
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2529 หรือคริสต์ศักราช 1986
เราเพิ่งผ่านปีเยาวชนสากลเมื่อปีก่อนหน้า (2528) เข้าสู่ “ปีสันติภาพสากล”
เรามีเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์อย่างดาวหางฮัลเลย์
เรามีปรากฏการณ์หัตถ์พระเจ้า
มีการปฏิวัติพลังประชาชนที่ฟิลิปปินส์ (ที่ไล่มาร์กอสคนพ่อ แล้วอาคีโนคนแม่เป็นประธานาธิบดี ก่อนที่ยุค 90s จะรับไม้ต่อโดยลุงรามอส FVR นำมาซึ่งยุครุ่งเรืองของปินส์ในเวลานั้น / อาเซียนร่วมใจเชียว)
ถ้าเขียนยาวขนาดนี้ เมื่อยมือเมื่อยแป้นพิมพ์แน่ ๆ
เมืองไทยตอนนั้น ยังอยู่ในยุค “โชติช่วงชัชวาล” อยู่
ปีนั้น เกมโชว์ยอดฮิตไม่พ้นใบ้คำหรรษากับเศรษฐา-ญาณีใน “มาตามนัด” และทายตัวเลขมากกว่าน้อยกว่า ใน “คู่หูพลิกล็อค” ยุคฉากเงิน ๆ ไตเติ้ลอินเดียน่า โจนส์ (ซึ่งสองรายการนี้มีปลายทางเดียวกันคือ รถ Nissan Sunny FF เป็นรางวัลใหญ่) หนังไทยดีดีก็มี “แรงหึง” “ช่างมันฉันไม่แคร์” “ปลื้ม (ซึมน้อยหน่อยกะล่อนมากหน่อย 2)” “ตำรวจเหล็ก” ที่เรื่องหลังสุดเป็นการแจ้งเกิดให้แม่ช่าจนอยู่มาทุกยุคในวันนี้
ส่วนวงการเพลงไทย นี่คือยุคทองของศิลปินเดี่ยวนำร่องโดยพี่เบิร์ด (ศิลปินแห่งชาติตลอดกาล) ตำนานเพลงป๊อป Adult Contemporary ของเมืองไทย “ชรัส-วิยะดา-ผุสชา” เกิดขึ้นปีนี้ (นับรวมพี่อุ้ย รวิวรรณ จินดา ที่มาเสริมทัพกับศิลปินชื่อดังคนใหม่ของเมืองไทย ปั่น ปั่น ในชายคาครีเอเทีย และอย่าได้พลาดตัวโน้ตอารมณ์ดีอย่าง “เฉลียง” ในชุด อื่น ๆ อีกมากมายเชียวนะ) มี๊ตู่นันทิดาเริ่มโยนหินถามทางแมสด้วยคำว่า “บอกหน่อยได้ไหม” พีคที่สุดก็คือการปะทุครั้งแรกของเพลงร็อกไทยจากอัสนี-วสันต์ และวงไมโคร นับรวมคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์ “ปึ๊ก” ทั้งย่อหน้านี้คือกลยุทธ์เพลงป๊อปไทยจากฝั่งอาคารวานิช (ยกเว้นพี่น้องเมืองเลยที่อยู่แถวราชดำริ ซึ่งมีเบิร์ดกะฮาร์ทกับเจ้าสัวคณิน ณ แดนศิวิไลซ์ อยู่ในสังกัด)
(แอบกระซิบ เวลาเดียวกันนั้นเอง วงเฮฟวี่ฮาร์ตฮ็อตภาษาไทยวงแรกของสยามประเทศอย่างเนื้อกับหนัง ก็ได้ปล่อยผลงาน อัตตาหิ อัตโน นาโถ ให้ชาวหูเหล็กได้ฟังกัน นับรวมวงร็อกหัวก้าวหน้า บัตเตอร์ฟลาย ที่ออกผลงานภาษาอังกฤษสุดสะใจอย่าง Action! ในปีนั้นเช่นเดียวกัน / ถ้าจะมาชำระประวัติศาสตร์ร็อกไทยยุคตั้งไข่…อย่า พลาด วง สอง วง ที่ นำ ร่อง เด็ด ขาด เชียว นะ จะ บอก ให้)
เวลาเดียวกัน การแข่งขันในตลาดเพลงสตริงที่โดนกระแสเพลงข้างต้นก็ยังแรงและมีแววดังอยู่ ฝั่งโคลิเชียมอย่างอาร์เอสนั้น เรนโบว์ออกชุดความในใจ ฟรุ๊ตตี้มีชุดรอยนิรันดร์ คีรีบูนชุดตลอดกาล บรั่นดีชุดเส้นทางรัก และฝ่ายหญิงอย่างปุยฝ้ายและพี่อิ๋วเพ็ญโพยม ก็ออกสู่ตลาดเติมสีสันเพลงป๊อปลูกกวาด
ส่วนฝั่งชินเขตส่งแม่เหล็กอย่างฟอร์เอฟเวอร์ วงเพื่อน โอเวชั่น ดิอินโนเช้นท์ (ชุดครั้งนี้ของพี่กับน้อง ปกด้ายถักในตำนาน) และท่าไม้ตายหัวปีท้ายปีอย่างพี่แจ้ของน้อง ๆ “ฝันสีทอง-ของขวัญ” หัวแถวของอาเสี่ยเลยเชียว (อย่าลืมวงร็อกเข้ม ๆ อย่าง มิติ White Support นะจ๊ะ)
ทำเป็นเล่นไปสำหรับลูกทุ่งไทย “เอาแน่” ของลุงแอ๊วยอดรักนี่ฮิตถล่มทลายเชียว ลูกทุ่งกลิ่นนิวเวฟ พ่วงด้วยตั๊กแตนผูกโบของแม่ผึ้งอีก ฝั่งเพื่อชีวิตคาราบาวอุดรูรั่วประชาธิปไตยด้วยสายเลือดเจ้าตาก สาวรำวงของกะท้อนดังสนั่นเมือง
นี่คือภาพรวมโดยย่อของวัฒนธรรมสมัยนิยมในประเทศไทยปี 29 ท่ามกลางทศวรรษสุขนิยมเบิกบานและเต็มไปด้วยสีสันของคนหนุ่มสาวรุ่นวัยหวานได้ชัดเจน โดยเฉพาะวงการเพลงที่ร็อกไทยเริ่มตัดสายสะดือแน่นอนแล้ว
ที่เกริ่นมาขนาดนี้ ผมกำลังจะมาพูดถึงอัลบั้มเพลงสตริงไทยลับแล (แบบว่า B-Side) จำนวนนึง ที่หลาย ๆ คนอาจจะลืมไปแล้ว แต่ถ้ากลับมาฟัง มันอาจจะมีเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ให้เรานึกถึงภาพเก่าครั้งวันวานได้ ไม่ว่าจะเป็นคนเจนไหนก็ตาม (พวกกระดกแว่นนี่ไปไกล ๆ ส้นเท้าเลยนะ)
อัลบั้มเหล่านี้ (ที่ มี อยู่ จริง ใน สารบบ เพลง ไทย ไม่ เจน เอ ไอ โม เม มา มั่ว มั่ว แน่ นอน) ควรค่าต่อการหามาฟังมาก เพราะต่อให้มันถูกลืมไปกับกาลเวลา เพลงอาจไม่ติดหูหรือไม่อย่างไรก็ตาม แต่มันก็สะท้อนถึงการแข่งขันทางธุรกิจดนตรีวัยรุ่นเวลานั้นได้อย่างดี (แถมในตลาดเทปมือสองคือโคตรพลิกแผ่นดิน ตามหากันให้ควั่กอีกต่างหาก)
ครับ อัลบั้มเหล่านี้ “มีอายุครบ 40 ปีบริบูรณ์ในปี 2569 พอดี”
ณ บัดนี้ ลานเพลินเจ็ดสีหมอชิต
กับลานโลกดนตรีสนามเป้าพร้อมต้อนรับคุณสู่ไทม์แมชชีนนี้แล้ว…
Disclaimer:
1. บทความนี้ไม่ใช่บทความวิชาการ อาจจะมีบรรณานุกรมน้อย ๆ บ้าง (มั้ง) แต่ไม่มีข้อมูลล้างลิ้นคอยเลียปะปนแน่นอน
2. ข้อเขียนรีวิวเพลงในบทความนี้ เป็นมุมมองส่วนบุคคลของเท่านั้น ซึ่งมีเสริมแรงจากข้อเขียนจากหนังสือเก่าในยุคนั้นเช่นกัน “นานาจิตตัง ถูกผิดคิดต่างแลกเปลี่ยนได้ไม่ว่ากัน”
3. จริง ๆ มีดีเทลเรื่องวันเดือนปีเกิดสมาชิกวงด้วย (ไม่ได้โมเม แต่ได้มาจากกองนิตยสารวัยรุ่นในหอสมุดแห่งชาติ เทเวศน์ ข้าง ๆ สวน ม.สุนันทา) แต่นึกได้สองอย่าง หนึ่ง “รายการ Guess My Age โดนเช็ดไปเป็นชาติแล้ว เช็ดในช่วงโควิดอาละวาดอีกต่างหาก” และสอง “เรามีกฎหมาย PDPA บัญญัติไว้ ถ้าผู้เขียนโดนข้อหานี้ทีมุกคนหัวหมอสุดซู้ดดด…ก็ไม่ช่วยอะไร” ฉะนั้นแล้ว ก็เหมือนกับวงสตริงวงหนึ่งบอกไว้ชัดเจน “สื บ เ อ า เ อ ง”...ก็นั่นแหละครับ
4. ข้อเขียนที่เกี่ยวกับเพลงไทยทำนองเทศ ไม่มีเจตนาแง่ลบและปองร้ายใด ๆ (ถึงแม้ว่าการหยิบทำนองต่างชาติจะทำได้ในเวลานั้น แต่ก็มีสิทธิ์โดนนิตยสารดนตรีเขม่นลงหน้าหนังสืออยู่นะ) หากกระทบถึงบุคคลใด เราขออภัยมา ณ ที่นี้
5. ขอยืนยันว่าบทความนี้ปราศจากการใช้ Generative AI ในการเขียนเนื้อหาและขัดเกลาภาษา เน้นถ้อยคำนายดิบดิบ แต่จริงใจซะอย่าง ประสาคนพูดไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจ
6. ข้อนี้สำคัญที่สุด “จงรักและชื่นชอบอดีตอย่างมีสติ”
“น้ำซ่าขวดวันเวย์…พร้อม!!!”
-
1.สุนิตย์ ตั้ม ล้อมใจด้วยรัก

เมื่อสองปีก่อนหน้า (2527-2528) ฝั่งชินเขตอย่างนิธิทัศน์ส่งโครงการใหญ่อย่าง 18 กะรัต ที่จับนักร้องสตริงในเครือออนป้ามาร้องเพลงรักออดอ้อนถึง 3 ชุด และมีหนังใหญ่เป็นของตัวเอง ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง (และเพลง “ใจเธอใจฉัน” ของคุณ ก้อ-ไก่ นิภาวรรณ กลายเป็นเพลงฮิตข้ามเวลาจากหนังเรื่อง “แฟนฉัน” นั่นแหละครับ กระแส Retro กลับมาในยุค Y2K ที่แท้ทรู) จากความสำเร็จข้างต้น ค่ายได้ดึงคู่ขวัญของโครงการนี้อย่างพี่ตั้ม-สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์ กับ นิตย์-สุนิตย์ นภาศรี มาออกอัลบั้มคู่กันในชื่อ “ล้อมใจด้วยรัก”
อัลบั้มนี้ นิธิทัศน์ได้ระดมพลคนแต่งเพลงไว้มากมาย ตั้งแต่ตำนานนักเขียนชีวิตรักนักศึกษาอย่างศุภักษร กวีสายวัยรุ่นอย่างณรงค์ฤทธิ์ ยงจินดารัตน์ (เจ้าของนามปากกา “ปะการัง”) ครูชาลี อินทรวิจิตร (ศิลปินแห่งชาติ) และ อ.มนตรี ผลพันธิน นักแต่งเพลงที่ผูกปิ่นโตกับนิธิทัศน์มาอย่างยาวนาน ดนตรีโดยพี่โอม-พี่พีรสันต์แห้ง The Innocent น้าแอ๊ด ทนงศักดิ์จากวงเพื่อน อ.ศรายุทธ สุปัญโญ (ผู้เสกเพลงลูกกรุงอมตะให้ป๊อปได้ในเวลานั้น) พี่อ๊อด-พิเชษฐ์ สุขแพทย์แห่งวงรอัลสไปรท์ส และน้องใหม่มาแรงอย่างปอนต์-ธนา ลวสุต ที่ภายหลังเป็นโปรดิวเซอร์ล้านตลับแห่งยุค 90s ในเวลาต่อมา
ดนตรีชุดนี้เป็นสตริงสมัยนิยมเมื่อ 40 ปีที่แล้วโดยเฉพาะซาวด์กลองไฟฟ้า LinnDrum ถ้าฟัง 18 กะรัตชุด 2 มาไง ชุดนี้ก็มาแบบนั้นเลย ผมขอแนะนำเพลงรักหวานซึ้งอย่าง “ล้อมใจไว้ด้วยรัก” ที่บ่งบอกถึงภาษาที่สวยงามของคุณศุภักษร (นับรวมเพลงนี้ “ไม่ต้องบอกก็รู้” และ “หลงเพ้อ” ที่ภาคดนตรีสวยงามมาก) พร้อมกับเพลงทำนองไทย ๆ อย่าง “อกพี่ยังคอย” ที่อ.มนตรีแต่งจากเสียงร้องพี่ตั้มตลอดหน้าเอ
ส่วนฝั่งพี่สุนิตย์ จัดไปตั้งแต่หัวหน้า B ด้วยเพลง “ร้องไห้ครั้งเดียว” และ “วันจาก” สองเพลงนี้วงดิโอเวชั่นเอามาร้องใหม่ในชุด “เริ่มวัยรัก” ในปีต่อมา (ด้วยเสียงร้องของพี่ก้อย พรพิมล พร้อมดนตรีเหมือนเดิมทุกประการ) ป๊อปร็อกอ่อน ๆ กับ “เพียงลองใจ” ด้วยภาคดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่ปอนด์ เพลงสนุกสไตล์ 18 กะรัต ก็มีอย่าง “ให้แน่สักราย” ที่เป็นเหมือนคำสั่งว่าอย่ามาลังเลเล่นกับกับใจเรานะ
ปิดอัลบั้มด้วย “คู่แล้วไม่แคล้วกัน” ดนตรีคือ City Pop มาก (เรามี Anri ที่บ้านแล้วนะลูก / เสียงน้าไก่นัยนาตอนพากย์แม่มิซาเอะในชินจัง) เพลงนี้ทั้งรูปแบบการร้องและเนื้อหาเหมาะกับการสรุปจบอัลบั้มเพลงนี้ได้อย่างดี แม้ว่าภาคทำนองจะมีเค้ามาจากเพลง Love Is Invincible (無敵是愛) ของแซมฮุยกับเจินหนี (คอบันเทิงฮ่องกงรุ่นเก๋าคงคุ้นชื่อแน่ ๆ / เพลงต้นทางเป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง “ลูกรักลูกเฮง -全家福A Family Affair” เมื่อปี 2527) แต่เอาเถอะ อัลบั้มนี้เหมาะสมกับการเปิดบทความ 40 ปีสตริงไทยปี ‘29 แบบไม่ต้องสงสัย

หลังจากจบชุดนี้ พี่ตั้มก็กลายเป็นผู้ชายธนู แหวกฟ้าคว้าดาวที่สุขุมวิท 39 แบกรักอย่างสบาย ๆ และฝากเพลงฮิตให้เด็กเทปเป็นโหลเลย กล่าวคือ พี่เขาสลัดภาพ 18 กะรัตทั้งตัวโดยเบ็ดเสร็จที่แกรมมี่นี่เอง
- ถ้าพูดถึงอัลบั้มเพลงคู่ชุดนั้นแล้ว ไปต่อกับชุดต่อไปเลย -
2. 18 กะรัต พิเศษ

ขึ้นชื่อว่าโครงการเพลงคู่ที่แข่งกับฝั่งโคลิเชียม “18 กะรัต” ประสบความสำเร็จแบบถล่มทลายตลอดไตรภาคในรอบปี 2528 นั่น มีเหรอจะไม่ทำภาคพิเศษ โดยการเอานักร้องในโครงการนี้มาร้องเพลงเดี่ยว ๆ กันให้เราฟัง เปิดหัวด้วยเพลง “รักร้าง” ของอู๋ แมคอินทอช ตามมาด้วย “สิ้นเยื่อขาดใย” ของพี่กำธร เพาเวอร์แบนด์ (ไลน์แซกโซโฟนเพลงนี้เพราะมาก) แล้วสนุกกันกับ “ไยต้องรัก” ของพี่ก้อ ใจเธอใจฉัน แล้วมามันสะใจกับ “ดวงใจฉันรักเธอ” ที่พี่ปอนด์-ธนา ลวสุต ได้ฝากเสียงร้องและลวดลายดนตรีร็อคที่มันสะใจในเพลงนี้ (จากปลายปากกาคุณพ่อธานี ลวสุต Executive Producer ตลอดกาลของนิธิทัศน์)
แล้วก็มาหวานแหววกันต่อกับ “สุดเอื้อม” โดยพี่สายชล The Innocent แล้วปิดหน้าเอด้วยเพลงรัก Puppy Love ของวัยสาวอย่าง “เรื่องขี้ปะติ๋ว” จาก ดิศราพร อิศรางกูร ณ อยุธยา (ปุ๋ย) จิรนุช กาญจนเรขา (จิ๊บ) และ พี่ไก่ นิภาวรรณ ใจเธอใจฉัน เพลงปิดหน้านี้แหละสะท้อนได้ว่า ยังมีคนมากมายบนโลกที่รอต้อนรับใจว่าง ๆ ดวงนี้เสมอ
เปิดหน้าบีด้วยเพลง “โลกสวยด้วยยิ้ม” ของคุณลีลาวดี วัชโรบล และตามต่อด้วย “ใจหนุ่มใจสาว” พี่ปึ๊ด The Innocent จากนั้นก็มาซ่าส์ ๆ ร็อก ๆ กันต่อกับ “เมื่อวานนี้” โดยพี่สุนิตย์ นภาศรี แล้วมากุ๊กกิ๊กกับ “อิจฉานก” โดยพี่ไก่ ใจเธอใจฉันคนเดิม หวานซึ้งต่อกับ “ถึงอย่างไรก็รัก” โดยพี่หมู สเตท เอ็กซ์เพรส แล้วปิดท้ายม้วนด้วย “เสียใจด้วย” โดยคุณจิ๊บ พาร์ทดนตรีมีพี่ปอนด์ พี่แอ๊ด ทนงศักดิ์ อาภรณ์ศิริ และพี่พีรสันติ-โอม ชาตรี จาก The Innocent มาช่วยทำดนตรี และเพลงส่วนใหญ่ยังเป็นครูเพลงเจ้าประจำโครงการนี้ อ.มนตรี ผลพันธิน

อัลบั้มโครงการพิเศษนี้เป็นอัลบั้มที่ฟังเพลินมาก ได้เห็นได้ฟังเสียงร้องเดี่ยวกับเพลงที่ถนัดของแต่ละคนเลย แถมปกก็ทำสวยอีกต่างหากจากฝีมือการวาดของ อ.เกริกบุระ ยมนาค และออกแบบกราฟิกเลย์เอาท์โดยทีมงานในตำนานอย่าง Omnivisions (ฟอนต์ Cordia ในปกเทปนี้น่าอ่าน สะอาดตามาก) ถ้าใครที่ชอบโครงการเพลงคู่ออดอ้อน อัลบั้มนี้ไม่ควรพลาดฮะ
-
3. มายาแฟนตาซี - รอยัลสไปรท์ส

ตำนานเพลง “น่าอาย-จีบจู๋จี๋-พบกันบนดวงดาว-รักสิบล้อรอสิบโมง-เจงกิสข่าน” กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มเข้มข้นสุดทุกพาร์ทเนื้อหาและดนตรี “มายาแฟนตาซี” เปิดด้วยเพลงที่ชื่อเดียวกันกับอัลบั้มที่พาเราผจญภัยในโลกที่จริงครึ่งเฟคครึ่ง ตามมาด้วย “ห่วงน้อง” เพลงที่ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นใจเพราะมีรุ่นพี่ที่ดีคอยแนะแนวชีวิตที่เลือกเอง “ฉันไม่แคร์” เพลงสนุกสำหรับคนที่มีรัก (หมดโปร) ตามด้วยเพลงหวาน “ทะเลรัก” และช้ำ ๆ กันต่อกับ “ไม่มีที่เก่า” ตามต่อด้วย “อะไรกันจ๊ะ” ร็อกแอนด์โรลที่สะท้อนสังคมที่มีแต่เส้นสาย ชีวิตชาวนา คนทำดีไม่ได้ดี (ผ่านเสียงร้องอาไพรเวศ วงศธนบัตร เจ้าของเสียงร้องสไตล์ลูกทุ่งประจำวง) แล้วก็ปิดหน้าเอด้วย “รักเธอสุดหัวใจ”

ถึงหน้าบีใช้ไหม มาดิ้นกันและชวนคิดกับ “ธรรมดิสโก้” แล้วร็อกกันต่อกับ “ผู้ชายมือสอง” (เพลงนี้โซโล่กีตาร์เดือดมาก)” เพลินกันต่อกับ “ชาวเขา” ชวนคิดกับสังคมเส้นสายกับ “คนของใคร” สะท้อนสังคมถุงพลาสติกยุคตาวิเศษกับ “แม่ครัวทันสมัย” แล้วจบม้วนด้วย “สาวสมัยใหม่”
อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มยุคทองของวงที่ผมชอบที่สุดแล้ว ด้วยทีมแต่งเพลงชุดเดิมอย่าง กรวิก (สันติ เศวตวิมล) และ อ.วันชัย โรจน์แสงรัตน์ พ่วงด้วยนักแต่งเพลงนามปากกา “กุลวินิต” ภาคดนตรียังมีมืออะเรนจ์ประจำวงอย่างพี่อ๊อด-พิเชษฐ์ ศุขแพทย์ ที่ทำเพลงได้สุดมันทั้งม้วน
อัดกันที่ห้องอัดเสียงทองผ่านการมิกซ์ของอาอุกฤษณ์ พลางกูร (ที่เป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษาดนตรีของวงพร้อม ๆ พี่เต้ง ธนิต อาป้อม อภิไชย อาป๊อก วิชัย อึ้งอัมพร) มิน่าบั้มชุดนี้เหมือนดื่มไวน์คูลเลอร์รสซ่ามัน ๆ หลังจากที่งานไตรภาค “จีบจู๋จี๋-หยุดโลก-สู่อวกาศ” ก่อนหน้านั้นเหมือนน้ำซ่าดำ ๆ ฉลากสีน้ำเงินตามยุคสมัย

และปกชุดนี้ก็ทำได้บรรเจิดเรียบร้อยโรงเรียน Omnivisions ตามเคย (ฟอนต์ JS Synjai/ยูเนสโก นี่แหละอ่านง่าย ประหยัดเนื้อที่ สมแล้วที่เป็ยฟอนต์ยอดนิยมประจำปกเทปยุค 80s ที่ยังต้องสั่งตัวคอมพิวท์ทากาวยางปะจับฉาก)
ซาบซ่าสะใจไปเล้ย
-
4. จะหาใครเหมือนเธอ/นางพญากับคนป่า - สเตท เอ็กซ์เพรส

จากวงที่เล่นกลางคืน และเคยออกอัลบั้มเมดเลย์เพลงฝรั่งในโครงการ Medley Gold จนมาถึงปี 2529 พวกเขาได้ออกอัลบั้มเพลงภาษาไทยชุดแรกในชายคาชินเขต เปิดบั้มด้วยป๊อปร็อกมัน ๆ อย่าง “ตรองดูซิ (คำร้อง : มนตรี ผลพันธิน ทำนอง/เรียบเรียง ธนา ลวสุต)” จากเสียงร้องของมือเบส แป๊ะ-นันทพงศ์ ทศพร (น้องชายของเจ้าพ่อเพลงหวานซูเปอร์คลาสสิค พี่อ๊อด โอภาส) แล้วมาฟีลลาเฟ้ยเขินแรงแดงฤทธิ์กันต่อกับ “กล้า ๆ กลัว ๆ (คำร้อง/ทำนอง : สุชิน ชุติสิริวัฒนา)” หวานซึ้งกันต่อกับ “จะหาใครเหมือนเธอ” เพลงจากปลายปากกาคุณพ่อธานี ลวสุต (นามปากกา “ธนาวนี”)
และเพลงเอกประจำวงอย่าง “นางพญากับคนป่า” จากเสียงร้องคุณหน่อย-ศุภชาติ คล่องอาษา (มือคีย์บอร์ดและแซกของวง) ปลายปากกาครูสุรพล โทณะวณิก (ในนามปากกา “อุรา อิงอร”) ซึ่งท่านได้แต่งเพลงอย่าง “โลเล โลเล” “พบคุณทนไม่ได้” เพลงสนุกในกลิ่นอายวงข้างเคียงของชินเขต ที่มีแต่เพื่อนแน่ ๆ นับรวมเพลงหวานประจำชุดอย่าง “ฝากคำรัก” และถ้าตามหาเพลงของคนที่ไม่กล้าแม้แต่จะรัก “รักหลงพูดไม่ออก” จากเสียงร้องพี่หมู ก็พร้อมแล้วสำหรับคุณ (คำร้อง/ทำนอง : เอิ๊ก อีโก้)
เพลงที่เหลือก็มาจากปลายปากกา อ.มนตรีอย่าง “แสนอาลัย” “รอยรัก (เพลงนี้ไลน์แซกหวานเศร้ามาก)” “คนหลอกลวง” และ “ตามใจเธอ” นี่คือทั้งหมดของอัลบั้มแรกของวงรถด่วนครับ

ภาคดนตรีชุดนี้มีทั้งพี่โอม-พี่ปึ๊ด-พี่พีรสันต์ The Innocent ทำเพลงให้ แต่ที่เฉิดฉายสุดต้องให้หนุ่มบัญชีจุฬาไฟแรงอย่างพี่ปอนด์ธนา ที่ทำดนตรีป๊อปร็อกแบบสุด ๆ พร้อมไลน์กีตาร์ลีดอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่เขาเลย ส่วนปกชุดนี้ยังได้ทีม Omnivisions ถ่ายภาพให้ และ อ.เกริกบุระ มาวาดปกอัลบั้มสตริงหวาน ๆ ชุดนี้ (แล้วก็เปลี่ยนปกเป็น 7 หนุ่มรถด่วนพร้อม ๆ เพลงฮิตอย่างนางพญากับคนป่า)
จริง ๆ ตามเทคนิคแล้ว สเตทเอ็กซ์เพรสจะต้องมีอัลบั้มชุดที่สองของวงอย่าง “เข้าใจ มั่นใจ สะใจ” ที่ควรจะวางแผงในปี 2532 (สังเกตเครดิตผู้อำนวยการมีเดีย : ปิติ ชุติสิริวัฒนา หลังปก) แต่กลับไม่ได้วางจำหน่ายเป็นเทปจริง ๆ (มีแต่แผ่นเสียงที่โปรโมททางวิทยุ) เนื่องจากปัญหาภายในที่ไม่อาจทราบได้

แต่พอมีคนอัปโหลดทั้งอัลบั้มในบ้านแดง เพลงก็ฟังโอเคพอ ๆ กับปกสุดเท่ชุดนั้นเลย (ชุดนี้พี่ปอนด์ทำดนตรีและเป็น PD ในชุดนี้ฮะ) หน้าแรกเป็นเพลงเร็วแบบฟังก์ร็อกแนม ๆ อย่าง “รายต่อไป” “มั่นใจมาก (เมโลดี้และดนตรีนี่โคตรลายเซ็นพี่ปอนด์เลย)” “ไม่เคยง้อ” แนมด้วยสตริงเพลิน ๆ อย่าง “เมื่อย (จากเค้าทำนองเพลง 6.4.3.2.9 ของวงหญิงล้วน Dolly Dots ที่อยู่ในรุ่นเดียวกันกับ ABBA Bonny M และ The Nolans)” และ “พอมีสิทธิ์ไหม” เพลงหลังสุดนี่กลิ่นอายจีน ๆ ปะป๊า มะม้าเต็ม ๆ
ส่วนแผ่นเสียงหน้าบีเพลงช้าก็มี Soft Rock อย่าง “ฉันเข้าใจ” เพลงกลิ่นลูกกรุงอย่าง “คืนใจ” แล้วก็มาจิ๊กโก๋อกหักกับ “สมใจสะใจ” “เพียงบทเรียน” และ “สิ่งจดจำ” ซึ่งสามเพลงหลังมีเค้าทำนอง So Tired ของป๋าออสซี่ Doukeshi no Sonnet ของ Masahi Sada และ Chelsea Hotel no Coffee House ของ Seiko Matsuda ตามลำดับ โดยหน้าเพลงช้านี่ถือว่าฟังเพลินได้
เราเสียดายชุดสองมาก ๆ และหวยของวงนี้ก็ไปลงกับซูเปอร์ฮิตและซูเปอร์บูมในยุค 90s ตามหลักสูตรนโยบายชินเขตก่อนที่จะแยกย้ายกันไป
แต่งานชุดแรกนี้ถือว่าเป็น Hidden Gem ของวงการสตริงไทยยุค 80s ที่ไม่อยากให้พลาดกัน
-
5. เปลี่ยนทุกวัน - ร็อกเคสตร้า

อีกหนึ่งตำนานร็อกภาคภาษาไทยที่ลือลั่นกับชุด “เทคโนโลยี” ที่มีเพลงเอกอย่าง “เงา (วิ่ง)” “โลง” และ “เทคโนโลยี” พร้อมภาคต่อสุดโปรเกรสชีฟ “วิทยาศาสตร์” ปี 29 เขามากับอัลบั้มชุดที่ 3 ของวง “เปลี่ยนทุกวัน”
เปิดหัวอัลบั้มด้วย “คนสี่ขา” ที่ว่าด้วยพิษภัยของสุราที่ทำให้คนเมาเหมือนหมา แล้วต่อด้วยร็อกมัน ๆ เข้ม ๆ อย่าง “ไม่สนใจ” จากนั้นมาเป็นบูลส์ในเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม (เปลี่ยนทุกวัน) ที่ว่าด้วยเมื่อมั่งมีมากมายมิตรหมายมอง เมื่อมัวหมองมิตรมองเหมือนหมูหมา (ชีวิตที่ขึ้นลงของคนเรานั่นแหละฮะ) “ความพอใจ” เพลงฉุกคิดมัน ๆ อีกเพลง แล้วตัดเลี่ยนด้วย “นิยายเศร้า” พร้อมปิดหน้าเอด้วยเพลงเอกประจำชุด “ชอบอีกแล้ว” กับไลน์กีตาร์เดือด ๆ ของพี่หมูคาไล (ที่มารับไม้ต่อจากอากิตติ กีตาร์ปืน และพี่ชัคกี้ กีตาร์เทพ)
จากนั้นมาหน้าบีด้วยเพลงหวานหยดพร้อม ๆ ไลน์เปียโนแก้วที่สวยงามอย่าง “พระจันทร์สีส้ม” มัน ๆ กันต่อกับ “คิดกันเอาเอง” ที่บ่งบอกความคิดที่อยากแต่งเพลงเอาสนุกของเรา ตามด้วยสตริงลูกกรุงแนม ๆ อย่าง “รักทรมาน” และ “อยากบอกคุณว่ารัก” จากนั้นก็มาสะใจกับ “สู้” เพลงร็อกมัน ๆ พร้อมไลน์ฟลุตเอกลักษณ์ของวง แล้วปิดท้ายม้วนด้วยเพลงร็อกกลิ่น Semi–Abstract อย่าง “หุ่นยนต์”
เป็นงานวงที่ชอบมากที่สุดแล้ว (แถมชอบสุดในบรรดาจักรวาลงานพี่หรั่ง ร็อกเคสตร้าแล้ว) ด้วยความที่วงอยากนำเสนองานฟังก์ร็อกฟิวชั่น (แต่งเพลงและทำดนตรีทั้งชุด) ชุดนี้แหละเข้าล็อคเลย อัดที่ห้องแจมของอาอุกฤษณ์ พลางกูร (มากับเสียงกลอง Roland TR-707 ในตำนาน) และปกสุดเท่ชวนหลีกหนีตัวเองจากโลกที่วุ่นวายโดย Omnivisions

จากที่ว่ามาข้างต้น ถ้าใครชอบร็อกที่ปฏิเสธความล้าหลัง ชุดนี้ต้องฟังครับท่าน!!! (ม้วนนี้หายากหากันให้ควั่กเชียว ยิ่งม้วนตัวอย่างอภินันทนาการนะ…เอาเรื่อง)
-
6. คนดอยทำเอง - เดอะม้ง

คู่แข่งทางการตลาดของนกแลวงนี้มีจุดขายคือ “ความเป็นเด็กชาวเขา” โดยมีพี่น้องพลางกูร (อุกฤษณ์-อิทธิ) เป็นโปรดิวเซอร์ในชุดนี้

เพลงเด่นของชุดนี้ได้แก่ “ซอนานาชาติ” “คนดอยทำเอง” “สาวดอยปุย” “สวรรค์บนดอย” และจะมีเพลงนึงที่เราเองชอบเป็นการส่วนตัวอย่าง “น้ำตามือกลอง” ที่เล่าถึงชีวิตคนดนตรีหลังฉากที่ไม่ใช่แค่เหงาใจ แต่ยังเหงารักอีกต่างหาก

วงดนตรีชาวเขานี้ได้ไปต่ออีกชุดในปีต่อมา ใช้ชื่อว่า “ขึ้นเหนือล่องใต้” โดยมีเพลงเด่นในภาคต่ออย่าง “คอนเสิร์ตภูเขา” “ขึ้นเหนือล่องใต้” “วอนพระอินทร์” และเพลง “น.ม. นม” เพลงดีที่ส่งเสริมให้ดื่มนม เพราะนมยิ่งดื่ม สุขภาพยิ่งดี

โดยทีมแต่งเพลงทั้งสองชุดเป็นทีมของ อ.เทพธารา ปัญญามานะ (คนแต่งเพลง “หนุ่มดอยเต่า” ในตำนาน) อ.ทศพล อยู่เย็น และ อ.บุญทรง วิภสุวรรณ ภายใต้โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่
ปกเทปทั้งสองปกทำได้ออกมาน่ารักมาก Onnivisions 1,000% เลย (ชุดแรกใช้ฟอนต์ JS Synjai ส่วนชุดสองใช้ JS Saowapark ชวนพิมพ์ ที่ปลายตัดสบายอ่านง่ายกลิ่น Helvetica / ฟอนต์พิมพ์นิยมยุค 80s เลย)
ถึงแม้ว่าความนิยมจะเป็นที่รู้กัน แต่วงเด็กชาวเขาวงนี้อาจอยู่ในซอกหลีบความทรงจำของคนยุคนั้นก็เป็นได้ (แถมในตลาดเทปมือสอง โคตร หา ยาก)
-
7. แม่อุ๊ - สุเทพ ประยูรพิทักษ์

เจ้าของตำนานเพลงอย่าง “ป่าลั่น” และ “หิ่งห้อย” และตำนานเสี่ยฮีโน่คนนี้ ก็ได้ปล่อยผลงานเดี่ยวในปีนั้นอย่าง “แม่อุ๊” ซึ่งมีเพลงสนุก ๆ สไตล์ไทย ๆ ทั้งอัลบั้ม
เปิดหัวด้วย “ชอบไปหมด” จากปลายปากกาครูน้อย สุรพล (นามปากกา อุรา อิงอร) ที่โลกนี้สวยงามเพราะมีผู้หญิงชวนฝันไปหมด เพลงนิวเวฟมัน ๆ ก็มีให้ฟัง “ท่าเตียน” ครูสุรพลแต่งก็เช่นกัน
เพลงตลกจากครูเพลงผู้เป็นเสาต้นแรกของเพลงแปลงอมยิ้มยุค golden song อย่างครูนคร มังคลายน ก็มีตั้งแต่ “จนจริงจรี๊ง” เพลงชีวิตของคนรวยที่ต้องแกล้งทำเป็นขอประทังชีวิตวัน ๆ เพราะชีวิตมีแต่ร้านหรูรุ่น greatest generation อย่างห้อยเทียนเหลา ยันรถโรลส์รอยส์ “แม่อุ๊” เพลงตลกในชื่อเดียวกันกับอัลบั้ม ชีวิตผู้ชายกวน ๆ อย่าง “ไอ้ยุ้ย” และเพลงที่มีแต่เสียงพยัญชนะต้น ค.ควาย ทั้งเพลง “คู่เคล้าคิดคด” นี่แหละความอัจฉริยะของครูเพลงสายชวนอมยิ้มท่านนี้ (ฝรั่งเรียกแนวเพลงชวนหัวว่า Novelty Song)
“แม่แมงกระพรุนไฟ” เพลงออกดนตรีสายลับ และลูกกรุงท้ายทายกรอบศีลธรรมอย่าง “ชู้ตามกฎหมาย” เป็นเพลงหวาน ๆ เศร้า ๆ ที่ควรหามาฟัง

ทีมทำเพลงชุดนี้มีทั้งคุณพนัส หิรัญกสิ พี่แอ๊ดแกรนด์เอ็กซ์ เพื่อนร่วมวงเดอะแซกส์อย่างสมรักษ์ ประยูรพิทักษ์ และพี่ใหญ่-สุระชัย บุญแต่ง ซึ่งคนหลังสุดจะมาเป็น PD ให้แมงมุมแสงระวีกับสามโทน ณ ซอยศูนย์วิจัยในเวลาต่อมา (และถ้าใครที่คุ้นเคยกับเพลงรายการชิงร้อยชิงล้าน ซะซะซ่า และเพลงระเบิดเถิดเทิง นั่นก็ฝีมือของเขา / ฟังได้จากเสียงกลองไฟฟ้า Alesis DM5 ที่เสียงสแนร์ แฉ และคาวเบลล์เป็นเอกลักษณ์นั่นแหละฮะ)
อัดห้องศรีสยาม และทำปกโดย Omnivisions เพลงดีจากเสี่ยฮีโน่คนนี้ ไม่ธรรมดาจริงจรี๊ง!!!
-
8. เพ้อเจ้อ - โชคดี พักภู่

ผลผลิตสายเลือดแกรนด์เอ็กซ์คนนี้ เต๊ะ-โชคดี พักภู่ ได้สยายปีกกับงานชายคาชินเขต และเพลงทั้งชุดมาในแนว Novelty Song กลิ่นไทยชัดเจน
เปิดหัวด้วย “คนใบ้” ตามด้วย “เพ้อเจ้อ” ที่ว่าด้วยความอยากของคนที่ไม่สิ้นสุด อยากมีดีแต่ก็เสียวสันหลังว่าจะ Go so big “แป๊ะขายของ” ชีวิตคนร้านชำที่เจอแต่เงินชื่อลุ่ม ๆ ดอน ๆ หลบหนีเจ้าหนี้อีก “คนดำ” กับความน้อยเนื้อต่ำใจของคนผิวไม่งาม แต่ก็มีเสน่ห์นะเฟ้ย “ฮักกันบ่ได้” เพลงลูกทุ่งในตำนานที่เอามา Cover “แฟนระดับชาติ” เพลงนี้โคตรกวนที่ว่าด้วยแฟนที่รับสารอย่างแต่ทำอย่างจนน่าอายชาวบ้านจริง ๆ
หน้า Bชุดนี้เปิดด้วยชีวิตขม ๆของ “ไอ้ปื๊ดหน้ามืด” ตามด้วย “อยู่ว่าง ๆ มันเซ็ง” ที่คนรวยว่างงานที่ทำหลายอย่างแล้วไม่ปัง จนต้องมาค้าผงขาวตอนจบ “หล่อคนเดียว” เพลงของคนหลงตัวเอง “ไม่ว่ากัน” เพลงรักหมดโปรแล้วก็ย่อมสวมคอนเวิร์สทางใครทางมัน “เสี่ยศรีธัญญา” สูตรสำเร็จรักคนรวยลืมคนติดดินที่เอาแต่เพ้อเจ้ออยู่แบบนั่น (แค่ชื่อเพลงนี่ ถ้าเปิดในพ.ศ. นี้ คงโดนส้นเท้าครึ่งประเทศแน่ ๆ) และปิดอัลบั้มด้วย “แกล้งลืม” เพลงรักสไตล์สตริงของคนที่ชอบผิดนัดบ่อย ๆ แม้กระทั่งหนี้ค่าแชร์
ชุดนี้ทำดนตรีโดยพี่โอม-พี่ปึ๊ด-พี่พีรสันต์ The Innocent พี่โชคชัย พักภู่ และคุณเหษม พัชรสรวุฒิ เพลงเลยมีกลิ่นสตริงปี 2529 ชัดเจน (ห้องศรีสยามที่เดิมแหละจ้า)

ด้วยความที่ปกเทปทำได้ครีเอทีฟมาก ๆ จากทีม Omnivisions และฟอนต์ชวนพิมพ์บนปก ชุดนี้ทั้งน่าเก็บและน่าฟังมากเลย งานแนว Novelty Song ของไทยแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ นะครับ (ในสมัย 40 ปีก่อน)
-
9. เธอ…ที่รัก - เดอะ พลาสติก

วงเดอะพลาสติก เป็นวงสตริงลับแลจากชายคาเสียงสยาม (ที่ถนัดในทางเพลงลูกทุ่งหมอลำ) เคยออกผลงานชุดนึงอย่าง “หัวใจพลาสติก” เมื่อปี 2528 ที่มีเพลงน่าฟังอย่าง “สระอูคู่สระอิง” “หัวใจพลาสติก” และ “ใครคนหนึ่ง” เพลงหลังสุดดนตรีฟังแล้วชวนเหงามาก (สามเพลงนี้แต่งโดยครูกรวิก และทำดนตรีโดย อ.ปราจีน ทรงเผ่า)
ปี 29 พวกเขากลับมาในชุด 2 ที่มีเพลงน่าฟังอย่าง “เธอที่รัก” “ทุกสิ่งทุกอย่างคือรักเรา” สองเพลงจากปลายปากกาครูกรวิก “ห่างเหิน” เพลงเศร้าตามสมัยนิยม พร้อมกับเพลงสนุก ๆ อย่าง “หลอกให้รอ” และ “บอกรักเป็นนัย” โดยมีทีมทำดนตรีอย่างครูสุพจน์ สุขกลัด อ.ธนิศร์ ศรีกลิ่นดี และ อ.ศรายุทธ สุปัญโญ ช่วยสร้างสีสันในชุดนี้

งานเพลงของวงนี้เป็นที่รู้จักในบางกลุ่มเฉพาะพอแชร์ก้อนเค้กสตริงจากหลายค่าย แต่ไม่ได้ประสบสำเร็จมากขนาดนั้น และเทปเพลงทั้งสองม้วน “โคตร หา ยาก ใน ตลาด เทป มือ สอง จริง จริง”
หลังจากเสียงสยามแป๊กจากวงสตริงวงนี้ก็หันไปทำลูกทุ่งตามถนัดตามเดิม แม้ว่ายุค 90s จะขอแชร์ส่วนแบ่งเพลงสตริงเพลงร็อกกับค่ายเพลงมวยรองค่ายอื่น ๆ (เช่นวงร็อกอย่างสามโลกธาตุ วง F-16 หนึ่ง คณิ ต เขียวเซน ชุดขอใจใส่กระปุก เอ็ดดี้ใจไหม้ไฟ ผึ้งนัยน่า ใจเกินพิกัด) “แต่ทำลูกทุ่งสไตล์แขนซ้ายลายมังกรอย่างเดิมแหละดีแล้ว”
แข่งวาสนาลำบากจริง ๆ
-
10. สื่อรัก - อ้วน ไฟล์ท 787

“สายตาประสาน รอยยิ้มเดียวกัน ดวงใจเดียวกัน สื่อรัก…คือฉันและเธอ” นี่คือ tagline ประจำอัลบั้มชุดที่สองของวง ไฟล์ท 787 (Flight 787) โดยมีนักร้องนำอย่าง อ้วน-กฤตวัตร์ สุขะพิสิษฐ์ เป็นตัวขายประจำวง วงนี้อยู่ใต้สังกัดเมโทรแผ่นเสียง-เทป ที่เด่นในด้านการทำเพลงลูกกรุงเพลงสุนทราภรณ์ (ศิลปินในสังกัดนี้ยังมีครูอ้วนมณีนุช อีกนะฮะ)
ชุดนี้มีเพลงชวนฟังอย่าง “ฝากดวงใจ” “ทำไม” “คืนฝนตก” สามเพลงไพเราะจากปลายปากกา ผู้แต่ง : วิเชษฐ์ ห่อกาญจนา และการทำดนตรของอาอุกฤษณ์ พลางกูร และเพลงขายประจำชุดชวนฝันชื่อเดียวกันกับอัลบั้ม “สื่อรัก” จากปลายปากกาคุณเดชารัตน์ กันชิงแก้ว ดนตรีโดย อ.ศรายุทธ สุปัญโญ
แม้ว่าชุดนี้เป็นชุดที่สองของวง (ชุดแรก “แฟชั่นวัยรุ่น” ปี 2528) และเป็นสตริงมวยรองในเวลานั้น แต่ส่วนตัวงานเพลงออกมาใช้ได้ (เคยคุยกับพี่คนนึงว่า “วงนี้ดนตรีกลิ่นเรนโบว์ เสียงร้องสไตล์พี่แจ้”)
และพี่อ้วนและวงเองได้ไปต่อในชุดสามและสี่อย่าง “รัก…ที่มอบให้” (ที่ชุดนี้ผมชอบเพลงอย่าง “รักใครหรือยัง” ที่ยืมทำนอง Hatsukoi ของ Gozo Murashita) และ “พอ อก พอ ใจ” เมื่อปี 2530 และ 2531 ตามลำดับ ซึ่งชุดหลังสุดนี้แหละผมชอบมากที่สุดในวงแล้ว ด้วยความที่รับกระแสเพลงป๊อปร็อกที่เข้ามา disrupt สตริงหวาน ๆ เกินครึ่ง (ถ้ามีโอกาสจะมารีวิวอัลบั้มหลังสุดนี้ พร้อม ๆ กับอัลบั้มเพลงไทยยุคสตริงแผ่วปลายในปี 31 ที่ปุ๋ยฟีเวอร์แน่นอน ไม่ นาน เกิน รอ)
อย่างน้อยห้างแผ่นเสียงเก่าแก่ก็เคยแชร์ก้อนเค้กเพลงสตริงวัยหวานเชียวนะ
-
11. สืบเอาเอง - สปาย

มาแวะที่ฝั่งปาร์คนายเลิศสมานมิตร กับวงชื่อน่าค้นหาอย่าง “สปาย” โดยมีนักร้องนำอย่าง กล-จงกล ศรีสุพรรณ (ซึ่งเวลานั้นเป็นเอนจิเนียร์ที่ห้องอัด 722 ซึ่งทางวงใช้ทำงานชุดนี้กัน) และ มณพ วโรนิธิภาส มือคีย์บอร์ดและแซ็ก เป็นสมาชิกตัวขาย (คนหลังจะกลายเป็นคนทำดนตรีประจำโบกี้รถไฟดนตรีในเวลาต่อมา)
เปิดหัวบั้มด้วย “ซ้ำสอง” จากปลายปากกาคุณปรีชาพล พึ่งพิบูลย์ ตามต่อด้วย “ผู้ถูกทอดทิ้ง (คำร้อง/ทำนอง : วิทยา ภู่บัว)” แล้วมาชิล ๆ กับ “ไม่อยากคิด (คำร้อง: จงกล ศรีสุพรรณ / ทำนอง : สุรชาติ ปัจจัยโย)” แล้วมาเจอรักสามเส้าอย่าง “เหมือนใครคนหนึ่ง (คำร้อง/ทำนอง : สุรชาติ ปัจจัยโย)” แล้วปิดหน้าเอด้วยเพลงชวนฝันอย่าง “เก็บใจ (คำร้อง/ทำนอง: จงกล ศรีสุพรรณ)”
เปิดหน้าบีชวนขยับตัวกับ “สืบเอาเอง (คำร้อง/ทำนอง: จงกล ศรีสุพรรณ)” ที่เป็นการบอกว่า “อย่ามาคุ้ยเรื่องส่วนตัวของ Gru เราจะเป็นคนแบบนี้ อย่าแส่นะจ๊ะ (พับไมค์)” ตามต่อด้วย “รอยอดีต (คำร้อง/ทำนอง : ปรีชาพล พึ่งพิบูลย์)” หวานซึ้งกันต่อกับ “เชื้อเพลิงรัก (คำร้อง/ทำนอง : ปรีชาพล พึ่งพิบูลย์)” ที่ไลน์เปียโนแก้วชวนฝันมาก โค้งสุดท้ายของบั้มก็มาด้วย “แอบรักแอบฝัน (คำร้อง : สุชาติ พงษ์ไพบูลย์ / ทำนอง: จงกล ศรีสุพรรณ)” แล้วปิดบั้มด้วย “อยากเป็นเช่นแมวน้อย (คำร้อง/ทำนอง: จงกล ศรีสุพรรณ)”
เป็นอัลบั้ม hidden gem ที่ไม่ควรพลาด เพราะพวกเขามากับเพลงแนว Jazz Pop Sophisti Pop และ Blue-eyed soul ที่กลับมาฟังในปีนี้ก็ไม่เชยเลย (ถ้าเอามาฟังต่อกับงานพี่แต๋มชรัส หรืองาน Donald Fagen ชุดที่มีเพลง I.G.Y แม้แต่งานลุง Michael Franks จะเทสดีเป็นพิเศษ)
แม้ว่งวงนี้จะมี One Hit Wonder อย่าง “ซ้ำสอง” แต่มีเหรอจะไม่มีชุดสอง “ที่ทิ้งช่วงไป 8 ปี นั่นคือปี 2537” ในชื่อชุด “แจ๊สหรือเปล่า” ซึ่งก็เอาเพลงนี้มาทำใหม่และเป็นเวอร์ชั่นที่คนรุ่นหลังคุ้นเคยสุดแล้ว (หลังจากเวอร์ชั่นดั้งเดิมจะดูอนาล็อกมาก ๆ)
ชุดสองนี่มีเพลงที่ชอบเป็นการส่วนตัวอย่าง “ดูไม่ออก (คำร้อง จงกล ศรีสุพรรณ / ทำนอง : มณพ วโรนิธิภาส)” ที่ฟังเพลินและไม่เชยเลย (แถมอัลบั้มนี้ทั้งเทปและซีดีโดยออนป้า โคตร พลิก แผ่น ดิน หา ยาก มาก)
เพลงดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ชุดนี้ไม่ป้ายยาไม่ได้แล้ว
-
12. สายสัมพันธ์ - พิงค์แพนเตอร์

วงดนตรีรุ่นลายครามจากบ้านอีเอ็มไอ เจ้าของตำนานเพลง “รักฉันนั้นเพื่อเธอ” และ “รอยเท้าบนผืนทราย” ปี 29 เขากลับมาอีกครั้งในปกสีดำชวนหวาน ๆ ขม ๆ ชุดนี้ กับดนตรีที่เข้มขึ้น (และผมก็ชอบชุดนี้มากที่สุดในบรรดางานของวงเสือสีชมพูทั้งหมด ทำไมผมจึงเขียนอย่างนี้…เดี๋ยวมีคำตอบ)
ชุดนี้มีเพลงเศร้า ๆ ที่เป็นลายเซ็นของวงอย่าง “สิ้นสายสัมพันธ์” ที่มีเวอร์ชั่นอาต๋อย วิชัย และคุณป้อม โสรยา คนละเวอร์ชั่น เพลงที่เนื้อหาเข้ม ๆ ก็มีให้ฟังอย่าง “ทางเดินที่ท้าทาย” “ถึงอย่างไรฉันต้องสู้” เพลงหลังสุดนี้โคตรร็อกเลย
และมีเพลงหวาน ๆ อย่าง “เพียงเพราะเธอ” ซึ่งยืมทำนองจากเพลง Because ของ The Dave Clark Five (วงรุ่นเดียวกันกับสี่เต่าทอง) เพลงนี้แหละที่เป็นเหมือนฉายชีวิตวัยหวานช่วงครึ่งแรกของยุค 80s (ปี 23 ที่มีคำสั่ง 66/23 โดยรัฐบุรษชื่อเปรมเพื่อปัญญาชนคนเดือนตุลา จนถึงปี 27 ที่มีปรากฏการณ์เมดอินไทยแลนด์) ได้ชัดเจนดี และเพลงท้าย ๆ บั้มอย่าง “เพลงกล่อมโลก” ที่เหมือนเป็นการ Wrap Up เสือสีชมพูในไลน์อัพคลาสสิกได้อย่างดี แถมดนตรีดิสโก้ก็ทำได้สวยงามจริง ๆ
ก่อนที่พวกเขาจะหมดสัญญาจาก EMI แล้วไปชายคามิวสิคไลน์ในเวลาต่อมา

สิ่งที่ผมชอบที่สุดในอัลบั้มชุดนี้คือ ได้สปอนเซอร์เป็นถั่วอบกะทิขวัญใจคนไทยทุกยุคทุกสมัย “โก๋แก๋ มันทุกเม็ด” ทันทีที่เห็นหน้าโฆษณาในปกเทปชุดนี้ มันเหมือนได้อยู่ในยุคสมัยนั้นได้ชัดเจนจริง ๆ (นับรวมการใช้ฟอนต์ JS Jindara/ศิริชนะ ที่อ่านง่ายสบายตากับลุคตัวกลม ๆ ป้อม ๆ น่ารักจริง ๆ / ฟอนต์ขวัญใจหนังสือนิยายและกวีนิพนธ์เชียวนะ)...ถั่ว Beer nuts หรือจะสู้ถั่วกะทิโก๋แก๋ สวัสดีครับ
แถมตลาดเทปมือสองนี่ ชุดนี้หายากมากจริงไม่ติงนัง
-
13. สวัสดีความรัก - นางนวล

สำหรับฝั่งโคลิเซียม (เกษตรนวมินทร์) ก่อนจะมีโฟร์มด เราเคยมีดูโอ้ไอดอลคู่นี้มาก่อน "นางนวล"
สมาชิกวงนี้เป็นสองพี่น้องลูกครึ่งญี่ปุ่น (ศิริรัตน์-ศรัญญา กุลตังวัฒนา) เวลานั้นทั้งสอนเรียนครูอยู่สกลนคร แล้วมีโอกาสออกเทปกับค่ายนี้ "เพียงชุดเดียวเท่านั้น"
นิยามของวงนี้คือ "ดอกไม้ป่า/ฮอตเปปเปอร์ ซิงเกอร์ เวอร์ชั่นวัยหวาน" โดยดนตรีของเพลงนี้มีกลิ่นอายเอเชีย ออกไปทางญี่ปุ่นและจีนฮ่องกงมาก
เรียบเรียงดนตรีโดย "เรืองยศ พิมพ์ทอง" คนทำเพลงของอาร์เอสตั้งแต่ยุคนพเก้าจนถึงอาร์สยาม
(สมัยนั้น คนทำเพลงอาร์เอสยุคแรกสุด มักเป็นฟรีแลนซ์เช่น อ.ปราจีน ทรงเผ่า อ.วิรัช อยู่ถาวร ศิลปินแห่งชาติ ศาสสัณฑ์ บุญญาสัย บางทีเป็นศิลปินเรียบเรียงเพลงเอง ก่อนจะเป็นพี่น้องพลางกูรและชาวคณะ อย่างมงคลพัฒน์ ทองเรือง หรือต๋องวงทู รวมถึงธนิต เชิญพิพัฒนธนสกุล ในเวลาต่อมา)
เสียงประสานโดย ปิง ฟรุตตี้ อัดที่ห้องอัดซีเอ (ห้องอัดประจำของค่ายยุคแรกสุด นอกเหนือจากเสียงทองและศรีสยาม ก่อนเป็นห้องอัดแจมและมิกซ์สตูดิโอในยุคต่อมา)
เสียงกลองชุดนี้เป็นเสียงจาก Linn9000 ดรัมแมชชีนสามัญประจำยุคในเวลานั้น (ใช้ในคาราบาวชุดอเมริโกย หรือดิอินโนเซ้นท์ชุดครั้งนี้ของพี่กับน้อง) และเสียง Synth Horn และเปียโนแก้ว เป็นเสียงที่นิยมในเพลงไทยยุคนั้นเช่นกัน (เรียบร้อยโรงเรียน Yamaha DX7)
นี่คือรายชื่อเพลงพร้อมกับผู้แต่ง...
1. คำสารภาพผิด (วีระ เดชไกรวัลย์) : เพลงเศร้าหัวอัลบั้มของคนที่รู้สึกผิด
2. รักวัยเยาว์ (สายยนต์ แดงกุล) : เพลงสไตล์คอรัสญี่ปุ่น ว่าด้วยความรักที่ตกตะกอนตอนโต (แต่เนื้อหาเกินวัยไปนิดหน่อย)
3. นางนวล (สุทธิพงษ์ วัฒนจัง) : เพลงรักกำลังใจ ที่มีนกนางนวลสีขาวนำทาง
4. สื่อรัก..มักวุ่น (วีระ เดชไกรวัลย์) : เพลงรักสไตล์ Puppy Love ที่อุตลุดไปทั้งใจ (ยืมทำนอง Good Old Rock N' Roll -花仔世界 ของอลันทัมมา)
5. ใจหญิง (วีระ เดชไกรวัลย์) : อีกเพลงรักกุ๊กกิ๊กของผู้หญิงที่รอรักจริงจังสักที (ยืมทำนอง Yokohama Tic - 横浜チ・ッ・ク ของ Sayuri Iwai ไอดอลญี่ปุ่นมวยรองยุค 80s)
6. สวัสดีความรัก (วีระ เดชไกรวัลย์) : เพลงชื่อเดียวกันกับอัลบั้ม Puppy Love ที่สดใสในวัยสาว
7. เจ็บบ้างซิ (สายยนต์ แดงกุล) : เพลงสไตล์ไอดอลญี่ปุ่นยุคโชวะ ผลัดกันเจ็บสิคนใจดีย์แหกโห้ง
8. ขอรักกลับคืน (วีระ เดชไกรวัลย์) : เพลงสไตล์คอรัสญี่ปุ่นอีกเพลง เศร้า ๆ หวาน ๆ เหมือนดื่มกาแฟเย็นเลย
9. เพียงแค่รัก (อาทิตย์ นามบุญศรี) : เป็นเพลงที่ผมชอบสุดในอัลบั้มชุดนี้ กลิ่นอายลูกกรุงอ่อน ๆ กับเสียเปียโนแก้วชวนฝัน เหมือนดื่มมัตฉะตอนเย็น ๆ เลย
10. สาววัยรุ่น (อาทิตย์ นามบุญศรี) : เพลงรักสไตล์ Puppy Love ปิดบั้มแหละครับ
บาดแผลของวงนี้คือการออกเสียง ร เรือ ล ลิง ไม่ค่อยชัด แต่เสียงของทั้งสองก็ชวนฝันสไตล์วัยรุ่นตอนนั้นได้ระดับนึง พอตัดเลี่ยนวงสตริงชายได้ แถมเสริมทัพสามสาวปุยฝ้ายกับพี่อิ๋วเพ็ญโพยมอีก (แอบกระซิบ ปกเทปม้วนนี้ทำออกมาพับนอกกล่อง และในตลาดนี่สิ…ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าเลย)
ถึงแม้ว่าวงนางนวลจะเป็นวงสตริงที่ถูกลืมตามกาลเวลา แต่พวกเธอก็เป็นส่วนหนึ่งของอาร์เอสยุคแรกสุดโดยสมบูรณ์
-
14 เพียงรักและเข้าใจ - ซิกซ์เซ้นซ์

และแล้วก็มาถึงอัลบั้มชุดสุดท้ายของบทความนี้แล้ว กับวงสตริงชายคาโคลิเซียมเจ้าของเพลงดัง "ครวญ"...สัมผัสที่หก ชิกซ์เช้นซ์
ซึ่งบั้มนี้มีเมมเบอร์จากวงสตริงร่วมรุ่นในโครงการล้างหนี้ในตำนาน (รวมดาว) อย่างพี่โอ๋ ธนา จากวงดิอ๊อปติก และพี่นิด เชอรี่พิงค์ มาร่วมเติมสีสันในอัลบั้มชุดนี้ ในช่วงรอยต่อสำคัญที่ดนตรีกำลังเปลี่ยนผ่านจากสตริงเข้าสู่ป็อปร็อก (ต่อเนื่องจากสายวงมือขวาและพี่น้องเมืองเลย) เลยทำให้ชุด “เพียงรักและเข้าใจ” กลายเป็นการยกเครื่องใหญ่ของวงแบบชัดเจน
เปิดหัวด้วยเพลงรักสุดอบอุ่นชื่อเดียวกับอัลบั้ม (ทำนองจากเพลง Smile a Little Smile for Me ของ The Flying Machine) “เธอคงรู้ดี”เป็นการเชือดนิ่มแบบสตริงไทยที่สวยงาม จากปลายปากกาฟรอนต์แมนอย่างพี่แซม (อารมณ์เดียวกับที่ “สักวัน” ของ The Innocent เคยทำไว้) และมาพร้อมโซโล่กีตาร์ที่บาดใจเอาเรื่อง แต่พี่โอม ชาตรี ทำได้บาดลึกยิ่งกว่า—ฟีลเหมือนอีโต้เขียงหมู ส่วนสัมผัสที่หกคือคัตเตอร์สีชมพูนีออนร้านเครื่องเขียนข้างโรงเรียน
ถ้าพูดแบบนี้ “คอยวันเธอช้ำ” ก็เข้าข่ายเดียวกัน เพลงช้าแสนเศร้าอย่าง “ฝืนลิขิต” ก็ทำงานของมันเต็มที่ ขณะเดียวกันเพลงรักกิ๊กกิ๊กแบบวงร่วมรุ่นฝั่งอาเสี่ย (สมมุติว่าเป็นวงฟอร์เอฟเวอร์) ก็มีทั้ง “โปรดเห็นใจ” “เร็วสิคืนกลับมา” (ชมพู ฟรุตตี้ แต่ง) และ “รักแล้วสิ” ตามสมัยนิยม (ยุคโน้น)
เพลงกลิ่นอาย City Pop ก็มีในเพลงอย่าง “ฟ้ารักดาว” ซึ่งเล่าการจากลาแบบเดินทางไกล โดยไลน์แซกโซโฟนงดงาม ทางคอร์ดชวนฝันมาก เพลงเชิงสร้างสรรค์สังคมก็มีอย่าง “โอกาส” และ “กำพร้า” (เพลงหลังโซโล่กีตาร์ดันมีเล่นคันโยก tremolo ด้วย) ส่วนสายสตริงลูกกรุงก็ยังไม่ทิ้งลายกับ “รูปอดีต”
และปิดอัลบั้มด้วย “วันจาก” ที่ได้เพื่อน ๆ วงสตริงจากโคลิเชียม ทั้งเรนโบว์ ฟรุตตี้ บรั่นดี มาร่วมคอรัส
ถ้าตัดเรื่องทำนองต่างประเทศ—ที่มีทั้งไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกือบทั้งอัลบั้ม—โดยรวมงานทำออกมาดีระดับ 8/10 (2 แต้มที่หายคือทำนอง ตปท. และอีก 2 เพลงที่ซาวด์แอบเก๋าเพราะ LinnDrum ตามยุค) พร้อมเสียงกลองสามัญประจำห้องแจม Roland TR-707 เปียโนแก้ว และเอฟเฟกต์กีตาร์ Rockman ในตำนาน ภายใต้การทำดนตรีของ อ.เรืองยศ พิมพ์ทอง และพี่จิ๊บ มงคลพัฒน์ ทองเรือง
ถ้าตัดความนิยมช่วงแผ่วปลายสตริงบูติกออกไป นี่คืออัลบั้มที่ฟังเพลิน ครบเครื่อง และอมยิ้มไปกับ 80s Nostalgia ได้ดีที่สุดชุดหนึ่งของอาร์เอสเลย
ที่พีคคือสปอนเซอร์อัลบั้มชุดนี้—เป็นขนมยุค 80s อย่างมันฝรั่งทอดกรอบยุคแรงสุดของสยามประเทศ “มั้นมัน” ที่ลอนใหญ่ห่าง ๆ อันเป็นสัญลักษณ์ของยุคสุขนิยมที่สุดแล้ว

ว่าไปยุคนั้นขนมขบเคี้ยวสายมันฝรั่งน่าจะได้อิทธิพลจากออสเตรเลีย เพราะมีทั้ง Lites ทวิสตี้ที่อยู่รอดจนวันนี้ ริงโกที่มาจากขนมชีสวงแหวน Cheezels จิ๊กกะดี้ อันหลังสุดเราชิมแล้ว รสชาติไวป์ขนมตูมตามรสไก่เลย แต่เค็มกว่า / ถั่วกระป๋องที่มีกลิ่นอายลาย Nibble Nobby’s Nuts ก็มีนะ ที่สำคัญ “นูเทลล่ามีขายในเวลานั้นด้วย แค่เหมาะกับบ้านที่มีอันจะกินมากกว่า”
จากข้อเขียนข้างต้น อัลบั้มเพียงรักและเข้าใจของวงซิกซ์เซ้นซ์ จึงเป็นอัลบั้มเพลงสตริงไทยสุดรักตลอดกาลอันดับ 1 ของผมด้วยประการฉะนี้ (แถมตลาดเทปมือสองนี่ก็หายากจริง ๆ)
-
และนี่คือ 14 อัลบั้มสตริงไทยลับแลประจำปี 2529 ครับผม (จริง ๆ ยังมีเยอะกว่านี้ แต่เราคัดมาที่เด่นพอสมค่ากับเป็น Hidden Gem ครับ)
-
บทส่งท้าย:
40 ปีผ่านไปดั่งคำมุสา ช่วงเวลาสุขนิยมนั่นได้ผ่านไปแล้ว ไม่แคล้วเหลือรอยระลึกด้วยยิ้มทั้งน้ำตา หากคราใดที่เราเปิดเพลงเหล่านั้นที่อยู่ในซอกหลีบความทรงจำนั้น เราก็รู้สึกชวนฝันนึกถึงวันที่เราเจอกันในลานสเก็ต เช็ดปากที่ร้านโดนัทไอติม ลิ้มรสป๊อปคอร์นกับหนังโรงรอบมิดเดย์ ต่อให้เธอจะตอบโอเคกับรักนี้ไหม สมหวังหรือไม่ เท่านี้ก็สุขใจแล้ว
แม้กระทั่งในวันลา ที่ต่างคนแยกย้ายไปเติบโต ใครจะไม่คิดถึงกันเล่า
แต่กว่าจะเจออีกครั้ง “ไม่คาเฟ่น้ำหวานก็ศาลาหลังเมรุ”
ถ้าจะเล่าความสุขของยุค 80s คงเล่าไม่หมดแน่แท้
และขอให้ 14 อัลบั้มสตริงไทยเหล่านี้แทนความทรงจำที่สวยงามในใจ…ตราบนิรันดร์
“และหวังว่าเปิดเพลงดัง ๆ แบบนี้ คงไม่โดนกระถางดอกไม้จากคนข้างบ้านแน่แท้”
ขอบคุณครับ
นายต๊ก
20 พฤศจิกายน 2568, 14-15 กุมภาพันธ์ 2569
-
ps. มีของแถมพิเศษรอบอังกอร์ epilogue สำหรับคนรักภาษาอังกฤษด้วยนะ "From the song this lonely me" เลยแหละ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in