MOVIES MEMOvarious_memo
ย้อนดูหนัง Contagion สัมผัสล้างโลก (2011)
  • *เนื้อหาบางส่วนเปิดเผยเรื่องราวในภาพยนตร์*

    "ความกลัว" เป็นอารมณ์และความรู้สึกที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่เรายังจำความไม่ได้ และความกลัว "การตาย" เป็นสิ่งที่ซ่อนเร้นอย่างลับๆ อยู่ภายในความคิด ภายในจิตใจของเรา เราไม่สามารถระบุวันตายและสาเหตุการตายของเราได้ เพราะเป็นสิ่งที่เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นมาเมื่อใด 

    ยิ่งหากเกิดการตายในกลุ่มคนหมู่มาก ที่เราไม่รู้เลยว่า สาเหตุการตายเกิดจากอะไร? ไม่มีวิธีป้องกัน แล้วเราจะมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้หรือไม่? ยิ่งขับดันความกลัวการตายให้เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ รวมถึงเราจะเริ่มแสดงสัญชาติญาณดิบในตนเองออกมา 

    Contagion หรือในชื่อไทย สัมผัสล้างโลก ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2011 บอกเล่าถึงเหตุการณ์ของตัวละครกลุ่มหนึ่งที่ร่วมกันเล่นคาสิโนที่เกาะฮ่องกง เมื่อตัวละครต่างแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านของตน ทุกตัวละครเริ่มมีอาการเจ็บป่วยคล้ายอาการไข้หวัดใหญ่และเสียชีวิตลงในไม่กี่วัน ส่วนตัวละครอื่นๆ ที่เคยสัมผัสพวกเขา หรือเคยสัมผัสสิ่งของที่ตัวละครกลุ่มนี้เคยใช้เคยจับ หรือสูดหายใจในระยะประชิด ก็จะเสียชีวิตลงเช่นกัน

    ต่อมาเริ่มมีผู้เสียชีวิตมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดกลายเป็นภาวะการระบาดของโรค (Pandemic) ไปทั่วโลก ที่ขณะนี้เรารู้เพียงว่ามันเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ สันนิษฐานได้เพียงวิธีการติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ ยังไม่สามารถคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสนี้จากผู้ติดเชื้อแล้วและกำลังล้มป่วยให้หายเป็นปกติได้ 

    ภาวะการระบาดของโรคใน The Contagion ทำให้ตัวละครที่ยังมีชีวิตรอดตกอยู่ในสภาวะ "การกลัวความตาย" และระหว่างที่ภาพยนตร์กำลังดำเนินเรื่องไป ผู้ชมจะได้รู้เห็นสันดานดิบอันหลากหลายทั้งด้านดีและด้านเลวของตัวละครต่างๆ ในเรื่องนี้

    ความเห็นแก่ตัว ปะทะ ความเห็นแก่ส่วนรวม 

    เมื่อเหตุการณ์ภายในเรื่องถึงจุดวิกฤต "ทุกตัวละครต่างต้องการมีชีวิตรอด" ตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่องนี้ล้วนเห็นแก่ตัว โดยเราจะเห็นเหตุการณ์แย่งชิงข้าวของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ แย่งชิงยาหลอก (Placebo) ส่วนตัวละครที่มีสถานะพิเศษก็ได้รับวัคซีนโดยไม่ต้องรอลำดับเหมือนตัวละครทั่วไป และตัวละครที่หน้าเงินใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือให้ได้มาซึ่งสิ่งนี้ 

    มีเพียงตัวละครส่วนน้อยที่เห็นแก่ส่วนรวม โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เจาะจงไปที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) เราจะเห็นว่าเจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่ติดเชื้อไปแล้ว ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่และหวังให้พื้นที่นั้นมีผู้ติดเชื้อน้อยที่สุด แม้จะจบชีวิตลงอย่างไร้ค่า หรือเจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่ทุ่มเทจนสามารถสร้างวัคซีนต้นแบบได้สำเร็จ เพื่อให้เกิดการผลิตวัคซีนขึ้นเร็วที่สุด จึงได้เสี่ยงอุทิศตัวและทดลองวัคซีนนี้ด้วยตนเอง

    การโกหกหลอกลวง-ปกปิด ปะทะ การเปิดเผยความจริง

    หลายครั้งหลายครา การโกหกหลองลวงด้วยการสร้าง ข่าวลือ (Rumors), ข่าวปลอม (Fake News) เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิด "ความกลัว" ในกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายของผู้ส่งสารมากยิ่งขึ้น ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงพุ่งประเด็นไปที่ตัวละครสื่อ (Media) รายหนึ่งที่ไร้จรรยาบรรณ นำเสนอข่าวปลอม (Fake News) และทำให้ผู้ที่ติดตามเกิดความเชื่อ ร่ำลือกันและในที่สุดก็สร้างความโกลาหลขึ้นในสังคม แต่ที่น่าเจ็บใจกว่า คือ สื่อรายนี้แทบไม่ได้รับการลงโทษใดๆเลย (คุ้นกันหรือไม่?)

    ส่วนการปกปิดและการเปิดเผยความจริงของภาวะโรคระบาด ภาพยนตร์เรื่องนี้พุ่งประเด็นไปที่ตัวละครในกลุ่มชนชั้นปกครองของประเทศ ที่พยายามปกปิดภาวะการระบาดของโรคให้ถึงที่สุดจนกว่าจะปิดบังไว้ไม่ได้ แล้วจึงยอมรับที่จะเปิดเผยข้อมูล เราจึงตั้งคำถามกับประเด็นนี้ว่า "เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤต ข้อมูลหรือรายงานที่ภาครัฐแจ้งให้ประชาชนทราบ เป็นความจริงทั้งหมดหรือไม่? หากไม่ใช่และกระทบกับชีวิต เราจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้รอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้"

    คำตอบแวบแรกที่เข้ามาในสมองของเรา คือ การตระหนักรู้และมีสติ แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ใช่สันดานดิบที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถฝึกฝนและพัฒนาได้จากการทำสมาธิ (โดยไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมทางศาสนา) 

    เราเชื่อว่า "การตระหนักรู้และมีสติ" จะสามารถคัดกรองความจริงให้เข้าถึงตัวเราได้มากขึ้น เช่น ข้อมูลที่จำเป็นกับการมีชีวิตรอด สิ่งที่มีความหมายต่อการมีชีวิตรอดของเรา ฯลฯ ทั้งยังลด-ละความเห็นแก่ตัวทำเพื่อส่วนรวมมากยิ่งขึ้น และช่วยให้รอดพ้นจากเหตุการณ์วิกฤต เฉกเช่น เหตุการณ์ระบาดของโรคที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in