เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
องครักษ์หญิงจอมป่วน – minimore
เล่ม 1 ตอนที่ 208 ไว้กลับมาแล้วจะบอกเจ้านะ

  •  

    ดูเหมือนว่านางจะสั่นมากขึ้นเพียงแต่ว่าการสั่นเล็กน้อยอาจดูไม่ออกเมื่อมองจากภายนอก

    นางได้ยินตนเองตอบกลับไป “อืม”

    แล้วชายหนุ่มที่อยู่ในสายตาก็หันหลังกลับแล้วอุ้มผู้หญิงอีกคนเดินห่างออกไปช้าๆ

    หนิงเจิงยืนอยู่กับที่ด้วยตัวที่แข็งทื่อนางสงสัยว่าบาดแผลที่ไหล่เปิดออกอีกแล้ว ไม่เช่นนั้นจะรู้สึกเจ็บได้อย่างไร

    แต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้เจ็บที่ไหล่ ไม่รู้เหมือนกันว่าความเจ็บปวดนี้มาจากทางใดมันเจ็บแปลบๆ…

    บนไหล่พลันรู้สึกหนักอึ้ง มีคนนำผ้าคลุมมาคุมไหล่ของนาง “ถึงอากาศจะอุ่นแต่อย่างไรเสียก็ยังเป็นฤดูหนาว อากาศยังหนาวในเวลากลางคืน”

    นางหันกลับไปมองพบว่าชายหนุ่มรูปงามดูอบอุ่นคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า “อะไรกัน หรือว่าข่าวลือจะเป็นความจริงเจ้ากับไท่จื่อมีบางอย่างกันจริงๆพอเห็นเขาอุ้มหญิงสาวอื่นเดินจากไปก็รู้สึกเศร้าถึงเพียงนี้เชียวรึ”

    หนิงเจิงเก็บสายตา “องค์ชายสี่”

    “ลมแรงในเวลากลางคืน”

    เขากล่าวเสียงเรียบนิ่ง “ข้าส่งเจ้ากลับไปดีกว่า”

    นางขยับริมฝีปาก “ข้ายังไม่เป็นลม ไม่ต้องมีใครไปส่ง ขอบใจในความหวังดีขององค์ชายสี่เจ้าค่ะ”

    เซียวหลินโหลวขมวดคิ้วอย่างเบาแทบไม่อาจสังเกตเห็นได้

    ...

     

    หลังจากหนิงเจิงกลับมา นางนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงจนกลางดึกแล้วก็ยังนอนไม่หลับมีความคิดนับไม่ถ้วนผุดขึ้นภายในหัว

    นางนึกถึงเซียวหนานสวิน นึกถึงซูซีรั่วถึงกระทั่งนึกถึงหลินซิวกับเซียวเหลียนอี…

    ความคิดสุดท้ายคือความคิดที่น่าขำที่สุดโดยที่นางก็คิดไม่ถึง…นางคงไม่ได้พูดคำว่าสุขสันต์วันปีใหม่ กับเขาในยามจื่อ[1]แล้ว

    แต่ เขาคงไม่มีเรื่องที่ไม่สุขสันต์หรอก

    เพราะเดิมทีแล้ว เขาไม่ชอบวันส่งท้ายปีอยู่แล้ว

    นางคิดฟุ้งซ่านอยู่อย่างนั้นตกภวังค์ทั้งคืนจนเวลาล่วงเลยไป

    ท้องฟ้าเริ่มสว่าง นกน้อยเริ่มส่งเสียงอยู่ด้านนอกหนิงเจิงไม่คิดหลับต่อ กำลังจะลุกจากเตียงพลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นตรงประตู

    นางสูดหายใจและหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว

    เซียวหนานสวินเดินเข้ามาในห้องเห็นว่านางนอนหลับอยู่บนเตียงนิ่ง ดวงตามืดลงพร้อมเดินเข้าไปข้างๆ เตียง

    “หนิงเจิง”

    นางกำลังลังเลว่าจะตื่นขึ้นมาหรือไม่

    นี่ไม่ใช่การใช้อารมณ์ เพียงแค่ยังไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้าเขาอย่างไรจะทำเหมือนไม่รู้เรื่อง หรือว่าเอ่ยถามออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจดีล่ะ

    แต่จะถามอะไรล่ะ

    เรื่องที่มีคนเสียชีวิตในวันส่งท้ายปี เห็นอยู่ว่าเขาปิดปากเงียบไม่คิดจะบอกนางไม่เช่นนั้นเขาคงพูตั้งแต่ที่ครั้งเอ่ยถามครั้งก่อนแล้ว

    ส่วนเรื่องที่เขาหายไปตลอดทั้งคืน ไม่น่าจะต้องถามนางรู้อยู่เต็มอกว่าเขาหายไปไหนไม่ใช่หรือ

    “ซีรั่วถูกวางยาพิษ”

    เมื่อหกคำถูกกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบขนตาพลางสั่น นางไม่สามารถแกล้งหลับต่อไปจึงลืมตาขึ้น

    เซียวหนานสวินมองใบหน้าที่ตื่นตะลึงพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย“ข้าก็เลยอยู่ที่นั่นทั้งคืน”

    หนิงเจิงคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ “อยู่ดีๆ ทำไมถึงถูกวางยาพิษได้?แล้วตอนนี้ พิษถูกแก้แล้วหรือยัง”

    “อืม แก้แล้ว”

    เขาลูบคลำผมของนางพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เจ้าจะลุกเลยหรือไม่ข้าจะได้เรียกคนนำอาหารเช้าเข้ามา”

    เมื่อหนิงเจิงเห็นใต้ตาดำคล้ำสีจางๆ ของเขาเตรียมจะเอ่ยบางอย่างแต่ก็กลืนเข้าไปแล้วกล่าว “ท่านเหนื่อยมาทั้งคืน พักผ่อนก่อนเถอะ”

    เซียวหนานสวินตาลุกวาวเล็กน้อย “เจ้านอนเป็นเพื่อนข้า?”

    “...ได้”

    นางชะงักครู่หนึ่งถึงพยักหน้าแล้วจึงขยับพื้นที่ให้เขาชายหนุ่มโน้มตัวนอนลงพร้อมโอวเอวของนางไว้ด้วย

    หนิงเจิงตัวแข็งเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว ภาพที่เขาอุ้มซูซีรั่วเดินจากไปเมื่อคืนพลันแวบเข้ามาแต่พอนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้นอนทั้งคืนนางก็ไม่ขยับออกไปและทำตัวนิ่งยอมให้เขากอดต่อไป

    “เซียวหนานสวิน”

    “หืม”

    สุขสันต์วันปีใหม่ อยู่เย็นเป็นสุขนะ

    นางกล่าวขึ้นภายในใจแล้วยิ้ม “รีบนอนเถอะถ้านอนอิ่มแล้วข้าอยากกินขาแพะย่าง”

    เซียวหนายวิน “….”

    เขายังไม่ทันกล่าวตอบ เสียงประตูก็ดังขึ้น

    หนิงเจิงชะงัก มือของชายหนุ่มกดลงที่เอวนางหนึ่งทีจากนั้นเอ่ยถามคนที่อยู่ด้านนอก “มีเรื่องอะไร”

    “ไท่จื่อหมอลวงจางคอยอยู่ด้านนอกรายงานว่าท่านหญิงฟื้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”เป็นเสียงของจ้าวซู่ที่ดังอยู่ด้านนอก

    สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อยหนิงเจิงกดมือเขาเอาไว้อย่างไม่รู้ตัว

    เมื่อได้สบตากับสายตาที่มืดมนและลึกลงไปของเขาใจของนางพลางกระตุกอย่างไม่รู้ตัว แต่สายตานั้นกลับมองเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง “ท่านเหนื่อยมากไม่ใช่หรือ พักผ่อนต่อเถอะ”

    ชายหนุ่มขมวดคิ้วย่น “หนิงเจิง…”

    “พิษถูกแก้แล้ว ท่านไม่ใช่หมอหลวงสักหน่อยต้องคอยเฝ้าตลอดเวลาเลยรึ”

    “ข้าเป็นคนสั่งให้หมอลวงมารายงานเอง”

    อ่อ เขาเป็นสั่งนี่เอง

    แล้วเขาจะกลับมาทำไมมิสู้เฝ้าอยู่ที่นั่นตลอดไม่ดีกว่าหรือ จะได้ไม่เสียเวลาเดินกลับมาโดยเปล่า

    นางถึงกระทั่งคิดถึงด้านที่แย่ที่สุด ตอนท่านอยู่เฝ้าไม่เห็นตื่นพอท่านเดินจากไปก็ตื่นซะงั้น บางทีเขาอาจไม่อยากพบหน้าท่าน

    แต่จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรคนที่ท่านหญิงอยากพบหน้ามากที่สุด ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไท่จื่อ

    หนิงเจิงพลันยิ้มพร้อมกับคลายมือออก “อืม ถ้าเช่นนั้นท่านก็ไปเถอะ”

    ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัวทันที

    เขามองนางอยู่ครู่หนึ่งถึงลุกขึ้นลงจากเตียงจากนั้นช้อนตัวหญิงสาวขึ้นจากเตียงโดยที่หญิงสาวไม่ทันระวังตัว และกล่าวบังคับ “ในเมื่อเจ้าตื่นแล้วเหมือนกันกินอะไรเสียหน่อยแล้วไปกับข้า”

    ใครอยากจะไปกับเขา!

    ความรู้สึกโกรธพลันผุดขึ้นภายในใจของหนิงเจิงราวกับว่าเพิ่งรู้สึก…ไม่ ความรู้สึกที่กลั้นเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนจนทำให้นางนอนไม่หลับทั้งคืนตอนนี้อยากพักยังแทบไม่มีเวลา แล้วใครจะว่างไปเยี่ยมไข้กับเขา!

    “ข้าไม่ไป!” นางสะบัดมือเขาออกอย่างแรง

    “ถ้าปล่อยให้เจ้าคิดฟุ้งซ่านอยู่ที่นี่คนเดียวมิสู้พาเจ้าไปด้วย”

    “ท่านว่าใครคิดฟุ้งซ่าน” นางยิ้มประชด “ข้าไม่ได้คิดอะไรต่างหาก”

    “แน่ใจรึ”

    “…”

    หนิงเจิงยิ้มประชดอีกครั้ง “แน่ใจ แน่ใจอยู่แล้ว!”

    นางจ้องเขาด้วยแววตาที่ราวกับว่าแบ่งแยกขาวกับดำออกอย่างชัดเจนและกล่าวออกไปชัดถ้อยชัดคำ “ในเมื่อท่านกับท่านหญิงมีความลับตั้งมากมายในเมื่อท่านไม่สามารถบอกอะไรกับข้าเลย ต่อให้ข้าไปข้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าพวกท่านกำลังพูดถึงสิ่งใดถ้าเช่นนั้นแล้วจะพาข้าไปขวางหูขวางตาทำไม”

    แววตาของชายหนุ่มชะงักอึ้งเล็กน้อย

    ขวางหูขวาตา!

    เมื่อมองใบหน้าที่ถูกระบายด้วยความโกรธจนเป็นสีแดงก่ำหางตากับหางคิ้วที่ดูเหมือนจะมีการเหน็บแนมซ่อนอยู่ของนาง นางระงับความโกรธแบบไหนเอาไว้กันนะถึงสามารถบอกให้เขาพักผ่อนและบอกว่าอยากกินขาแพะย่างด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งเพียงนั้น

    นางคงกลั้นเอาไว้ตลอด ตั้งแต่เมื่อคืนสินะ

    ลูกกระเดือกของเขาขยับ จากนั้นพลันดึงนางเข้ามาที่อ้อมอก“ไปกับข้าไว้กลับมาแล้วข้าจะบอกเจ้าว่าตอนนั้นเกิดสิ่งใดขึ้น หืม”



    [1] ยามจื่อ หมายถึง ช่วงเวลา 23.00-01.00

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in