Third Upon A Timechasingcathy_
IV
  • ปีกหนาพาร่างของหญิงสาวทั้งสองข้ามหุบเขาและท้องน้ำมายังดินแดนลับแลที่ซึ่งไม่มีมนุษย์ผู้ใด(เว้นเสียแต่ออโร่าผู้เลอโฉมกับสเตฟานพ่อของนาง)ได้เหยียบย่างเข้ามา

    ขณะนี้เป็นเวลาพลบค่ำ ดินแดนเบื้องหน้าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดปรากฏแก่สายตาของทั้งคู่

    'ข้าอยู่ที่ใด' คงไม่มีวันหลุดออกมาจากปากหญิงสาวผู้ซึ่งเป็นราชินีและแขกอย่างอิงกริธเป็นแน่ เพราะนางย่อมรู้ดีว่าที่นี่คือที่ใด ใยต้องถามออกไปให้เสียเวลา 

    สองสตรีร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล ปีศาจสาวปล่อยมือที่โอบอุ้มร่างเล็กที่หนักอึ้งไปด้วยชุดเกราะและเครื่องแต่งกายลงเบาๆ อิงกริธดีดตัวออกจากอ้อมกอดของมาเลฟิเซนส์พลางสอดส่องสายตาไปรอบๆอย่างระแวดระวัง

    "เจ้าพาข้ามาที่นี่ทำไม?" ราชินีสาวเอ่ยถาม สายตาจับจ้องไปยังพุ่มไม้ที่เคลื่อนไหวอยู่ไกลๆ

    "เพื่อไถ่บาป" เจ้าถิ่นตอบเสียงเรียบ

    มาเลฟิเซนส์ยกยิ้มให้กับกิริยาตื่นกลัวของคนตรงหน้า 
    นางอดยอมรับไม่ได้ว่ามันรู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่เห็นศัตรูคู่แค้นเกิดหวาดกลัวที่นี่ขึ้นมาบ้าง
    หลังจากทุกอย่างที่ราชินีใจโหดได้กระทำลงไปแล้ว การที่พานางมาอยู่ที่มัวร์เห็นจะเหมาะกับนางอยู่บ้าง ร่างบางๆนั่นคงเหมาะที่จะหลบตามเงาแมกไม้ ซ่อนตัวจากบรรดาเหล่าดาร์กเฟย์ที่โกรธแค้น

    แต่หากพินิจดูให้ดีแล้วชุดออกรบสีขาวสะอาดตานั่นคงไม่เหมาะกับชัยภูมิของที่นี่สักเท่าไร
    ทั้งหนา ทั้งหนัก

    "ข้าว่าชุดนี้คงไม่เหมาะจะอยู่ป่าสักเท่าไร..." ดาร์กเฟย์เจ้าถิ่นเดินอ้อมบัลลังก์ตรงไปหาอาคันตุกะของตน สายตาจดจ้องร่างบางอย่างครุ่นคิด

    "มาเถิด ข้าจักพาเจ้าไปดูที่หลับนอน" ว่าจบมาเลฟิเซนส์ก็เดินนำลิ่วไปยังด้านในของป่าโดยไม่รอราชินีแห่งอัลสเตดได้โตแย้งอันใด

    เมื่อปราศจากเจ้าถิ่น อาคันตุกะอย่างอิงกริธก็รีบแจ้นตามหลังมาเลฟิเซนส์ไปอย่างไม่รีรอ
    อย่างน้อยๆ นางปีศาจสาวก็ยังมิได้คิดจะทำร้ายนางตอนนี้ ฉะนั้นเก็บมิตรไว้ใกล้ตัวดีกว่า

    เมื่อเดินลึกเข้ามาในตัวป่าทั้งสอบก็พบกับม่านไม้เลื้อยขนาดใหญ่ รอบข้างแวดล้อมไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด พืชบางต้นก็เรืองแสงส่องสว่างนำทางให้นางราวกับคบเพลิงในปราสาท เสียงนกร้องก้องอยู่ไกลๆ บรรยากาศดูอบอุ่นแต่ก็ร่มเย็นอย่างน่าประหลาด

    มาเลฟิเซนต์แหวกไม้เลื้อยนั้นออกแล้วพยักเพยิดให้อีกคนเดินตามเข้ามา

    "ฮัดชิ่ว!" ทันทีที่เดินผ่านแมกไม้นั้นมา ร่างเล็กก็เกิดจามออกมาอย่างห้ามไม่ได้

    "โอ้..." มาเลฟิเซนส์แสดงความแปลกใจเมื่อเห็นอีกคนแสดงท่าทีว่าอ่อนแอออกมา

    "ข้าแพ้เกสรดอกไม้" อิงกริธยกมือเล็กขึ้นถูจมูกไปมาจนเกิดรอยแดง แต่ก็ไม่วายจะจามออกมาอีกรอบ

    มาเลฟิเซนส์หัวเราะออกมาน้อยๆ คนตรงหน้าดูบอบบางเสียจนน่าขัน 
    เอวบางที่เมื่อครู่ยังอยู่ในอ้อมแขนนานนับชั่วโมงนั้นบิดไปมาเมื่อเจ้าของร่างกายเคลื่อนตัวไปสำรวจรอบๆห้อง 
    ใบหน้าสวยที่เจ้าตัวทำหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจนั้นช่างน่าทะนุถนอมและน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน 
    จมูกรั้นถูกนิ้วเล็กถูไปมาจนเกิดรอยแดง 
    ริมฝีปากบางเฉียบของนางก็น่าหลงไหลไม่แพ้ใครหากแต่นางแย้มรอยยิ้มหวานแทนที่จะเป็นการเบ้ปากเฉกเช่นที่นางกำลังทำอยู่ตอนนี้ 
    แต่ถ้าหากกล่าวชมนางแล้วไม่เอ่ยถึงดวงตาคู่สวยนั้นก็ย่อมมิได้ 
    ดวงตาคู่สีนภาสดใสที่มาเลฟิเซนส์ไม่กล้าจะสบเข้าตรงๆโดยที่ไม่รู้สึกอันใด 
    ดวงตาคู่นั้นที่ให้ความรู้สึกราวกัับจ้องมองออกไปในท้องนภาอันกว้างใหญ่ ให้ความรู้สึกทั้งสบายใจและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน

    อิงกริธจามออกมาอีกครั้งที่มุมห้องพลางรีบยกแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกตนเองเอาไว้
    มาเลฟิเซนส์เพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองจ้องมองราชินีสาวด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเมื่อชั่วโมงก่อน

    ทำไมนางช่างน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้  

    เสียงวัสดุกระทบเข้าด้วยกัน เรียกสติของมาเลฟิเซนส์ให้กลับเข้าร่าง 
    ราชินีอิงกริธกระแทกร่างบางของตัวเองลงบนเตียงนุ่ม 
    แขนเล็กขดเข้าด้วยกันบนหน้าอกแสดงความไม่พอใจ

    "ข้าว่าชุดนั่นจะทำให้เจ้าไปได้ไม่ถึงไหนหรอก วิ่งหนีทหารรักษาประตูก็รังแต่จะเหยียบชายกระโปรงตนเองล้มเปล่าๆ ข้าจะปล่อยให้เจ้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็แล้วกัน" มาเลฟิเซนส์จัดแจงโบกมือไปมาในห้องนอน พลันชุดกระโปรงหลากสีเช่นเดียวกับที่ออโรร่าเคยสวมใส่เมื่อครั้งที่นางเข้าเฝ้าอิงกริธและคิงจอห์นที่พระราชวังอัลสเตดก็ปรากฏในตู้เสื้อผ้าที่อยู่ด้านในสุดของห้อง

    ราชินีอิงกริธก้าวเข้าไปหาตู้เสื้อผ้านั้นแล้วสำรวจดูชุดวิเศษที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาเมื่อครู่ก่อนจะหันไปสบตาท้าทายกับเจ้าถิ่นอย่างไม่เกรงกลัว

    "ข้าไม่สวมชุดที่ทำขึ้นหยาบๆเช่นนี้หรอกนะ" นางเอ่ย

    "เลือกมาสักชุดแล้วเปลี่ยนเสีย"

    "..." ไร้เสียงตอบกลับจากอาคันตุกะ มีเพียงแววตาดุดันเท่านั้นที่ราชินีสาวส่งกลับมาให้เจ้าถิ่น

    "ไม่เช่นนั้น..." มาเลฟิเซนส์ว่าต่อด้วยท่าทางสบายๆ

    "ไม่เช่นนั้นอะไร?" อิงกริธถามออกไปด้วยความรู้สึกหวั่นใจ

    ร่างสูงก้าวเดินออกไปจากห้องแล้วหันกลับมาแสยะยิ้มส่งให้ศัตรูคู่แค้น

    "...ไม่เช่นนั้นข้าจะเปลี่ยนให้เจ้าด้วยตัวข้าเอง"

    พูดจบมาเลฟิเซนส์ก็จ้ำอ้าวออกจากห้องไป ทิ้งราชินีอิงกริธไว้ผู้เดียวกับใบหน้าของนางที่เริ่มแดงก่ำอย่าห้ามไม่ได้

  • มันเป็นเพราะความโกรธ

    ราชินีสาวย้ำเตือนกับตนเองทั้งที่พยายามควบคุมสติของตน

    มันเป็นเพราะความโกรธที่ทำให้เลือดของนางสูบฉีดไปทั่วร่างกายแบบนี้
    นางย้ำเตือนกับตัวเองอีกครั้ง

    เป็นเพราะความโกรธ หาใช่ความเสน่หาไม่

    มิใช่ความเสน่หาเลยแม้แต่น้อย 
    เพราะนางมิได้คิดถึงมือเรียวยาวคู่นั้นยามเมื่อมันสัมผัสเข้าที่หลังต้นคอ
    มิได้คิดถึงความนุ่มนวลที่นางรู้สึกเมื่อยาวมือเรียวคู่นั้นสัมผัสเข้าที่ต้นขาครั้งที่นางปีศาจอุ้มพานางมาที่เมืองมัวร์แห่งนี้
    มิได้รู้สึกไหววูบในช่องท้องเมื่อยามใบหน้าสวยที่แสนจะอัปลักษณ์ของนางปีศาจอยู่ห่างไปเพียงคืบหนึ่งเท่านั้น
    มิได้จินตนาการตามสิ่งที่นางปีศาจเอ่ยขึ้นเมื่อครู่เลย
    นางมิได้รู้สึกสิ่งใดเลย

    ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้างั้นหรือ
    เฮอะ! อย่าได้คิดหวังเลย!

    นางไม่พอใจกับความรู้สึกที่นางมีในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย
    นางปีศาจนั่นบังอาจมาสั่งนางผู้ซึ่งเป็นราชินีแห่งอัลสเตด
    แถมยังพูดจาเย้าหยอกราวกับเป็นชู้รักของนางเสียด้วย

    ราชินีสาวกระแทกเท้าไปยังตู้เสื้อผ้า

    แต่เปลี่ยนชุดเสียหน่อยก็ดี 
    ชุดนี้เปียกชุ่มไปด้วยทั้งเหงื่อ ทั้งกลิ่นสงคราม
    และนางสวมมันมานานเกินไป

    อิงกริธเอื้อมไปปลดชุดราตรีสีม่วงอ่อนออกจากไม้แขวน นำมาทาบกับร่างของตนที่หน้ากระจกไม้บานใหญ่ก่อนจะหมุนร่างเล็กของตนไปมา

    นี่ก็ไม่เลว

    ในขณะที่ปลดเปลื้องเครื่องประดับออกจากร่างกายจนหมดก็ถึงคราวที่ต้องถอดชุดและคอร์เซ็ต
    มันมิใช่เรื่องยากเลยหากเพียงแต่ตอนสวมนางได้เป็นผู้สวมมันเอง...มิใช่เหล่านางกำนัล

    ให้ตายเถอะ!

    อิงกริธสบถในใจก่อนจะตัดสินใจโผล่หน้าผ่านม่านไม้เลื้อยออกไปข้างนอก สายตาสอดส่องหาผู้ที่จะช่วยนางถอดชุดบ้าๆนี่ และผู้เดียวที่นางรู้จักในอาณาจักรแห่งนี้คือ...

    "มาเลฟิเซนส์!" นางเรียกขานชื่อศัตรู

    มาเลฟิเซนส์เพียงแต่หันไปตามเสียงเรียกมิได้ตอบขานอันใด
    พอเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของราชินีสาว นางถึงกับยกยิ้มมุมปากแล้วจึงเดินเข้าไปหา

    "ว่าอย่างไร?"

    "ข้ามิได้อย่าร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าเลยหากไม่เข้าตาจน แต่ข้าถอดชุดบ้านี่เองไม่ได้ นางกำนัลมัดเชือกแน่นเกินไปและมันอยู่ข้างหลัง ข้าไม่..." อิงกริธส่งเสียงไม่พอใจในลำคอเมื่อพบว่าตนเองกำลังร้องขอศัตรูออกไปจริงๆ

    "เจ้าว่าอะไรนะ?" ยิ่งเห็นท่าทีเป็นทุกข์ของคนตรงหน้า มาเลฟิเซนส์ยิ่งรู้สึกท้าทาย

    ราชินีอิงกริธกรอกตาแล้วพ่นลมหายใจ

    "ช่วยข้าถอดชุดบ้านี่ทีจะได้ไหม?"

    "ร้องขอข้าอีกรอบสิ...อย่างสุภาพชน"

    หากนางมิได้สวมชุดนี้มาเป็นเวลาเกือบเดือนอย่างได้หวังเลยว่าประโยคขอร้องจะมีให้คนตรงหน้า

    อิงกริธกัดฟันกรอด

    "ได้โปรด...ช่วยข้า...เปลี่ยนชุดหน่อยจะได้ไหม?" อิงกริธพูดเล็ดลอดฟันงามที่ขบเคี้ยวกันอยู่

    "หากเจ้าร้องขอ ก็ย่อมได้" มาเลฟิเซนส์ยิ้มเยาะก่อนจะเดินตามหลังร่างเล็กเข้าไปในห้องนอน

    อืม สีม่วงรึ?
    รสนิยมไม่เลวเลยทีเดียว

    มาเลฟิเซนส์ปรายตามองชุดที่แขกของนางวางพาดไว้บนเตียง
    มันเป็นสีเดียวกับที่ออโรร่าชื่นชอบที่จะใส่ครั้นเมื่อนางยังอยู่ที่มัวร์

    "ข้าปลดคอร์เซ็ตไม่ได้ นางกำนัลรัดเชือกแน่นเกินไป และปมมันอยู่ข้างหลัง..." ร่างเล็กเดินผลุบเข้าไปในม่าน มาเลฟิเซนส์เดินตามเข้าไปติดๆ

    การลงทัณฑ์ครั้งนี้ชักจะสนุกขึ้นมาเสียแล้วสิ

    .
    .
    .

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
hithclx (@hithclx)
เอ้าาาา ปลดคอร์เซ็ตแล้วอะแม่ ตายแล้ววววววววว
chasingcathy_ (@chasingcathy_)
@hithclx อยากให้ปลดอย่างอื่นด้วยค่ะ แต่มันจะไม่งาม /ยิ้มเอียงอาย
ptrtd_ (@ptrtd_)
ระวังมิตรภาพที่ว่าจะแปรเปลี่ยนเป็นความรักนะคะราชินี
แน่ใจแล้วหรือคะว่านั่นมิใช่ความเสน่หา😳
chasingcathy_ (@chasingcathy_)
@ptrtd_ ไม่ใช่ค่ะ! ต้องไม่ใช่อยู่แล้ว อิงกริธน่ะ เกลียดมาเลฟิเซนส์จะตายไป
agfaannehathawx (@agfaannehathawx)
เอ็นดู อิงกริชได้ความแมวนี้มาจากที่ไหนกัน งืออ
chasingcathy_ (@chasingcathy_)
@agfaannehathawx ติดตัวมาตั้งแต่เกิดแต่ไม่เคยใช้ซักทีค่ะ เพิ่งจะงัดออกมาใช้ตอนอยู่กับมาเลฟิเซนส์นี่แหล่ะ อร๊ายย เขิน 5555
CINNAMON (@imawiawi)
เอ็นดูคนแพ้เกสรดอกไม้ ปุ๊กปิ๊กจริงๆเลยอิงกริธ
//รออ่านตอนต่อไป หลังม่านนะคะ😳
chasingcathy_ (@chasingcathy_)
@imawiawi มาค่ะมา ตอนนี้อยู่หลังม่านกันหลายคนเลย555
chasingcathy_ (@chasingcathy_)
@imawiawi มาค่ะมา ตอนนี้อยู่หลังม่านกันหลายคนเลย555
taynerdemon (@taynerdemon)
เขาพากันเปลื้องผ้าแง้วค่ะแม่ .////.
chasingcathy_ (@chasingcathy_)
@taynerdemon เปลื้องกันแค่2คนด้วยๆ 😳😳😳