มีอะไรจะเล่าให้ฟังtoeypruang
ย่าติง ดินแดนที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง
  • "เมืองจีนอะหรอ ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไป สกปรกจะตาย คนจีนก็เสียงดัง น่ารำคาญ "

    นั่นเป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวตอนที่พี่มาแนะนำให้ไปเที่ยวจีนแทนอินเดีย (แหม อินเดียไม่สกปรกเลยสิ) แต่ด้วยงบที่มีไม่พอให้ไปถึงอินเดียได้ ก็เลยเปิดใจ ลองเปิดรีวิวดู 

    โห ไม่อยากจะเชื่อว่าจีนจะมีอะไรแบบนี้ด้วย 
    โอเค งั้นไปจีนกัน


    อุทยานแห่งชาติย่าติง ตั้งอยู่ที่เมืองเต้าเฉิง ซึ่งที่แห่งนี้นับว่าเป็นซัมบาลาแห่งสุดท้ายของชาวทิเบต ตั้งอยู่ที่ความสูง 4000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล การเดินทางมาที่นี่นั้นเราเลือกใช้วิธีที่เป็นที่นิยมมากที่สุด นั่นก็คือ ดอนเมือง-คุนหมิง-ลี่เจียง-แชงกรีล่า-เต้าเฉิง-ย่าติง

    ภายในอุทยานจะมีเส้นทางหลัก 2 เส้นทาง นั่นก็คือ เส้นทางทะเลสาบไข่มุก ซึ่งเป็นทางที่มีระยะทางไปกลับเพียง 3.5 กิโลเมตร และอีกเส้นทางนั่นก็คือ ทะเลสาบน้ำนม และทะเลสาบห้าสี ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกัน เส้นทางนี้ค่อนข้างโหดเลยทีเดียว ระยะทางไปกลับทั้งหมด 10 กิโลเมตร

    เรามีเวลาซึมซับบรรยากาศที่นี่เพียงแค่สองวัน ในวันแรกเราเลือกไปที่ทะเลสาบน้ำนมก่อน ถ้ายังมีแรงเหลือก็จะไปทะเลสาบห้าสีต่อ สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเอาชีวิตรอดไปถึงจุดหมายปลายทางของเรานั่นก็คือ ออกซิเจนกระป๋อง น้ำดื่ม และช็อคโกแลต เนื่องจากที่นี่เป็นที่สูง(มาก) จึงทำให้เหนื่อยง่ายกว่าปกติหลายเท่าตัว เราเองที่เป็นนักกีฬา คิดว่าตัวเองแข็งแรงมาโดยตลอด ก็เกือบไปไม่ถึงเหมือนกัน 
    ระหว่างทางที่เดินภาพที่เห็นข้างทางสวยงามราวกับภาพวาด แต่ด้วยร่างกายที่ไม่มีการเตรียมพร้อมมา ทำให้เดินได้สี่ห้าก้าวก็ต้องหยุดพัก แต่ละย่างก้าวที่เดินมีความคิดแทรกขึ้นมาในหัวอยู่ตลอด ว่านี่เรามาทำอะไรที่นี่ เอาตัวเองมาทรมานทำไม เอาเพื่อนมาลำบากทำไม นาทีนั้นความรู้สึกผิดก็ถาโถมเข้ามา เดินไปคิดไป เดินไปเรื่อย ๆ เจอคุณลุงเดินมาคนเดียว เอาวะ ลุงเดินไหวเราก็ต้องไหว ประกอบกับภาพทะเลสาบน้ำนมที่เคยดูในรีวิวมันลอยเข้ามาในหัว อยากไปอยู่ตรงนั้นจัง อยากไปเห็นภาพแบบนั้นด้วยตาของตัวเอง 

    "ใกล้แล้ว ๆ อีกนิดเดียว" เสียงจากพี่คนไทยที่เดินสวนกลับไป ทำให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อย 
     นาทีที่เห็นภาพนี้อยู่ตรงหน้า สิ่งแรกที่นึกถึงเลยก็คือ คนที่บ้าน อยากให้พวกเขามาอยู่ด้วยกันตรงนี้ อยากให้มาเห็นสิ่งที่สวยงามแบบนี้ด้วยกัน แล้วน้ำตาก็ซึมออกมา น้ำตาที่ประกอบไปด้วยความรู้สึกมากมาย ดีใจที่พาตัวเองมายืนอยู่ตรงนี้จนได้ ขอบคุณตัวเองที่ไม่ถอดใจไปเสียก่อน เพราะภาพที่อยู่ตรงหน้ามันสวยกว่าที่เจอมาในรีวิวซะอีก

     เรามีเวลาอยู่ตรงนี้เพียงไม่นาน เพราะเดี๋ยวจะกลับไปไม่ทันรถอุทยานรอบสุดท้าย เมื่อเก็บภาพจนอิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินกลับ ส่วนทะเลสาบห้าสีนั้นไม่ต้องพูดถึง นอกจากเวลาที่มีจำกัดแล้ว แรงของเราก็มีจำกัดเช่นกัน


    ระหว่างทางก็ยังสวยงามเหมือนเดิม 

    วันที่สอง จุดหมายของเราในวันนี้ก็คือ ทะเลสาบไข่มุก
    ซึ่งการเดินในวันนี้ถือว่าเป็นเศษเสี้ยวของเมื่อวานเลยก็ว่าได้ เดินบ้าง พักบ้าง ไม่นานก็ถึง


    จุดนี้นักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร คงเป็นเพราะการเดินทางที่ไม่ลำบากจนเกินความสามารถของผู้สูงอายุ

    ในการมาย่าติงครั้งนี้ ทำให้เรานึกถึงคำพูดที่หลายคนชอบบอกกันว่า "ระหว่างทางก็สวยงามไม่แพ้ปลายทาง" มันยังคงเป็นจริงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางครั้งไหน ๆ 


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in