เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
FICTOBER2017rinnyu
DAY01 - Swift (AoKi)
  • DAY 01 - Swift

    Kuroko no Basuke Short Fiction 

    Aomine Daiki*Kise Ryouta

    #Fictober2017 By @Rinnyu




    คุณเคยตกหลุมรักใครตั้งแต่แรกพบไหม


    มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่ทันได้ตั้งตัว


    รู้ตัวอีกขาทั้งสองข้างก็ไล่ตามเขาไปอย่างไม่ลดละ ใช้แรงทั้งหมดที่มี พยายามเพียงเพื่อจะให้เขาหันกลับมามองบ้าง


    วินาทีที่คิดว่าเขาจะหันกลับมา กลับเป็นวินาทีที่ตระหนักได้ว่า เขามีใครอีกคนอยู่ข้างกายมาตลอด


    เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่การคิดไปเองฝ่ายเดียว


    อกหักตั้งแต่ยังไม่ทันได้สารภาพ


    แต่ถึงอย่างนั้น คิเสะ เรียวตะ ก็ยังหวังลึกๆว่าจะมีใครสักคนมาช่วยทำให้บาดแผลในใจนี้หายไปได้


    .
    .
    .
    .
    .


    "ได้ยินว่านายคบกับคางามิแล้วเรอะ"


    คิเสะเบิกตากว้าง ก่อนจะหันหลังไปพบกับเจ้าของเสียงทุ้มอันคุ้นเคย


    "อะ อาโอมิเนจจิ"


    การปรากฏตัวของอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง อาโอมิเนะ ไดกิ สร้างความประหลาดใจให้กับนายแบบหนุ่มไม่น้อย


    ทั้งที่เขาเพิ่งตกลงคบกับคางามิไปเพียงไม่กี่วันก่อนเท่านั้นทำไมคนตรงหน้าถึงได้ยินข่าวเร็วนัก


    ไม่สิ..


    ทำไมถึงมาที่นี่



    "รู้มาจากโมโมจจิเหรอ ข่าวไวใช้ได้เลยนะ"


    "เออ ซัทสึกิมาเล่าให้ฟัง ข่าวยัยนั่นน่ะไม่ผิดหรอก สรุปคบกันใช่มั้ย"


    "อืม"


    "งั้นเหรอ.."


    ท้ายประโยคแผ่วเบาจนเหมือนพูดกับตัวเอง คิเสะกระพริบตาปริบ มองอาโอมิเนะที่ไม่ได้ทำหน้าตาเบื่อหน่ายเหมือนทุกที สมองคิดหาเหตุผลที่อีกฝ่ายมาหาเขา


    เพื่อถามเรื่องที่เขาคบกับคางามิงั้นหรือ?


    ..ฉันไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองอีกแล้วนะอาโอมิเนจจิ..


    "อาโอมิเนจจิมีธุระอะไรกับฉันรึเปล่า"


    "หา??"


    "ก็.. นายคงไม่ได้มาหาฉัน เพื่อถามเรื่องแค่นี้ใช่ไหม"


    จบประโยคคำถามของนายแบบหนุ่ม อาโอมิเนะก็เบิกตากว้าง ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เอซแห่งโทโอทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะหันหลังกลับ


    "ไม่มีอะไรทั้งนั้น"


    "เดี๋ยวสิ อาโอมิเนจจิ"


    "ก็บอกว่าไม่มีธุระอะไรไงเล่า กลับล่ะ" พูดจบก็ยกมือขวาขึ้นโบก แล้วเดินกลับออกไป รวดเร็วจนคิเสะปรับอารมณ์ตามไม่ทัน


    .
    .
    .
    .
    .



    "หลายวันมานี้ไดจังดูอารมณ์ไม่ค่อยดียังไงไม่รู้ เมื่อวานก็เห็นว่าไปเจอคางามิคุงมาด้วย เท็ตสึคุงรู้เรื่องอะไรบ้างไหม"


    "ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับคางามิคุงหรอกครับ"


    คุโรโกะตอบโมโมอิ ก่อนที่ดวงตาสีฟ้าจะเลื่อนไปทางคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง


    "ท..ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะคุโรโกจจิ" คิเสะยิ้มแห้งใส่เพื่อนตัวเล็กที่จ้องมองเขาอย่างนิ่งๆ


    "ผมว่าคนที่สนิทกับคางามิคุงมากกว่าผมน่าจะรู้ดีกว่านะครับ"


    "โถ่ คุโรโกจจิยังไม่เลิกน้อยใจอีกเหรอฮะ


    "ผมไม่ได้น้อยใจครับ" คุโรโกะเบือนหน้าหนี สายตาจดจ่อกับการดูดวนิลลาเชคในมือ


    "แล้วทำไมถึงเมินฉันแบบนี้ล่ะ นี่คุโรโกจจิ ฉันไม่ได้แย่งคางามิจจิไปสักหน่อย คุโรโกจจิก็ยังเป็นคู่หูของคางามิจจิเหมือนเดิมนั่นแหละน่า"


    ดูเหมือนว่าคุโรโกะจะไม่ได้สนใจฟังคนที่กำลังพยายามอธิบายเลยสักนิด ถูกเมินสนิทแบบนี้ คิเสะก็หูลู่หางตก ได้แต่ทำหน้าเป็นหมาหงอยอยู่นิ่งๆ


    "คีจัง.. ถามอะไรหน่อยสิ"


    "ถ้าเรื่องที่คุยกันเมื่อกี้นี้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ"


    "เปล่าจ้ะ ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันอยากรู้ว่าวันก่อนไดจังได้ไปหาคีจังรึเปล่าน่ะ"


    "เรื่องนั้น..อาโอมิเนจจิบอกเหรอฮะ"


    "เอ๊ะ ไปจริงๆเหรอ!"


    "อืม" คิเสะพยักหน้ายืนยัน เขาไม่ค่อยแปลกใจที่เพื่อนสาวผมชมพูจะข่าวไวขนาดนี้ ก็นอกจากจะเป็นผู้จัดการชมรมบาสโรงเรียนโทโอแล้ว ยังเป็นเพื่อนสมัยเด็กของอาโอมิเนะ ไดกิอีกนี่นา


    "เห ไม่น่าเชื่อเลยนะ" โมโมอิแปลกใจ จากนั้นก็อมยิ้มอย่างอารมณ์ดี เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง


    "ฉันว่า ฉันรู้สาเหตุที่ช่วงนี้ไดจังอารมณ์ไม่ดีแล้วล่ะ"


    .
    .
    .
    .
    .


    เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาในยามมืด ร่างสูงโปร่งนายแบบหนุ่มลุกขึ้นปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าของบ้าน


    ดวงตาสีน้ำเงินเบิกโพลงเมื่อเห็นใบหน้าภายใต้แสงไฟของนายแบบหนุ่ม ก่อนจะฉายแววสับสนและหงุดหงิด


    "มีธุระอะไร" ปากก็ไปไวกว่าความคิด ไม่รอให้ผู้มาเยือนเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา


    "ฉันสิที่ต้องถามอาโอมิเนจจิ ว่าวันนั้นที่มาหาฉันมีธุระอะไร"


    คำถามที่ย้อนกลับเข้าหาตัว ทวีความหงุดหงิดให้เอสแห่งโทโอได้เป็นอย่างดี


    "..."


    เมื่อเห็นอาโอมิเนะไม่ตอบอะไร คิเสะจึงเริ่มอธิบาย


    "โมโมจจิบอกฉันว่า หลังจากที่อาโอมิเนจจิรู้เรื่องฉันก็รีบไปที่ไคโจ.."


    "ก็ใช่ แล้วยังไง"


    "แล้วยังไงงั้นเหรอ นายต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ฉันไม่เข้าใจอาโอมิเนจจิเลย"


    ..ไม่เข้าใจจริงๆ การกระทำทั้งหมดของอีกฝ่าย คิเสะไม่กล้าคาดหวังหรือคาดเดาอะไรทั้งนั้น


    "ฉันก็ไม่เข้าใจนายเหมือนกัน ว่าทำไมถึงไปคบกับหมอนั่นได้"


    "หา ฉันจะคบกับใครมันก็เรื่องของฉันนี่"


    "ยอมรับไม่ได้เฟ้ย คนอย่างหมอนั่นมีดีตรงไหนกัน"


    "ก็ดีกว่าอาโอมิเนจจิทุกอย่าง ทั้งอ่อนโยน ทั้งใจดีกว่านายเป็นร้อยเท่า พูดจากับฉันดีๆ ไม่เหมือนนายหรอก"


    "..."


    อาโอมิเนะเงียบไปจนผิดสังเกต คิเสะลอบมองสีหน้าของผู้ชายที่เขาเคยไล่ตาม


    คนที่เขาคิดว่าคงไม่มีวันมองกลับมาที่เขา


    คนที่ยังทำเหมือนให้ความหวัง ทำให้เขาตัดใจไม่ได้เสียที


    "...ชอบหมอนั่นเรอะ"


    เสียงทุ้มถามกลับเสียงเบาไม่ใส่อารมณ์เหมือนทุกที คราวนี้กลับกลายเป็นคิเสะที่พูดไม่ออกเสียเอง


    ใบหน้าหวานก้มลง ลังเลใจกับคำตอบ


    คิเสะไม่ได้เกลียดคางามิ ผู้ชายที่ดูภายนอกเหมือนเป็นคนหยาบกระด้าง แต่ก็ใจดีอย่างไม่น่าเชื่อ อ่อนโยน ดูแลเขาได้เป็นอย่างดี


    ..คางามิจจิเป็นคนดีเกินไปจริงๆนะ..


    เป็นคนที่ช่วยเยียวยาบาดแผลในใจของเขาในเวลาที่เขาอ่อนแอที่สุด ทำให้เขาลุกขึ้นมายืนได้ใหม่


    "นายชอบหมอนั่นมากกว่าฉันอีกสินะ"


    ...จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงเล่า...


    คิเสะส่ายหน้า ดวงตาสีส้มเริ่มมีหยาดน้ำใสคลอหน่วย


    ความรู้สึกที่มีต่อคางามิยังไงก็เทียบความชอบที่มีต่ออาโอมิเนะไม่ได้ แม้มันจะเป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มันก็เป็นสิ่งที่พาเขามาไกลถึงตรงนี้


    "ฉัน...ชอบอาโอมิเนจจิที่สุด" คิเสะเม้มริมฝีปาก เขาไม่อยากเก็บมันไว้ในใจได้อีกต่อไปแล้ว


    เพราะเขาไม่เคยลืมอาโอมิเนะได้เลย


    แม้แต่ตอนนี้ที่อาโอมิเนะยืนอยู่ตรงหน้า คิเสะก็ยังอยากโผเข้าไปกอดจนทนไม่ไหว


    อยากร้องไห้ต่อหน้าแล้วบอกว่าที่ผ่านมาเจ็บปวดมากมายเพียงใด


    "ในที่สุด ก็ยอมพูดออกมาสักที"



    ร่างสูงของอาโอมิเนะเดินเข้ามากอดนายแบบหนุ่มอย่างช้าๆ จนร่างบางต้องตัวแข็งทื่อกับการกระทำที่ไม่คาดคิด


    "ฉันก็ชอบนาย"


    คำสารภาพของอาโอมิเนะทำให้ความรู้สึกที่คิเสะเก็บกักไว้พังทลายลงมาทั้งหมด คิเสะปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ซบไหล่คนที่ชอบอยู่อย่างนั้น


    เป็นความดีใจที่ตามมาด้วยความรู้สึกผิด



    คิเสะรู้สึกผิดกับคางามิ คนที่ดีกับเขาเหลือเกิน


    ...ขอโทษนะ...


    ริมฝีปากหนาของอาโอมิเนะเคลื่อนมาสัมผัสกับเปลือกตาของคนในอ้อมกอด แต่การกระทำนั้นกลับทำให้คิเสะยิ่งร้องไห้หนักขึ้น


    ความอ่อนโยนแบบที่ไม่เคยได้รับจากอาโอมิเนะ ยิ่งทำให้คิเสะคิดถึงอีกคนที่เขากำลังรู้สึกผิดด้วยจากหัวใจ


    ...ขอโทษนะ...


    จนกระทั่งคิเสะทนมันต่อไปไม่ไหว ผละออกจากอ้อมแขนที่เขาโหยหามาตลอด


    "ขอโทษนะ อาโอมิเนจจิ"


    "..."


    "ฉันทำให้คางามิจจิเสียใจไม่ได้จริงๆ"





    END

    :Talk:

    จบแล้วค่า มันฟ้าเหลืองจริงๆนะ 55555555 หัวข้อ Swift จาก #Fictober ก็ตามชื่อเลยค่ะ ถ้าสังเกตดีๆก็มีหลายจุดที่เราเน้นว่ามันเกิดขึ้นเร็วอยู่

    ที่จริงก็มีตอนจบที่คิดไว้อีกแบบด้วย คือตอนท้าย มิเนะจะบอกคีจังให้เลิกกับคางามิ ซึ่งนี่ก็เข้าทาง swift อีกเหมือนกัน เพราะคีจังกับคางามิก็จะคบไวเลิกไวมากเลย แต่เราไม่ยอมให้พ่อเทนชิของเราถูกบอกเลิกด้วยคำว่าดีเกินไปหรอกนะคะ เพราะงั้นก็เลยให้จบแบบนี้ซะเลย :3

    ก็แอบลังเลอยู่ว่าจะจั่วหัวเป็นไฟเหลืองด้วยดีไหม แต่ฟิคที่พระเอกไม่มีบทพูดซักคำมันก็ยังไงอยู่555555 ถ้ามีโอกาสก็อยากเขียนพาร์ทไฟเหลืองเหมือนกันนะคะ 

    Rinnyu
    20171002
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in