[Fictober 2019] Miracle in Octobernixsummer0531
Day 13 Ash
  • จองเซอุนกะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เมื่อได้มาอยู่ในสถานที่แปลกตาอีกครั้ง รอบตัวของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยต้นไม้สูงไร้ใบ แต่ละต้นนั้นเหี่ยวแห้งราวกับยืนต้นตายมานานหลายปี ท้องฟ้านั้นมืดสนิท ไร้ซึ่งแสงดาวและแสงจันทร์ คงมีเพียงดวงไฟเล็กๆ ราวกับจุดแสงของหิ่งห้อยเท่านั้น ที่ส่องสว่างไปทั่วผืนป่าแห้งแล้งแห่งนี้

    หรือจะเป็นร่องรอยของพวกภูติ 

    จองเซอุนสันนิษฐาน เพราะตอนที่เดินเข้าไปในป่าหลังบ้านกับแฟรี่ลมแอเรียล ครั้งนั้นเขาก็เห็นละอองแสงลอยอยู่ในอากาศคล้ายกับแบบนี้ เด็กหนุ่มยืนชั่งใจครู่หนึ่ง หันไปมองด้านหลังที่เป็นทางเดินทอดยาวออกไป ก่อนจะหันกลับมามองด้านหน้าที่เป็นทางยาวทอดตรงไปเช่นกัน

    จองเซอุนตัดสินใจเดินไปตามทางเดินที่เงียบสงัด ระหว่างที่เดิน เขาไม่ได้ยินเสียงอื่นใด นอกจากเสียงเสียดสีของเสื้อผ้า กับเสียงลมหายใจของตัวเอง ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำ เขานึกทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในช่วงนี้ ไม่กี่วันก่อนหน้า เขามักคิดเสมอว่าตัวเองนั้นดวงไม่ดี 

    โชคไม่ดี ที่เกิดมากำพร้าพ่อแม่

    โชคไม่ดี ที่เกิดมามองเห็นสิ่งแปลกประหลาดที่คนอื่นมองไม่เห็น

    โชคไม่ดี ที่นำพาเคราะห์ร้ายมาสู่คนรอบข้าง จนท้ายที่สุด พวกเขาก็ตัดสินใจผลักไสเขาให้ออกไป
    ทั้งๆ ที่คิดแบบนั้นมาตลอด ไม่ได้นึกเลย ว่าจะมีใครคนหนึ่งที่อยากให้เขามาอยู่เคียงข้าง 

    เป็นคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จัก ออกจะพิลึกไปหน่อยด้วยซ้ำ ที่สั่งให้พ่อมดออกตามหาและซื้อตัวมาให้อยู่ด้วย แต่สิ่งที่แปลกประหลาดยิ่งกว่า คือคนแปลกหน้าที่ว่าบอกว่าตัวเองเป็นจอมเวท และเขาเองก็เป็นจอมเวทไม่ต่าง ใจหนึ่งก็แอบคิด ว่าที่นี่คือโลกหลังความตาย อีกใจก็แอบนึก ว่าบางทีคงเป็นโลกความฝันที่จิตใต้สำนึกของเขาปรารถนา แต่ไม่ว่าจะหาเหตุผลหรือทฤษฎีต่างๆ มาแย้งขนาดไหน ความจริงก็ยังคงเป็นความจริง โลกกลมๆ ที่เคยหลงคิดว่าเป็นโลกธรรมดามาโดยตลอด แท้จริงแล้วกลับมีโลกอีกใบหนึ่งที่แตกต่างจากความจริงโดยสิ้นเชิง

    จนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังคงจำได้ดี วินาทีที่ใช้พลังเวทจุดไฟได้ในครั้งแรกนั้น เขาก็รู้สึกอุ่บวาบภายในอก รู้สึกหัวใจพองฟูด้วยความตื่นเต้น เหมือนอย่างตอนที่มีครอบครัวมาอุปการะเขาไปเลี้ยงในวันแรก มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่า ได้ค้นพบสถานที่ที่เป็นของตัวเอง เป็นสิ่ง ที่เฝ้าปรารถนาว่าอยากจะเจอมาโดยตลอด นอกจากนี้ จอมเวทผมสีแดงส้มคนนั้นก็ดูแลเขาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเสื้อผ้า อาหาร ที่พัก หรือแม้แต่ความรู้ด้านเวทมนตร์ ขอแค่บอกว่าอยากเรียน อิมยองมินก็จะสอนให้หมดทุกอย่าง ไม่ว่าต้องการหรืออยากได้อะไร เพียงแค่บอก จอมเวทหนุ่มก็ไม่ปฏิเสธสักครั้ง

    แต่ในแสงสว่างของความดีใจและยินดี เขารู้ตัวว่ามันมีจุดดำเล็กๆ จุดหนึ่งซ่อนอยู่

    คำถามสั้นๆ ที่ถามว่า ทำไม

    ทำไม อิมยองมินถึงออกตามหาเขา

    ทำไม ถึงต้องเป็นเขาเท่านั้น

    ถึงจะแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินขณะที่โดนโอบกอดเมื่อหลายวันก่อน แต่ เอสเธอร์ คือใครหรืออะไรกันแน่

    ในขณะที่จมไปกับความนึกคิดของตัวเอง จองเซอุนชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เมื่อพบว่าเดินมาถึงสถานที่ที่ต้องการ ห่างออกไปไม่ไกล ปลายเส้นทางของถนนที่ทอดยาว มีเนินดินและมีภูติสาวผมน้ำตาลรูปร่างคล้ายกับมนุษย์ยืนอยู่ ตัวของเธอนั้นส่องแสงเรืองรองจางๆ ราวกับดวงวิญญาณ โดยที่ดวงตาเรียวของเธอมองตรงมายังแขกที่มาเยือน จองเซอุนไม่รอช้า รีบเดินไปหาภูติสาวตนนั้น

    “สวัสดี สเลย์เบก้าน้อย นึกไม่ถึงว่าจะมายังที่แห่งนี้ได้” ภูติสาวเอ่ยทัก ก่อนที่จองเซอุนจะได้เอ่ยอะไร “แต่สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่เธอควรเข้ามา แนะนำว่าให้รีบกลับออกไปเถอะ”

    “ครับ ผมจะกลับ แต่คุณต้องกลับไปด้วย เพื่อนคนสำคัญของคุณรออยู่” จองเซอุนบอก พร้อมกับยื่นมือไปหา

    “ฉันเองก็อยากทำแบบนั้น แต่เวลาของฉันมันหมดลงแล้ว ต่อให้อยากอยู่เคียงข้างขนาดไหน มันก็ไม่มีวันเป็นจริง” เฮเลนเอ่ยด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ เบือนสายตาไปมองกองขี้เถ้าขนาดใหญ่ที่อยู่บนพื้นดิน โดยภายใต้กองขี้เถ้า มีตอไม้ผุดขึ้นมาเพียงเล็กน้อย “เปลือกของฉันในโลกความจริงได้ตายแล้ว และจิตวิญญาณภายในของฉันก็กำลังตายลงอย่างช้าๆ อีกเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ฉันจะกลับสู่ผืนดินโดยสมบูรณ์ ทุกอย่างมันสายเกินไปสเลย์เบก้าน้อย มันสายไปแล้วจริงๆ”

    เฮเลนใช้มือลูบแก้มของจองเซอุนด้วยความเอ็นดู วินาทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัส ภาพความทรงจำและความรู้สึกต่างๆ ก็ไหลทะลักเข้าจนเด็กหนุ่มรับรู้ได้ มันเป็นความรู้สึกยินดี อบอุ่น ดีใจ ผสมปนเปกับความเศร้า หนาวเหน็บ และเจ็บปวด ภูติสาวค่อยๆ เคลื่อนมือจากแก้มไปยังต้นคออย่างช้าๆ ใช้ปลายนิ้วไล้ไปมาบริเวณปานสีแดงรูปกลีบดอกไม้

    “สำหรับเธอที่เคยจากลามาแล้วหลายครั้ง เธอเองน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีกว่าใคร”

    จากลา...เหรอ... ตอนไหนกันนะ...

    จองเซอุนหลุบสายตาลงต่ำ นึกทบทวนถึงความเจ็บปวดของการร่ำลา 

    สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า? บ้านที่เคยคิดว่าบ้าน?

    ไม่เลย หากเปรียบเทียบแล้ว สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ความเจ็บปวดแม้แต่น้อย อย่างมากก็เป็นเพียงเรื่องน่าเศร้า

    แต่ เขาเองก็พอจะจินตนาการออก หากต้องจากอิมยองมินไปในช่วงเวลาอันใกล้นี้ บางที ตัวเขาในตอนนี้ อาจจะมีความรู้สึกไม่ต่างไปจากเวอร์นอนและเฮเลน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาจะต้องพาเธอกลับไป กลับไปยังสถานที่ ที่เธอเคยจากมา

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in