เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Alive : ฆ่า(ข้า) ต้อง รอด !NO.W
ตอนที่ 36 : เริ่มปฏิบัติการชิงของ
  • ..........

     

    ตอนที่ 36 : เริ่มปฏิบัติการชิงของ

     

    ความวุ่นวายโกลาหลเกิดขึ้นทันทีหลังจากเกิดการระเบิดขึ้น  เหล่าผู้ทำหน้าที่เฝ้าระวังพากันระดมยิงไปยังทางเข้าข้างหน้าที่เริ่มปรากฏเงารางๆของพวกซอมบี้ที่คืบคลานเข้ามาในคฤหาสน์ อลิซที่กะจะออกมาเดินเล่นกับต้องรีบช่วยขนย้ายผู้เจ็บป่วยเข้าไปในห้องเพื่อรับการปฐมพยาบาลโดยเร็ว

     

    “อลิซ !” โจวิ่งพรวดออกมาข้างนอกพร้อมกับปืนพกในมือ

    “ช่วยพาคนเจ็บเข้าข้างในก่อนเร็วเข้า” อลิซว่าขณะพยุงหญิงสาวคนหนึ่งที่โดนลูกหลงจากแรงระเบิด

    “อื้อ” โจตอบรับ ถึงแม้ว่าแขนตนจะยังเจ็บหนักแต่นี่มันคือหน้าที่ที่ตนเลือกจะทำลุงที่เป็นหัวหน้ากลุ่มสั่งการให้ผู้หญิงและเด็กรีบเข้าไปข้างในส่วนพวกผู้ชายให้ช่วยกันต้านซอมบี้เอาไว้ ซึ่งตอนนี้ยังไร้วี่แววพวกเคลโอที่เป็นคนเปิดศึก

    “โจ ขึ้นไปดูสถานการณ์ข้างบน จัดการได้เลยถ้าเห็นสมควร” แคลลุกออกจากเตียงมาได้สักพัก มีผ้าพันแผลพันช่วงท้องของเธอไว้อย่างดีเพื่อห้ามเลือดเหล่าทีมสำรวจส่วนใหญ่มักจะตายในภารกิจเสมอเพราะทางการนิวเคลโอให้เพียงแค่ยาต้านไวรัสเท่านั้นส่วนยาสมานแผลมักจะมีในหน่วยจู่โจมซะส่วนใหญ่

    “เธอยังไหวแน่นะ” โจถาม เห็นอาการแคลไม่สู้ดีนัก

    “แน่นอน” เธอตอบ สีหน้าไม่ได้ตรงกับคำตอบเลยสักนิด แต่โจก็พอจะรู้ดีว่าแคลนั้นค่อนข้างดื้อรั้นพอตัวจึงรีบหอบสัมภาระของตนขึ้นชั้นบน

    “แคล ฉันว่าเธอเข้าไปอยู่กับคนอื่นข้างในดีมั้ย?” ไบรอันเห็นแคลเดินออกมาข้างนอกพร้อมกับกุมบาดแผลตัวเองอยู่จึงถามแต่ก็ถูกเสียงปืนดังขัดจังหวะ

     

    เสียงปืนไรเฟิลดังขึ้นอยู่เหนือหัวทั้งคู่ โจเริ่มยิงแล้วแต่ยิงอะไรล่ะ แคลสงสัยเพราะหน้าทางเข้าตอนนี้พวกซอมบี้ก็เริ่มซาลงแล้ว

     

    “มันยิงไม่ตาย !” เสียงโจตะโกนด้วยความตกใจดังผ่านวิทยุที่อยู่ตรงไหล่ทั้งแคล อลิซและไบรอันต่างได้ยิน

    “พวกมันมาแล้ว !” เสียงโจดังขึ้นอีกครั้งตามด้วยเสียงปืนที่โจยิงคราวนี้ไม่ใช่แต่โจ เหล่าชายหนุ่มที่ออกมาป้องกันคฤหาสน์ต่างก็ยิงกันสนั่นเสมือนกับที่นี่กลายเป็นพื้นที่สงครามไปซะแล้ว

     

                ทุกคนต่างเห็นสิ่งที่ตนก็ไม่คิดเหมือนกันว่ายังใช่มนุษย์อยู่หรือเปล่าแต่ที่ยังคงคิดได้เช่นนั้น คงเป็นเพราะพวกมันใส่ชุดทหารสีดำด้านเหมือนกัน มันพากันเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาแบบไม่กลัวตาย  ถึงแม้จะมีไม่ถึงสิบคนก็ตาม กระสุนที่พึ่งเข้าไปกลับดันตัวเองออกมาจากปากแผลพร้อมกับสมานบาดแผลนั้นอย่างรวดเร็วชาวบ้านเริ่มพากันตื่นกลัว บางส่วนถึงกลับถอยร่นมาเรื่อยๆ เมื่อพวกมันเดินมาได้ถึงครึ่งสนามหญ้าที่มีขนาดเกือบครึ่งสนามฟุตบอล

     

                แคลเห็นเงาซึ่งคาดว่าคงเป็นหัวหน้าพวกมันอยู่หลังสุดของขบวนควันไฟที่ยังคุกรุ่นในอากาศบวกกับความมืดยามราตรีทำให้ยากที่จะมองเห็นพวกมันได้ชัดเจนถึงแม้จะมีแท่งไฟติดอยู่ไปทั่วคฤหาสน์ก็ตาม

     

                ไบรอันที่อยู่ข้างๆแคลลั่นกระสุนใส่หนึ่งในพวกมัน ทำเอามันเอนไปตามแรง แต่มันก็ได้เพียงชะลอเท่านั้น มันหยุดนิ่งพักหนึ่งเหมือนกับว่ากระสุนนั่นทำหน้าที่ราวกับเอาไม้ไปทุบหัวให้พวกมันมึนๆเท่านั้น ไม่นานพวกมันก็เดินต่อเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     

    “หนักเอาเรื่องแฮะคราวนี้” ไบรอันพูด ชาวบ้านก็ยังพากันยิงไม่หยุด  ถึงแม้ว่ามันจะแค่ถ่วงเวลาตายให้กับพวกตนเท่านั้น 

    “เราน่าจะขอความช่วยเหลือจากพวกอ๋องนะ” แคลพูดขึ้น

    “พวกนั้นอยู่ที่นี่ด้วยหรอ” ไบรอันถาม

    “อื้อ ช่วยถ่วงเวลาพวกเคลโอให้น่ะ” แคลตอบ พยายามเบียดเสียดผู้คนที่วุ่นวายเข้าไปข้างในคฤหาสน์อีกครั้ง

    “เธอจะไปไหน”

    “เผื่อโจจะติดต่อได้”  แคลตะโกนตอบท่ามกลางผู้คน

     

    ……….

     

                พวกตนขับรถขึ้นมาทางเหนือของหมู่บ้านได้พักหนึ่งพลันได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง เพลิงไหม้ปะทุอยู่ห่างจากรถไปไม่กี่ร้อยเมตรเปาหยุดรถติดกับป่าข้างทาง แต่ทั้งสี่ยังไม่ทันจะลงจากรถกลับเห็นพวกเคลโอเกือบสิบคนในชุดทหารเดินเข้าไปในป่าข้างทาง ทำให้พวกตนเห็นว่ามีรถฮัมวี่หนึ่งคันจอดอยู่

     

                ในขณะที่ทุกคนลังเลว่าจะออกไปจัดการดีหรือไม่เพราะพวกมันแทบจะไม่ได้ระวังตัวด้วยซ้ำทำให้เป็นโอกาสเหมาะที่จะลอบโจมตีแต่ปรากฏว่าพวกมันพากันกับหยิบหลอดซึ่งทั้งสี่เดาว่าเป็นหลอดวัคซีนอะไรสักอย่างปักเข้ากับหน้าขาตัวเองไม่นานต่างก็ดิ้นทุรนทุรายพร้อมกับร้องด้วยความเจ็บปวด แต่แล้วทั้งหมดก็หยุดนิ่งก่อนจะลุกขึ้นช้าๆ

     

                พฤติกรรมพวกมันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเนื้อตัวกลายเป็นสีแดงก่ำเนื่องด้วยผิวหนังที่ลอกออก  เผยให้เห็นเนื้อหนังข้างในสีแดงสด บางตัวยังเห็นสีขาวของกะโหลกด้วยซ้ำพวกมันออกเดินอย่างสะเปะสะปะราวกับซอมบี้ก็ไม่ปานทุกคนในรถต่างคิดตรงกันอย่างหนึ่งว่า พวกนี้มันไม่ธรรมดาแน่

    “จะปล่อยพวกมันไปทั้งยังงั้นน่ะเหรอ” เอิร์นถามเมื่อทุกคนไม่มีทีท่าจะทำอะไร

    “อยากลองเล่นกับพวกมันดูมั้ยล่ะ” เปาย้อน

    “ไม่ดีกว่า” เอิร์นตอบพลางมองไปยังพวกมันที่เดินมุ่งหน้าไปทางคฤหาสน์

    “มันดูเหมือนซอมบี้ปกติมากกว่าพวกกลายพันธุ์นะ” อ๋องพูดขึ้น  เมื่อสังเกตเห็นว่าพวกมันไม่มีส่วนไหนที่ผิดแปลกไปจากเดิมนอกจากผิวหนังที่ลอกจนเห็นเนื้อใน

    “เดี๋ยวก็ได้รู้ว่ามันธรรมดารึเปล่า แต่ตอนนี้พวกนายสามคนไปเอาแคปซูลในรถเถอะ”นอร่าสั่งเมื่อเห็นว่าได้โอกาสเพราะไม่มีใครแล้ว

    “แล้วเธอล่ะ” เอิร์นถาม

    “ฉันก็จะไปช่วยทีมสำรวจกับผู้รอดชีวิตน่ะสิ”  นอร่าตอบ

     

                ทั้งสี่เตรียมอุปกรณ์อาวุธต่างๆพร้อมเสร็จก่อนเปิดประตูรถ ก้าวลงอย่างเงียบเชียบไปยังป่าข้างทาง มุ่งหน้าไปทางรถฮัมวี่

    “โชคดี” นอร่าอวยพร

    “เช่นกัน” อ๋องตอบกลับ แต่ก็ไม่ทันนอร่าที่ทะยานหายไปกับความมืดซะแล้ว

     

    ..........

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in