My First Storyp
congratulations
  • :🎉

    :มามั้ย

    :ไปได้หรอ555

    :ได้ดิ คนอื่นก็มา

    :มีเรียนอะ ถ้าเลิกทันอาจจะไป

    :โอเคครับ



    ระหว่างที่มัวแต่คิดว่าควรไปหรือไม่ไปก็พาตัวเองเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูรถไฟฟ้าแล้ว แน่นอนว่าจุดหมายของมัน คือเธอ


    เอาจริง ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะไปแสดงความยินดีกับเธอในฐานะอะไร

    คนรู้จัก

    เพื่อนสมัยมัธยม

    หรือแฟนเก่า

    แต่เธอก็เคยชวนเรานี่ หมายถึงตอนที่ยังคบกันอะนะ

    จะบอกว่ามาเอาเครดิตที่เป็นคนคอยปลุกเธอก็ไม่ใช่ เพราะไม่เคยปลุกเธอตื่นไปเรียนเลย

    ไม่ใช่คนที่คอยบังคับให้เธออ่านหนังสือด้วย

    เป็นแค่คนที่ทำตัวไม่ถูกเวลาเธอมาบ่นเรื่องคะแนนสอบ แล้วทำได้แค่บอกเธอว่าสู้ ๆ รอบหน้าเอาใหม่


    :อยู่ไหนอะ

    :มาจริงดิ

    .ส่งรูป

    :อยู่หน้าตึกสาขา ให้ไปรับมั้ย

    :ไม่เป็นไร ๆ เดี๋ยวเดินไปเอง


    เพราะไม่ได้เตรียมอะไรมาให้เลยตัดสินใจซื้อดอกไม้โง่ ๆ ที่ขายอยู่หน้าประตูไปแทน อย่างน้อยก็มีอะไรติดไม้ติดมือไปแทนของที่เคยคิดว่าจะให้เธอตอนเรียนจบ

    ไม่มีตุ๊กตาตัวใหญ่

    ไม่มีคำยินดีที่เคยคิดไว้

    ไม่มีของขวัญแฮนเมดที่เคยคิดว่าจะทำ

    ไม่มีแม้แต่ความกล้าจะเดินไปหาเธอ


    แต่ว่ามาถึงขนาดนี้แล้ว แถมยังบอกเธอว่าถึงแล้วอีก ถ้าหนีกลับคงดูโคตรขี้แพ้


    หลง

    มนุษย์ที่แม้แต่ในมหาลัยของตัวเองยังต้องเปิดกูเกิ้ลแมพจะเอาอะไรมารอดในมหาลัยที่ไม่เคยเข้ามา 

    :หลง

    ไม่ตอบ 

    เดาว่าเธอคงมัวยุ่งอยู่กับการเป็นผู้รับคำยินดีอยู่แน่เลย ก็วันนี้มันวันของเธอนี่หน่า


    ตัดสินใจกดเบอร์โทรที่ต่อให้นานแค่ไหนก็ยังจำได้ ไม่สิ เพราะไม่คิดจะลืมมันต่างหาก

    “ฮัลโหล หลงอะ”

    “อ่าว อยู่ไหน”

    “ตรงสนามหญ้า”

    “โอเค เดี๋ยวไปรับ”

    สายถูกตัดไป พร้อมกับใจที่สั่นรัว


    เธอที่เราไม่ได้เจอมาครึ่งปี จะเป็นยังไงบ้างนะ

    เราที่ไม่ได้เจอเธอมาครึ่งปี จะยิ้มแบบไหนให้เธอดี

    เราสองคนที่ไม่ได้เจอกันมาครึ่งปี จะเริ่มบทสนทนาแรกต่อหน้ากันยังไง


    “เธอ”

    เสียงที่ยังจำได้ไม่ต่างจากเบอร์โทรศัพท์ที่จำขึ้นใจ เสียงของเจ้าของปลายสายที่พึ่งวางไป

    เธออยู่ในชุดเดิมที่เราเห็นจนชินตาต่างแค่มีชุดครุยคลุมอยู่ ผมยาวขึ้นแล้วจากที่เห็นเธอครั้งล่าสุดผ่านสตอรี่ของเพื่อน ขมวดคิ้วแบบที่เราไม่ชอบแต่เธอก็จะเถียงว่านี่มันหน้าปกติของเธอ

    เหมือนเวลาหยุดหมุน

    เหมือนได้ย้อนกลับไปวันที่เจอเธอครั้งแรก

    ย้อนไปตอนที่ได้กลับไปเจอเธอวันนั้น


    เธอเดินเข้ามา

    ใกล้ขึ้น

    ใกล้ขึ้น

    ใกล้

    จนหยุดอยู่ตรงหน้า


    ไง

    เป็นไงบ้าง

    สวัสดี

    ดีใจด้วย

    คำพูดมากมายตีกันในหัว ราวกับมันกำลังแข่งกันว่าใครจะได้ออกไปทักทายเธอ

    แต่สุดท้ายก็มีเพียงรอยยิ้มส่งไป รอยยิ้มที่คงดูตลกสำหรับเธอเพราะมันพยายามซ่อนน้ำตาไว้

    “พ่อกับแม่อะ”

    “อยู่หน้าตึก”

    “อ่าว งั้นรีบกลับไปก็ได้ แวะมาแสดงความยินดีเฉย ๆ”

    “ไม่เป็นไร แม่บ่นร้อนเข้าไปนั่งรอข้างในแล้ว”

    “อ่อ เออ ซื้อดอกไม้มาให้ เห็นเขาขายอยู่หน้าประตูพอดี”


    ดอกไม้ไปอยู่ในมือเธอแล้ว

    เสี้ยววินาทีที่มือของเราใกล้กัน

    เสี้ยววินาทีที่หวังว่ามือของเราจะสัมผัสกัน

    เสี้ยววินาทีที่แอบหวังว่าสัมผัสนั้นจะทำให้เธอกลับมาใจเต้นแรงเหมือนกัน


    “มาไงเนี่ย”

    “นั่งmrtมา”

    “ไปถ่ายรูปกันมั้ย เดี๋ยวให้พ่อถ่ายให้”

    ยังไม่ทันได้ตอบ เธอก็เดินนำไปแล้ว

    ส่วนเราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินตาม 

    พอต้องมามองเธอจากข้างหลังจริง ๆ ก็ทำให้รู้ว่าที่เคยบอกว่าชอบมองเธอจากข้างหลังมากกว่าข้างกันมันไม่จริง

    อยากรีบเดินให้ทันไปอยู่ข้าง ๆ เธอ

    ที่ ๆ ครั้งหนึ่งเคยได้มองเธอจากตรงนั้น

    ที่ ๆ ครั้งหนึ่งเคยเชื่อว่ามันเป็นของเรา

    แต่ไม่ทัน ไม่ว่าตอนนี้

    หรือตอนไหน

    ที่ผ่านมาไม่เคยเดินตามเธอทันเลย


    “เดี๋ยวเรากลับแล้วดีกว่า เธอจะได้อยู่กับเพื่อนกับพ่อแม่”

    “ไม่ถ่ายรูปหรอ”

    “ไม่เป็นไร บอกแล้วว่ามาแสดงความยินดีเฉย ๆ”

    “โอเค”

    “อื้ม ดีใจด้วยอีกรอบ”

    “ขอบคุณครับ”

    “ไปนะ”

    “บาย”

    ตัดสินใจยิ้มให้เธอครั้งสุดท้ายแล้วหันหลังไปก่อนที่เธอจะทันสังเกตว่าเริ่มมีน้ำใส ๆ คลออยู่ที่ตา


    อะไรไม่รู้ดลใจให้หันกลับไปหาเธอ อาจเพราะหวังว่าเธอจะยังยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ก็หวังว่าต่อให้เธอเดินไปแล้ว เธอก็จะหันกลับมาเหมือนกัน

    แต่ไม่เลย เธอไม่ได้อยู่ตรงนั้น และไม่ได้หันกลับมาแล้ว


    หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเธอจากข้างหลัง 

    หลังที่เคยคิดว่าชอบมองมันอยู่เคียงกับคนอื่นมากกว่า 

    หลังที่เคยคิดว่าชอบเดินตาม 

    หลังที่ครั้งหนึ่งไม่ว่าเธอจะเดินนำไปแค่ไหนก็ไม่เคยไกลเกินความยาวแขนของเราสองคนเพราะเธอคอยจับมือเราไว้

    แต่ว่าวันนี้เธอเดินไปไกลกว่านั้นแล้ว

    และสักวันเราก็คงต้องกลับไปมองดูเธอเคียงคู่กับใครสักคนอีกครั้งจากข้างหลัง

    หวังว่าถ้าถึงวันนั้นเราจะรู้สึกยินดีกับเธอได้จริง ๆ 

    แบบที่ไม่ร้องไห้เหมือนวันนี้


    ไม่ต่างจากครั้งสุดท้ายที่ได้พบเธอ ในตอนนั้นเราก็ดันร้องไห้จนน้ำตาบดบังใบหน้าของเธอ 

    วันนี้น้ำตาก็ทำหน้าที่เดิมได้เป็นอย่างดี มันบดบังภาพเธอจนเลือนลาง


    การต้องเดินผ่านผู้คนช่วงเย็นวันศุกร์ในขณะน้ำตาก็ให้ความร่วมมือกับแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นอย่างดีนี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบททดสอบของการเติบโตมั้ยนะ


    อยากจะหาตู้ที่คนน้อยที่สุดแท้ ๆ แต่เย็นวันศุกร์ในเมืองหลวง รถไฟฟ้าก็ไม่ต่างอะไรกับปลากระป๋องหรอก

    แต่ไม่เป็นไร ถือว่าการกลั้นน้ำตา 14 สถานีรถไฟฟ้าเป็นบททดสอบต่อมาของการเติบโตก็ได้

    เผื่อว่าเราจะโตพอจนได้วนกลับมาเจอเธออีกครั้งเหมือนที่เธอเคยบอก


    ‘โตขึ้นอาจจะกลับมาเจอกันก็ได้’


    ไว้พบกันใหม่นะ ในสักวันที่เราเติบโต แต่อาจไม่ได้รักกัน


    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .



    Posted!


    Congratulations on your big step :-)


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in