My Confessioncn20024
Woke up late, feeling lost, and whatever
  • เตรียมชีทที่ให้เอาเข้าห้องสอบ ปั่นชีทที่ไม่ได้เอาคืนมา สอนเพื่อนพาร์ทคำนวณ และตั้งเวลาปลุก 7.50 น.

    เตรียมแผนไว้ในใจดิบดีว่ามีเวลาอาบน้ำสระผมตอนเช้าอย่างเหลือเฟิอ ใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ด้วยการอ่านการ์ตูนไถนิ้วไปเรื่อยยันตีห้า

    เพื่อสุดท้ายมาสะดุ้งตื่นจนตาเหลือกในตอนสิบเอ็ดโมงเช้า

    ใช่แล้ว เวลาสอบวิชาภาคจริง ๆ คือ 9.00 น. เบิกตาแหกกว้างนานแค่ไหนตัวเลขบนโทรศัพท์ก็คือเลขสิบเอ็ดอยู่ดี

    เช็คไลน์ เช็คเมสเซนเจอร์ เช็คโทร.เข้าออก ไถทวิตเตอร์ ไถเฟสบุ๊คเพื่อดูว่าเชี่ย ไม่มีใครตามกูเลยหรอวะ ไม่มีเลยเร๊อ!?

    และใช่จ้า ตีแสกหน้าจัง ๆ ไปเลยว่าไม่มีอะไรสักอย่างเดียว ตัวชาสัส ๆ ชาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าจริง ๆ ใจโคตรสั่น มือก็สั่น ร้อนรนไปหมด ความคิดล้านแปดวิ่งรัวฉิบหาย ถูกทิ้งอีกครั้งสินะ ใช่ ใครจะสนใจคนอย่างแกกันล่ะ ขนาดตัวเองยังไม่สนใจคนอื่นแล้วจะหวังให้ชาวบ้านมาสนใจตัวเองเงี้ยเหรอ หวังสูงไปป้ะ

    คิดเองก็จบเองนะ

    แต่ก็ปลอบใจอย่างพยายามใจเย็น ไม่เว้ย มึงโตแล้วนะ โตจนอายุ 21แล้ว ผ่านเรื่องห่าเหวมามากมาย แค่ไม่ได้ไปสอบมิดเทอมไม่ได้ทำให้ชีวิตมึงจบสิ้น

    ขณะเดียวกันในมือก็กูเกิ้ลรัว ๆ นะ ตื่นสาย ไปสอบไม่ทัน ตื่นสาย ไปสอบมิดเทอมไม่ทัน พันทิป ประโยคบอกเล่าประสบการณ์ผ่านเว็บบอร์ดต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนก็รู้ตัวว่าต้องไปคุยกับอาจารย์สิวะ อ่านไปด้วยความคิดตอนนั้นว่าจะทิ้งมิดเทอมแล้วด้วยนะ ติด 0 Fe เข้าเว็บคำนวณเกรดด้วยทุกวิชา B รวดไปเลยกับ Fe หนึ่งตัว

    แปลกดีที่พอเห็นตัวเลขผลคะแนนแล้วโล่งใจขึ้นเปลาะหนึ่งล่ะ พูดอย่างมั่นหน้ามั่นโหนกก็คือเกรดเดิมมันสูงอยู่ระดับหนึ่ง ถึงทิ้งไปจนเหลือ 2 กว่าจากโปรแกรมคำนวณ เฉลี่ยรวมออกมาถึงร่วงไปหนักมากก็ยังมีเกรดอยู่ในเลข 3 ล่ะวะ

    เอาจริง ๆ แล้วก็คิดจะพุ่งตัวไปห้องสอบเลยเหมือนกัน แต่อีกใจหนึ่งก็คืออับอายว่ะ ถ้าวิ่งไปตอนนี้เพื่อนทั้งห้องสอบก็จะหันมามองด้วยสายตาหลากหลาย กลัวมากเลยนะน่ะทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีใครมาสนใจหรอก อยากโทรศัพท์หาแม่มากว่า แม๊! หนูตื่นสายไปสอบไม่ทัน! แต่ก็รู้ว่าฟีดแบคที่จะได้แม่งต้องชวนให้อารมณ์ขุ่นไปกว่าเดิมแน่ ๆ ไม่เอาดีกว่า

    นั่นล่ะ หลังจากหมดเวลาสอบ ดีใจมากเลยนะที่มีคู่โปรเจกต์โทร.ถามด้วยเสียงร้อนรน จะไปถามเรื่องสอบใหม่ให้ด้วย  ขอบคุณมากเลย (ซารางเฮ) แต่เบรคไว้ว่าเรื่องแบบนี้ฉันต้องไปขอเองสิ ให้คนอื่นไปถามให้นี่มันหน้าด้านเกินทนไปแล้ว แล้วก็ได้แต่หัวเราะขื่น ๆ ว่าคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันแม่งไม่มีใครมาตามอะไรเลยว่ะมึง หัวเราะแห้งแบบเจ็บข้างในฉิบหาย เว้นคนเดียวในกลุ่มที่เออ เราสนิทกันนะน่ะ แล้วก็ทักไปถามเพื่อนที่เคยมาสายตอนปีสองอีกคน เพื่อนก็บอกว่าเขาไม่ใจร้ายปล่อยตกหรอก คือจริง ๆ ก็รู้แหละว่าภาควิชาแม่งช่วยชิบหาย ไม่งั้นไม่เหลือรอดมายันปีสี่ด้วยจำนวนร้อยกว่าขนาดนี้หรอก

    ตอนลงลิฟท์กับระหว่างทางเดินไปที่เจอเพื่อนร่วมภาคคือแม่งเอ๊ย ทำไม๊ทำไมยังมาเจอกันอีก อุตส่าห์รอเวลาให้กลับไปก่อนแล้วนะเนี่ย ก็นะ ลูซเซอร์ที่อ่อนแอก็ได้แต่เดินเลี่ยง สับขารัว ๆ หนีไปนั่นแหละ

    เดินไปด้วยมือเย็น ๆ และกล่อมใจว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร การตื่นสายไปสอบมิดเทอมไม่ทันไม่ได้ทำให้แกต้องไปโดดตึก ชีวิตไม่ได้ฟัคอัพขนาดนั้น คิดข้ออ้างสารพัดเหมือนกันทั้งติดขบวนเสด็จ ป่วย อุบัติเหตุ แต่ว่าเหนื่อยเกินจะโกหกออกไป ปีสุดท้ายก็แล้ว รับผิดชอบตัวเองเถอะ ไม่มีใครมาช่วยแกทั้งนั้นแหละ

    ทุกอย่างจบง่ายมากจนงง

    นี่: หวัดดีค่ะจารย์ ...รหัสนักศึกษา... ค่ะ (ยิ้มแห้ง)
    จารย์: มา xxx อะไร เพื่อนเขาสอบเสร็จกันหมดแล้วเนี่ย แล้วทำไมไม่มา
    นี่: ตื่นสายค่ะ
    จารย์: อะไรกัน เหตุผลฟังไม่ขึ้นที่สุดเลย เอาเถอะ เดี๋ยวมาสอบใหม่พร้อมเพื่อนที่ไม่สบาย คะแนนเหลือครึ่งนึงละกันนะ
    นี่: ขอบคุณค่า

    เนี่ย มันจบง่าย ๆ แบบนี้เลย

    ง่ายจนงงไปหมด 

    เพื่อน1: มารู้ตัวว่าไม่มาตอนผ่านไปแล้วชั่วโมงนึง เพราะนั่งทำอย่างเดียวไม่ได้ดูใคร
    เพื่อน2: กูเข้าห้องสายอยู่แล้วเลยคิดว่ามึงเข้าไปแล้วด้วย
    เพื่อน3: นึกว่าจะเข้าห้องสายแต่ดันหายไปเลย คิดในใจว่าเอาแล้วมึงเอ๊ย...

    ส่วนเหตุผลทำงานอย่างหนักหน่วง เข้าใจทุกอย่าง เป็นฉันก็ไม่ได้แคร์หรอกว่าใครจะเข้าหรือไม่เข้า เรื่องของมึงต้องจัดการเองสิ แล้วก็เข้าห้องสอบไปแล้ว จะตามยังไงได้ แต่ส่วนความรู้สึกก็ใช่ว่าไม่คิด แต่พยายามกลบมันไว้ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทั้งที่เหมือนถูกทิ้งไว้ ทั้งที่คิดว่าเรามีคนที่แคร์เราอยู่นะแต่ไม่ใช่เลยว่ะ คนเรามันถูกลืมไปได้ง่ายดายขนาดนั้นเลยล่ะ

    บทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้ทำให้กระตือรือร้นจะนอนเร็วขึ้นหรือกลับมาตั้งใจเรียนอะไรเลย คือ การที่ตอกย้ำว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนอะ ไม่มีใครมาช่วยฉันได้ดีไปกว่าตัวฉันเอง ช่างแม่งให้เร็วที่สุดแล้วรีบมูฟออนจากตรงนั้นซะ และอย่าลืมมายด์เซ็ตว่าการเรียนในระบบไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต จบการศึกษาด้วยเกรดสวยหรูหรือจบด้วยมี 0 จากการ Fe ในกระดาษทรานสคริปต์หนึ่งแผ่นหลังผ่านกองน้ำตาแห่งความเจ็บปวดมาสี่ปี ถ้าฉันสบายใจที่จะไม่ไปให้คุณค่ากับมัน เรื่องแค่นี้มันก็แค่เหตุการณ์หนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปอย่างง่าย ๆ แบบนั้นล่ะ

    การช่างแม่งนี่มันดีจริง ๆ เลยให้ตายสิ
     


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in