รีวิวเว้ย (2)Chaitawat Marc Seephongsai
ในความรักเราต่างเป็นนักทฤษฎี (In Theories) By กิตติพล สรัคคานนท์
  • รีวิวเว้ย (652) ใครสักคนแหล่เคยบอกเอาไว้ว่า "ความรักเป็นเรื่องของหัวใจไม่ใช่สมอง" แต่เพราะอะไรกันหนอเวลาที่คนเรา "เลิกกัน" กับเป็นสมองที่ทำงานอย่างหนักเพื่อหา "เหตุ" และ "ผล" ว่าที่เรากับเขาต้องเลิกกันเพราะอะไร (?) และก็เป็นสมองอีกนั้นแหละที่ทำหน้าที่ในการจดจำความรักที่ผิดหวังเอาไว้แทบตลอดเวลา พอผ่านนานเข้าก็เหมือนว่าจะดีขึ้นแล้ว อยู่คนเดียวได้บ้างแล้ว ฟังเพลงเดิมได้นิดหน่อย เปิดรูปดูได้เล็กน้อย ค่อย ๆ ดีขึ้นทุกวัน (ถ้าพิมพ์ต่อคงจบเพลง) แต่เมื่อเราผ่านสถานที่เดิม ๆ ใน "ความทรงจำ" ความเจ็บช้ำก็จะกลับมาเล่นงานเจ้าของความทรงจำนั้นอยู่ดี

    นอกจากเรื่องของสมองและหัวใจแล้ว "ความรัก" ยังเป็นเรื่องของ "คนสองคน" ที่พอมันเลิกกันความรักก็กลายเป็นเรื่องและกลาบเป็นกรรมของเพื่อนอยู่ดี ยิ่งตอนที่มันกลับไปดีกันพวกเพื่อนนี่แทบไม่ต่างอะไรกับ "หมาตัวหนึ่ง" อีกทั้งหมาเหล่านี้แหละที่ชอบพูดถึง "ทฤษฎีความรัก" ที่ผสมปนเปกันไปทั้งสมหวังและผิดหวัง แต่ในท้ายที่สุดเมื่อหมาต้องเผชิญเรื่องเหล่านั้นด้วยตัวเองก็กลายเป็น "หมาหงอย" ทุกทีไป

    ในท้ายที่สุดและด้วยสภาวะของความงก ๆ เงิ่น ๆ มันเลยทำให้เกิดเครื่องหมายคำถามใหญ่ขนาดใหญ่ในเรื่องของ "ความรัก" ที่ต่างก็ยังถกเถียงกันจนถึงปัจจุบันว่า แท้จริงแล้วความรักมันเป็นเรื่องของ "สมอง" หรือ "หัวใจ" ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ได้มีคสามพยายามในการอธิบายเรื่องดังกล่าวผ่านมิติขององค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในผลงานหลายชิ้น และในทางสังคมศาสตร์เองก็ได้มีการพูดถึงเรื่องของ "ความรัก" มาเนิ่นนาน แต่ด้วยความที่เป็นการพูดจาของคนสายสังคมศาสตร์ที่หลายครั้งทำให้ในท้ายที่สุดแล้วนักสังคมศาสตร์ก็ต่างแยกย้ายกันไปนั่งคนละมุมห้องเพราะพอพูดมากเข้าพวกเราก็เริ่มงงในบทสนทนาของตัวเอง และเรื่องของ "ความรัก" นี่แหละที่เป็นหนึ่งในบทสนทนาของสายสังคมศาสตร์ที่ชวนตีความและถกเถียงกัยได้แทบตลอดเวลาและในแทบทุกสายของสังคมศาสตร์ เอาแค่ตีความคำว่า "รักชาติ" เท่านี้เราก็เชื่อว่าสายสังคมแต่ละสายก็งัดเอาความเชี่ยวชาญในสายของตัวเองออกมาเถียงกันได้ไม่มีวันจบสิ้น
    หนังสือ : ในความรักเราต่างเป็นนักทฤษฎี (In Theories)
    โดย : กิตติพล สรัคคานนท์
    จำนวน : 160 หน้า
    ราคา : 195 บาท

    "ในความรักเราต่างเป็นนักทฤษฎี (In Theories)" ก็ทำในรูปแบบเดียวกันคือการจับเอา "ความรัก" มาตีแผ่และตั้งคำถามกลับไปหาคำว่า "ความรัก" ผ่านมิติของการศึกษาใจสายสังคมศาสตร์หลายสาขา แต่โดยที่อาจจะเน้นหนักไปที่มุมมองทางด้านสังคมวิทยาเป็นสำคัญในการสร้างบทสนทนากัลการมองความรักผ่านสายตาของผู้เขียน

    โดยที่เนื้อหาใน "ในความรักเราต่างเป็นนักทฤษฎี (In Theories)" แบ่งรูปแบบของการนำเสนอให้เห็นมิติของ "ความรัก" ที่วางตัวอยู่บนความรักของ "คนกับคน" เป็นสำคัญ ด้วยวิธีการอาศัยสำนักคิด นักคิด และแนวคิดทางด้านสังคมศาสตร์เข้าไปอ่านเหตุการณ์ที่เกี่ยวโยงกับเรื่องของ "ความรัก" ทั้ง การตกหลุมรัก การเป็นที่ปรึกษา ความเศร้าจากความรัก ความรักกับความทรงจำ หรือแม้กระทั่งความรักกับการ Move On เป็นวงกลม ความรักที่เป็นองค์ประกอบของสิ่งเหล่านี้ถูกหยิบมาอ่าน ตีแผ่ ขยายความ ตั้งคำถามและหาคำตอบด้วยสำนักคิดต่าง ๆ ในทางสังคมศาสตร์

    ซึ่ง "ในความรักเราต่างเป็นนักทฤษฎี (In Theories)" ทำให้เรามองเห็นมุมมองของความรักหลายหลายรูปแบบที่วางตัวทับซ้อนกันอยู่บนสิ่งที่หลาบคนเรียกมันว่า "ความรัก" และ "ในความรักเราต่างเป็นนักทฤษฎี (In Theories)" ยังชี้ให้เราเห็นอีกว่าสิ่งที่เราเรียกว่า "ความรัก" นั้นมันมีทฤษฎีเป็นฐานสำคัญของการกระทำหลายอย่าง ที่หลายครั้งเราเชื่อว่าเราทำไปเพียงเพราะ "หัวใจสั่งให้ทำ" แต่ในความเป็นจริงแล้ว "ในความรักเราต่างอาจจะเป็นนักทฤษฎี" ของตัวเองก็เป็นได้ ใครเล่าจะรู้ (?)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in