suddenly i -panpanmemecraft
embroid therapy
  • ( 1 )


       ' หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่ เราอยากทำอะไร? '  
    หลายคนอาจจะเคยเกิดคำถามนี้กับตัวเอง
    หรือเจอคำถามอะไรทำนองนี้ผ่านตามาบ้าง

    เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ได้เจอคำถามนี้กับตัวเอง
    และพบว่า ตัวเองช่างเป็นคนที่ ละโมบโลภมาก เหลือเกิน
    เพราะอะไรหน่ะหรือ ? ก็อยากทำไปซะหมดทุกอย่าง
    ก่อนจะตาย ... และหายไปจริงๆ

    ก่อนจะตายไป
    แล้วมันเมื่อไหร่กัน ?
    ถ้าเรามีเวลาอยู่มากมายไม่จำกัด เราก็คงทำอะไรไปเรื่อยเปื่อย
    ทำให้เวลาที่เรามีอยู่ กลับกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่าและความหมาย

    เรานั่งคิดกับตัวเองว่า
    ที่ผ่านมาเราใช้เวลาอย่างคุ้มค่าและมีความหมายแล้วหรือยัง ?
    เราใช้เวลาอันมีค่า ไปกับอะไรบ้าง ?

    ตั้งแต่เรียนจบมา 3 ปี
    เราหมดเวลาไปกับการทำงาน ได้เงิน และใช้หมดไป
    เงิน เพื่อการกินและการอยู่ ที่วนเวียนไปไม่สิ้นสุด
    การถวิลหา เงินและความสุขสบายที่ (อาจจะ) รอคอยเราอยู่ข้างหน้าที่มองไม่เห็น
    แต่เราเอาแต่เชื่อมั่นด้วยสองมือของเรา ว่าจะไปถึง

    แต่แล้วยังไงต่อ?
    เมื่อชีวิตไม่แน่นอน อย่างเช่นตอนนี้
    ใครจะรู้ว่า เราจะป่วยไข้ทั้งกายใจจนไม่อยากแม้แต่จะหายใจ
    เพราะชีิวิตที่หล่นหายไปกับสิ่งที่ สูญเปล่า

    วิ่งตามหาสิ่งที่เหมือนกับสายลม
    และเปล่าประโยชน์

    2 เดือนที่แล้ว หมอระบุว่าเรามีภาวะเครียด เศร้า และอารมณ์แปรปรวน
    สายตาของเราเห็นแต่ความหดหู่ของชีวิต
    ทุกเรื่องมันหนักและยากไปหมด

    เราไม่ได้โทษงานว่าเป็นสาเหตุ
    แต่เรากำลังเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ลึกลงไปกว่านั้น

    ชีวิตของเรา
    ทำในสิ่งที่เราอยากบอกว่า มันดี ( ทั้งๆที่ตัวเราไม่ต้องการจะทำ หรือบางที เราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ) เรามีชีวิตที่มืดบอด หลับหูหลับตาเดินไปในหนทางที่คิดว่าถูก

    แต่มันกลับอยู่ทางตรงกันข้าม
    คนละฟากฝั่งกับทางที่จะไป

    นี่ไม่ใช่ชีวิตที่เราอยากมี


  • ( 2 )

       ' หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่ เราอยากทำอะไร? '  
    กลับมาที่คำถามเดิม ...
    เราก็ยังคงโลภมากเหมือนเดิม
    แต่ถ้าลองจินตนาการจริงๆ 
    ว่าความตายอยู่ตรงหน้าแล้ว

    เราไม่ได้อยากกินของอร่อย
    ไม่ได้อยากไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ
    เราอยากมีชีวิตอย่างสงบๆ
    ไม่ต้องดิ้นรน เหนื่อยล้า ตามล่าหาความหมาย ที่อยากได้จากคนอื่น
    ทั้งๆ ที่ ... มันอยู่ในตัวเราเอง 

    2 เดือนผ่านมาแล้ว
    เรายังมีชีวิตอยู่ เรากินยา
    และบำบัดตัวเอง
    ด้วยการปักผ้า วาดรูป จัดระเบียบชีวิต อ่านหนังสือ ฟังเพลง เขียนหนังสือ มีแมวอยู่ด้วย
    ทำทุกอย่าง ตามที่ใจอยากทำ

    เราอาจะเป็นพวกชอบควบคุมและอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
    และนี้อาจจะเป็นวิถีชีวิตที่เราต้องการให้เป็น
    แต่ขณะเดียวกัน เรากลับชอบชีวิตที่ไร้แผน
    ปล่อยมันไปเรื่อยๆ อย่างเป็นตามธรรมชาติ

    เราเสียเวลาไปกับการฝืนธรรมชาติตัวเอง
    และช่วงเวลานี้ การได้อยู่กับตัวเอง
    เป็นช่วงเวลาที่เราได้ เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

        เรารู้สึกสงบ ...   

    ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากมายอีกแล้ว แค่มีชีวิตอยู่ต่อไป
    รักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ 
    อยู่เพื่อมอบความรัก
    และยอมรับความรักบ้าง
  • ( 3 )

       ' หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่ เราอยากทำอะไร? '  
    เราไม่เสียใจ ถ้าลมหายใจสุดท้ายของเรา จะเป็นการได้นั่งอยู่ตรงหน้าสิ่งที่เรากำลังทำ
    อยู่กับตัวของเราเอง ร่างกายของเรา ลมหายใจของเรา หยุดและนิ่ง
    วางทุกสิ่งลง แล้วหยิบผ้าและเลือกสีของไหมขึ้นมา
    เริ่มลงมือและทำอะไรบางอย่าง ให้เกิดขึ้น
    จากผืนผ้าที่วางเปล่า ... 

    เมื่อเราทำชิ้นงานเสร็จออกมา
    เรารู้สึกดีใจกับตัวเอง
    เรายิ้มได้และรู้สึกภูมิใจกับตัวเองได้จริงๆ
    แม้มันจะเป็นงานชิ้นเล็กๆ ก็ตาม

    มันทำให้เราได้รับความรู้สึกมีคุณค่าต่อตัวเอง กลับคืนมา

    ขณะเดียวกัน
    เราก็ได้รับการเยียวยาบาดแผลในจิตใจ
    ความโกรธเคืองที่เรามีต่อผู้คน ต่ออดีตของเรา
    มันถูกระบายออกมาและหายไป
    มันต่างจากการเขียนบันทึก ที่มีหลักฐานให้กลับมาอ่านได้
    แต่สำหรับการปักผ้าเราไม่ต้องกลัวว่าใครจะรู้ว่าเราซ่อนและได้ปลดปล่อยอะไรออกมา

    เป็นเรื่องที่ทำให้เราได้ยอมรับ สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า และความผิดพลาด
    เรียนรู้ที่จะแก้ไข หรือเดินหน้าต่อไป
    เราได้เรียนรู้ที่จะตัดสินใจในระหว่างนั้น ว่าจะทำอย่างไร

    ในวันนี้ที่เราป่วยไข้
    หลายคนก็เช่นกัน
    อาจจะไม่ต้องปักผ้า
    แต่อยากให้ลองค้นหา
    สิ่งที่ร่างกายของเราตอบสนอง
    จิตใจของเราก็ทำงานอย่างสอดคล้อง
    เพื่อฟื้นฟูและมีกำลังให้เดินหน้าต่อไปได้
    ในโลกและวันเวลาที่โหดร้ายนี้ .


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in