คิดออกจะมาเปลี่ยนโอ๊ตหนึ่งสี่เจ็ด
#firsttimehere./
  •      หลังจากได้รับคำแนะนำของน้องเต๊ะมา พบว่าจริงๆตัวเองไม่เคยใช้เว็บนี้มาก่อน จำสลับกับอีกเว็บนึง  (ซึ่งจะชื่อไม่ได้แล้ว แต่ใช้ยากกว่านี้มาก) การได้พบ minimore นี่เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม ไม่ต้องมีลูกเล่นอะไรมาก ขอแค่พิมพ์เล่าเรื่องได้ก็พอแล้ว นี่สิจุดมุ่งหมายของการเขียน

         บล๊อกเปิดไม่อยากจะเขียนยืดยาวอะไร เพราะแค่เริ่มเขียนก็เกือบเป็นเวลาตีสองแล้ว ได้แต่หวังว่าจะมีเรื่องราวดีๆมาเขียนในทุกวันให้คนอื่นได้อ่านกัน ขอทำนายไว้เลยว่า ถ้าเขียนไปเรื่อยๆ ช่วงนึงก็คงจะขี้เกียจเขียนไปเอง ถึงเขียนไปเยอะก็คงไม่มีใครมาตามอ่าน สิบบทความแรกอาจจะไม่มีการอ่านเลยด้วยซ้ำ

         ช่วงเวลาแสนว่างแบบนี้ ก็เบื่อจนต้องหาอะไรใหม่ๆทำ พอน้องทักขึ้นมาเราก็เลยคิดมาได้ว่าควรกลับมาเขียนอะไรสักอย่างหนึ่ง ว่างเว้นจากการเขียนงานยาวๆมานาน ที่เขียนก็เป็นเพียงเรื่องสั้นๆ ให้คนได้อ่านกันไม่กี่ครั้งแค่นั้น สักพักก็คงเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่หากได้เขียนอะไรดีๆ ที่ค้นพบกับตัวเองแล้วได้แชร์ให้คนอื่นแบบเข้าถึงง่าย ก็คงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย ย้อนความไปสมัยเด็กเคยชอบเขียนงานมากจนอยากเป็นนักเขียน มีคนชมงานเขียนเราเต็มไปหมด อาจารย์สุดที่รักตอนอยู่มัธยมต้น เคยออกชื่นชมให้เพื่อนในห้องฟังเลยด้วยซ้ำ น่าตลกที่พอขึ้นม.ปลายแล้วกลับไม่มีคนเห็นความสามารถของเราเท่าไหร่ เลยได้เขียนงานอย่างเป็นกิจลักษณะลดน้อยลงไป

         ผมแพลนโปรเกจต์เขียนงานไว้ 3 พาร์ทใหญ่ๆ พาร์ทแรก อยากจะเล่าเรื่องราวดีๆที่ได้พบเจอ สรุปความจากหนังสือที่ได้อ่านมาในแต่ละช่วงเวลา หรือความรู้ทางการแพทย์ที่ได้เรียน เพราะนอกจากจะได้ส่งต่อให้ผู้อื่นแล้ว ยังได้ reflection กับตัวเองอีกด้วย พาร์ทที่สอง อยากจะทำบล๊อกเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ โหมดนี้ก็จะมีรูปเยอะน้อย กับขายหน้าตาตัวเองนิดนึง เผื่อในอนาคตจะทำเป็นอาชีพเสริมได้ พาร์ทสุดท้าย เป็นเรื่องราวของผมเอง ที่ไม่ได้มีสาระเท่าไหร่นัก เป็นเพียงการเขียนความรู้สึกของตนออกมาเท่านั้น มันคงดีถ้ามนุษย์เราสามารถรับรู้ความรู้สึกของกันและกันได้ดีกว่านี้ เพียงแต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้เราสื่อสารกันน้อยลง อย่างน้อยๆ ผมก็อยากที่จะอธิบายความรู้สึกของผมให้คนอื่นเข้าใจ นั่นก็เป็นความสุขของผมแล้ว

          บทความแรกของผมก็คงจะมีแต่เพียงเท่านี้ ไม่อยากให้เกิดหนึ่งหน้ากระดาษไป เพราะจะเกิดความเหนื่อยหน่ายขึ้นเสียก่อน ขอบคุณผู้อ่านที่อ่าน prologue ของผมมาถึงตรงนี้ ถึงแม้หัวเรื่องจะไม่ตรงกับเนื้อเรื่องเลยก็ตาม (จริงๆคือมาถึงตรงนี้ได้อย่างไรก็ไม่รู้) แต่ความคิดของคนเราคาดเดายาก โดยเฉพาะความคิดยามค่ำคืน ที่มักมีความรู้สึกมาเกี่ยวข้องมากกว่าเหตุผล

         ขี้โม้เกินไปแล้ว เอาหล่ะ ขอให้ทุกคนสุขภาพดี รักษาเนื้อรักษาตัว ในช่วงวิกฤติ COVID-19 ไปด้วยนะครับ แล้วรอติดตามวีดีโอจาก โรงพยาบาลจุฬา เร็วๆนี้ด้วย ขอบคุณครับ


              ถ่ายที่เวียดนาม, ตุลาคม 62

             

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in