[Fictober 2019] Miracle in Octobernixsummer0531
Day 06 Husky
  • รู้สึกเจ็บคอ

    จองเซอุนหน้านิ่วคิ้วขมวด กุมลำคอของตัวเองเอาไว้แน่นแบบคนที่ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรให้คอตัวเองหายเจ็บ ไม่แน่ใจเพราะสภาพอากาศเมื่อวานหนาวจนเกินไป หรือเพราะร่างกายปรับสภาพไม่ทันเนื่องจากถูกพามายังต่างดินแดนกันแน่ พอออกไปเดินในเมืองไม่กี่ชั่วโมง พอกลับมาบ้านก็มีไข้ พอรุ่งเช้ามาก็เจ็บคอจนเสียงเปลี่ยน

    “คอแดงมากเลยนะคะ แบบนี้คงต้องปรุงยาให้ทานแล้ว” อันยูจินหันไปบอกอิมยองมิน หลังตรวจอาการให้

    “ยา? จอมเวทของทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอครับ” จองเซอุนถามด้วยเสียงแหบแห้งน่ากลัว

    “ใช่ค่ะ ยาที่นายท่านเป็นคนทำขายดีมากเลยละ คนในหมู่บ้านแวะเวียนมาซื้อประจำ”

    “ซื้อ?”

    “ปกติแล้วนายท่านยองมินจะทำตามคำขอของลูกค้าเป็นรายบุคคล คอยปรุงยาเพื่อรักษาอาการ ไม่ว่าจะเป็นเจ็บคอ ไม่สบาย นอนไม่หลับ หรืออาการฝันร้ายก็ช่วยได้ ร้านของเราจะเปิดทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่เพราะช่วงนี้พวกเราต้องดูแลความเรียบร้อยให้กับนายน้อยก่อน เลยหยุดร้านอาทิตย์หนึ่งน่ะค่ะ นอกจากจะขายยาแล้ว บางครั้งก็มีพวกภูติหรือแฟรี่มาขอให้ช่วยปรุงยาให้เหมือนกัน” เด็กสาวผมน้ำตาลเอ่ยเจื้อยแจ้วไม่หยุดตามประสา

    “ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ปกติคนสมัยนี้ ไม่น่าจะซื้อยาที่ไม่ได้ออกโดยแพทย์”

    “อาจเพราะประเทศนี้มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นมาแต่ไหนแต่ไรด้วยน่ะ อังกฤษถือเป็นดินแดนเก่าแก่ และพวกพ่อมดแม่มดเองก็ถือเป็นตัวตนสำคัญที่หยั่งรากลึกในชีวิตประจำวัน อีกอย่าง ยาที่ปรุงด้วยเวทมนตร์ จะรักษาอาการได้ค่อนข้างไวกว่ายาที่สร้างมาจากวิทยาศาสตร์ สำหรับคนในหมู่บ้านที่เป็นมนุษย์ธรรมดา หลักๆ แล้วพวกเขาก็แค่คิดว่ายาที่ฉันทำเป็นยาพื้นบ้านที่ทำมาจากสมุนไพรเป็นหลัก หากไม่มีผลกระทบต่อร่างกาย และไม่มีอันตรายหลังใช้ พวกเขาเลยไม่เป็นกังวล” อิมยองมินที่นั่งอ่านหนังสือปกหนาพลางจิบชาไปด้วยอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด ชายหนุ่มนั่งอ่านหนังสืออยู่อีกพัก เมื่อจบบทเข้าก็ปิดหน้าหนังสือลงและหยัดตัวลุกขึ้นยืน พร้อมบอก “ถ้าอยากดูตอนฉันปรุงยาก็ตามมา แต่ถ้าเธออยากนั่งพักตรงนี้ก็รอสักสิบห้านาที”

    “ไม่ครับ ผมไปด้วย” จองเซอุนรีบบอก กระชับเสื้อคลุมผืนหนา และวิ่งตามหลังอาจารย์ของตัวเอง
    เมื่อก้าวเข้ามายังห้องที่เต็มไปด้วยสิ่งแปลกตาที่ต่างจากโลกความเป็นจริง จองเซอุนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที อาจเพราะห้องแห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่หน้าตื่นตาตื่นใจตลอดเวลาที่ได้มอง จากบรรดาห้องทั้งหมดภายในบ้าน สถานที่แห่งนี้คือห้องที่เขาชอบมากที่สุดรองจากห้องนั่งเล่นที่มีเตาพิงอุ่นๆ

    จองเซอุนเดินไปหยุดยืนข้างๆ อาจารย์ที่ตอนนี้หยิบอุปกรณ์ต่างๆ มาวางบนโต๊ะ พอทุกอย่างครบถ้วน อิมยองมินก็รินน้ำเปล่าลงในแก้วใสทรงสูง ใส่ซินนามอนลงไปหนึ่งแท่ง น้ำผึ้งสองช้อน ดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ห้าดอก และบางอย่างที่คล้ายกับผลึกคริสตัลสีม่วงหนึ่งก้อน

    อิมยองมินอังมือทั้งสองข้างเหนือแก้วใส จากนั้นก็ร่ายเวทด้วยท้วงทำนองราวกับขับขานบทกวี

    ประจุแสงสีทองเรืองรองลอยเหนืออยู่ผิวน้ำ พร้อมๆ กับส่วนผสมที่ใส่ลงไปก่อนหน้าแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีเหลืองอร่ามไม่ต่าง เมื่อละอองแสงทั้งหมดแตกเป็นอณูเล็กๆ รวมตัวกับของเหลวภายในแก้ว จากน้ำสีใสอุณหภูมิปกติ ก็กลายเป็นน้ำสีทองราวกับสีของน้ำชาและมีไอควันลอยกรุ่นอยู่เหนือผิวน้ำ

    อาจารย์หนุ่มหยิบถ้วยน้ำชาออกมาจากชั้นวาง รินยาที่เพิ่งปรุงเสร็จใส่แก้วเล็ก และส่งยื่นให้

    จองเซอุนรับมาถือ มองยาในมือด้วยแววตาลังเล ก่อนตัดสินใจกลั้นใจและดื่มไปอึกหนึ่ง เด็กหนุ่มกะพริบตาปริบๆ เมื่อรู้สึกว่าอุ่นวาบไปทั่วร่าง อาการเจ็บร้อนบริเวณลำคอ ทุเลาลง ไหนยังรู้สึกชุ่มคอและรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

    “รู้สึกดีขึ้นไหม” อิมยองมินถาม

    จองเซอุนพยักหน้าถี่รัว รีบดื่มชาอีกหลายอึกใหญ่ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเป่าฟู่ให้หายร้อน

    “ถ้าเธอยอมนอนห้องเดียวกับฉันตั้งแต่เมื่อวานก็คงไม่เป็นแบบนี้ ทำไมถึงดื้อไม่ยอมฟังก็ไม่รู้” อิมยองมินบ่นเสียงเหนื่อยใจ จองเซอุนที่ได้ยินถึงกับสำลักชาที่กำลังดื่ม ใบหน้าของเขาแดงวาบ รีบตอบอ้อมแอ้มโดยไม่สบตา

    “คือ...ผมเกรงใจน่ะครับ อุตส่าห์ซื้อของให้ ไหนยังพาไปกินขนมอร่อยๆ ก็เลยไม่อยากรบกวนอีก”

    “เธอเป็นลูกศิษย์ของฉันนะเซอุน จะมาเกรงใจไปทำไม” อิมยองมินถอนหายใจเฮือก

    จองเซอุนไม่ตอบคำถามต่อ ก้มหน้างุด จดจ่อกับยาในมือ ไม่อยากบอกความจริงว่ามันออกจะเขินแปลกๆ ที่ต้องไปนอนด้วย ในวันที่เขาใช้เวทมนตร์เกินตัวในป่าจนสลบและโดนอุ้มให้มานอนบนเตียงของอาจารย์หนุ่ม ตอนนั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก อาจเพราะเหนื่อยล้าจากการใช้เวทมนตร์ ทั้งมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดเลยไม่ได้คิดอะไรมาก จนกระทั่งอีกวันที่ได้สติเต็มตื่น เขาเลยทำตัวไม่ถูกไปหลายชั่วโมง ดังนั้นมันจึงไม่แปลก พอโดนสั่งให้ไปนอนด้วยกันอีกรอบ เขาเลยปฏิเสธออกไปอย่างรวดเร็ว

    “จะว่าไป กำไลนั่น ทำให้เธอรู้สึกไม่ดีหรือเปล่า”

    “ไม่นะครับ ไม่รู้สึกอะไรเลย” 

    จองเซอุนตอบเสียงเบา เลื่อนมือไปลูบกำไลหนังที่ประดับอัญมณีหลากสีเม็ดเล็กๆ ตรงข้อมือตัวเองเบาๆ เมื่อวานตอนไปที่ร้านของวิศวกรจักรกล หลังจากที่จอมเวทหนุ่มเดินกลับมาที่ห้อง พร้อมถามว่าอยากได้เครื่องประดับแบบไหน ระหว่างสร้อยคอ กำไลข้อมือ แหวน และต่างหู จองเซอุนที่ไม่เคยใส่ของพวกนี้มาก่อนเลยเลือกสิ่งที่คิดว่าสวมง่ายที่สุดอย่างกำไลข้อมือ พอตัดสินใจเลือกได้ เร็นก็เริ่มต้นสร้างกำไลหนังชิ้นนี้ให้ แม้จะไม่รู้รายละเอียดมากนัก แต่อิมยองมินอธิบายว่ามันคืออุปกรณ์เวทมนตร์ที่ช่วยปรับสมดุลตอนใช้เวทมนตร์ และพอสร้างกำไลให้เสร็จ เร็นใช้สายวัดวัดตัวเพื่อเตรียมตัดเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวให้ แต่เนื่องจากมีเวลาจำกัด เลยจะเอามาส่งให้ที่บ้านในวันหลัง

    “ถือว่าดี ใส่ติดตัวไว้ตลอด อย่าถอดเด็ดขาดละ” อิมยองมินสั่งเสียงจริงจัง

    จองเซอุนพยักหน้า รับปากว่าจะไม่ลืมใส่ รู้สึกขอบคุณในความเป็นห่วงที่อีกฝ่ายมอบให้

    แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่อิมยองมินคงกลัวเขาจะสลบไปเหมือนอย่างที่เคยใช้เวทไฟภายในป่าเมื่อคราวนั้น

    อยากรู้จัง ทำไมคนคนนี้ถึงทำดีด้วยขนาดนี้ — จองเซอุนนึกในใจโดยไม่คิดถาม นั่งจิบยาที่มีรสชาติหวานจางๆ ไปเงียบๆ เมื่อดื่มจนหมด เขาก็วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ มองถ้วยที่วางเปล่าด้วยสายตาครุ่นคิดอยู่พัก ก่อนช้อนสายตามองอีกฝ่ายเขินๆ พร้อมกับถามคำถามเสียงอ้อมแอ้ม

    “คือว่า ผมอยากปรุงยาดีๆ แบบนี้ได้บาง ถ้าคุณมีเวลา ช่วยสอนผมได้ไหมครับ”

    “ได้สิ” 

    อิมยองมินตอบเสียงอ่อนโยน เลื่อนมือมาเลิกผมที่ปรกหน้าผากของจองเซอุนขึ้น ก่อนจะโน้มตัวลงจูบเบาๆ 

    “ทุกความต้องการของเธอ ฉันจะทำให้เป็นจริงแน่นอน”

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in