เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
EVERY SINGLE PIECE OF YOU MAKES ME FALLa week before valentine
[DK/JAEHYUN] The Flower Boy
  • Title: The Flower Boy
    Fandom: NCT, SEVENTEEN
    Pairing: DK/JAEHYUN #ความในใจของนายเสาหิน
    Note: ครบรอบวันเรียนจบของน้องแจฮยอน
    Disclaimer: เรื่องราวที่เกิดขึ้นในบทความ ไม่เกี่ยวข้องกับชื่อ บุคคล สถานที่ และเหตุการณ์ที่มีอยู่จริง และไม่มีเจตนาทำให้เสียชื่อเสียงแต่อย่างใด

    **********



    จองยุนโอคือตัวตนที่ราวกับไม่มีอยู่จริงในโลกใบนี้

    อีซอกมินเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาในหอประชุมโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนในห้องหลายคน ทุกคนรายล้อมเด็กหนุ่มผู้เปล่งประกายคนนั้นราวกับผึ้งตอมดอกไม้ มันไม่ได้เจือความเสน่หาหรอก แต่มิตรภาพที่ทุกคนกล้าจะหยิบยื่นให้และต่างก็ได้รับตอบกลับมาจากจองยุนโอนั้น ทำให้คนที่ได้แต่มองจากที่ไกล ๆ อย่างซอกมินรู้สึกราวกับตนเองอยู่อีกโลกหนึ่ง

    ทั้งที่หายใจร่วมกันอยู่ในหอประชุมเดียวกัน แต่ซอกมินก็ยังเห็นระยะทางอันห่างไกลที่จิตใต้สำนึกของเขาสร้างขึ้น เหมือนมีกำแพงบางอย่างกั้นอยู่ระหว่างเขากับยุนโอ เป็นกำแพงที่ใช้เวลาทั้งชีวิตก็คงไม่อาจทำลายมันลงได้

    "มองขนาดนั้น ไม่เข้าไปทักเขาอะ"

    เพื่อนที่นั่งข้างกันหันมาบอก ซอกมินสะดุ้ง ละสายตาจากคนที่เข้ามายังที่นั่งแถวไม่ห่างจากเขามากมาหาคนที่พูดโพล่งความคิดของเขาออกมาอย่างไม่เกรงใจ

    "เขาไม่รู้จักฉันสักหน่อย"

    "รู้ได้ยังไง" หมอนั่นว่า "จองยุนโอกว้างขวางจะตาย แกก็ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ในโรงเรียนนะ ทำไมเขาจะไม่รู้จัก"

    ซอกมินถอนหายใจพรืด ส่ายหน้าให้กับ 'ความไม่รู้' ของเพื่อน

    จริงอยู่ว่าโรงเรียนของพวกเราไม่ได้ใหญ่ และเขาที่เป็นทั้งกรรมการนักเรียน ทำกิจกรรมหลายอย่าง แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ 'ใครก็ไม่รู้' ในโรงเรียน ซอกมินรู้จักรุ่นน้องหลายคน รู้จักรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว มีเพื่อนอยู่แทบทุกห้องเรียนในสายชั้นเดียวกัน ดังนั้นโอกาสที่คนอย่างจองยุนโอจะรู้จักเขาก็ย่อมมีอยู่บ้างอยู่แล้ว

    แต่ว่า

    ซอกมินหันไปมองคนที่กำลังยิ้มแย้มคุยกับเพื่อน ก่อนที่สายตาของทุกคนตรงนั้นจะเบนไปอีกทาง พร้อมกับดอกไม้ช่อใหญ่ที่ส่งต่อมาเรื่อย ๆ จนถึงมือของจองยุนโอ สีหน้าประหลาดใจวาดขึ้นบนใบหน้างดงามนั้น แววตาสีเข้มเป็นประกาย และแม้จะไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไร แต่ซอกมินก็เดาได้ไม่ยากว่ายุนโอคงกำลังตามหาเจ้าของดอกไม้ช่อนั้นอยู่

    ความสนใจของเขาถูกดึงไปเมื่อเสียงไมโครโฟนดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าพิธีจบการศึกษากำลังจะเริ่ม ซอกมินจึงต้องหันกลับไปทางเวที

    ช่อดอกไม้อันใหญ่นั้นแม้ไม่รู้ว่าเป็นของใคร แต่สิ่งที่ซอกมินรู้คือ ดอกไม้ช่อนั้นก็ยังเทียบรอยยิ้มตอนยุนโอได้รับมันไม่ได้เลย––สักนิดเดียว


    *****


    พวกเขาแยกย้ายกันไปตามห้องเรียน เสียงโวยวายอึกทึกดังลั่นอาคารผิดจากเวลาปกติ และวันนี้อาจารย์ทุกคนก็พร้อมใจกันปิดหูปิดตาเสียครึ่งหนึ่งเพื่อแสดงความยินดีแก่นักเรียนที่กำลังจะก้าวออกไปสู่โลกของผู้ใหญ่

    ซอกมินหยุดยืนอยู่หน้าห้องเรียนห้องหนึ่ง มันไม่ใช่ห้องเรียนของเขา และหลายคนที่รู้จักเขาที่เดินผ่านมาก็ต่างถามว่าเขามาทำอะไรตรงนี้ ซึ่งซอกมินไม่มีคำตอบอะไรให้นอกจาก "มาหาเพื่อนน่ะ"

    ถึงเขาจะไม่มั่นใจว่าจะเรียกว่า เพื่อน ได้ไหมก็เถอะ

    เสียงพูดคุยดังขึ้นด้านหลังเขา เป็นเสียงที่เขาเคยได้ยินมาก่อน ซอกมินหันไปมอง เห็นเด็กนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งเดินมาพร้อมเสียงหัวเราะ หนึ่งในนั้นหันมามองเขาแล้วเอ่ยทัก

    "ซอกมิน มาทำอะไรหน้าห้องฉันเนี่ย"

    เขาหัวเราะตอบ จังหวะนั้นจึงได้สบตากับคนที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของกลุ่ม ซึ่งยังคงหอบดอกไม้ช่อใหญ่ไว้ในมือ

    "อีซอกมิน?"

    อีกฝ่ายกะพริบตาปริบ ๆ มองเขาอย่างประหลาดใจ แต่เขาประหลาดใจเสียยิ่งกว่าที่คนอย่างจองยุนโอรู้จักชื่อเขา

    "เออ ยุนโอไม่เคยคุยกับหมอนี่ใช่ไหมล่ะ" เพื่อนคนนั้นว่า "อยู่ด้วยกันมาตั้งสามปีแต่เหมือนไม่มีโอกาสได้ทำงานอะไรด้วยกันเลยหรือเปล่า"

    ซอกมินกำลังจะเออออไปด้วย แต่ยุนโอกลับยิ้มน้อย ๆ ก่อนเอ่ย

    "จริง ๆ แล้วตอนทำชมรม อีซอกมินเคยมาช่วยขนของอยู่นะ ตอนนั้นพวกนายไม่อยู่ แล้วฉันขนคนเดียวไม่ทันน่ะ"

    "อ่าว เหรอ"

    จำได้ด้วยเหรอ

    ซอกมินเหมือนลืมวิธีหายใจไปแล้ว ตอนที่ยุนโอหันมายิ้มกว้างให้เขา

    "ตอนนั้นขอบคุณมากนะ ไม่มีโอกาสได้พูดสักที นายก็รีบร้อนไปก่อน"

    "...มะ ไม่เป็นไร"

    "ว่าแต่ซอกมินมาห้องเรามีธุระอะไรกันแน่"

    ให้ตอบตรง ๆ อีซอกมินก็ไม่รู้ เขาแค่เดินมาตามสัญชาตญาณ พอคิดว่าผ่านพ้นวันนี้ไปไม่รู้จะมีโอกาสได้เจอจองยุนโออีกไหม รู้สึกตัวอีกทีขายาว ๆ ก็พาเขามาถึงหน้าห้องเรียนนี้แล้ว

    เขาสูดลมหายใจลึก คว้าโอกาสสุดท้ายของชีวิตไว้ก่อนจะทำมันหลุดหายไปตลอดกาล

    "ฉันมาหายุนโอน่ะ"


    *****


    "เป็นเรื่องที่พูดต่อหน้าเพื่อนคนอื่นไม่ได้เหรอ ถึงต้องมาคุยกันตรงนี้"

    น้ำเสียงสุภาพของยุนโอทำเอาซอกมินสะดุ้ง เขาหันไปยิ้มเจื่อน ๆ ให้คนที่เอียงคอมองด้วยความสงสัย แล้วในหัวก็เหมือนถูกฟาดด้วยความน่ารักของคนตรงหน้าจนลืมสิ้นว่าจะพูดอะไร

    มุมหนึ่งของอาคารเรียนที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน เขายืนอยู่ตรงนั้น ห่างไปเพียงช่วงแขนเดียวคือจองยุนโอที่มองซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไรสักอย่างอยู่

    "...หาอะไรเหรอ"

    "ที่นั่งน่ะ เริ่มเมื่อยแล้ว" ว่าแล้วก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นทางเดิน "ตรงนี้ก็ได้แหละ"

    "มันจะไม่เปื้อนเหรอ"

    "นิดหน่อยเองนี่นา ไม่เป็นไรหรอก"

    ซอกมินทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ อย่างช่วยไม่ได้ ยุนโอนั่งขัดสมาธิหลังพิงกำแพงแล้วหันมามองเขา

    "ตกลงว่ามีเรื่องอะไร เราไม่เคยคุยกันมาก่อนเลยนี่นา ถ้าไม่นับตอนชมรม ใช่ไหม"

    "อือ..."

    "คิดไม่ออกเลยว่าอีซอกมินจะพูดอะไรกับฉัน" ยุนโอทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะโยกศีรษะไปมา "เอาเถอะ ค่อย ๆ พูดแล้วกัน ต้องเป็นเรื่องสำคัญมากแน่ ๆ ถึงได้ต้องไปหาถึงห้อง แล้วต้องพามาคุยกันลับสายตาผู้คนขนาดนี้"

    มองอีกฝ่ายที่เจื้อยแจ้วแล้วซอกมินก็นึกอยากร้องไห้ขึ้นมา

    สามปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีโอกาสสัมผัสจองยุนโอในมุมที่ใกล้ขนาดนี้มาก่อน ได้แต่มองอยู่ไกล ๆ เหมือนว่าอีกฝ่ายเป็นเทพเจ้าที่เขาไม่มีวันพาตัวเองไปเสมอเทียบเคียงได้ แต่ตอนนี้ ณ ขณะนี้ เพียงแค่ตะวันลับฟ้าไปความสัมพันธ์ของพวกเขาก็จะจางลงราวกับเชือกป่านที่ถูกขึงจนตึง และอาจจะขาดสะบั้นออกจากกันได้โดยง่ายเพราะเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น

    เขามัวทำอะไรอยู่นะ

    ปล่อยให้ความขลาดกลัวกัดกินตนเอง ทำให้ยุนโอกลายเป็นตัวตนที่เขาสร้างขึ้นมาเองในหัว ไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้รู้จักยุนโอตรงหน้าสักครั้ง

    โง่จริง ๆ

    "หน้าฉันมีประเด็นที่นายจะพูดอยู่ใช่ไหมเนี่ย"

    ยุนโอถามขำ ๆ ซอกมินเลยยิ้มให้

    "อือ ก็ จริง ๆ ก็สำคัญ แล้วก็เกี่ยวกับยุนโอโดยตรง ถึงได้ไปหาแล้วก็ขอมาคุยตรงนี้" เขาเกาแก้มอย่างคนทำตัวไม่ถูก "ไม่รู้สิ คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้น่ะ"

    "พูดเหมือนจะสารภาพรักอย่างนั้นแหละ"

    "..."

    ซอกมินชะงักมือที่กำลังเกาหน้าตัวเอง หันควับไปมองคนข้าง ๆ อย่างตกใจ

    ยุนโอสบตาเขา แววตาคู่นั้นวูบไหวลงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้าง

    "ฉันเดาถูกใช่ไหม"

    "...ไม่รู้สึกว่าแปลกเหรอ"

    "ไม่หรอก" อีกฝ่ายพรูลมหายใจ "อืม ไม่รู้สิ แต่ก็คิดว่าไม่แปลกนะ มีคนชอบฉันเยอะมาก ฉันรู้ แล้วก็มีคนเคยมาพูดจาคล้าย ๆ แบบนี้บ่อยเลยพอจะเดาได้"

    "แล้วที่เป็นฉัน หมายถึง ผู้ชาย..?"

    "แล้วผู้ชายไม่มีสิทธิแอบชอบหรือไง" ยุนโอหัวเราะออกมา "ถึงจะเป็นฉันก็แล้วยังไง มันไม่ใช่เรื่องแปลกนี่นา"

    อ่า

    รอยยิ้มที่เขาหลงใหลมาตลอดวาดบนใบหน้านั้น แล้วหันมาหาเขาพร้อมแววตาที่ฉายประกายตรงไปตรงมา

    "ขอบคุณมากนะ"

    "..."

    "มันคงยากมากใช่ไหมสำหรับนาย ขอบคุณมากจริง ๆ"

    ซอกมินสูดลมหายใจเข้าลึก วินาทีนั้นรู้สึกกระบอกตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

    "ขอบคุณเหมือนกันนะ ยุนโอ"

    สำหรับสามปีที่เหมือนความฝันนี้


    *****


    หลังจากนั้นเราก็ต่างหายไปจากชีวิตของกันและกันจริง ๆ

    ซอกมินเรียนต่อสาขาไอทีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้ยินจากเพื่อนว่ายุนโอเองเรียนต่อสถาปัตยกรรมในมหาวิทยาลัยที่อเมริกา ระยะห่างของพวกเขาคราวนี้ห่างกันจริง ๆ แบบที่ไม่ได้คิดไปเอง ไม่ใช่ระยะแค่ไม่กี่ก้าวในหอประชุม หรือเพียงกำแพงห้องเรียนกั้นเหมือนตอนมัธยมอีกแล้ว

    เขามักจะหวนนึกถึงจองยุนโอขึ้นมาทุกครั้งที่ผ่านร้านดอกไม้ และจะอาการหนักเป็นพิเศษช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ตรงกับช่วงฉลองเรียนจบม.ปลาย และช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้ทั้งเกาหลีบานสะพรั่ง แต่เพื่อนที่สาขามักบอกว่าเขาแค่ดูอารมณ์ดีกว่าปกติก็เท่านั้น

    ซึ่งซอกมินก็ขอบใจตัวเองที่อย่างน้อยไม่ดูคลั่งมากไป

    "ซอกมิน" มินกยู เพื่อนร่วมสาขาที่พับหน้าจอแล็ปท็อปลงเรียกเขา "วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหม พี่โจชัวกลับมาจากอเมริกาแล้ว"

    "อ่าว ตั้งแต่เมื่อไหร่"

    พี่โจชัวคือรุ่นพี่ในคณะพวกเขาที่ไปแลกเปลี่ยนมาหนึ่งปี ส่วนพวกเขาสนิทกันตั้งแต่เข้ามาเรียนใหม่ ๆ เพราะทำกิจกรรมคณะด้วยกันตลอด

    "วันก่อนนี่เอง ไปปะ พี่โจชัวเลี้ยง"

    "จะพลาดได้ไงวะ"

    พวกเขาหัวเราะ ก่อนจะรีบสงบปากสงบคำเมื่อนึกได้ว่าที่นี่คือหอสมุด ซอกมินกวาดข้าวของลงกระเป๋าเร็วแข่งกับมินกยู ก่อนจะพากันเดินออกจากอาคาร

    ร้านอาหารที่มินกยูพาเขามาเป็นร้านอาหารเกาหลีที่เพิ่งเปิดใหม่และพวกเขาเล็งมาหลายอาทิตย์แล้วแต่ยังไม่ได้กินสักที การกลับมาของรุ่นพี่โจชัวคราวนี้ถือเป็นการได้ลองของใหม่ไปเลย มินกยูบอกเขาว่ารุ่นพี่ให้สั่งอาหารรอไว้เลย พวกเขาจึงออเดอร์กันอย่างไม่เกรงใจ

    "เออ พี่โจชัวบอกจะพาเพื่อนมาด้วย แกไม่มีปัญหาใช่ปะ"

    ซอกมินยักไหล่ "ฉันสนิทกับคนง่าย ไม่มีปัญหาหรอก"

    "โอเค"

    มินกยูพึมพำตอบเขาแล้วพิมพ์อะไรสักอย่างในมือถือ ก่อนพวกเขาจะหันมาสนใจอาหารที่เริ่มทยอยเสิร์ฟ

    ผ่านไปไม่กี่นาที โทรศัพท์ของมินกยูก็ดังขึ้น อีกฝ่ายบอกเขาว่าพี่โจชัวมาถึงแล้วเลยเดินออกไปรับ ซอกมินยินดีเฝ้าโต๊ะให้ เขาจัดสำรับต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทาง พร้อมกับได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา

    "พี่บอกจะเลี้ยงนะ อย่าลืมสัญญา"

    "ไม่ลืม ๆ ว่าแต่...นี่สั่งอะไรเยอะแยะวะเนี่ย"

    "อ้าว ก็พี่จะเลี้ยงนี่"

    "โอโห เยอะขนาดนี้จะกินหมดได้ยังไง"

    "ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมช่วยกินครับ"

    เสียงสุดท้ายที่ดังขึ้นทำให้ซอกมินเงยหน้าจากเครื่องเคียงมามอง

    เขาเห็นรุ่นพี่โจชัวยืนบ่นมินกยู และข้างกับพี่โจชัวนั้นคือคนที่เขาคิดว่าชีวิตนี้คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว

    "เออ ลืมแนะนำ" โจชัวที่ดีดหน้าผากมินกยูไปหนึ่งทีหันมาทางพวกเขาแล้วเอ่ย "นี่รุ่นน้องที่คณะฉันเอง มินกยูกับซอกมิน น่าจะรุ่นเดียวกับเจฟมั้ง แล้วก็พวกแก นี่รุ่นน้องที่ฉันเจอที่อเมริกา เรียนคนละคณะกันแต่คนเกาหลีเหมือนกัน ชื่อเจฟ ไม่สิ ยุนโอต่างหาก ยุนโอ จอง รู้จักกันไว้นะ"

    ร้านอาหารเกาหลีเปิดใหม่กลายเป็นโรงเรียนมัธยมเมื่อหลายปีก่อน รอยยิ้มงดงามที่ทำให้ซอกมินใจเต้นแรงเสมอปรากฏขึ้นตรงหน้า และคราวนี้ชัดเจนยิ่งกว่าในความทรงจำใด ๆ

    "สวัสดีครับ จองยุนโอครับ ยินดีที่ได้รู้จัก"

    ความฝันของเขาเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง


    FIN

    200204

    ครบรอบน้องแจฮยอนจบการศึกษาที่ SOPA เป็นปีที่ 4 แล้วค่า เย่ ถึงตอนน้องจบเราจะยังไม่ติ่งน้อง และน้องยังเป็นรุกกี้อยู่ แต่ความโสภาของน้องเป็นที่เลื่องลือเสมอมาค่ะ *ซับหัวตา*

    ที่เลือกเขียนคู่นี้เพราะเขาจบรุ่นเดียวกันค่ะ 55555555 ก็พอนึกถึง #ความในใจของนายเสาหิน ก็อดอยากเขียนอะไรแบบนี้ไม่ได้ ขอบคุณแขกรับเชิญทุกคนจาก SEVENTEEN ด้วยนะคะ (และเราเพิ่งรู้ว่าน้องโดคยอมเกิดเดือนกุมภาพันธ์เหมือนกัน! ให้ตายเถอะ)

    ชอบไม่ชอบยังไง คอมเมนต์กันได้เช่นเคยนะคะ ทั้งที่นี่และ #wrficnct นะคะ ?

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in