วในที่สุดผู้เขียนก็ลุกไปกินก๋วยเเตี๋ยวปากซอย" ผู้นำเซลล์หัวใจเอ่ย


    "ระหว่างที่เอ็งมัวแต่ถกเถียงหาข้อสรุปโดยไม่ใส่ใจเซลล์ส่วนอื่นผู้เขียนก็กินอาหารจนอิ่มแล้ว พวกเอ็งไม่รู้ตัวเลยสินะ" เซลล์ประสาทกล่าว


    "พวกเซลล์อื่นๆของร่างกายทำงานอย่างหนักเพื่อให้พวกเอ็งบริหารร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์นี่อะไร เอาแต่ถกเถียง และขัดแย้ง พวกเอ็งนี่มัน..."เซลล์หัวแม่เท้ากล่าวยังไม่ทันจบ เขาก็ค่อยๆแห้งตายกลายเป็นหนังกำพร้า


    "โอ้ อนิจจา" เซลล์ทั้งหลายต่างหยุดทำงานเพื่อไว้อาลัยเขาชั่วครู่


    "อย่านานนักนะ เดี๋ยวได้ตายกันหมด" เสียงผู้เขียนร้องขึ้น


    "กลับไปทำงานของพวกเธอเถิด เซลล์ทั้งหลาย" เซลล์หัวใจกล่าว

    "เดี๋ยวก่อนสมอง พวกเธอน่าจะสำนึกได้นะ"หัวใจพูดรั้งเซลล์สมอง

    "ไม่มีวัน ไม่มีวัน" แม้วลีนี้ปรากฏอยู่บนหน้านิยาย ก็ไม่มีใครสนใจ เพราะมันเป็นความคิดของเซลล์สมองเพียงคนเดียว

    ทั้งนี้ไม่มีใครสนใจใส่ใจในเรื่องความคิดของเซลล์สมองเลยแม้แต่ตัวผู้เขียนเองก็ยังไม่สนใจตัวเหมือนกัน

    จบตอนคั่นเวลา...

    (ตอนนี้เครียดแฮะ ไม่ฮาเลยไว้กลับไปต่อตอนเดิมที่ยังค้างอยู่ก็แล้วกัน)


    ( ^0^)/ สวัสดีทุกคนวันนี้เป็นอะไรตลกกันจัง

    (_ _) (กระซิบ) มันมาแระ อย่าไปสนใจมันมันแค่เซลล์ติ่งหู

    (-*- ) ไอ้พวกเซลล์กากๆ ตูได้ยินนะว้อย

    ( -*-) อย่ามาว่าพวกตูเป็นเซลลูโลสนะเฟ้ย พวกตูนี่เป็นเซลล์สัตว์ชั้นสูง

    (- -") สมเป็นเซลล์ติ่งหูจริงๆตูพิมพ์แบบกระซิบมันยังได้ยินเลย

    (-*- ) พวกเอ็ง ไม่รู้หรอก เมื่อวานไอ้คนเขียนมันโดนเพื่อนนักเขียนว่ามา

    ("- -) สมเป็นเซลล์ติ่งหู มันรู้ทุกเรื่อง

    (-_-) คนเขียนมันโดนกะรัตเตือนว่าเขียนทำไมหลายภาค ไม่มีบทจบบทสรุป

    6(- -)? กะรัต ใครฟะ

    (-_-)/ ก็นักเขียนที่เขาเขียนเรื่องบัลลังก์เสน่หาไงมีผลงานหลายเล่มหลายเรื่องด้วย

    (- -) ติ่งหู นี่เอ็งขออนุญาตเขาหรือยัง เอาเขามาอ้างอิงน่ะ

    ( - -) นี่เซลล์สมองเอ็งโง่หรือไง ไปสวนเซลล์ติ่งหูแบบนั้น เดี๋ยวโดนเหวี่ยงใส่หรอก

    (ผู้เขียน) ตูเริ่มเหนื่อยแล้ว ไปพักก่อนได้มั้ย

    อ่าว! งั้นพวกเราเหล่าเซลล์ก็อดออกสื่อน่ะสิ

    (ผู้เขียน) ถ้าตูยังไม่ตายพวกเอ็งก็ยังได้ออกสื่อแน่ บาย!

    ช่วงเวลาหนึ่งผ่านไป...

    ( -*-) เฮอะ แค่เซลล์ติ่งหู ฉันจะต้องกลัวพวกเธอทำไม รู้มั้ยพวกเธอแทบไม่มีประโยชน์อะไรต่อร่างกายเลย

    (-*- ) เหอะ ถ้าไม่มีครอบครัวหูของฉันพวกสมองอย่างเธอก็ไม่มีวันรับรู้และสื่อสารกับโลกภายนอกด้วยหรอก

    (- -) แต่ข้อมูลที่พวกเธอรับมาไม่ใช่เรื่องดีทั้งหมด

    ( -*-) นั่นไม่ใช่หน้าที่ของฉันที่จะมาแยกแยะเรื่องดีหรือไม่ดีเมื่อมีเสียงฉันก็ได้ยินหมดนั่นแหละ

    (- - ) นี่ตา เธอจะไม่พูดอะไรบ้างเหรอ

    (- _-) ยายอยู่ไหน?

    (-*-) !!! (ติ่งหูอึ้ง)

    ( - -) ติ่งหู ตาของผู้เขียนเริ่มเลื่อนลอยแล้ว

    (T_T) ทำไมล่ะตา ตาเป็นอะไร

    ( - -) สงสัยผู้เขียนอิ่มแล้วเริ่มง่วง ดูสิเซลล์สมองเงียบไปแล้วเซลล์ประสาทอย่างฉันก็เริ่มอ่อนล้าแล้ว

    เริ่มไม่ตลกแล้วสิ (ผู้เขียน)

    ( - -) เอาน่าตัวฉัน ตลกอย่างเดียวมันเฝือ ฮาอย่างเดียวไม่สนุกหรอก

    (- - ) ตะกี้ยังนึกมุกตลกได้เยอะแยะเลยแล้วพอไปเขียนตอนหักเหลี่ยมสมองก็ลืมมุกไปหมด

    ( - -) ก็บอกแล้วว่าอย่ายุ่งเรื่องการเมือง

    ( - -) เฮ้อ คราวนี้แหละคงได้อยู่ในอนันตสภาวะจริงๆ

    (- - ) คิดจนง่วงสินะ เหนื่อยแล้วจริงๆ จบภาคนี้ก่อนเถอะ

    ได้ พวกเราเหนือยมาพอแล้ว พักดีกว่า  

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in