บันทึกจากความทรงจำของจางคยองมิน
เบื้องหลังการสร้างสรรค์คอนเสิร์ต Forest's Noise


ในช่วงใจกลางของฤดูกาลที่ฤดูร้อนกำลังมาเยือน คอนเสิร์ตเดี่ยวของจางคยองมิน ในชื่อ Forest's Noise ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 18 และ 19 กรกฎาคมนี้
การแสดงท่ามกลางค่ำคืนอันอบอ้าวที่คลอเคล้าไปด้วยท่วงทำนองของอะคูสติกซาวด์ในครั้งนี้ จะอบอวลไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากคอนเสิร์ตของวง Lacuna แบบเดิมอย่างสิ้นเชิง แล้วการแสดงในครั้งนี้ที่มีเพียงเสียงร้องอันโดดเดี่ยวของคยองมิน จะร้อยเรียงและบอกเล่าเรื่องราวแบบไหนออกมากันนะ?
ท่ามกลางเสียงดังก้องกังวานของฤดูร้อนอันแสนสดใส เราต่างเฝ้ารอคอยความทรงจำบทใหม่ที่เสียงร้องนี้จะเขียนขึ้น และพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ส่วนลึกของผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองแห่งเสียงเพรียก ไปพร้อมกับตัวอักษรที่จางคยองมินได้ถ่ายทอดเอาไว้

ผมคิดว่าความหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ คือการได้บอกให้ทุกคนรู้ว่าผมปลดประจำการอย่างปลอดภัยและพร้อมที่จะกลับมาลุยงานแล้วครับ ก่อนที่สมาชิกคนอื่นๆ ที่ยังเหลือภาระหน้าที่ทางทหารอยู่จะกลับมา ผมเลยอยากลองสร้างสรรค์การแสดงที่มีเสน่ห์ในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแตกต่างไปจากสิ่งที่เราเคยแสดงในฐานะวง Lacuna ครับ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเคยขึ้นแสดงมาเยอะมากจริงๆ แต่คอนเสิร์ตที่ไม่มีสมาชิก Lacuna อยู่บนเวทีด้วยกันเนี่ย ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกเลยครับ แถมแอบคิดเหมือนกันว่า หลังจากที่สมาชิกคนอื่นๆ ทยอยปลดประจำการกันครบแล้ว โอกาสที่จะได้ทำคอนเสิร์ตเดี่ยวแบบนี้ก็อาจจะไม่ได้มีบ่อยๆ แล้วก็ได้ พอคิดในมุมนี้แล้ว คอนเสิร์ตครั้งนี้เลยเป็นงานที่มีความหมายและพิเศษสำหรับผมมากๆ
เพราะว่าวงดนตรีคือการที่สมาชิกทุกคนมาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน ดังนั้นต่อให้ผลงานชิ้นหนึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ออกมาเป็นหนึ่งเดียวแล้ว เราก็ยังสามารถมองเห็นสีสันเฉพาะตัวของสมาชิกแต่ละคนในนั้นได้อยู่ดีครับ ผมคิดว่าบนพื้นหลังของความเป็นวงนั่นแหละ ที่จะทำให้คอนเสิร์ตในครั้งนี้กลายเป็นเวทีที่ทุกคนจะได้แอบส่องและสัมผัสกับสีสันทางดนตรีในแบบของผมได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น และน่าจะเป็นโอกาสที่ผมจะได้แสดงเนื้อแท้ของคนๆ หนึ่งที่ประกอบสร้างขึ้นมาเป็นวง Lacuna ให้ทุกคนได้เห็นกันอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

เมื่อไม่กี่ปีก่อน ในนามของวง Lacuna พวกเราเคยจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ชื่อว่า Summer Noise กันครับ และเนื่องจากคอนเสิร์ตในครั้งนี้ก็จัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนเหมือนกัน ประกอบกับผมอยากจะสื่อสารให้ทุกคนเห็นว่าการแสดงครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแขนงของดนตรีในแบบฉบับ Lacuna ผมก็เลยหยิบยืม title ของคอนเสิร์ต Lacuna ที่เคยจัดไปแล้วมาใช้ครับ
หากจะเปรียบดนตรีของ Lacuna เป็นเหมือนภาพจำลองของฤดูร้อนในกรอบที่ใหญ่ขึ้นมา ผมก็ตั้งใจที่จะสร้างสรรค์คอนเสิร์ตในครั้งนี้ให้เป็นเหมือนผืนป่าเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในฤดูร้อนนั้นครับ มันน่าจะเป็นการแสดงที่ทุกคนจะได้หยิบเอาสีสันทางดนตรีส่วนหนึ่งของ Lacuna ออกมาส่องดูอย่างละเอียดและประณีตลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผมอยากจะเนรมิตให้คอนเสิร์ตนี้เป็นงานที่แม้จะเงียบสงบ แต่ไม่ว่างเปล่า เป็นงานที่เรียบง่ายราบเรียบ แต่ซ่อนไว้ด้วยท่วงทำนองที่ซ้อนทับกันอยู่หลายต่อหลายชั้นครับ

ในระหว่างที่เตรียมคอนเสิร์ต ผมได้หยิบเอาเพลงต่างๆ กลับมาลองร้องและเรียบเรียงใหม่ดูทีละเพลงครับ ตอนแรกมีบางเพลงที่ผมนึกเนื้อร้องไม่ค่อยออกเหมือนกัน แต่พอได้ลองเปิดลองร้องวนดูไม่กี่รอบก็นึกออกทันทีเลยครับ มันให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับมาเผชิญหน้าและทำความรู้จักกับบทเพลงเหล่านั้นใหม่อีกครั้งในรอบปีเลย
ถ้าถามว่ามีเพลงไหนที่ผมรู้สึกคิดถึงเป็นพิเศษไหม... จริงๆ คงไม่ใช่เพลงใดเพลงหนึ่งหรอกครับ แต่สิ่งที่ผมคิดถึงมากที่สุดน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ได้เล่นดนตรีและส่งรับพลังเข้าขากันกับสมาชิกในวงบนเวทีมากกว่า มันจะมีบางโมเมนต์ที่เราสามารถดำดิ่งและดื่มด่ำไปกับการเล่นดนตรีและการร้องเพลงในคอนเสิร์ตได้อย่างเป็นธรรมชาติ...
ผมคิดถึงความรู้สึกและประสาทสัมผัสแบบนั้นที่สุดเลยครับ

ถ้าพูดถึงดนตรีของ Lacuna ผมคิดว่าเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่บอกได้ก็คือซาวด์ดนตรีที่อัดแน่นจนเต็มพื้นที่ แต่สำหรับการเรียบเรียงเพลงเพื่อใช้ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ผมได้ลดทอนซาวด์บางส่วนลงไป และตั้งใจเว้นให้มีช่องว่างเกิดขึ้น ซึ่งผมหวังว่าการลดทอนความหนักแน่นตรงนั้นลง จะช่วยขับเน้นเสน่ห์ของท่วงทำนอง รวมถึงองค์ประกอบหลักของบทเพลงให้โดดเด่นและชัดเจนขึ้นมามากยิ่งขึ้น

ผมคิดว่า ถ้าเป็นเรื่องของการร้องและบรรเลงเพลงของ Lacuna ในรูปแบบดั้งเดิมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แฟนๆ ก็น่าจะอยากเห็นตอนที่สมาชิกทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตามากกว่า ดังนั้นในคอนเสิร์ตครั้งนี้ผมเลยพยายามเลือกบทเพลงที่สามารถเผยเสน่ห์ในมุมใหม่ๆ ออกมาได้เป็นอย่างดีผ่านการเรียบเรียงในสไตล์อะคูสติก โดยค่อนข้างคำนึงและคิดหนักมากเป็นพิเศษว่าอารมณ์ความรู้สึกหรือท่วงทำนองดั้งเดิมของเพลงนั้นๆ จะสามารถฟื้นคืนชีพและโลดแล่นในรูปแบบที่แตกต่างออกไปได้อย่างไรบ้าง

ผมหวังว่าหลังจากที่ทุกคนดูคอนเสิร์ตนี้จบแล้ว จะเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า 'อยากรีบไปเจอคอนเสิร์ตของวง Lacuna อีกไว ๆ จัง' อยากให้คอนเสิร์ตในครั้งนี้ได้ทำหน้าที่เป็นเหมือนความทรงจำที่เป็นผืนป่าเล็กๆ ชุบชูใจในระหว่างช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังเฝ้ารอคอยการกลับมาของ Lacuna ครับ
💙
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in