เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
องครักษ์หญิงจอมป่วน – minimore
เล่ม 1 ตอนที่ 40 นางไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้หรอก!

  •  

    “…ไม่มีอะไรพ่ะย่ะค่ะ” นางเพียงแค่รู้สึกว่าไม่แน่หากไท่จื่อรับปากจะเป็นลูกเขยให้กับเขาท่านผู้เฒ่ามั่วอาจจะมอบผีเสื้อทองคำให้พวกเขาก็ได้

    แน่นอนว่าหากคำพูดนี้พูดออกไป นางต้องตายด้วยน้ำมือไท่จื่อแน่!

    หนิงเจิงหัวเราะ แล้วพูดสิ่งที่แม่นมคนนั้นพูดออกมาทั้งหมดอีกครั้งแล้วกล่าวว่า “ไท่จื่อจะทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ”

    โรคอะไรที่จะทำให้คนปิดปากเงียบ ไม่รักษาโรคดีๆ และยังคอยคิดแต่เรื่องออกเรือนอีกกัน

    เซียวหนานสวินขมวดคิ้ว “คอยสังเกตการณ์เงียบๆไปก่อน แต่ต้องระวังตัวด้วย”

    หนิงเจิงพยักหน้า นางเหนื่อยมากจริงๆจึงได้เหล่มองเตียงขนาดใหญ่ในห้องอยากจะทิ้งตัวลงนอนเลยทันที

    ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ ก็พบว่าชายหนุ่มกำลังเดินเข้ามาทางนางทำเอานางสะดุ้งไปครู่หนึ่ง

    ประตูห้องไม่ได้ปิดปลายตาของชายหนุ่มเห็นเงาร่างสีชมพูผ่านประตูห้องไปก็หรี่ตาลง แล้วผลักนางไปชนผนังกะทันหันทำเอานางเจ็บหลังก่นด่าอยู่ในใจ “ไท่จื่อ!”นางตะโกนขึ้น “พระองค์ทำอะไรพ่ะย่ะค่ะ”

    ชายหนุ่มโน้มตัวลงแทบจะแนบชิดติ่งหูของเขา แล้วยกมุมปากขึ้น “เจ้าตกใจอะไรกัน ก็แค่เรื่องที่เราเคยทำมาก่อน”

    ให้ตายเถอะ

    ชายคนนี้พูดอะไรของเขากัน อะไรคือเรื่องที่เคยทำมาก่อน

    จากนั้นวินาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังอยู่ข้างหู “อย่าขยับ…มีคนอยู่ที่หน้าประตู”

    หนิงเจิงอึ้งไปชั่วขณะ

    มีคนอยู่ที่หน้าประตูก็ต้องขัดขวางไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้มิใช่หรือ

    “ปรนนิบัติข้าดีๆแล้วความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งของเจ้าจะไม่มีที่สิ้นสุด เข้าใจหรือไม่”

    “…” มีคนอยู่ที่หน้าประตู

    “ได้ยินหรือไม่”

    “…” มีคนอยู่ที่หน้าประตู!

    หนิงเจิงกัดฟัน “ได้ยินแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”ชะงักไปครู่หนึ่งก็จงใจส่งเสียงดัง “ข้าจะปรนนิบัติท่านเป็นอย่างดี!”

    หางตาของเซียวหนานสวินกระตุกไปครั้งหนึ่ง

    ต่อมาก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น!

    เซียวหนานสวินยืดตัวตรงจัดความเรียบร้อยของชายเสื้อแล้วมองไปที่ประตูนิ่งๆ “เข้ามา”

    ร่างชุดสีชมพูเปิดประตูออก พร้อมกับกล่าวด้วยวาจาอบอุ่น “คุณชายสุภาพเกินไปแล้ว ข้าคือมั่วหรูอวี้ท่านพ่อให้มาตามคุณชายทั้งสองไปรับประทานอาหารพร้อมกันเจ้าค่ะ”

    “ที่แท้เป็นคุณหนูมั่วเองหรือ” เซียวหนานสวินตั้งใจพูด“ขอบใจสำหรับการต้อนรับของจวนมั่วมาก ประเดี๋ยวพวกข้าจะตามไป”

    “เจ้าค่ะ” มั่วหรูอวี้พยักหน้าแล้วมองเขาอีกครั้งราวกับมีเรื่องจะพูดต่อ

    ทว่าสายตาก็เบนเบี่ยงไปที่แก้มสีแดงก่ำของหนิงเจิงนางกัดริมฝีปากแล้วเดินจากไปโดยไม่ได้พูดอะไร

    หนิงเจิงยังไม่ได้สติจากเหตุการณ์เมื่อครู่ มองไปที่ชายหนุ่ม “ไท่จื่อ…”

    สายตาของเซียวหนานสวินสงสัยแล้วกวาดมองนางแวบหนึ่ง “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ตัวตนของเจ้าคือเป็นที่หวงแหนสำหรับข้า…ไม่ว่าอยู่ต่อหน้าใครก็ตามในจวนตระกูลมั่วก็ต้องแสร้งทำเป็นชอบข้ามากเข้าใจหรือไม่”

    เป็นที่…ที่หวงแหนหรือ!

    หนิงเจิงสงสัยว่าหูของตนมีปัญหา

    นางสังเกตสีหน้าของชายหนุ่ม จากนั้นก็พบว่าตนไม่ได้หูฝาด

    เพราะเช่นนี้สีหน้าของนางจึงยิ่งตกใจ “เพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ”

    “เปิ่นกงทำอะไรต้องบอกเหตุผลกับเจ้าด้วยหรือ”

    “…”

    เหอะๆๆ

    …

     

    ณ ห้องโถงด้านหน้า

    ท่านผู้เฒ่ามั่วนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประจำเจ้าของเรือนมองบุตรสาวข้างๆด้วยแววตาซับซ้อน “หรูอวี้เจ้าจะทำเช่นนี้จริงหรือ”

    “ท่านพ่อ ข้ามีเวลาไม่มากแล้วเจ้าค่ะ”

    นางกล่าวพร้อมน้ำตา “คนก่อนหน้านี้ไม่ก็หวีผมแต่งหน้าแต่งตาจนไม่เข้าตา ไม่ก็มาเพื่อหวังสมบัติของตระกูลมั่วแต่เมื่อลูกได้พบเขาในวันนี้ก็รู้สึกได้ว่าเขาไม่เหมือนกัน! ข้าอยากได้เขา!”

    “ทว่า…” ท่านผู้เฒ่ามั่วขมวดคิ้วเครียดแล้วกัดฟันพูด “เจ้าเองก็เห็นแล้วว่าเขาชอบชายหนุ่มด้วยกัน!”

    ใช่ นางเห็นแล้ว

    คุณชายเซียวผู้นั้นมาถึงก็ขอห้องนอนเพียงห้องเดียวยังไม่พอตอนที่นางไปเรียกพวกเขามารับอาหารมื้อค่ำก็เห็นทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันทำเรื่องปานนั้นมิหนำซ้ำยังพูดจาไม่กระดากอายอีก!

    แต่ว่านางไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้แล้ว!

    นางเม้มริมฝีปากแน่น แววตามีความเกลียดชังปรากฏอยู่ “ชอบบุรุษด้วยกันแล้วอย่างไรเล่า คุณชายใหญ่ตระกูลใหญ่ๆทุกคนล้วนต้องแต่งภรรยามีบุตรอยู่แล้ว คนรับใช้นั่นเป็นเพียงของเล่นเท่านั้นเพียงแค่กำจัดตัวปัญหานี้ไปได้ด้วยความสามารถของตระกูลมั่วแล้วต้องสามารถเก็บคนคนหนึ่งไว้ได้แน่นอน”

    ท่านผู้เฒ่ามั่วตะลึงเพียงแค่ป่วยก็ทำให้บุตรสาวของเขาเป็นเช่นนี้ไปได้ เขาเงียบไปชั่วขณะ “เจ้าอย่าเพิ่งร้อนใจไป ประเดี๋ยวพ่อลองหยั่งเชิงคุณชายเซียวก่อน”

    กล่าวจบก็เห็นทั้งสองเดินเข้ามาพร้อมกัน

    “ท่านผู้เฒ่ามั่วคอยนานแล้ว”

    เซียวหนานสวินเดินเข้ามาด้วยท่าทางเคารพนับถือ

    ท่านผู้เฒ่ามั่วหัวเราะโบกมือบอกว่าไม่เป็นไร “ไม่นานหรอก คุณชายเซียวกับผู้ติดตามหนิงรีบเข้ามานั่งเถิดคนในตระกูลมั่วของเราค่อนข้างน้อย ในจวนก็มีแต่ข้าและบุตรสาวสองคน ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากมายหรอก”

    ที่ว่างที่เหลือให้พวกเขาทั้งสองบนโต๊ะอาหารอยู่ข้างมั่วหรูอวี้พอดี

    หนิงเจิงนึกถึงคำพูดที่ชายหนุ่มพูดในห้องเมื่อครู่ก็สมพรปากทันที…ในเมื่อนางเป็นที่หวงแหนของไท่จื่อแล้วเช่นนั้นก็ต้องรักใคร่เขามากอยู่แล้วมิเช่นนั้นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวเช่นนี้…ต้องหลีกเลี่ยงอย่างแน่นอน!

    ฉะนั้นนางจึงรีบขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วชิงนั่งลงก่อนเซียวหนานสวิน…อยู่ใกล้ชิดกับมั่วหรูอวี้!

    เซียวหนานสวินมองนางด้วยสีหน้าจะยิ้มก็มิปานหนิงเจิงสบตาเข้ากับเขาแล้วเชิดคางขึ้น “ที่ตรงนี้ดีกว่าข้าชอบที่ตรงนี้ขอรับ”

    เซียวหนานสวินยกมุมปากขึ้น สีหน้าของสองพ่อลูกตระกูลมั่วแปรเปลี่ยน

    ท่านผู้เฒ่ามั่วกระแอมเบาๆ “คุณชายเซียวช่างดีต่อคนใช้จริงๆ”

    เซียวหนานสวินหัวเราะเบาๆ และไม่ได้ว่าอะไร

    มั่วหรูอวี้เห็นว่าเขาชอบลูกน้องคนนี้มาก สายตาเย็นชาขึ้นมาทันทีในใจก็ขรึมลงไม่น้อย

    ท่านผู้เฒ่าสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของนางก็ตกใจรีบกล่าวขึ้น “ข้าเข้าใจถึงจุดประสงค์ของคุณชายเซียวแล้วอยากได้ผีเสื้อทองคำนั้นง่ายมาก ทว่าตระกูลมั่วเองก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินทองฉะนั้นไม่ต้องก็ได้”

    เซียวหนานสวินพยักหน้า “เช่นนั้นแล้วมีอะไรที่ข้าพอช่วยได้บ้าง”

    ท่านผู้เฒ่ามั่วกล่าวขึ้นจริงจัง “ง่ายมากข้าอยากได้ลูกเขยคนหนึ่ง”

    อุ๊ย…

    หนิงเจิงแทบสำลักเม็ดข้าวออกมา

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in