Movie จิปาถะNopportunity
"Childhood โรงเรียนริมป่า อนุบาลออโรร่า"
  • Childhood | SFW | ที่นั่ง G10

    Childhood ภาพยนตร์สารคดีที่ติดตามการใช้ชีวิตตลอด 1 ปีของเด็ก 6 ขวบของโรงเรียนอนุบาลออโรร่า

    อนุบาลออโรร่า เป็นโรงเรียนเล็กๆ ริมป่าแห่งหนึ่งในประเทศนอร์เวย์ ที่ใช้วิธีการสอนผ่านการเล่น แนวคิดหลักของระบบการศึกษาในโรงเรียนนี้คือ “หน้าที่ของเด็กคือการเล่น”

    เด็ก 6 ขวบซึ่งเป็นเด็กโตที่สุด คือเด็กๆ กลุ่มเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ไปทำกิจกรรมในป่า ซึ่งเราจะได้เห็นกระบวนการคิด และวิธีการเรียนรู้โดยธรรมชาติของเด็กๆ และการเป็นผู้ตามของผู้ใหญ่

    --------------------

    “อย่าไปทำร้ายต้นไม้สิ มันก็มีชีวิตนะ...ถ้ามีใครมาตัดหัวนายเล่นนายจะชอบมั้ย”

    นี่คือสิ่งที่เด็กๆคุยเล่นกันในขณะที่เล่นกันอยู่ ทำเอาผมหน้าชาไปเหมือนกัน และเชื่อว่าหลายในโรงหนังก็รู้สึกไม่ต่างกัน

    --------------------

    กาลครั้งหนึ่งมีปีศาจร้ายตัวหนึ่ง มันโหดเหี้ยมมาก สิ่งเดียวที่จะฆ่ามันได้คือ "รักแท้"

    การสร้างรักแท้จะต้องมีวัตถุดิบ 3 อย่าง
    1. เขี้ยวของจระเข้ยักษ์ที่หิวโซ
    2. โครงกระดูกของมังกรที่อดอาหารจนซูบผอม
    3. ดวงตาหนึ่งข้างของซอมบี้

    มันหายากมากเลยใช่มั้ยล่ะ? นั่นสินะ รักแท้ไม่ได้สร้างมาได้ง่ายๆ

    และนี่คือนิทานจากจินตนาการของเด็ก 6 ขวบ ในขณะที่จับผักผลไม้มาต่อสู้กัน

    --------------------

    ด้วยความที่เป็นภาพยนต์สารคดี Childhood จึงไม่มีบทหรือสคริปต์ที่ถูกเขียนขึ้น ไม่มีเส้นเรื่อง ไม่มีไคลแมกซ์ และไม่มีเดียงสา เป็นภาพยนตร์ที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการแบบหาที่สิ้นสุดไม่ได้

    ใช่ว่าเด็กโรงเรียนนี้จะดูโตเป็นผู้ใหญ่ เข้าใจโลกไปเสียทุกอย่าง สุดท้ายแล้วเด็กก็คือเด็ก บางคนก็สนุกกับการหยิบทุกอย่างเข้าปาก บางคนก็มีดื้อ กลั่นแกล้ง แย่งของกัน ทะเลาะกันบ้าง โกรธกันบ้างเป็นธรรมดา หากแต่นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าการปล่อยให้เด็กเล่นตามวัย เติบโตไปตามพัฒนาการ ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ใหญ่ที่เข้าใจบทบาทของการเป็นผู้เลี้ยงดู ก็ไม่ได้ทำให้เด็กโตช้าไปกว่าการยัดเนื้อหาวิชาการเข้าไปเลย

    ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เป็นเพียงการนำเสนอรูปแบบการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งที่พ่อแม่ หรือคุณครูสามารถนำมาปรับใช้กับเด็กๆตามความถนัด และเหมาะสมกับตัวเอง

    ผมคงไม่สามารถสรุปได้ว่ารูปแบบการเรียนรู้ในแบบของอนุบาลออโรร่า คือสิ่งที่ดีกว่ารูปแบบทั่วไป และไม่สามารถบอกได้ด้วยว่ารูปแบบไหนคือสิ่งที่ดีที่สุด เพียงค่อยากชวนทุกคนมาเรียนรู้ มาเป็นผู้สังเกตการณ์ และใช้วิจารณญาณของตัวเองเพื่อตัดสินใจว่า เราจะใช้วิธีการแบบไหนทำให้เด็กๆรอบตัวเราได้เติบโต
    .
    ปล. โชคดีที่ผมโตมาในสถาบันที่ขยันเปิดเพลงซานต้าลูเซียบ่อยกพอๆกับเพลงมาร์ชสถาบัน พอได้ยินเพลงนี้ในหนังก็เลยอินไปได้อีกระดับนึง

    --------------------
    สุดท้ายนี้ผมเปิดเพจชื่อ “Story จิปาถะ” เพื่อเป็นอีกช่องทางในการรวบรวม และเผยแพร่เรื่องราวที่ผมเขียน ฝากเนื้อฝากตัว และฝากกดติดตามกันด้วยนะครับ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in