Me with my pillowartroom11_
ปรัมปราข้างหมอน
  • ‘ นิทาน เป็นมากกว่าเรื่องจริง

    นั่นไม่ใช่เพราะ นิทานบอกเราว่ามังกรมีอยู่จริง

    หากแต่มันสอนเราว่า เรา...สามารถโค่นมังกรได้ ’

    - G.K. Chesterton -

     

                  ตั้งแต่จำความได้ เรานอนอยู่บนเตียงตอนหัวค่ำ บนหมอนที่มีแต่คราบน้ำลายข้างๆ มีแม่เราที่นั่งอิงหัวเตียงอยู่  ในมือถือหนังสือเล่มหนาๆ คนเราถ้าถือหนังสือเล่มหนาๆ ค้างเติ่งไว้นานๆ คงเมื่อยมือแย่แต่ไม่มีความสนใจใดๆ เกิดขึ้นกับมือที่กำลังสั่นเพราะถือหนังสือหนัก

                  เราและแม่สนใจที่เรื่องราวในหนังสือ

                  แม่เล่านิทานให้เราฟัง แทบทุกคืนที่แม่ว่าง และไม่ได้เคลียงานเราจะเผลอหลับไปพร้อมกับเสียงตื้นลึกของแม่ทุกๆ ครั้ง ถ้าฉากไหนที่เป็นฉากของเจ้าหญิงแม่ก็จะทำเสียงน้อยๆใสๆ แบบเด็กๆ แต่ถ้าเวลาไหนที่ถึงฉากวายร้ายโผล่มา แม่ก็จะดัดเสียงแข็งๆ ทุ่มๆ ขึ้นมาทันที เราขอให้พ่อเล่านิทานให้ฟังบ้าง แต่พ่อจะยิ้มแบบเขินๆ แต่ก็ยอมเล่าให้เราฟัง พอถึงฉากที่เจ้าหญิงปรากฏกายขึ้นมา พ่อแทบจะลดเสียงลงแทบไม่ทัน พ่อคงจะเขินตอนบรรยายถึงเจ้าหญิง ไม่ใช่เพราะเธอหน้าตางดงาม แต่เพราะเขินในน้ำเสียงของตัวเอง มาคิดดูอีกทีก็ขำก๊ากเหมือนกัน (ฮ่าๆๆๆ)

                  นิทานสอนเราได้หลายอย่าง ถ้าผู้ใหญ่ไม่เล่าให้เราฟังหรือที่โรงเรียนไม่เล่าให้ฟัง หรือถ้าโลกนี้ไม่มีนิทาน เด็กๆที่ถึงวัยเจริญเติบโตและเรียนรู้ คงจะเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่อยู่บนโลกได้ยากทีเดียวเพราะวัยนี้เขาอาศัยจินตนาการเป็นสื่อเชื่อมโยง

                  ปราสาทรูปร่างหน้าตายังไง

                  มียอดปราสาทสูงๆ หน้าต่างหลายๆ บานไง

                  อ๋อ มีป้อมปราการด้วย มีทหารคอยปกป้องปราสาทเอาไว้

                  ด้านในมีพระราชา พระราชินีอาศัยอยู่….

                  มนุษย์เรา ดำรงชีวิตมาพร้อมกับเรื่องเล่าและตำนาน ยายของเรามีเรื่องเล่าที่มาจากทวดและทวดก็มีเรื่องเล่าที่เล่ามาจากแม่ของทวด และแม่ของทวดก็มีเรื่องเล่าที่เล่ามาจากพ่อแม่ของทวดของทวดอีกทีและย้อนจากอีกคนไปอีกคนเรื่อยๆ

                  คนเราไม่มีใครแก่เกินจะฟังนิทานหรอกนะ นิทานเป็นส่วนหนึ่งในวัยเด็กของพวกเรา และมันก็อยู่ในจิตใจของเรามาเรื่อยๆ จนเราโต มันสอนเราใช้ชีวิตให้ดำรงอยู่ในสังคมได้ บ่อยครั้งที่นิทานจะเล่าถึงคนดีที่ทำดีแล้วได้ดี เราจดจำ และทำตาม


    “ทุกสิ่งอย่างที่เราเหลียวมอง

    มันจะกลายเป็นนิทาน

    เราจะรับรู้เรื่องราวจากทุกๆ อย่าง

    ที่เราสัมผัส”

    - Hans Christian Andersen -

    (เจ้าของนิทานชื่อดังเด็กหญิงขายไม้ขีด, ลูกเป็ดขี้เหร่และอีกหลายๆ เรื่อง)   


    *******

    บทความนี้เป็นเพียงเกริ่นนำบล็อกเล่านิทาน ซึ่งเราจะแปลนิทานหลายๆ เรื่องมาไว้ในนี้ โปรดติดตามตอนต่อไปน้า

    *********




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in