คุยกันเรื่องเพศAsParkersIs
Asexuality - สิ่งที่เราหวังว่าเรารู้จากเพศศึกษา
  • มีสิ่งนึงที่เราหวังว่าเราจะได้รับการสอนจากวิชาเพศศึกษา
    คือการที่แรงดึงดูดทางเพศ กับแรงดึงดูดทางใจมันไม่ได้จำเป็นต้องเป็นไปในทางเดียวกันเสมอไป

    แรงดึงดูดทางเพศ หรือ sexual attraction เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่รับรู้และรู้สึกถึงมันได้ แต่คีย์เวิร์ดของมันคือ "คนส่วนใหญ่"
    ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับรู้ถึงแรงดึงดูดทางเพศ และไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นจะต้องรู้สึกถึงแรงดึงดูดทางเพศ


    เรามีคำนิยามสำหรับคนที่ไม่รู้สึกถึงแรงดึงดูดทางเพศนะ

    ASEXUAL

    การเป็น asexual ไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีสมรรถภาพทางเพศ หรือไม่สนใจเรื่องเซ็กส์
    คุณยังสามารถมีความต้องการทางเพศได้อยากปกติทั่วไป แต่คุณแค่ไม่มีแรงดึงดูดทางเพศกับใครเท่านั้นเอง

    แน่นอน การเป็น asexual ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีเซ็กส์ไม่ได้
    asexual บางคนอาจจะไม่ต้องการมีเซ็กส์เลย นั่นก็มีความเป็นไปได้ แต่ก็ยังมี asexual อีกกลุ่มที่รู้สึกเฉยๆกับการมีเซ็กส์ คือจะมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพอใจของเขาและคู่นอนของเขา เขาอาจจะยอมมีเซ็กส์กับคู่ของเขาเพื่อความสุขของอีกฝ่ายก็ได้
    นอกจากนี้ก็ยังมี asexual อีกหนึ่งกลุ่มที่เป็น sex positive คือสามารถมีเซ็กส์ได้เหมือนคนทั่วไป โดยที่เขาอาจจะชอบมีเซ็กส์ด้วยซ้ำ แต่ย้ำอีกครั้งว่าเขาไม่มีแรงดึงดูดทางเพศใดๆ

    สำหรับ asexual เรื่องของเซ็กส์เป็นเรื่องไกลตัวของพวกเขา ถ้าคุณมี asexual อยู่ในวงสนทนาของคุณแล้วคุณพูดเรื่องเซ็กส์ขึ้นมา เขาอาจจะกำลังนึกถึงเรื่องอื่น หรือโฟกัสกับรายละเอียดอย่างอื่นอยู่ก็ได้ อย่างเช่นว่า ทำไมคุณถึงเลือกมีเซ็กส์ที่โซฟาสีชมพู แทนที่จะเป็นเตียงสีฟ้า ทำไมคุณถึงมีเซ็กส์ระหว่างฟังเพลงแจ๊ซ เป็นต้น

    ตั้งแต่เด็ก เพศศึกษามักสอนถึงความรักกับเซ็กส์ว่าเป็นสิ่งที่เกิดมาคู่กัน แต่แท้จริงแล้ว คุณสามารถมีความรักได้โดยที่ไม่มีแรงดึงดูดทางเพศกับคู่รักของคุณเลยก็ได้

    การที่คุณหลงรักใครซักคนโดยไร้แรงดึงดูดทางเพศนั่นคือ
    romantic attraction

    romantic attraction หรือ แรงดึงดูดทางใจ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความรู้สึกชอบ รัก เป็นความรู้สึกดีๆที่มีให้อีกฝ่ายโดยปราศจากเรื่องเพศ
    แน่นอน เพศศึกษาไม่เคยพูดถึงว่าแรงดึงดูดทางเพศกับแรงดึงดูดทางใจมันไม่จำเป็นต้องไปในทางเดียวกัน อย่าว่าแต่เป็น asexual เลย คุณสามารถเป็น bisexual แล้วเป็น heteroromantic ก็ได้ คือคุณอาจจะมีแรงดึงดูดทางเพศกับบุคคลจากสองเพศ แต่คุณอาจจะมีแรงดึงดูดทางใจแค่กับคนเพศตรงข้ามเท่านั้น

    การที่เราเอาแรงดึงดูดทางเพศไปผูกติดไว้กับแรงดึงดูดทางใจนั้น ทำให้คนเราคิดว่าการที่เราจะรักใครคนนึงได้ เราจะต้องอยากมีเซ็กส์กับเขาด้วย 
    กลับกันถ้าเราปลูกฝังตั้งแต่แรกเริ่มว่าแรงดึงดูดทางเพศกับแรงดึงดูดทางใจนั้นเป็นสิ่งที่แยกออกจากกัน คนเราอาจจะได้ค้นพบตัวตนของตัวเองมากขึ้น อาจจะกล้าที่จะพูดว่าเรารักใครมากขึ้น กล้ามีเซ็กส์กับบุคคลอื่นตามที่ใจอยากมากขึ้น

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in