เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Look a Breathenimon
#383 เวนิสวานิช

  • รูปภาพนี้ หนังสือที่ผลิตโดยสำนักพิมพ์ร้านนครสาส์น


    “เอาเถิดทั้งเงินทองของตูข้า

    แม้กายา แลทรัพย์ ซึ่งประสงค์

    จะยอมยกให้ได้ดั่งใจจง

    ยอมปลดปลงทุกสิ่งไม่เสียดาย”

    (อันโตนิโยพูดกับ

    เพื่อนรักอย่างบัสสานิโย

    ในหน้า ๑๘ ที่ยอมยกหนี้ให้)


    “เมตตานี่ คือไร อยู่ที่ไหน

    สิ่งใดๆ ในโลก ล้วนอนิจจา

    ไม่มีใคร อยู่คง ถาวรฟ้า

    สุดท้ายลา จากกัน เท่านั้นเอง”


         เรารักหนังสือทุกเล่มและทุกเรื่องของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะหนังสือของท่านเป็นหนังสือที่ทรงคุณค่าทั้งด้านวรรณศิลป์และคงคุณค่าของข้อคิดจากความเป็นคน


    รูปภาพนี้ ความจริงใจของความรักมีทั้งรักจากมิตรภาพและหนุ่มสาว



         หนังสือเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อไหร่ที่เราหยิบมาอ่านกี่ครั้ง เราได้ข้อคิดที่แตกต่างกันไป แต่ข้อคิดทุกครั้งที่ได้ก็คือ มิตรภาพ ความรัก ความเมตตากรุณา และคุณค่าของการดำเนินชีวิต


    “เพราะรักแห่งมิตรภาพระหว่างทั้งสอง

    ทำให้รักของเพื่อนกับนางผู้เป็นที่รักได้ครองรักกัน”


    รูปภาพนี้ หมีแอบบี้ขออนุญาตรีวิวหนังสือเล่มนี้

    ด้วยความสดุดีและเคารพในองค์ท่าน


         บัสสานิโยได้มาขอคำปรึกษากับอันโตนิโยว่า ตัวเขาต้องการเงินไปเข้าร่วมการเลือกนางปอร์เซีย ซึ่งเป็นที่รัก เพราะว่า ถ้าไม่มีเงิน นางต้องตกไปเป็นของคนอื่น ด้วยความเป็นมิตรดี อันโตนิโยจึงไปขอยืมเงินจากไชล็อก โดยมีเงื่อนไขสัญญาว่า “ถ้าไม่มีเงินมาคืน อันโตนิโยต้องแล่เนื้อของตัวเองหนักหนึ่งปอนด์ให้กับเขา คือ หมายถึงชีวิตของอันโตนิโยนั้นเอง”


         บัสสานิโยเมื่อได้เงินมาแล้วก็ได้เข้าไปในพิธีการเลือกโดยการเปิดหีบ และเขาได้หีบตะกั่ว ซึ่งเมื่อเขาเปิดหีบออกมา เขาพบว่า เป็นรูปภาพของนางปอร์เซียที่รัก และเขามีความสุขมากที่ได้ครองรักกับนาง


    “ความเอยความรัก

    เริ่มสมัครชั้นต้น ณ หนไหน

    เริ่มเพาะเหมาะกลางวางหัวใจ

    หรือเริ่มในสมองตรองจงดี

    แรกจะเกิดเปนไฉนใครรู้บ้าง

    อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรที่

    ใครถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงระตี

    ผู้ใดมีคำตอบขอบใจเอยฯ

    (หน้า ๙๓ บทขับร้อง 

    และเนื่องจาก “เปน” คือ ภาษาโบราณ ขอคงไว้เช่นเดิม)”


    รูปภาพนี้ อ่านกลอนนี้ที่ใด ก็เต็มไปด้วยความชุ่มชื่นหัวใจ

    (รักที่แท้จริง ย่อมไม่มีสิ่งใดมากีดขวาง เพราะรักนั้นคือรักบริสุทธิ์)


         บัสสนิโยพบว่า อันโตนิโยเพื่อนรักที่ให้ยืมเงินกำลังจะตาย เพราะเงินกู้ที่เขาขอ ดังนั้น เขาจึงลาคนรักอย่างนางปอร์เซียไปช่วยเพื่อน โดยภรรยามอบเงินมาให้ถึงสองเท่า เพื่อไปคืนเขา แต่เจ้าไชล็อกตัวชั่วไม่ยอม จะเอาชีวิตของอันโตนิโยให้ได้เท่านั้น ดังนั้น นางปอร์เซียที่ปลอมตัวเป็นชายจึงมาว่าความ

    “อันความกรุณาปรานี

    จะมีใครบังคับก็หาไม่

    หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ

    จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน

    เปนสิ่งดีสองชั้น พลันปลื้มใจ

    แห่งผู้ให้และผู้รับสมถวิล

    เปนกำลังเลิศพลังอื่นทั้งสิ้น

    เจ้าแผ่นดินผู้ทรงพระกรุณา

    (หน้า ๑๓๓)”


         และเธอบอกกับไชล็อกว่า “ถ้าเขาแล่เนื้อของอันโตนิโยโดยติดเลือดและไม่ถึงหนึ่งปอนด์จะต้องถูกริบทรัพย์และประหารชีวิต” ไชล็อกก็เลยแพ้ความ และสุดท้ายเขาก็ต้องถูกริบทรัพย์และอันโตนิโยขอร้องให้เขามอบทรัพย์ให้กับลูกเขยของเขาและเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งไชล็อกก็ยินยอมทำตาม


    รูปภาพนี้ หลายครั้งในชีวิตเราก็พบแต่ความไม่ยุติธรรม 

    คนชั่วทำให้เราเจ็บปวด แต่เราพบว่า ทุกปัญหามีทางออก 

    เมื่อเรามีสติอย่างนางปอร์เซียที่สามารถช่วยอันโตนิโยให้รอดตาย

    และยังทำให้เจ้าคนชั่วแพ้ภัยใจตนเองในที่สุด


         ส่วนนางปอร์เซียที่ปลอมเป็นชาย ก็ทำที่ขอแหวนกับสามีตัวเอง บัสสานิโยก็เล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมด นางปอร์เซียก็ยกแหวนคืน ยอมให้อภัยและบอกให้สามีดูแลแหวนวงนี้ให้ดี


    “ถ้าแม้เธอรู้ค่าของแหวนรัก

    หรือรู้จักค่าผู้ให้เสน่หา

    หรือรู้จักรักษ์อหวนรัตนา

    แน่ละนาคงไม่พรากจากแหวนนั้น

    (หน้า ๑๖๔ เป็นตอนที่นางปอร์เซีย

    ตัดพ้อเรื่องแหวนกับบัสสานิโย)”


    เกร็ดเล็กผสมน้อย


    รูปภาพนี้ ฉากหนึ่งในชีวิตของคนเรา


         ทุกชีวิตเหมือนกำลังโลดแล่นเล่นใน ลครชีวิต ที่พบเจอทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี เพียงแค่เราจะต้องมี สติและสัมปชัญญะ เพื่อนำพาตัวเราให้รอดพ้นจากความชั่ว และ ไม่ประมาท ในการดำเนินชีวิต

    อย่างอันโตนิโยที่รักมิตรเยี่ยงชีพ และยอมที่จะเป็นคนไม่เสียสัตย์ในคำพูดของตัวเอง เพราะรู้อยู่แล้ว ว่า ไชล็อกไม่ยอมปล่อยเขาเอาไว้และหมายมั่นชีวิตของเขาไว้อยู่แล้ว


    รูปภาพนี้ คนที่เจ็บที่สุดในชีวิตคือคนที่อยู่กับความพยาบาท

    ส่วนคนที่ไร้ความพยาบาท มุ่งร้าย ย่อมไม่มีภัยหรืออันตรายใดมาทำร้ายได้

    (เราไม่เคยเห็นในหลวงรัชกาลที่ ๖ มุ่งมาดร้ายกับคนที่คิดร้ายกับท่านเลยสักครั้งหนึ่งในชีวิต ถึงแม้ว่า คนพวกนั้นจะเป็นนักเลงหนังสือ 

    ที่เขียนตอบโต้ว่าท่าน แต่ท่านก็ให้อภัย

    หรือคนที่เข้าใจผิดในตัวท่าน กล่าวร้ายถึงตัวท่าน ท่านก็ไม่เคยถือโกรธ)


         ส่วนไชล็อกก็เป็นคนที่เห็นได้ในทุกที่ ทุกเวลา เพราะมีคนที่ไม่ยอมจบ อาฆาต มาดร้าย มุ่งมั่นจะนำพาคนที่ตัวเองเกลียดให้ตายตามแล้วจะได้สาแก่ใจ แต่คนพวกนี้ ถ้าไม่แพ้ภัยตัวเองในเวลานี้ ก็มักแพ้ภัยตัวเองในที่หลัง เพราะคนพวกนี้มักคิดว่าตัวเองฉลาดสุด แต่เปล่าเลย ก็แค่พวก อวดเก่ง แต่ไม่มีดีจะให้อวดมากกว่า


    รูปภาพนี้ มิตรภาพแลความรักก็ย่อมมาจากสิ่งเดียวกันคือบริสุทธิ์


         และเราชื่นชอบในความสามารถของนางปอร์เซีย เพราะนางเปรียบเหมือนคนที่พร้อมด้วย สติและสัมปชัญญะ ที่นำพาอันโตนิโยให้รอดและตัวเธอก็ไม่ต้องเสียทรัพย์ให้อย่างไชล็อกอีกด้วย 


         แต่จริงๆแล้ว มันแฝงไปด้วยว่า คนเราที่ชอบเรียกร้องความยุติธรรมและความเมตตากรุณาต่อกัน แต่เราเคยมอบสิ่งเหล่านั้นให้กับคนอื่นหรือเปล่า เพราะถ้าเรามอบให้ แล้วมีสิ่งใดในโลกนี้ที่น่ากลัวยังจะกลัวอีกอยู่ใย เพราะสิ่งนั้นก็ย่อมไม่มีแต่แรกอยู่แล้ว (ไม่มีภัยใดมาถึงตัว ถ้าเราไม่ได้เป็นผู้สร้างภัยนั้นเอง)


    รูปภาพนี้ หลังปกหนังสือเรื่องเวนิสวานิช


    “พรหมวิหารสี่เป็นสิ่งสำคัญ

    ในการดำเนินชีวิตของทุกคน

    เพราะสร้างคนให้บริสุทธิ์ 

    สร้างมิตรและสร้างความรักที่แท้จริง”


    Look A Breathe

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in