เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
DEAL WITH IT ฮาวไอดีลวิทอิทmanymilds24
Page 1: สติแตกคือยังไงนะ?
  • คืนวันอังคาร//

    เราวางกล่องพัสดุจากโรงพยาบาลสวนปรุงไว้บนโต๊ะทำงานแต่ก็ไม่ได้สนใจมันมาก เช่นว่า ก็จำไม่ได้เป๊ะๆเลยด้วยซ้ำว่ามันมาถึงวันที่เท่าไหร่ จำได้แค่ว่ามันส่งมาเป็นกล่องที่2 เราเข้าใจว่าระบบคงทำงานผิดพลาด พอถามกลับไปก็ได้รับแจ้งว่าให้ส่งกล่องแรกคืน แล้วทานยาจากกล่องที่สองแทน อย่างที่บอก เราจำไม่ได้ว่ามันมาถึงวันไหนเป๊ะๆ แต่ก็เริ่มมองมันเมื่อรู้สึกสติแตกแต่ดันฉลาดนึกขึ้นมาได้ว่าในตอนนี้เรามียานอนหลับ+ยารักษาซึมเศร้าที่ออกฤทธิ์ช่วยให้นอน อยู่กับตัวในปริมาณที่จะไม่ต้องไปโรงพยาบาลอีกราวครึ่งปี

    เสียงช่างก่อสร้างบ้านข้างซ้ายที่โดนเร่งงาน
    เสียงช่างก่อสร้างบ้านเยื้องข้างหน้าตัดเหล็ก
    พ่อเลี้ยงทำตัวเป็นมนุษย์ขยะเปียกกินๆนอนๆในขณะที่แม่เราขายเนื้อหมูทำงานหนักในตลาดตั้งแต่เช้ามืดจนฟ้ามืด
    แม่-ผู้มีป่วยเป็นวิตกกังวลอย่างชัดเจน 
    แต่ยังคงปฏิเสธว่าลูกสาวคนโตเป็นซึมเศร้า และลูกสาวคนเล็กเป็นวิตกกังวล
    แม่-ผู้มองเห็นแต่ข้อเสียของทุกอย่าง แต่เลือกที่จะ อดทน เป็นการแก้ปัญหา
    เรา-พนักงานประจำที่ต้อง wfh แต่ไม่สามารถอยู่บ้านได้ด้วยมลภาวะทางเสียงและทนไม่ได้กับการเห็นผชขยะเปียกอยู่ในบ้าน

    อดทนเอาสิ แม่พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

    คนเมือง/คนเหนือ มักจะมีคำ/สุภาษิตที่ผู้สูงวัยกว่ามักจะบอกเด็กว่า

    ‘ ใหญ่ละอดเอา ‘

    โตแล้วอดทนเอา(นะจ๊ะ)
    ถ้าคุณเคยฟังเพลงของพี่กอล์ฟ f.hero น้ำเสียงคุณสุนทรีถ่ายทอดปรัชญาของคนเมืองได้ทุกเม็ดทุกหน่วย นกที่ตื่นเช้าจะได้กินหนอนดี จะได้ใช้ชีวิตก่อนพวกตื่นสาย สอนให้อดทนกับทุกอย่างที่ประดังประเดเข้ามา

    แต่แม่อาจไม่เก็ตว่า ลูกสาวแม่อาจเป็นหนอนตื่นสายก็ได้ไง

    ในขณะที่ขยะเปียกอาจไม่ต้องการสมาธิในการคิดแผนพัฒนาภาพลักษณ์องค์กร คอมเม้นอาร์ตเวิร์ค นำเสนอไอเดียครีเอทีฟใหม่ๆ คอมโพไมส์กับเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน แบกความควาดหวังว่าฉันจะต้องผ่านช่วงโปรและไม่ตกงานในสภาวะโควิดระบาดแถมยังไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก ใช่ฉันดูถูกเขา ฉันโกรธตัวเอง โกรธแม่ โกรธที่กลับมาอยู่ในบ้านหลังนี้อีก

    คืนนั้นเราหยิบยาทุกถุงออกมากองบนเตียงแล้วพยายามหาข้อมูลว่ายาแต่ละตัวให้ผลแบบไหน ตัวไหนควรกินไม่เกินกี่โดสต่อวัน ยาช่วยให้นอนหลับมีทั้งหมด 40 เม็ด ไม่รู้หรอกว่าจะพอให้โอเวอร์โดสมั้ย

    อดทน

    ไม่ล่ะ อดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ขออนุญาตไปสบายเลยได้มั้ย
    เราต้องตัดสินใจระหว่าง ลงมือ กับ ขอให้ใครสักคนอนุญาต

    ไม่ไหวแล้วอ่ะ แต่ขอบอกลาเพื่อนสักหน่อยละกัน

    อย่าทำนะ 

    เพื่อนคนนั้นโทรมาหลังจากที่เล่าเรื่องยา 40 เม็ดในมือไปแล้ว 

    เฮ่อ

    เอาจริงๆนะ เรารู้อยู่แล้วว่าถ้าเราคุยกับใคร เราจะได้รีแอ็คแบบไหนกลับมา ถ้าวันนั้นเราโทรหาเพื่อนที่จะตอบกลับมาว่า มึงอ่ะคิดมาก จะเครียดอะไรขนาดนั้น กุไปกินหมูทะก่อนนะ แล้ววางสายไป เออเนี่ยในจุดนั้นก็พร้อมโดดลงหลุมเลยจริงมั้ยล่ะ

    เอาจริงๆแล้ว ในฐานะผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสายน้ำตาไหลพราก เราพยายามศึกษาเกี่ยวกับโรค ต่อสู้มันด้วยตัวเอง(ไม่มีเพื่อนสนิท+แม่ไม่ยอมรับเรื่องโรคนี้) 

    แก…มันเหนื่อยนะเว้ย

    แกคิดว่าเราอ่อนแออ่อ เราต้องศึกษาเพื่อจะได้อธิบายเรื่องโรคนี้ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นแฟชั่นของเด็กยุคนี้ฟัง(ซึ่งกุรู้พูดไปก็เท่านั้น) เราต้องทนฟังคนไล่ไปศึกษาธรรมะ ไปเจริญสติปัญญา(เอะ นี่เค้าว่าเราอีคิวต่ำป่ะวะ) ฝึกหายใจ ฝึกเขียนบันทึกมองโลกในแง่ดี เขียน free writing เขียน morning page เขียนบูลโจ ฝึกมองโลกในแง่ดีในแต่ละวันเพื่อเทรนสมองจากมองแต่อะไรลบๆมาตลอดชีวิต แดกยาแบบสุมที่เคยทั้งไฮเหมือนเมายา และซึมเป็นลูกโป่งฟีบ แกว่าเราไม่พยายามแก้ปัญหาอ่อ ดูถูกเราเกินไปแล้วเว้ย อส (แหมะมันขึ้น)

    ทริค 1 - ส่งสัญญาณ sos ไปเซฟโซน
    ถ้าเรารู้ว่าเราจะมีโอกาสโดนเอ็คเฟ็คจากคำพูดเพื่อนได้ง่ายๆ ให้แจ้งเพื่อนที่ไว้ใจที่สุด/ดูเหมือนจะเข้าใจและรับมือไหว ว่าถ้าเราดิ่ง เราจะขอบอกแกได้มั้ย ขอส่งสัญญาณหาแกได้มั้ย ของเราจะมีอยู่2-3คน อย่างน้อยคนนึงต้องสามารถเข้าถึงตัว/อยู่ใกล้เราพอที่จะมาเก็บซากเราได้ อันนี้แนะนำว่าเวิร์ค เพื่อนที่ดีจะไม่ปล่อยมือเราง่ายๆหรือคิดว่าเป็นภาระ แต่อันนี้เราก็ต้องรู้จุดเกรงใจกัน ไม่ใช่ไปวอแวทุกเมื่อเชื่อวัน เพื่อนอาจจะเริ่มไม่ไหว เทคแคร์ความรู้สึกซึ่งกันและกันไปด้วย

    ทริค 2 - สังเกตตัวเองเยอะๆ
    เมื่อเราเริ่ม ไม่โอเค/คอนโทรลไม่ได้/ไม่มีสมาธิ ฟังดูยังไม่ชัดเจนแบบเห็นได้เร็วๆ
    เอาใหม่ ตัวอย่างของเราคือ หายใจไม่ทัน(เพราะโมโห/หงุดหงิด) ร้องไห้(ผิดหวัง/โกรธ) เริ่มข่วน/หยิกแขนและมือ เราจะเรียกสัญญาณเหล่านี้ว่า สติแตก ทางแก้คือเราสัญญากับตัวเองแม้ไม่มีสติแล้ว แกเห็นแขนแกลายเป็นเส้นแดง แกไม่โอเคแล้ว แกต้องขอความช่วยเหลือ

    อดทน

    .

    เช้าวันพุธ// ฉันสติแตกโดยเกือบสมบูรณ์

    เสียงก่อสร้างยังอยู่ พ่อเลี้ยงขยะเปียกยังอยู่ หน้าที่การงานที่มีความกดดันสูงขึ้น
    ฉันร้องไห้ทันทีที่ตื่นนอน เปิดคอมแล้วก็ยังไม่สามารถปรับโฟกัสได้
    มองยาทั้งกอง ไม่อ่ะ ไม่ได้ต้องการยา ฉันต้องพูด พูดโดยไม่อยากจะกรองว่าใครจะตัดสินอะไร
    เราพยามขับมอไซต์ไปโรงพยาบาลแต่ก็ต้องจอดร้องไห้ถึงสองรอบ เลยตัดสินใจโทรหาพี่คนหนึ่งให้มารับที่ร้านกาแฟร้านประจำ เรารบกวนให้เขาพาไปส่งโรงพยาบาล

    ฉันปฏิเสธยาที่หมอจะสั่งเพิ่มให้ท่าเดียว ไม่มองหน้า ไม่ถงไม่ถามอะไรนอกจากอาการทางกาย ฉันเจอจิตแพทย์มา4-5คน ก็พอจะเดาสไตล์ออก หมอแนวนี้จะถามเราว่า แล้วจะให้หมอช่วยยังไงคะ

    ทริค3 - คุยกับใครไม่ได้ คุยกับนักจิตบำบัด
    คิดแบบทื่อๆเลย นักจิตเขาถูกจ้างมาฟังและแนะนำด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เปิดใจ แล้วคุยเหมือนเราเล่าหนังเรื่องนึงที่เราดูมาให้เขาฟัง ใส่ความคิดเห็น แสดงความรู้สึก แลกเปลี่ยนวิธีการแก้/รับมือกับปัญหา สุดท้ายแล้วจะนำไปใช้หรือไม่อย่างไร ก็เป็นการฝึก Critical thinking ไปในตัว

    เราไม่ต่อต้านแต่ไม่เห็นด้วยกับคำสอนที่ว่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า
    เออกูโง่และบ้า แล้วจะอยู่กับมันยังไง จะหาทางจัดการยังไงความเป็นตัวเราที่เซ้นซิทีฟแบบนี้ได้ยังไง เราเคยพยายามอุดก๊อกมันไว้แล้วสุดท้ายมันก็ระเบิดออกมาจนร่างแหลกเหลวไปกองกับพื้น 

    แกโอเคมั้ย แกไหวมั้ย
    คงเพราะเรามักจะเป็นฝ่ายพูด ประโยคนี้เราไม่เคยได้ยินจากเพื่อนเลย
    ครั้งแรกที่นักจิตถามว่า คุณไหวมั้ยคะ เราร้องไห้เหมือนจะตายและขอบคุณเขาไปด้วยในใจ
    Finally
    แต่เราชิงถามตัวเองก่อนได้นะ สู้นะแกนะ be true to your self
    พักให้ไหวค่อยไปต่อ

    ถึงตัวฉัน
    แกเราเหนื่อย แต่เราก็อยากใจดีกับตัวเองให้มากกว่านี้เว้ย
    บางปัญหาที่เป็นปัญหาสมอเรือ(ผัวขยะเปียกของแม่, วัคซีนแย่, ระบบประเทศเหี้ยๆ)
    บางปัญหายังหาทางได้ เบรนสตรอมก็ได้
    แกเป็นดีไซเนอร์ งานของแกคือการแก้ปัญหา แต่แกไม่ต้องเป็นนักออกแบบตลอดเวลาก็ได้เว้ย
    แกเป็นแกที่สุขก็ยิ้ม เศร้าก็ร้องไห้ อดทนไม่ไหวก็พูดได้ พูดมันออกมาเว้ย

    //ManyMilds

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
findingtheocean (@Mayluxe)
กอด
manymilds24 (@manymilds24)
@Mayluxe ขอบคุณค่า //กอด