WatcheverMADMOG
Adventure Time: ผจญภัยขอให้มีเพื่อน



  • "What time is it?
    Adventure Time"


         ถ้าพูดถึง Cartoon Network จะมีเด็ก(โข่ง)ที่เกิดปลายปียุค 90 หลายๆ คนที่โตมาพร้อมกับการ์ตูนของช่องนี้ ตัวผู้เขียนเองก็เริ่มดูมาตั้งแต่ยุคง้องแง้งเงอะงะ หมาน้อยผู้กล้าหาญ ขอนับช่วงนี้เป็นยุคทองของ Cartoon Network ที่มีแต่การ์ตูนคุณภาพพีคๆ ที่ดูแล้วติดตัวมาจนถึงตอนโต แต่ยุคทองของ Cartoon Network ก็จะอยู่ได้อีกแค่ประมาณ 4-5 ปี ก่อนที่ทิศทางของช่องจะเปลี่ยนไปเน้นขายกลุ่มผู้ชมที่เด็กกว่า ตรงนี้ก็ไม่แน่ใจว่าเพราะตัวเราโตขึ้น หรือว่าการ์ตูนในช่องมันสมองเหลวลงจริงๆ เพราะหลายๆ เรื่องที่รู้สึกว่าไม่ใช่เทสต์เลย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการ์ตูนดีๆ เหลืออยู่เลย และ Adventure Time ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่รอดชีวิต ที่หลังจากดูจบไปแล้วผู้เขียนก็ได้เข้าด้อมนี้ไปแบบกู่ไม่กลับ ก็เลยอยากเขียนเพื่อขายสำหรับใครก็ตามที่ไม่รู้จักเรื่องนี้ รู้จักแล้วแต่ไม่สนใจ หรือคิดจะเริ่มดูเรื่องนี้แต่ยังไม่แน่ใจ


         Adventure Time เริ่มฉายในปี 2010 และขอเดาว่าน่าจะเข้าไทยหลังจากนั้นอีกซักปีสองปี ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้เขียนไม่ได้ติดตามช่องนี้ ทำให้ไม่ได้ทำความรู้จักกับมันตั้งแต่ตอนยังฉายอยู่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารู้สึกอคติกับการ์ตูนยุคหลังๆ ของ Cartoon Network พอสมควร ก็เลยเหมารวมว่า Adventure Time เป็นเรื่องที่ทำพล็อตแบบโผล่มาเล่นนู่นเล่นนี่แล้วก็จบในตอน แต่จะเห็นผ่านตาอยู่นิดหน่อยว่าจริงๆ แล้วเรื่องนี้มีของ เลยลองให้โอกาสมันในการดูจริงๆ แล้วก็โยนอคติพวกนั้นทิ้งทั้งหมด หยิบขึ้นหิ้ง และทำการกราบไหว้บูชาให้เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่ดีที่สุดที่เคยดูในชีวิต

         พล็อตหลักของ Adventure Time เป็นพล็อตง่ายๆ เรื่องจะเล่าถึงการผจญภัยของฟินน์ (มนุษย์) และเจค (สุนัข) ในโลกดินแดนแฟนตาซีที่มีชื่อว่า Ooo (อ่านว่า "อู") ตัวตนของฟินน์กับเจคก็เหมือนกับตัวละครในเกม RPG ที่รับเควสท์แล้วออกไปล่าสมบัติ ปราบปิศาจ ลงดันเจี้ยน ฯลฯ และอีกมากมาย

         ตัวละครของ Adventure Time มีเยอะมาก เพราะฉายตั้ง 10 ซีซัน ก็จะขอแนะนำแค่ตัวหลักๆ ในซีซันแรกๆ ก่อนดีกว่า

    Finn the Human หรือฟินน์

    (ให้เสียงโดย: Jeremy Shada)

         เด็กชายสิบขวบที่อาศัยอยู่ในบ้านต้นไม้ร่วมกับเจค ฟินน์เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกหมา (ที่เป็นหมาพูดได้ ยืนสองขา) เก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นทารก ก็เลยโตขึ้นมาโดยมีเจคเปรียบเสมือนพี่ชาย ความพิเศษของฟินน์คือการเป็นมนุษย์คนเดียวที่อาศัยอยู่ใน Ooo ชีวิตในวันนึงของฟินน์คือการออกไปผจญภัยกับเจค ทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้กล้าที่คอยปกป้อง Ooo ให้พ้นจากภัยอันตรายต่างๆ


    Jake the Dog หรือเจค

    (ให้เสียงโดย: John DiMaggio)

         เจคเปรียบเสมือนพี่ชายและเพื่อนสนิทของเจค เจคไม่ใช่หมาธรรมดา เจคเคลมว่าตัวเองเป็น Magic Dog เพราะเจคสามารถยืดตัวหดตัวได้ตามต้องการ การผจญภัยของฟินน์ก็จะมีเจคติดตัวไปด้วยตลอดเวลา ที่ส่วนมากแล้วก็เหมือนเจคนี่แหละที่เป็นตัวแบกฟินน์ตอนสู้

    Princess Bubblegum หรือพีบี (ชื่อย่อ เพราะชื่อเต็มยาวเหลือเกิน)

    (ให้เสียงโดย: Hynden Walch)

         พีบีเป็นเจ้าหญิงผู้ปกครองอาณาจักร Candy Kingdom ที่มีประชาชนเป็นขนมชนิดต่างๆ บทหลักๆ ของพีบีจะเป็นคนให้เควสท์กับฟินน์และเจค ตัวละครของพีบีก็เป็นเหมือนเจ้าหญิงที่ผู้กล้า (ฟินน์) พยายามพิชิตใจ แต่ทำเท่าไรก็ไม่เคยเห็นหัวซักที

    Ice King aka ไอซ์คิง

    (ให้เสียงโดย: Tom Kenny)

         ตัวร้ายของเรื่องผู้ปกครองอาณาจักร Ice Kingdom ที่วันๆ คิดแต่แผนจะลักพาตัวเจ้าหญิง อยู่ในปราสาทคนเดียวเหงาๆ กับเพนกวินสิบกว่าตัว ไอซ์คิงมีพลังเสกน้ำแข็ง (obviously) หลายๆ ตอนก็จะเล่าโดยมีไอซ์คิงเป็นตัวร้ายหลักที่คอยสร้างปัญหาให้ฟินน์กับเจคต้องไปแก้

         Adventure Time เป็นการ์ตูนประเภทตอนสั้น 10 นาที แต่จะฉายทีละ 2 ตอน ในซีซันแรกๆ เรื่องก็จะเล่าแบบง่ายๆ จบในตอนไปเรื่อยๆ ซึ่งเราจะติดภาพว่าการเล่าเรื่องแบบนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นและสิ้นสุดไปเลยหลังจากจบตอนตอนนั้นไปแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละตอนของ Adventure Time อาจนำมาเล่าต่อในซีซันถัดๆ มาได้อีก เราจึงสัมผัสได้ถึง continuity ของพล็อต และจำนวนตอนที่มากขึ้นก็เท่ากับ lore ของเรื่องที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้จักรวาลของ Adventure Time ดูมีอะไรรอให้เราค้นหาอยู่ตลอดเวลา

         เราจะรู้สึกผูกพันกับตัวละครหลักในเรื่องนี้มากๆ เพราะทุกตัวในเรื่องมีการพัฒนาอยู่เสมอ อย่างเช่นฟินน์ที่ตอนแรกทำตัวเหมือนเด็ก ออกไปผจญภัยแต่ละครั้งก็ไม่ต่างจากการออกไปเล่นนอกบ้านเฉยๆ ชอบทำการตัดสินใจโดยเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง แต่ยิ่งเรื่องมันเล่าไปเรื่อยๆ เราก็จะเห็นฟินน์ที่โตขึ้นเป็นวัยรุ่น มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ตัวละครตัวนึงในซีซันหลังๆ จะไม่ได้เป็นคนเดียวกันกับในซีซันแรกทั้ง 100% เหมือนกับคนๆ นึงที่ยิ่งเวลาผ่านไปก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง นอกจากพัฒนาการของตัวละครแล้ว เรื่องจะมีตอนแฟลชแบ็คที่จะเล่าอดีตของตัวละคร ให้เราได้ทำความรู้จักมากขึ้น ตัวละครเรื่องนี้จึงมีมิติ ไม่เป็นคลีเช่

         อีกเรื่องที่ทำให้รักเรื่องนี้มาก คือ "คำคม" ในเรื่อง แน่นอนว่าไม่ใช่เป็นการมายืนพูดให้ฟังโต้งๆ เหมือนฟ้ามีตาหรือละครไทย cheesy ๆ แต่มาในรูปแบบของบทสนทนา หรือการโมโนล็อกของตัวละคร ที่จะพูดถึงเรื่องชีวิต ความรัก การเติบโต ไปจนถึงเรื่องลึกๆ อย่าง existential crisis ที่ฟังแล้วรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจไปถึงระดับจิตวิญญาณ

    (may contain minor spoiler, watch at your own risk)

         Adventure Time เต็มไปด้วยรสชาติต่างๆ แน่นอนว่าเราจะหวังให้มันเล่าเรื่องหนักๆ ระดับการ์ตูนผู้ใหญ่ไม่ได้ ตราบเท่าที่เรื่องนี้ยังฉายบน Cartoon Network ในบางครั้งเรื่องก็จะปล่อยมุกโง่ๆ (ในทางที่ดี) ออกมา แต่ก็มีบางตอนที่ทำเอาดิ่งจนดูจบแล้วซึมไปเลยก็มี Adventure Time เป็นเรื่องที่ถ้าดูตอนเด็กก็จะมองเรื่องนี้เป็นการ์ตูนตลกๆ เรื่องนึง แต่ถ้ามาดูตอนโต จะเปรียบเหมือนการ์ตูนที่คอยสอนบทเรียนชีวิตให้กับเรา ผู้เขียนเลยขอนิยามว่า Adventure Time ไม่ใช่การ์ตูนสำหรับเด็ก แต่เป็นการ์ตูนสำหรับทุกคน


         สุดท้ายขอทิ้งท้ายด้วยเสน่ห์หลักของ Adventure Time นั่นคือความแรนด้อมไม่มีที่มาที่ไป 

    (っ ͡ಠ ͜ʖ ͡ಠ)っ



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in