ยอมรับเลยว่าค่อนข้างเครียดนิดๆตอนกำลังจะเริ่มเขียน กำลังคิดว่าจะเขียนให้ออกมาในรูปแบบไหนดี เป็นตัวของตัวเองในแบบไหน สรุปตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเขียนมาในแบบไหนอยู่ดี (ถึงแม้สิ่งที่ทำจะเรียกว่าพิมพ์ก็เถอะ)
จั่วหัวมากับคำว่า นศพ จริงๆตอนนี้ก็ยังไม่นับเป็น นศพเต็มตัวอะไรหรอก ยังเรียนแค่ปีหนึ่งเทอมสอง เรียกจริงๆคงเป็นแค่ pre-med เฉยๆ เวลาบอกว่าตัวเองเรียนหมอนี่มันมีทั้งความห่อเหี่ยว และรู้สึกดีไปพร้อมๆกัน เวลาคนถามว่าเรียนคณะอะไร ไม่เคยตอบไปอย่างฉะฉานเลยว่า เรียนแพทย์ค่ะ เราจะอึกอัก มองหน้าเพื่อนละค่อยๆพูดว่า แพทย์ค่ะ โดยเพราะส่วนตัวเรารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น ที่จะให้คนมา โอ้วโหว นี่เรียนหมอนิ อะไรแบบนี้ อีกประเด็นเราก็ไมไ่ด้อยากเป็นหมอแบบความฝันแต่เยาวัย อ่านหนังสือหนักเพื่อมาเป็นหมอ แต่มันก็ติดเข้ามาเรียนแล้วด้วยเหตุผลทางอะไรไม่ทราบได้ ส่วนความภาคภูมิใจก็ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก คือมันก็ไม่ใช่ กูหมอไง กูยิ่งใหญ่ แต่มันก็มีความ เออก็หมออ่ะ มันก็ดูแบบดีอ่ะ ถึงกูจะดูไม่ดีในหมู่คนดูดี แต่รวมๆมันก็ดีอ่ะ (งงมั้ย) จะให้มาเล่าชีวิตตอนนี้คงยาวและมีแต่คำบ่นอ่ะ ประเด็นที่จะสื่อคืออะไรนะ ตั้งสติแปป คืองี้แค่จะมาบอกว่าจริงๆเป็นคนชอบเขียน แต่งเรื่องอะไรแบบนี้ ตอนเด็กด้วยพื้นฐานที่ชอบเล่นคนเดียว (หรือไม่มีเพื่อนคบ?) คืออยู่โรงเรียนเราก็แก่นซ่าร่าเริงแต่พอกลับบ้านคือพี่ชายก็ห่างกับเราหกปี แถมละแวกบ้านก็มีแต่รุ่นๆน้อง ไม่ก็รุ่นพี่ไปเยอะ ด้วยความที่ไม่มีเด็กรุ่นเดียวกันเลยต้องเล่นคนเดียวบ่อย อีกประเด็นคือที่อยากขอบคุณมากเพราะแม่จับเราเรียนพิเศษตั้งตอนอนุบาลสอง (มันก็ไมไ่ด้ทรมานและสูญเสียเวลานะ คือเรียนแค่เสาร์/เปิดการ์ดป้องกันดราม่า) แล้วแบบแค่คณิตบวกลบคูณหารเป็น กับภาษาไทย ตอนประถมเราเลยเก่งไทยมาก คำยากในสมัยนั้นแบบ 'บรรพบุรษ' เราก็สะกดได้ตั้งแต่ปอหนึ่งปอสอง เวลาสอบอ่านสอบท่องคือชิว คือสบาย แล้วเราก็ชอบหยิบหนังสือภาษาไทยพี่มาอ่าน ปัจจุบันก็คล้ายๆพวกภาษาพาที ก็อ่านแบบพระอภัยมณี อิเหนา อะไรตั้งแต่เด็ก พ่อก็หาหนังสืออ่านเล่นมาให้อ่านเรื่อยๆ จนเริ่มโตขึ้นเข้าช่วงมัธยม เหมือนชีวิตเด็ก 90s ต้องผ่านมากับแจ่มใสอ่ะ ละช่วงยุคนั้นคืออ่านได้ปกติ ไม่มีใครมาบอกว่าแบบ มึงขี้เพ้อ โลกสวยนะ หรือปัญญาอ่อน เราก็เลยบ้าคลั่งนิยายสุดฤทธิ์ จนถึงช่วงนี้แม้ไม่ค่อยได้อ่านแจ่มใสเท่าไหร่เถอะ แต่พวกวรรณกรรม หรือหนังสือทั่วไปแบบนี้ก็ยังชอบอ่านมาเรื่อยๆ โต๊ะโตะจัง บารามอส paaper town เหมือนจะอ่านได้หลายๆแนว (แต่พวกแฟนตาซีต่อสู้นี่ไม่ค่อยถนัด) แต่ก็นั่นแหละด้วยความที่พอขึ้นมัธยมเราก็เริ่มรู้สึกได้ว่าสกิลภาษาไทยมันดรอปลงเรื่อยๆ เราอาจจะอ่านแต่ไม่ค่อยได้ขีดได้เขียน เรียงความก็เขียนแบบมั่วซั่ว ทั้งๆที่สมัยประถมเคยไปประกวดด้วยซ้ำ พอขึ้นมอปลายซ้ำร้ายใหญ่สายวิทย์ด้วย รู้สึกเลยแหละว่าตัวเองไมไ่ด้ขีดเขียน หรือคิดเท่าไหร่ แต่ในส่วนการอ่านก็ยังเหมือนเดิมนั่นแหละ อ่านฟิควายเพิ่มมาอีกด้วย เคยคิดอยากจะแต่งนิยาย ก็เลยลองแต่งสั้นๆให้เพื่อน ตอนนี้ย้อนกลับไปอ่านนะ ภาษาแบบ แปลกมากมาย อ่านแล้วสะดุด คือรับตัวเองไม่ได้เลย แถมพอเทคโนโลยีเข้ามานะ ลำพังเขียนไดอารี่ยังขี้เกียจอ่ะ แต่เรื่องพิมพ์นี้สู้ตายจ้า เล่ามาตั้งยาวแค่จะบอกว่า เอออ เลยแวะมาเปิดบล็อกเขียนไว้นี่แหละ เรามันชาวเพ้ออยู่แล้ว เขียนให้ดีๆแบบคนอื่นก็ไมไ่ด้ เขียนเพ้อเฉยๆให้คุณอ่านละตลก อมยิ้มหรืออะไรก็ไม่ได้นะ เพราะเราก็เป็นแบบนี้แหละ มีอารมณ์เลยมาพิมพ์เฉยๆ ง่ายดี /จบ
ปล.จะสอบแล้ว กับการเรียนทุ่มเทมั้ย?
ปลสอง.เอาฤกษ์เอาชัยในลุคเรียบร้อย มาคราวหน้านี่หยาบคายแน่นอน
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in