I'm Fine | Cafe | And youBUNBOOKISH
01: aoon


  • How to go: จากวงเวียนโอเดียน เข้าเยาวราช ซอย 5 เลี้ยวขวาตรงมาจะเจอสามแยกที่มีต้นโพธิ์ ร้านอยู่ทางซ้ายมือ

    Contact: 089-447-7161

    Open: ทุกวัน เวลา 09:00-18:00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)

    Parking: ไม่มีบริการ แต่จอดรถได้ที่วัดปทุมคงคาฯ ค่าจอดชั่วโมงละ 10 บาท


  • ภาพวาดที่บิดเบี้ยวแปลกตา แต่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ทำให้เราสัมผัสได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของศิลปินอย่าง เตว—จารุวัฒน์ น้อมรับพร หรือ LoveSyrup ได้เป็นอย่างดี 

    หากใครเคยได้เห็นผลงานของเตว คงรู้สึกได้ว่าภาพวาดของเขา ไม่เคยถูกบดบังด้วยสิ่งอื่นใด นอกไปจากความเป็นตัวเอง
    "ผลงานตัวเองที่ชอบมากสุดตอนนี้คือ ภาพวาดสีน้ำมันชื่อว่า Love as Cobalt กับ Emerald Brooch เพราะเป็นงานปัจจุบันของเรา เลยรักมันเป็นพิเศษ กล้าใส่เรื่องส่วนตัว ใส่อารมณ์ลงไปในภาพ"


  • "ตอนนี้รวมๆ แล้วชอบ Aoon Pottery ที่สุด เพราะบรรยากาศในร้านมีความอ่อนโยน และความละเอียดลอออยู่สูงมาก ลึกๆ เราแอบโหยหาสิ่งนี้ เพราะใช้ชีวิตค่อนข้างหยาบมาตลอด 

    มันยากมากที่จะสร้างบรรยากาศที่สบายแบบนี้แล้วออกมาดูไม่ปลอม ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และการออกแรงทำด้วยตัวเองพอสมควร
    เมนูที่ไปทุกครั้งจะต้องสั่งคือกาแฟดำร้อน ถึงเมล็ดกาแฟจะไม่ได้หวือหวา แต่ก็มีคุณภาพ ชงด้วยวิธี Aeropress ง่ายๆ เราชอบเวลาเห็นเขาชงด้วยจังหวะแบบเดิม น้ำร้อนเท่านี้นะ ต้องราดน้ำร้อนวนเป็นวงกลมนะ ต้องจับเวลานะ ออกแรงกดแบบไม่สุดกระบอกนะ มาดื่มเป็นเดือนก็ยังเห็นเขาทำอย่างตั้งใจเหมือนกันทุกครั้ง คงไม่ต้องเล่าถึงรสชาติแล้วมั้ง"



  • ส่วนใหญ่เราไปเพื่อนั่งดื่มกาแฟและสเก็ตช์งาน พอถึงเวลาข้าวเย็นก็สั่งอาหารในร้านมากิน แล้วนั่งอ่านหนังสือต่อจนร้านใกล้จะปิด ค่อยกลับบ้าน


    ปกติไม่ค่อยได้ถ่ายรูปในร้าน ถ้าจะมีก็จะเป็นรูปถ่ายตัวเองครึ่งตัวล่างตรงที่นั่งประจำ คือโต๊ะยาวฝั่งชั้นหนังสือ ช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะแดดเข้มๆ มันจะส่องเข้ามาในร้านพอดี แล้วทุกอย่างมันสวยไปหมด แต่พอถ่ายเสร็จก็จะย้ายหนีเลยนะ เพราะเริ่มจะไม่ ‘อุ่น’ แล้ว มันร้อน

     





  • ร้านนี้ต่างจากร้านอื่นตรงบรรยากาศ คือเข้าไปแล้วเหมือนล้ำเส้นความเป็น ‘ลูกค้า’ ไปสู่ ‘คนรู้จัก’ ทันที เพราะเขาไม่จ้างพนักงาน ทุกอย่างเจ้าของร้านทำเองหมด

    เป็นกันเองมากแบบที่อยากฟังเพลงอะไรก็ขอได้เลย อีกอย่างคือเราไปแล้วได้ความรู้ใหม่ๆ เยอะ จากการแอบฟังเนี่ยแหละ กลายเป็นได้รู้จักชื่อของวัตถุดิบ เครื่องปรุง ภาชนะที่ใช้ เหมือนได้กินแบบละเอียดขึ้น สนุกดี ไหนจะเรื่องดนตรี ต้นไม้ บุหรี่อีกเพลินมาก

     




  • ร้านอุ่นเป็นร้านที่ทำให้เราอยากไปเห็นกับตา ตั้งแต่ได้เห็นรูปหน้าร้านครั้งแรก เป็นความรู้สึกที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ในช่วงเวลาที่มีคาเฟ่ใหม่ๆ ผุดขึ้นมากมายแบบนี้

    เท่าที่เรารู้มา นอกจากจะเป็นคาเฟ่แล้ว ร้านอุ่นยังมีสตูดิโอเซรามิกอยู่ด้านบน แต่พอไปเยือนเลยได้เห็นว่า ร้านอุ่นถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ประกอบไปด้วย ชั้นหนึ่งเป็นโซนคาเฟ่ ชั้นสองเป็นส่วนของสตูดิโองานปั้น ส่วนชั้นสามก็มีสตูดิโอล้างฟิล์มซ่อนอยู่ด้วย


  • เราแอบคิดว่าที่มาของชื่อร้านอุ่น คงเกี่ยวข้องกับอาหารหรือไม่ก็งานเซรามิก จน พี่ง้วน —พลเสฎฐ์ โลหะชาละธนกุล เจ้าของร้าน เฉลยว่าที่มาของชื่อเกิดจากความอยากได้ร้านที่มีชื่อภาษาไทยพยางค์เดียว ซึ่งคำว่า ‘อุ่น’ ก็ดูกระชับ และยังให้ความรู้สึกไม่ร้อนไม่เย็น เพราะความอุ่นมันคือพอดี

    บรรยากาศในร้านก็อุ่นสมชื่อ จากการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่เข้ากับของตกแต่งเซรามิกได้อย่างดี แถมยังมีต้นไม้ที่พี่ง้วนปลูกไว้ตามมุมต่างๆ




    “เราทำเซรามิกมาห้าปีแล้ว ก็ยังไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลย และมันก็เป็นเหตุผลที่เราเลือกมาทำ
    แต่แรก เพราะคิดว่ามันจะไม่อิ่มตัว หนักสุดคงเป็นจุดที่รู้สึกเหนื่อยทางกายมากกว่า เอาจริงๆ ก่อนจะตัดสินใจมาทำเราก็คิดเยอะ คือเราอยากได้งานที่เราอยากทำไปจนตาย แล้วงานเซรามิกมันมีหลายแขนงมาก ต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี กว่าจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ ตั้งแต่เรื่องอุณหภูมิ เรื่องเคลือบ เรื่องดิน และอีกหลายเรื่องมากที่ยังต้องเรียนรู้ ซึ่งมันทำให้เราสนุกทุกครั้งที่ได้ทำงาน”





  • อีกบริเวณที่น่าสนใจคือชั้นสองของร้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสตูดิโองานปั้น ไฮไลต์สำคัญของชั้นนี้อยู่ที่การจัดแสงของห้อง ที่สวยจนเรานึกว่าเดินอยู่ในห้องทำงานประเทศญี่ปุ่น แต่ทางที่ดีควรจะขออนุญาต หรือให้พี่ง้วนพาชมจะดีที่สุด เพราะเป็นที่ที่ใช้ทำงานจริง

    กลายเป็นว่าที่ตั้งใจจะมาดื่มด่ำกับบรรยากาศของคาเฟ่ สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับไปคือความประทับใจที่ได้พูดคุยกับพี่ง้วนถึงแพสชั่นในการทำงาน มันคงจะเป็นแรงบันดาลใจที่คุกรุ่นและอุ่นอยู่ในใจของเราไปได้อีกนาน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in