My First StoryPang Wichaya Wongpan
ครั้งหนึ่ง...ฤดูร้อน Summer of New Zealand
  •            ครั้งหนึ่งฤดูร้อน เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกที่เขียนจากประสบการณ์ตรง ... หน้าร้อนครั้งแรกในนิวซีแลนด์คะ สงสัยใช่ไหมคะ ว่าทำไมต้องเป็นประเทศนิวซีแลนด์ มีหลายปัจจัยประกอบที่เลือกประเทศนี้ อาทิ พี่ชายของเราเรียนอยู่ที่ประเทศนี้ ,เป็นประเทศที่เหมาะแก่การเริ่มต้นเดินทางไกลครั้งแรกเพราะปลอดภัย, เป็นประเทศที่มีธรรมชาติสวยงามและผู้คนจิตใจดี และที่สำคัญกว่าจะได้เดินทางจริงๆ เราวางแพลนเก็บเงินอยู่ค่อนข้างนาน หลายๆอย่างในชีวิตจะลงตัวก็ผ่านไปเกือบ 5 ปี ถือว่าเป็นการวางแพลนเที่ยวที่กินเวลานานไป


              พอตัดสินใจได้ว่าปี 2561 นี้ต้องไปแล้ว ก็เริ่มเตรียมเอกสารสำหรับขอวีซ่า ขอบอกก่อนว่าเราไม่ได้ทำงานประจำ แต่ทำงานส่วนตัว เลยต้องเขียนจดหมายแนะนำตัว บอกรายละเอียดเกี่ยวกับเรา ทำงานอะไร ที่มาของรายได้และหลังจากกลับมาจะทำอะไรต่อ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราจะไม่พำนักในประเทศนี้เกินเวลาที่กำหนด มาดูกันว่ามีเอกสารอะไรบ้างที่เราต้องเตรียม

    สิ่งที่ต้องเตรียม

    - แบบฟอร์มวีซ่า

    - สำเนาบัตรประชาชน*

    - สำเนาทะเบียนบ้าน*

    - สำเนาพาสปอร์ต และพาสปร์ตตัวจริง* ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี

    - รูปถ่าย ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป (ใช้พื้นหลังสีขาว)

    - หลักฐาน การจองตั่วเครื่องบินไปกลับ*

    - หลักฐาน ประกันการเดินทาง*

    - จดหมายแนะนำตัวเอง **

    - แผนการเดินทาง

    - หลักฐานการเงินย้อนหลัง 6 เดือน (ขอหนังสือรับรองจากธนาคาร แล้วแต่ละประเทศว่าใช้ภาษาไทยหรืออังกฤษ ของประเทศนิวซีแลนด์สามารถยื่นภาษาไทยได้)

    - หลักฐานการจองที่พัก ถ้ามี (กรณีนี้เราพักกับพี่ชายเลยไม่ต้องใช้)

    - จดหมายเชิญจากพี่ชาย เอกสารทุกอย่างที่ต้องยื่นพร้อมกันในส่วนของพี่ชาย (สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาบัตรนักศึกษา, สำเนาบัตรขับขี่)

    - เอกสารของแม่ เพราะในจดหมายแนะนำตัวของเรา เราพูดถึงแม่ไปด้วย (สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาโฉนดที่ดิน และหลักฐานทางการเงินย้อนหลัง 6 เดือน)

                 ในส่วนของการยื่นเอกสารเราอาจจะยื่นไปเยอะกว่าปกติ เพราะมันเป็นการเดินทางครั้งแรก เรากลัวว่าจะไม่ผ่าน เลยยื่นไปหลายอย่าง

    เว็บไซด์อ้างอิง www.educatepark.com


  •             เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อย ก็เตรียมตัวขึ้น กทม. เพื่อยื่นเอกสาร ทั้งนี้ทั้งนั้นขอบอกก่อนว่าจริงๆ เรายื่นผ่านเว็บไซด์ได้เลย เพียงแต่ว่าครั้งแรกของเรา เราอยากจะเห็นทุกขั้นตอนของการยื่นขอวีซ่า เลยอยากไปยื่นด้วยตัวเองมากกว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการแต่งตัวไปยื่นวีซ่า ก็ต้องแต่งกายสุภาพหน่อย ให้เกียรติสถานที่นิดนึง เตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับการยืื่นเอกสารไปด้วยนะ (ประมาณ 5,700 บาท รวมค่าบริการ) รับบัตรคิว รอยื่น ใช้เวลาในการยื่นจริง ๆ ประมาณ 15-20 นาที หากกรอกข้อมูลไม่ครบหรือลืมกรอกช่องไหน พนักงานก็จะแจ้งเราเอง และก็เคลียร์ให้เสร็จตรงนั้นเลย เรามายื่นเอกสารก่อนล่วงหน้าประมาณ 3 เดือน (พฤศจิกายน 2560) เพราะวางแพลนจะเดินทางช่วงหน้าร้อนของนิวซีแลนด์ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 และไม่นานก็ได้รับวีซ่าหลังจากที่ยื่นไป ประมาณ 6-8 วัน ก่อนหน้านี้ทางสถานทูตจะแจ้งว่าเราจะได้รับวีซ่าหลังดำเนินการประมาณ 15-20 วัน ซึ่งเร็วกว่าที่คิดไว้มาก และต้องแลกเงินติดตัวไปด้วยนะ เราแลกที่ superrich สาขาสีลม ติดตัวไปราวๆ 1000 nzd เรทราคาตอนนั้น 1 nzd = 23.10 bath 

                ใกล้วันเดินทางเข้ามาทุกที มาจัดกระเป๋ากันเถอะ เราใช้วิธีการจัดไปเรื่อยๆ แบบไม่รีบร้อน ก็ดูจากอินเตอร์เน็ตและถามพี่ชายประกอบไปด้วย ควรเอาเสื้อผ้าแบบไหนไปถึงจะเหมาะ สิ่งที่ขาดไม่ได้คงเป็นเสื้อหนาว เสื้อกันลม ถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ เสื้อยืดแขนยาวสั้น กางเกงขายาวสั้น ชุดนอน ชั้นใน อุปกรณ์อาบน้ำ เครื่องสำอางค์ ยาประจำตัว เวลาไปเมืองนอกเราจะไม่ชินกับอากาศบ้านเขา ตอนแรกจะเอาพวกมาม่าไปด้วย แต่พอเราได้ข้อมูลจากพี่ว่า ที่นู้นก็มีร้านขายของเอเชีย ไม่ลำบากแน่นอน  ก็เลยโบกมือลามาม่าไปก่อน ยิ่งใกล้วันเดินทางความตื่นเต้นยิ่งมีมากขึ้น




  •           และแล้วก็ถึงวันเดินทางจริงแล้วววว แด่ความตื่นเต้นทั้งหมดทั้งมวน เช็คความเรียบร้อยหน่อย วีซ่าพร้อม เอกสารสำหรับตั๋วเครื่องบินพร้อม กระเป๋าพร้อม บัดดี้พร้อม ใจพร้อม ออกเดินทางไปสนามบินกันเถอะชาวเรา สำหรับการบินในวันนี้ เราเลือกการบินไทย ราคาอาจจะสูงหน่อย แต่ไม่อยากเปลี่ยนเครื่องให้ยุ่งยาก และจากการเช็คข้อมูลแล้ว เวลาก็ไม่พอดีกันด้วย เลยตัดสินใจเป็นสายการบินนี้ดีกว่า และที่ชอบคือเครื่องบินลำใหญ่ ที่นั่งกว้าง อาหารดี และหากเกิดข้อผิดพลาดเดินทางไม่ได้ทางสายการบินก็คืนเงินให้เกือบเต็มจำนวนจ้า TG 491 วันนี้บินลำนี้นะ ใช้เวลาในการบินประมาณ 10 ชั่วโมงก็ถึงนิวซีแลนด์เลย


            ไปถึงสนามบินก็ไปเข้าแถวรอเช็คอิน โหลดสัมภาระให้เรียบร้อย หาที่นั่งพักกินข้าวก่อนออกเดินทางจริงเวลา 18.45 น. เวลาประเทศไทย พอถึงเวลาก็นัดกับบัดดี้ตรงจุดก่อนเข้าเกท นั่งรอในเกทสักพักก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องละ ที่นั่งที่เราได้อยู่ห่างจากชั้นเฟิร์สคลาสไม่มาก เราได้นั่งตรงกลางและบัดดี้เรานั่งริมทางเดิน ลุกไปเข้าห้องน้ำง่ายดี พอเริ่มบินได้สักพัก ถึงเวลาอาหารเย็น ประกอบไปด้วยข้าวกระเพราไก่ไข่ดาว สังขยาฟักทอง สลัด ขนมปังกับเนย และน้ำปล่าว ก็อร่อยอยู่นะ หลังจากกินเสร็จก็ดูหนังรออาหารย่อย เมื่อกินอิ่มหนังตาก็เริ่มหย่อน แต่คุณคะ เราลองนอนละคะ มันนอนไม่หลับอาจจะบวกกับความตื่นเต้นที่พกมาเต็มกระเป๋า จนแล้วจนรอด ดูหนังยาวๆไปคะ จนกว่าเริ่มง่วงอีกครั้ง ระหว่างนั้น เราลุกไปเข้าห้องน้ำคะ และเป็นการเปิดประสบการณ์การเข้าห้องน้ำครั้งแรกบนเครื่องบินคะ ซึ่งพูดจริงๆ เลยนะ ไม่เคยเข้า ก็เปิดประตูเข้าไปปกติแหละ แต่เข้าไปแล้วงงไง ว่าปิดประตูยังไง กดน้ำตรงไหน จนทำธุระเสร็จ ฝรั่งคนนึงยืนอยุ่หน้าห้องน้ำจ้า เขาก็เหมือนพูดกับเราว่า เข้าห้องน้ำปิดประตูและล็อคให้ดีด้วยนะ  อะไรประมาณนี้ ณ จุดๆ นั้นอายมาก แต่มันคือการเรียนรู้ของเราในครั้งต่อๆไป ถือเป็นเรื่องผิดพลาดที่ีดี

          หลังจากเดินทางมาอย่างยาวนาน อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงโอ๊คแลนด์ที่หมายแรกของทริปนี้แล้ว เวลาประมาณ 7 โมงนิดๆ พนักงานเริ่มแจกอาหารเช้าแบบนิวซีแลนด์พอทานอาหารเช้าเสร็จนั่งพัก ดูหนังจนกว่าเครื่องจะลงระหว่างนี้พนักงานก็ให้กรอกเอกสารขาเข้าประเทศนิวซีแลนด์สำหรับชาวต่างชาติ


             ถึงละจ้า มาถึงขั้นตอนสำคัญละ คือเจอ ตม. (แอบกลัวและตื่นเต้น) ด้วยความที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง กลัวว่าจะฟังพนักงานไม่ออก ตรงจุดตรวจคนเข้าเมือง พนักงานไม่ถามอะไรเลย ผ่านมาด้วยความสบายใจ ขั้นตอนต่อมา ต้องไปรับกระเป๋าแล้วเข้าสู่กระบวนการเช็คกระเป๋า ในจุดนี้เขาจะดูว่าเราได้เอาสิ่งของต้องห้ามมาด้วยรึป่าว ซึ่งถ้าไม่มีก็ผ่านฉลุยจ้า เราเกือบตอบพนักงานผิดไป ดีนะเขาถามย้ำอีกรอบว่า โล่งไปคะ พร้อมออกจากเกทไปเจอพี่ชายละ ซึ่งพี่มารอสักพักนึงแล้ว ความโล่งใจแรกที่ี่รับรู้ได้คือ รอดละทริปนี้ เราลืมบอกไปทริปนี้เป็นทริปใหญ่ที่สุดของปี 61 นะ เรามาอยู่ในนิวซีแลนด์ 1 เดือนกับ 11 วัน ซึ่งนานมากตั้งแต่เที่ยวมา อิอิ



           

  •                     3 day 2 night  in Auckland City

             เดินทางไปที่พักกัน โดยใช้บริการ shuttle bus ในการเดินทางไปยังที่พัก ข้อดีของการใช้บริการนี้คือ เขารอรับเราจากสนามบินและส่งถึงที่หมายเลย ช่วยยกกระเป๋าขึ้นลงให้ด้วย ซึ่งชอบมาก ภายในรถที่นั่งก็สบาย ไม่แออัด เมืองแรกที่เราจะเที่ยวกันนั่นคือ โอ๊คแลนด์

             Queen Street Backpackers ที่พักแรก สำหรับ 3 วัน 2 คืน ที่เลือกเป็นแบบ Hostel เพราะว่าราคาประหยัด และสถานที่จริงก็โอเค ไม่แย่ ต่างชาติพักที่นี่เยอะ ใกล้ๆ Hostel ก็เป็นร้านไก่ KFC ไม่มีอดแน่นอนจ้า เมืองนี้ของกินหลากหลายชาติและอุดมสมบูรณ์ ที่พักอยู่ตรงใจกลางเมืองโอ๊คแลนด์เลย ออกมาก็เจอร้านค้าแบรนด์เนม มีเกือบทุกแบรนด์ วันแรกก็ไม่ได้ไปไหนมาก 
    นัดเจอเพื่อนของน้องสาว แล้วไปซื้อบัตรโดยสารแบบเติมเงิน ที่ Metro Britomart Station บัตรใบเดียวสามารถใช้ได้เกือบทุกยานพาหนะในโอ๊คแลนด์ อาทิ เรือโดยสาร รถบัส เป็นต้น ที่นี่ไม่มีรถไฟฟ้าเหมือนบ้านเรานะ การโดยสารใช้รถบัสสะดวกสุด 

              ระหว่างรอเรือก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อย ชมเมือง ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆ โอ๊คแลนด์จะคล้ายๆ กับกรุงเทพบ้านเรา เป็นศูนย์รวมนักท่องเที่ยวทุกเชื่อชาติเลยก็ว่าได้ มีภาพบรรยากาศมาให้ชมด้วย อากาศดีมาก เป็นหน้าร้อนที่ไม่ค่อยร้อน  สบายๆ คนที่นี่ก็แต่งตัวกันชิวๆ 

               จากนั้นนั่งเรือข้ามฟากไปยัง Mount Victoria ที่นี่จะเห็นวิวฝั่ง Sky Tower ชัดเจนมาก แต่เสียดายตรงที่อากาศไม่ค่อยเปิด ภาพที่ได้มาส่วนใหญ่ก็จะมีเมฆครึ้มๆ ติดมาด้วย และที่สำคัญลมแรงมาก 
               ก่อนกลับไปที่พัก แวะกิน Fish & Chip ที่ร้าน The Patriot Devonport เป็นครั้งแรกที่เห็นอาหารจานใหญ่มาก กินเกือบไม่หมด รสชาติดี อร่อย แบ่งๆ กันชิม ถือว่าผ่านจ้า 

              บรรยากาศหน้าร้าน The Patriot Devonport


             กลับมาจาก Mount Victoria ก็เดินเล่นอีกนิดหน่อยก่อนจะกลับเข้าโรงแรม ฝนตกปรอยๆ ด้วยจ้า หน้าร้อนก็จะแปรปรวนหน่อยๆ เดี่ยวแดดออก เดี่ยวฝนตก เดี่ยวลมแรงสลับกันไป พอเหนียวตัว แต่ถ้าฝนตกแล้วไม่มีลมคือ อากาศเฉยๆ มาก แต่ถ้ามีลมเมื่อไหร่กก็หนาวมากเช่นกัน จบค่ำคืนแรกไปด้วยอาการอ่อนเพลียแบบเต็มๆ เพราะตั้งแต่ขึ้นเครื่องจนลงเรื่องเรายังไม่ได้นอนแบบเต็มอิ่มเลย ราตรีสวัสดิ์

      








  •           มอนิ่งทุกคน กลับมาต่อโอ๊คแลนด์วันที่สองกัน สดชื่นมากกกกกกก เพราะตื่นสายจ้า นัดน้องไว้ 9 โมงเช้า ตื่น 10 โมงจ้า สภาพเวลาที่ยังไม่ลงตัว และความอ่อนเพลียสะสม จัดการตัวเองเรียบร้อยลงมาทานมื้อเช้าที่ล๊อบบี้ เป็นโอกาสดีสำหรับพวกภาษาไก่กาเยี่ยงเราคือ ฝรั่งจ้า เยอะมาก พี่ชายชวนเราฝึกภาษายามเช้า ฟังรู้เรื่องมั้งมั่วมั่ง ตามสไตล์ 
                วันนี้อาหารเช้าง่ายๆ เช่นเดิม โทส แยม กาแฟ นิดๆ หน่อย ๆ พออิ่มท้อง ค่อยไปหาอะไรกินด้านนอก วันนี้เราไป Dress Smart Outlet  ที่นี่ของลดเยอะเลย แต่ที่เราเล็งไว้มันยังไม่ลด เสียดายมาก แต่ก็ได้อย่างอื่นมาแทน อิอิ หลังจากช็อปปิ้งจนหน่ำใจแล้วก็หามื้อเที่ยงกินที่นั่นแค่พออิ่ม เพราะเราจะไปกินอาหารไทยกันต่อ คือ 13 - 15 nzd ในชุดจะได้ อาหารที่เราสั่งหนึ่งอย่าง ข้าวเหนียวหรือข้าวสวยหนึ่งจาน ไก่ทอดหรือหมูทอดหนึ่งจาน คนทำเป็นคนไทย และที่สำคัญอร่อย แถมราคาก็อยู่ในปริมาณที่รับได้ หลังจากนั้นก็เดินย่อยไปทาง Sky Tower เดินจนเหนื่อย ตกค่ำจัดอาหารเกาหลีอีกหนื่งมื้อ วันนึงกินกี่มื้อถามใจตัวเองดูสิ 

               
                   หลังจากกินเสร็จแล้วก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ ที่โอ๊คแลนด์สำหรับเรานะ ไม่น่าออกมาเดินเล่นคนเดียวเท่าไหร่ เพราะคนไร้บ้านเยอะมาก ค่อนข้างอันตราย ในช่วงเวลาดึก ไม่ควรลงมาอย่างยิ่ง 
                   สำหรับวันนี้ขาลากเช่นเดิม ชอบเวลาได้ไปท่องเที่ยวในที่บรรยากาศดีดี เพราะเราจะเดินได้แบบไม่รู้สึกเหนื่อย ที่สำคัญควรมีรองเท้าผ้าใบที่สวมใส่สบายสักคู่หรือสองคู่ เพื่อให้เราไม่มีปัญหาเรื่องปวดเมื่อยเท้าในช่วงเวลาท่องเที่ยวของเรา แต่สำหรับใครที่ชอบใส่ส้นสูงไม่ค่อยแนะนำ เพราะผังเมืองค่อนข้างชัน แต่ถ้ามั่นใจว่ารอด ก็สู้ตายจ้า สำหรับคืนนี้ราตรีสวัสดิ์ 
                   
                   วันสุดท้ายที่โอ๊คแลนด์ก่อนย้ายเมืองไปเมืองที่พี่ชายเราเรียนอยู่ ก็จัดเก็บสัมภาระ เคลียร์ของเตรียมเช็คเอ้าท์ให้เรียบร้อย ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อนเพราะกว่ารถจะมารับไปสนามบินก็ 11 โมง แสดงว่าเรายังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับการเดินเล่นเก็บตก เรายังมีที่ไม่ได้ไป คือ Auckland Botanic และ Auckland art gallery ระหว่างรอรถ และจบด้วยการชิมชานมไข่มุก Gong Cha ถือว่าอร่อย จากนั้นขึ้น Shuttle Bus เพื่อมุ่งหน้าสู่สนามบินเพื่อเดินทางต่อไปยังเมือง Dunedin 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in