เมื่อคิดให้ดีโลกนี้ตลาดBUNBOOKISH
คำนำ

  • เมื่อเราอยากทำหนังสือตลาด...

    แทบไม่ต้องใช้พื้นที่ในการแนะนำเต้—จิราภรณ์ วิหวา ให้กับคนอ่านหนังสือได้รู้จัก เราคิดว่า เต้ได้ใช้ผลงานการเขียนคอลัมน์ในแม็กกาซีนต่างๆ เขียนหนังสือของตัวเอง (แถมบางครั้งยังเป็น บ.ก.ให้นักเขียนคนอื่นอีก) แนะนำตัวเองกับคนอ่านไว้เรียบร้อยมานานแล้ว

    เราตกลงปลงใจเป็นแฟนหนังสือของเต้ตั้งแต่ตอนไหนอันนี้บอกยาก รู้แต่ถ้าได้อ่านแม็กกาซีนเล่มที่มีคอลัมน์ของเต้ซ่อนอยู่ เราก็ไม่ค่อยปล่อยให้คอลัมน์นั้นหลุดรอดสายตาไป ส่วนหนึ่ง—เราชอบที่เต้เล่าหรือบรรยายอะไรก็น่ารักสวยงาม ละเมียดละไมไปหมด ถ้าไม่ติดที่ คำว่า ‘โลกสวย’ ถูกนำมาใช้ความหมายเชิงลบไปเสียแล้ว ฉันก็อยากจะนิยามคำว่า ‘ผู้หญิงโลกสวย’ ให้เต้เหลือเกิน, ส่วนสอง—เรารู้สึกว่าเต้มีความสุขที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ออกมาเป็นตัวหนังสือ งานเขียนของเต้เลยมีเสน่ห์ และยากที่จะไม่หลงรัก

    ป่าน—Pinnary เป็นนักวาดภาพประกอบสาวสไตล์ชัดคนนึงที่เราแอบติดตามผลงานเธอมาสักระยะ เคยคิดว่าต้องมีต้นฉบับแนวไหนกันนะ ถึงจะเข้ากันได้ดีกับภาพสไตล์นี้ของป่าน จนกระทั่งแบงค์—ณัฐชนน (บ.ก.บห. สำนักพิมพ์แซลมอน) เป็นคนส่งไอเดียหนังสือตลาดและการจับคู่ระหว่าง เต้-ป่าน มาให้ เราถึงได้คำตอบ

    แล้วเราก็ทำหนังสือตลาด...

    เรื่องราวของตลาดที่มีบรรยากาศ มีผู้คน สินค้า การซื้อขาย และเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่นั้นๆ บางตลาดเป็นตลาดที่เราก็ทึกทักเอาเองว่ารู้จักมันดี เพราะถือว่าเคยไปมาแล้วเหมือนกันนะ (คือหมายถึงเข้าไปเดินเร็วๆ แล้วซื้อของสองสามอย่าง) แต่เมื่อเรื่องราวถูกเล่าผ่านสายตาของจิราภรณ์ วิหวา ยิ่งรวมกับภาพวาดข้าวของ ร้านรวงต่างๆ ของป่าน—Pinnary แล้ว ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าตลาดที่เราเคยเห็นว่าธรรมดานี่เป็นเพราะมันธรรมดา หรือเราพลาดอะไรไปเองกันแน่

    คราวหน้าถ้าได้ไปเดินตลาดอีกครั้ง จะบอกตัวเองให้เดินช้าๆ ค่อยๆ มองหาร้านที่น่าจะฝากความหวังเอาไว้ให้เป็นร้านโปรด ลองชิมอาหารที่ไม่เคยลอง หรือบางที ลองตื่นเช้าเพื่อไปเจอตลาดที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็น่าสนใจดี

    เราต่างมีสถานที่ที่อยากไปกันคนละแห่งสองแห่ง (หรือสามหรือสี่หรือ...) เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบอาจพบว่า ในสถานที่ที่อยากไปหนึ่งในนั้นก็เป็นตลาดใกล้ๆ บ้านเราเองนี่แหละ

                                                                                            เพราะตลาดเปลี่ยนแปลงบ่อย


     

  • โลกในวัยเด็กของฉัน หมุนอยู่รอบตลาด

    ฉันโตมาในยุคที่ห้างสรรพสินค้ากำลังเฟื่องฟู อายุแค่สองเดือนแม่ก็พาไปงานเปิดห้างฯพาต้า ปิ่นเกล้า พอเดินเตาะแตะได้ก็เริ่มไปเดอะมอลล์ ท่าพระ ตั้งฮั่วเส็ง บางลำพู เมอร์รี่คิงส์ คาเธ่ย์ วงเวียนใหญ่ เอทีเอ็ม พาหุรัด มาบุญครอง ฯลฯ ฉันจึงได้เรียนรู้ศาสตร์ของนักช้อปตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียนอนุบาล และมักจะรบเร้าให้แม่พาไปเที่ยวห้างฯอยู่เสมอ

    อยู่มาวันหนึ่ง ป้าของฉันบอกว่าจะพาไปเที่ยวห้างแบกะดิน เด็กวัยห้าขวบเช่นฉันก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก คิดภาพในหัวไปแล้วว่าห้างฯแบกะดินจะต้องเป็นห้างฯอินเดียที่มีจินนี่กับอาละดินแน่ๆ (ช่างจินตนาการแต่เด็ก) แต่เมื่อพบว่าป้าพาฉันไปตลาดและเฉลยว่าแบกะดินคือแม่ค้าปูผ้าขายของอยู่ที่พื้นถนน หาใช่ห้างฯแอร์เย็นฉ่ำพรมหนานุ่มพร้อมลิฟต์แก้วไม่ ฉันก็หน้าง้ำตลอดการเดินตลาดพลางคิดในใจว่ามีเด็กถูกมุกแบกะดินหลอกไปแล้วกี่คน จนป้าต้องซื้อระนาดไม้อันจิ๋วให้เป็นของปลอบใจ

    ฉันมันเด็กเห็นแก่ได้ นอกจากเลิกงอแงแล้ว ฉันยังติดใจขอตามแม่ไปตลาดอยู่บ่อยๆ สนุกกับการมองโน่นมองนี่ (และรอว่าแม่จะซื้อนั่นซื้อนี่ให้บ้างไหม) แม้ว่าของในตลาดจะไม่ถูกใจเท่าแผนกของเล่นเด็ก ผักผลไม้ไม่ได้แรปใส่โฟมสวยๆ เหมือนในซูเปอร์มาร์เก็ต และไม่มีเครื่องเล่นหยอดเหรียญที่ฉันโปรดปราน แต่ฉันก็สนุกที่ได้ยืนข้างรถเข็นขายน้ำจับเลี้ยงแล้วรอให้ลุงใช้กระบวยตักน้ำใส่แก้วให้ ตื่นเต้นเวลาเห็นเครื่องขูดมะพร้าวและเครื่องคั้นกะทิที่เหมือนหุ่นยนต์ ชอบตอนที่ได้กินขนมจีนน้ำยาเพิ่มลูกชิ้น (การหัดกินของเผ็ดให้ได้มันช่างรู้สึกเป็นผู้ใหญ่) และได้เอานิ้วแตะหอยแครงเป็นๆ ที่นอนกองอยู่ให้มันงับฝา ยิ่งเวลาแม่พาไปตลาดเฉพาะทางไกลบ้าน ฉันก็ยิ่งดีใจ เพราะการได้เห็นม้วนผ้ามากมายที่พาหุรัด ได้เลือกเกมกดอิมพอร์ตจากตลาดปีนัง ได้เดินดูดอกไม้เพลินๆ ที่ปากคลองตลาด ได้เห็นผลไม้กองเป็นภูเขาที่ตลาดมหานาคถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น คือในขณะที่เรื่องราววัยเด็กทั้งหลายมักจะถูกลืมเลือนไปเมื่อโตขึ้น แต่ฉากในตลาดต่างๆ นานาของฉัน ยังคงได้รับการทะนุถนอมนอนสบายอยู่ในรอยหยักของสมอง

    การเดินตลาด ทำให้โลกของฉันกว้างขึ้น

    เมื่อโตพอที่จะไปไหนมาไหนเองได้ นอกจากทำภารกิจนั่งรถเมล์ที่ผ่านมหา’ลัยให้ครบทุกสาย ฉันก็เริ่มต้นทำความรู้จักกรุงเทพฯ ผ่านการไปเดินตลาดที่ยังไม่เคยไป โชคดีที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีตลาดให้ทำความรู้จักชนิดนับไม่ถ้วน อาจเพราะไลฟ์สไตล์ของเราเป็นพวกลูกอีช่างซื้อ เราจึงมีตลาดดักหน้าดักหลังอยู่ทุกมุมเมือง ซึ่งการไปเยือนตลาดเก่าเยาวราชทำให้ฉันรู้จักอาหารเจ อย่างกานาฉ่าย ความกะทัดรัดคลาสสิกของตลาดน้อย กรมเจ้าท่า ทำให้ฉันสนใจวัฒนธรรมจีน ตลาดพรานนกที่แสนคึกคักพาฉันไปรู้จักกับอาหารใต้รสจัดจ้าน ของโปรดในตลาดเตาปูนของฉันคือร้านไอศกรีมทิพย์รสหน้าตาโบราณ ข้าวหมูแดงริมทางรถไฟตลาดพลูคือความทรงจำที่ดี ไหนจะมีตลาดเทเวศร์ ตลาดบ้านใหม่ เจริญกรุง ตลาดซอยเซนต์หลุยส์ ตลาดมีนบุรี ตลาดท่าดินแดง ตลาดพงษ์ทรัพย์ บางพลัด รวมไปถึงตลาดอีกมากมายที่กวักมือเรียกฉันไปเดินเล่น ซื้อของกิน หิ้วของกลับบ้านจนมีไลฟ์สไตล์เป็นคุณแม่บ้านตั้งแต่ยังไม่ทันพ้นวัยเบญจเพส ในขณะที่เพื่อนบางคนมีร้านซีดีเป็นศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ โรงภาพยนตร์หรือคอนเสิร์ตฮอลล์คือดินแดนแสวงบุญของพวกเขา แต่สำหรับฉัน ตลาดคือสถานที่ที่เป็น ‘ของฉัน’ อย่างสมบูรณ์แบบ ถึงจะชอบดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ชื่นชมศิลปิน แต่การที่ต้องไปอยู่ในเทศกาลหนังซึ่งอบอวลไปด้วยมวลของการตีความ การต้องอยู่ในร้านซีดีเก๋ๆ จากเกาะอังกฤษ เดินมึนอยู่ในร้านหนังสือวรรณกรรมเอกของโลก หรือตัวเกร็งในแกลเลอรี่ที่มีบรรยากาศเยียบเย็น มันไม่สบายตัวสบายใจเท่าเดินหิ้วถุงก๊อบแก๊บในตลาดแน่นอน

    อาจฟังดูเป็นเรื่องใหญ่โตและออกจะเกินจริง แต่ของแถมที่ฉันได้จากการเดินตลาด คือวิธีมองโลก ฉันสนใจรายละเอียดของสิ่งต่างๆ มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชื่นชมความมีชีวิตชีวาของผู้คนจนน่าหมั่นไส้ และสนุกกับการเป็นส่วนหนึ่งของโลกเหมือนเป็นนักเดินทางตลอดเวลา แถมยังเชื่อฝังใจเลยว่า การเดินตลาดคือทางลัดในการสนิทสนมกับย่านนั้นเมืองนั้นได้อย่างรวดเร็ว มีโอกาสไปจังหวัดไหนก็ต้องไปตลาด มีโอกาสไปประเทศไหนก็ต้องไปตลาด หรือแม้แต่อยู่กับที่นานไปก็ต้องออกไปตลาด เพื่อชำระล้างจิตใจให้ผ่องใสอยู่เสมอ (ว่าไปนั่น)

    ตลาดคือโลกใบย่อมๆ ที่เราต้องเบียดเสียดเหล่านักช้อปเพื่อเข้าไปทำความรู้จักกับมัน และเมื่อคิดดูให้ดี ตลาดย่อมๆ สักแห่งก็สามารถเป็นแบบจำลองโลกใบนี้ทั้งใบได้เช่นกัน 

    เมื่อคิดให้ดีโลกนี้ตลาด – ในที่สุด ฉันก็พาคุณผู้อ่านมาถึงชื่อหนังสือจนได้!

    และเมื่อมาถึงบรรทัดนี้ ขอเชิญสนุกไปกับโลกของตลาดที่มีทั้งพ่อค้าใจดี แม่ค้าหน้าดุ ลูกค้าผู้น่ารัก และสินค้ามากมายหลากหลายที่อัดแน่นอยู่ในหนังสือเล่มนี้กันค่ะ 

    อ้อ ถ้าเป็นไปได้ อยากให้คุณผู้อ่านลองแวะไปทำความรู้จักตลาดที่อ่านไปแล้วด้วยตัวเอง เพราะถึงในหนังสือจะสนุกมาก (ใครบอก) ก็ไม่อยากให้คุณผู้อ่านเชื่อไปเสียทั้งหมด ของอย่างนี้ต้องลองเองเท่านั้น

    งานนี้ ‘งดเชื่อ เบื่อชวน’ นะ





เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in